ลำดับความเข้าใจเรื่องบุญของพ่อครูก่อนบวชถึงตอนนี้.docx
เนื้อหาในไฟล์
ลำดับความเข้าใจเรื่องบุญของพ่อครูก่อนบวชถึงตอนนี้ _เพียรผ่องพุทธ กล้าจน . น้อมกราบนมัสการหลวงปู่ด้วยความเคารพอย่างสูง เรียนถามหลวงปู่ ก่อนหลวงปู่ผนวช มีความเข้าใจเรื่องบุญอย่างไรคะ?กราบขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ พ่อครูว่า…เพิ่งจะมีคนถามอย่างนี้นะ ก่อนที่อาตมาจะมาบวชอาตมาเข้าใจบุญยังไม่ได้ตั้งหลัก ยังไม่ได้รู้ตัวอะไร อาตมาก็เข้าใจบุญตามที่โลกเขาพากันเข้าใจ บุญคือกุศล ก็เข้าใจอย่างนั้นตาม ลิงลมอมข้าวพอง เมาตามเขาไปอย่างนั้น ก่อนบวชก็เป็นอย่างนั้น แม้บวชแล้วใหม่ๆ อาตมาก็ยังไม่ได้ชัดเจนเรื่องบุญ ที่มันเป็นสุดยอดแห่งคุณสมบัติของศาสนาพุทธนะ ก็ไม่ได้เก่งไม่ได้รู้ทันที พอมาบวชแล้วพอรู้ตัวนิดหน่อยแล้วก็ยัง อีกนานกว่าจะค่อยๆลึกซึ้งค่อยๆซึมซับ ค่อยๆดึงเอาความรู้เก่า ที่อาตมาพูดว่าความรู้เก่าเพราะ ชาตินี้เกิดมาไม่มีอาจารย์และไม่มีใครอธิบายบุญไว้เลย อย่างนี้ ไม่มี แม้แต่ในพระไตรปิฎกก็ไม่ได้ขยายความ นอกจากคำของพระไตรปิฎก เช่น ปุญญาภิสังขาร หรือ ปุญญปาปปริกขีโณ หรือว่าอะไรต่างๆพวกนี้เป็นต้น อาตมาก็เข้าใจโดยพยัญชนะบัญญัติบาลีพวกนี้ว่า อ๋อ.. เข้าใจโดยสภาวะธรรม อาตมามีสภาวะธรรมเดิม เป็นสยังอภิญญารู้อันนี้แล้ว จึงนำมาเปลี่ยนแปลงความเข้าใจผิดของชาวพุทธ เรื่องบุญ เท่าที่มันค่อยๆเข้าใจและก็ลึกซึ้งขึ้นๆ มาจนถึงทุกวันนี้ ตามที่พวกคุณตามฟังมา อาตมาไม่รู้ระยะเวลา อาตมาไม่ได้กำหนดระยะเวลา _สู่แดนธรรม... ผมพอจำได้ว่ามันเป็นปีที่ท่านธัมมชโยหลอกคนให้มาทำบุญ แล้วพ่อท่านก็เลยต้องการทราบว่าบุญที่แท้จริงที่พระพุทธเจ้าหมายคืออย่างไรกันแน่ พ่อท่านก็เลยได้ไปพบในคำแปลของพจนานุกรม ฉบับภูมิพโลภิกขุ พ่อครูว่า... ใช่ เจอคำแปลในพจนานุกรมฉบับภูมิพโลภิกขุ ที่ท่านพระธรรมปาละแปลเอาไว้เป็นภาษาบาลีว่า สันตานัง ปุนาติ
อ่านต่อ
วิโสเทติ ปุญหรือปุญญะนี่ คือ สันตานัง ปุนาติ วิโสเทติ เป็นบาลี ซึ่งแปลว่าชำระ บุญนี่คือการชำระกิเลสให้สะอาดจากจิตสันดานทั้งหมด แปลว่าอย่างนั้น ฉะนั้นความหมายของบุญจึงชี้เฉพาะลงไปเลยว่า เป็นลักษณะคุณลักษณะของพลังงานที่เกิดบุญ พลังงานที่เกิดผลที่ชื่อว่าบุญนี้คือมันสามารถ พลังงานจิต เราทำใจในใจ ทำจิตในจิตของเราให้เกิดกำจัดกิเลสได้โดยมีฌานคือมีปัญญา แล้วก็มีประสิทธิภาพของบุญหรือฌาน เผากิเลส กำจัดกิเลสไปจนหมดได้ ซึ่งอาตมาก็เอามาอธิบายขยายความเป็นภาษาไทยให้ฟังแล้ว นี่ค่อยๆรู้มา ซึ่งหลายๆอย่าง อาตมาค่อยๆได้ไม่ใช่ว่ามาทันที ที่เป็นความเสื่อมของศาสนาพุทธ ตั้งแต่คำว่าสมาธิแต่แรกๆอาตมาก็รู้พอสมควร แต่ก็ไม่ลึกซึ้งพอ แต่ค่อยๆรู้ว่า สมาธิของพระพุทธเจ้าไม่ได้อย่างที่พูดกัน ยึดถือกัน ไปนั่งหลับตาเข้าสมาธิกัน แรกๆก็ไม่ลึกซึ้งพอก็ยังนั่งหลับตากับเขาอยู่บ้าง จนกว่ามาเข้าใจดีถึงว่า อ๋อ… สมาธินี่คือมันเป็นผล เป็นสมาหิโต ของพระพุทธเจ้า จึงได้มาขยายความเต็มรูป และกว่าจะสั่งสม สมาหิโต ที่เป็น อเนญชา ก็ต้องผ่าน ปุญญาภิสังขาร ผ่านอปุญญาภิสังขาร จึงจะเป็นอเนญชาภิสังขาร ตามอภิสังขาร 3 ปุญญาภิสังขาร คือการปรุงแต่งจิตจัดการจิตให้กำจัดกิเลสลดกิเลสได้จนกระทั่งกิเลสหมดอาสวะตามขั้น โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ เป็นอรหันต์แล้วก็ อปุญญะ ไม่ต้องใช้บุญอีก พระอรหันต์คือผู้ไม่ต้องใช้บุญ หมดบุญ อปุญญะ แต่ผู้เข้าใจสภาวธรรมไม่ได้ก็ไปแปล อปุญญะว่าบาป เป็นพระอรหันต์ที่เรียกว่า อปุญญะคือพระอรหันต์ แล้วไปแปลว่าพระอรหันต์มีบาปอีก มันก็เจ๊งสิ เพราะฉะนั้นไม่มีบาปเลยนั่นแหละแน่นอนแล้ว กำจัดมาตั้งแต่อภิสังขาร 1 จนกระทั่งหมดบาป ถอนอาสวะหมด ก็เป็น อปุญญะ อภิสังขารอะไรก็เป็นอปุญญะ ไม่ต้องล้างกิเลสอีกแล้ว จิตจึงเป็นจิตสะอาดทุกกรรม กรรมนั้นจึงสั่งสมลงไปเป็น อเนญชาภิสังขาร คือเป็นจิตสะอาดที่สั่งสมลงไป เพราะฉะนั้นจิตจะ อเนญชา ไม่หวั่นไหวเพราะจิตตั้งมั่น จิตตกผลึก ควบแน่นเข้าไป เป็นจิตตั้งมั่นที่ยิ่ง อเนญชา ยิ่งอเนญชาๆๆ ไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องไปนั่งสะกดจิต จะสะกดจิตให้ไม่หวั่นไหว ไม่มีทางนิ่งได้ ตามที่ใครถามมาเมื่อกี้นี้ จะทำให้จิตมันนิ่งยังไง มันไม่สำเร็จ อย่างนี้สิสำเร็จถาวร สำเร็จยั่งยืนถาวรตลอดกาลเลย ได้แล้วได้เลย 670103 คนอยู่เหนือกาละต้องชนะปฏิจจสมุปบาท พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก