บทที่1.docx

โฟลเดอร์word
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์39 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ประเทศไทยดำเนินการพัฒนาประเทศตาม แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งใน ฉบับที่ 10 ได้ เริ่มใช้มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2549 จนถึงปี พ.ศ . 2554 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประเทศ จากระบบเศรษฐกิจแบบพึ่งพาทางการเกษตรเป็นสังคมอุตสาหกรรม ซึ่งเดิมสังคมเกษตรกรรมประชาชนส่วนใหญ่อยู่ในชนบทมีอาชีพทำนาและเพาะปลูกเป็นหลักการผลิตมิได้เน้นส่งออก แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นส ังคมอุตสาหกรรม มีการนำเทคโนโลยี ก้าวหน้าสมัยใหม่มาใช้ในการปฏิบัติงาน ภาครัฐได้ ให้ การสนับสนุน การลงทุนด้านอุตสาหกรรม การบริการและการพาณิชย์ต่าง ๆ มากขึ้น ทำให้ความสำคัญ ของสาขาเกษตรกรรมลดลงไป ( กาญจนา สงวนวงษ์วาน . 2551 : 163 - 167 ) ในขณะที่ ปัจจุบัน ประเทศไทยมีประชากรทั้งสิ้น 65.4 0 ล้านคน (สำนักงานสถิติแห่งชาติ. 2560) ทำงานในภาคการเกษตรมากที่สุด จำนวน 14.1 0 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 38.9 0 มีเนื้อที่ถือครอง ทำการเกษตรทั้งสิ้น 11 4 .6 0 ล้านไร่ เนื้อที่ประมาณครึ่งหนึ่ง ร้อยละ 51.3 0 เป็นที่ปลูกข้าว มีเนื้อที่ถือครอง ทำการเกษตรทั้งสิ้น 11 4 .6 0 ล้านไร่ เนื้อที่ประมาณครึ่งหนึ่ง ร้อยละ 51.3 0 เป็นที่ปลูกข้าว อาชีพชาวนาจึงถือว่าเป็นอาชีพหลักของประชาชนชาวไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผลพวงจากการพัฒนาประเทศ ที่มุ่งผลผลิตในเชิงอุตสาหกรรมเป็นหลัก ผล กระทบ จึงตกมาที่ ภาวะสุขภาพของเกษตรกรทำนาเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการนำ สาร เคมีกำจัดศัตรูพืชมาใช้ในด้านการเกษตร (สำมะโนการเกษตร. 2560 : ออนไลน์) จากการสำรวจของกรมวิชาการเกษตร สำรวจ ปริมาณและมูลค่าการนำเข้าวัตถุอันตรายทางการเกษตรปี 2559 พบว่า มีการนำเข้าสารกำจัดวัชพืช ( Herbicide ) 125 , 596 ตัน มูลค่า 9 , 688 ล้านบาท สารกำจัดแมลง ( Insectic

อ่านต่อ

ide ) 16 , 056 ตัน มูลค่า 3 , 899 ล้านบาท สารป้องกันและกำจัดโรคพืช ( Fungicide ) 12 , 915 ตัน มูลค่า 4 , 50 3 และสารอื่นๆ 6 , 120 ตันมูลค่า 2 , 487 ล้านบาท ( สำนักงาน เศรษฐกิจการเกษตร . 2560 : ออนไลน์ ) และจากการสำรวจโร คที่เกิดจากการประกอบอาชีพ และสิ่งแวดล้อม ในระบบ Health Data Center ( HDC ) ของสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม เมื่อจำแนกตามรหัสอาชีพ 4 หลักของสานักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำ นักปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ประชากรป่วยเป็นโรค พิษสารกำ จัดศัตรูพืช ป่วย มาก เป็น อัน ดับ 1 ใน 9 กลุ่มโรค และยังพบว่าผู้ ประกอบอาชีพ ปลูกพืชไร่และพืชผัก,ทำไร่และชาวนาปลูกข้าว มีผู้ป่วยมากเป็นอันดับ 1 มีจำนวน 2,481 คน จากจำนวนผู้ประกอบอาชีพ 11,940 คน ( กรมควบคุมโรค . 2559 : 9 ) ผลจากการศึกษาการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวต่อสุขภาพแล ะ สิ่งแวดล้อมในจังหวัดกาฬสินธ ุ์ ศึกษากับกลุ่มตัวอย่าง 50 คน พบว่ามีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชมากกว่า 2 ชนิดขึ้นไป จำนวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 62 ความถี่ ในการฉีดพ่นสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เดือนละ 1 ครั้งขึ้น ไป จำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 68 มีอาการแพ้พิษ สารเคมีกำจัดศัตรูพืชระหว่างใช้ จำนวน 9 คน คิดเป็น ร้อยละ 18 . 18 ( นัฐวุฒิ ไผ่ผาด , สมจิตต์ สุพรรณทัสน์ และ ธีรพัฒน์ สุทธิประภา. 2557 : 301 ) ส่วนใหญ่มีปัญหาด้านระบบกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก มีปัญหาทางระบบ ปร ะ สาท ระบบทางเดินหายใจ ปัญหาและอาการทางผิวหนัง ตามลำดับ (วิทญา ตันอารีย์. 2554 : 55 - 57 ) และผล การประเมินทางชีวภาพด้านความเสี่ยงต่อการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในกลุ่มเกษตรกร ผู้ทำนา ใน จังหวัดนครราชสีมา ระดับความเสี่ยงจากผลเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรสในเลือด พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่มีผลการทดสอบจัดอยู่ ใน กลุ่มที่ไม่ปลอดภัย ร้อยละ 27 . 30 กลุ่มที่มี ความ เสี่ยงร้อยละ 32 . 7 0 พบระดับปลอดภัยร้อยละ 30 . 9 0 และกลุ่มปกติ ร้อยละ 9 . 1 0 ( พิมาน ธีระรัตนสุนทร , ปริตรตา ปานเ สน่ห์ และ ภารตี อีแต . 2559 : 14 ) นอกจากสารเคมีกำจัด ศัตรูพืชที่เป็นปัญหาส่งผลกระทบต่อภาวะสุขภาพของเกษตรทำนาแล้ว ปัจจัยด้านอื่น ๆ ก็มีส่วนที่ทำให้ภาวะสุขภาพของเกษตรกรทำนาเสื่อมโทรมลงเช่น เดียว กัน ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพของเกษตรกร ได้แก่ พฤ ติกรรมสุขภาพโดยทั่วไป จากการศึกษา พบว่า ชาวนา มี พฤติกรรมสุขภาพที่เสี่ยงต่อการเจ็บป่วย ได้แก่ สูบบุหรี่/ใกล้ชิดผู้สูบบุหรี่เป็นประจำ ดื่ม สุราเป็นประจำ และ มีพฤติกรรม ไม่ออกกำลัง กาย ( กฤษณา งามกมล. 2552 : บทคัดย่อ ) พฤติกรรมที่ ไม่ปกป้องสุขภาพจากการทำงานด้านการใช้อุปกรณ์ทางการเกษตรอย่างปลอดภัย ได้แก่ เร่งรีบทำนา ไม่ใช้เครื่องทุ่นแรงขนย้ายของหนัก พฤติกรรมที่ไม่ปกป้องสุขภาพจากการใช้สารเคมีได้แก่ ไม่สวมหมวก ที่ทำจากพลาสติคคลุมศรีษะ/ผม ไม่ล้างอุปกรณ์บรรจุสารเคมีกำจัดศัตรูพืชหลังใช้งาน (นภมณ ยารวง. 2555 : 37) ปัจจัยคุกคาม สุขภาพจาก ก า รทำงาน ได้แก่ เสียงดัง ความร้อน การสั่นสะเทือนจากอุปกรณ์เครื่องจักรทางการเกษตร จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า การทำงานท่ามกลางแสงแดดนานๆ ทำให้เกิดการปวดแสบตาจา ก การจ้องมองแสงแดดจ้า ตาพร่ามัว และการทำงานกลางแจ้งโดยไม่พักสายตา การไม่ใช้อุปกรณ์ ป้องกันอันตรายจากแสง ทำให้เกิดการบาดเจ็บ มีบาดแผลที่เท้า มีบาดแผลที่มือและที่ตา ( จีระนันท์ จะ เกร็ง, ฉันทนา ผดุงเทศ และฉัตรชัย เอกปัญญาสกุล. 2553 : 10 ; ดาริวรรณ เศรษฐีธรรม และคณะ . 2556 : 7 ) ชาวนามีอาการปวดเอว ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดคอและปวดข้อมือ ( ธนาวุฒิ ธรรมจักร . 2555 : 56-57 ; รุ้งทิพย์ พันธุเมธากุล และคณะ. 2554 : 297 ; สมจิต แดนสีแก้ว , รัตน์ดาวรรณ คลังกลาง และ เกศินี สราญฤทธิชัย . 2558 : 138 ) สาเหตุเกิดจากการใช้ท่าทางที่ไม่ เหมาะสมในการทำงาน หรือไม่เปลี่ยนอิริยาบถในระหว่างการทำงาน และที่สำคัญเกษตรกรขาดความรู้ และความเข้า ใจ ในด้านการดูแลปกป้องภาวะสุขภาพของตนเอง สารเคมีกำจัดศัตรูพืชนอกจาก ส่ง ผลกระทบต่อภาวะสุขภาพทางด้านร่างกายของเกษตรกรแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อภาวะสุขภาพด้านจิตใจ ของเกษตรกรอีกด้วย จา ก การศึกษาของอนนท์ วิสุทธิ์ธนานนท์ (2551 : บทคัดย่อ) พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ที่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช มีความกังวลต่อสุขภาพตนเอง กังวลต่อต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นและกังวลต่อคุณภาพของผลผลิตของตน ทำให้ไม่สบายใจและกลายเป็นทุกข์ ภาวะสุขภาพด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่พบว่าการใช้สารเคมีอยู่เสมอทำให้มีสารเคมีปนเปื้อนในผลผลิตทางการเกษตร ไม่ปลอกภัยต่อตัวเกษตรกรเองและผู้บริโภค แมลงศัตรูพืชดื้อยาต้องเพิ่มการใช้สารเคมีมากขึ้น เกิดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน แหล่งน้ำมีคุณภาพลดลง ส่วนภาวะสุขภาพด้าน จิตวิญญาณ พบว่า เมื่อเกษตรกรนำสารเคมีเข้าไปช่วยในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านความคิด ความเชื่อ นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีการผลิตของเกษตรกร ได้ แก่ การช่วยเหลือเกื้อกูลและการพึ่งพาอาศัย กันน้อยลง เกษตรกรมีความเห็นแก่ตัวมากขึ้น ทุกคนต่างมุ่งผลผลิตทำให้ไม่คำนึงอันตรายจากสารเคมี กำจัดศัตรูพืชจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคหรือไม่ (อนนท์ วิสุทธิ์ธนานนท์ และคณะ. 2551 : 111 - 116 ) และการศึกษา ยังพบว่า ผลกระทบของการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชส่วนใหญ่ เกิดขึ้นกับระบบนิเวศเป็นหลัก รองลงมากระทบต่อเกษตรกรและผู้บริโภค หากครัวเรือนใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ครัวเรือนมีโอกาสเกิดความ เปราะบางสู่ความยากจนเพิ่มขึ้น (สุวรรณา ประณีตวตกุล . 2557 : 4 ) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 พ . ศ . 2555 - 2559 มุ่งเน้นส่งเสริมการลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพอย่างเป็นองค์รวม ด้วยการสร้างเสริมสุขภาวะคนไทยให้มีความสมบูรณ์แข็งแรงทั้งทาง ด้าน ร่างกายและจิตใจ โดยการพัฒนาความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว ชุมชน การลดปัจจัยเสี่ยงจากสภาพแวดล้อมและการประกอบอาชีพที่มีผลต่อสุขภาพ รวมทั้งมุ่งสร้าง กระบวนการที่มีส่วนร่วมในการพัฒนานโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาพ สอดรับกับ แผนพัฒนา ฯ ฉบับที่ 1 2 ที่ ให้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางการ การพัฒนา โดยเน้นให้ คนเป็นศูนย์กลาง ใน การพัฒนา ประเทศ ( สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ . 2556 : 48 ) และ สอดคล้อง ไป กับแผน ยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัดยโสธร (พ.ศ. 2561 - 2564 ) โดยมีวิสัยทัศน์ว่า “ยโสธรเมืองเกษตรอินทรีย์ เมืองแห่งวิถีอีสาน” หนึ่งในพันธกิจนั้นคือ การส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์ แบบ ครบวงจรและได้มาตรฐานเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้น ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะลงไ ปศึกษาภาวะสุขภาพของเกษตรทำนาในจังหวัด ยโสธร ทั้งเกษตรกรที่ทำนาแบบเกษตรกรรม แผนทางเลือกและ เกษตรกรที่ทำนาแบบ เกษตรกรรม แผนใหม่ ซึ่งจา ก การศึกษาของนภาพรและกนกอร พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ ในจังหวัดยโสธร ร้อยละ 76 . 00 มีอาชีพทำนา และ มีพฤติกรรมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช อยู่ในระดับใช้มาก ( นภาพร เวชกามา และธีระรัตน์ ชิณแสน . 2558 : 59 ; กนกอร พรมชาติ. 2555 : ง) ศึกษา เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการส่งเสริม การทำเกษตร ของเกษตรกร เป็นข้อมูลพื้นฐานในการส่งเสริม ภาวะสุข ภาพ ของ เกษตรกร เป็นแนวทางในการปฏิบัติเกี่ยวกับ กา รทำเกษตร ของเกษตรกร และ เป็นแนวทางในการ ดูแลสุขภาพ ตนเอง ของเกษตร กร ให้มีความมั่นคงและ มีความ ปลอดภัย ดัง กระแส พระราชดำรัสชองในหลวงรัชกาลที่ 9 พระบิดาแห่งข้าวไทย ที่ท่าน ได้ทรง ตรัสไว้ เมื่อ พ.ศ. 2541 และ พ.ศ. 2536 ความ ว่า “ …ในสมัยปัจจุบันอาชีพเพาะปลูกนี้มีความสำคัญมากเพราะการเพาะปลูกนี้เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตมนุษย์ถ้าเราไม่มีการเพาะปลูกก็จะไม่มีวัตถุดิบที่จะมาเป็นอาหารหรือเป็นเครื่องนุ่งห่มหรือเป็นสิ่งก่อสร้างฉะนั้นต้องทำกสิกรรม” “… ข้าวต้อง ปลูกเพราะอีก 20 ปีประชากรอาจจะ 80 ล้านคนข้าวจะไม่พอ ถ้าลดการปลูกข้าวไปเรื่อย ๆ ถ้าจะไม่พอ เราจะต้องซื้อข้าวจากต่างประเทศ เรื่องอะไร ประชาชนคนไทยไม่ยอม คนไทยนี้ต้องมีข้าว แม้ข้าวที่ปลูกในเมืองไทยจะสู้ข้าวที่ปลูกในต่างประเทศไม่ได้ เราก็ต้องปลูก” การปลูกข้าว จึงมิใช่ มิติ เพียงแค่เป็นพืช ทาง เศรษฐกิจส่งออกทำรายได้ ให้ประเทศ เท่านั้น แต่ยังมีมิติของความเป็นวิถีชีวิต วัฒนธรรม สังคมที่ค่อนข้างลึกซึ้ง โดยเฉพาะมิติทางสังคมและวัฒนธรรม วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1 . เพื่อ ศึกษาภาวะสุขภาพของเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรม แผน ทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ ในจังหวัดยโสธร 2. เพื่อศึกษาเปรียบ เทียบภาวะสุขภาพของเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมทางเลือกและ เกษตรกรรมแผนใหม่ ในจังหวัดยโสธร 3. เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่ง ผลต่อภาวะสุขภาพของเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ ในจังหวัดยโสธร สมมติฐานของการวิจัย ภาวะสุขภาพของเกษตรกรทำนา แบบ เกษตรกรรม แผน ทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ ใน จังหวัดยโ ส ธร ไม่ มีความ แตกต่างกัน อย่างมีนัย สำคัญทางสถิติ ขอบเขตของการวิจัย 1 . ขอบเขตด้าน เนื้อหา ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัย มุ่งศึกษา ภาวะสุขภาพของเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผ่นใหม่ในจังหวัดยโสธร เปรียบเทียบภาวะสุขภาพของเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก และเกษตรกรรมแผ่นใหม่ในจังหวัดยโสธรและศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพของเกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือก และเกษตรกรรมแผนใหม่ในจังหวัดยโสธร โดยมีปัจจัยที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ พฤติกรรมสุขภาพทั่วไป พฤติกรรมปกป้องสุขภาพจากการทำงาน ปัจจัยคุกคามสุขภาพจากการทำงาน ปัจจัยด้านความรู้การทำนา ปัจจัยด้านทัศนคติในการทํางาน และปัจจัยด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร 2 . ขอบเขตด้านพื้นที่ศึกษา ในการวิจัยนี้มุ่งเน้นศึกษาประชากรในพื้นที่จังหวัดยโสธร ครอบคลุมทั้ง 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอทรายมูล อำเภอกุดชุม อำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอป่าติ้ว อำเภอมหาชนะชัย อำเภอค้อวัง อำเภอเลิงนกทา และอำเภอไทยเจริญ 3. ขอบเขตด้าน ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3 . 1 ประชากร คือ ประชากรที่อาศัยและประกอบอาชีพทำนาอยู่ในพื้นที่จังหวัดยโสธร ทั้งที่ทำนาแบบเกษตรกรรมแผนทางเลือกและทำนาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่ 3 . 2 กลุ่มตัวอย่าง คือ เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรม แผน ทางเลือก ในจังหวัดยโสธร จำนวน 334 คน กับ เกษตรกรทำนาแบบ เกษตรกรรมแผนใหม่ ในจังหวัดยโสธร จำนวน 400 คน ซึ่งอาศัยและประกอบอาชีพทำนาอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดยโสธร และขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร 4 . ตัวแปรที่ศึกษาครั้งนี้ แบ่งได้ดังนี้ 4 . 1 ตัวแปรต้น ( Independent Variables ) ได้แก่ 4.1.1 พฤติกรรมสุขภาพทั่วไป ประกอบด้วย พฤติกรรมการบริโภคอาหาร พฤติกรรมการออกกำลังกาย พฤติกรรมการไม่ใช้สารเสพย์ติด 4.1.2 พฤติกรรมปกป้องสุขภาพจากการทำงาน ประกอบด้วย การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล การใช้อุปกรณ์และเครื่องจักรทางการเกษตรอย่างปลอดภัย การใช้สารเคมี /ชีวภัณฑ์ กำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัย 4.1.3 ปัจจัยคุกคามสุขภาพจากการ ทำงาน ประกอบด้วย ปัจจัยด้านกายภาพ ปัจจัยด้านเคมี ปัจจัยด้านชีวภาพ ปัจจัยด้านการยศาสตร์ ปัจจัยด้านจิตสังคม 4. 1.4 ปัจจัยด้านความรู้การทำนา 4.1. 5 ปัจจัยด้านทัศนคติในการทำงาน 4.1. 6 ปัจจัยด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร 4 . 2 ตัวแปรตาม ( Dependent Variables ) ได้แก่ ภาวะสุขภาพ 4 ด้าน ประกอบด้วย 4.2. 1 ภาวะสุขภาพด้านร่าง กาย 4.2.2 ภาวะสุขภาพด้าน จิต ใจ 4.2. 3 ภาวะสุขภาพด้าน สังคม และสิ่งแวดล้อม 4.2. 4 ภาวะสุขภาพด้าน จิตวิญญาณ นิยามศัพท์เฉพาะ ที่ใช้ ในการวิจัย ภาวะสุขภาพ หมายถึง ภาวะความสมบูรณ์ของร่างกายที่ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและภาวะความสมบูรณ์ของจิตใจและอารมณ์ที่ร่าเริงแจ่มใส ซึ่งทำให้สามารถประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และดำรงอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข ประกอบด้วยภาวะสุขภาพ 4 มิติ ดังนี้ ภาวะสุขภาพด้านร่างกาย หมายถึง ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง คล่องแคล่ว มีกำลัง ไม่เป็นโรค ไม่พิการมีเศรษฐกิจหรือปัจจัยที่จำเป็นเพียงพอ ไม่มีอุบัติเหตุอันตรายและมีสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพ ในการวิจัยนี้หมายถึง เกษตรกรสามารถโน้มตัว ก้มเงย งอเข่าได้ ทำกิจกรรมในบ้านได้ด้วยตัวเอง เช่น ซักผ้า ถูบ้าน ทำกิจวัตรได้ด้วยตัวเอง เช่น อาบน้ำ แปรงฟัน และทำงานได้ตามที่ต้องการ ภาวะสุขภาพด้านจิต ใจ หมายถึง การมีจิตใจที่มีความสุขรื่นเริง มีสติ สมาธิ มีปัญญารวมทั้ง การลดความเห็นแก่ตัว เพราะหากมีความเห็นแก่ตัวก็จะไม่เกิดสุขภาวะที่สมบูรณ์ทางจิต ในการวิจัยนี้หมายถึง เกษตรกรไมมีความกังวลกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ครอบครัวมีความเป็นอยู่ดีขึ้น เกษตรกรไม่รู้สึกเบื่อหน่าย ท้อแท้หมดหวัง รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและภูมิใจต่ออาชีพทำนา ภาวะสุขภาพด้าน สังคม และสิ่งแวดล้อม หมายถึง การอยู่ร่วมกันด้วยดี มีครอบครัวอบอุ่น เข้มแข็ง สังคมยุติธรรม เสมอภาค ภารดรภาพ สันติภาพ มีระบบบริการที่ดี และระบบบริการเป็นกิจการทางสังคม ในการวิจัยนี้หมายถึง เกษตรกรมีความพึงพอใจต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ตนเอง เกษตรกรมีงานทำไม่ตกงาน การทำเกษตรไม่ได้ทำให้สัตว์มีชีวิตที่เป็นประโยชน์ลดลง เช่น ไส้เดือน สภาพดิน แหล่งน้ำ อากาศ เสื่อม โทรม การทำการเกษตรไม่ได้ทำให้การไปมาหาสู่กับเพื่อนบ้านหรือการร่วมกิจกรรมชุมชนลดน้อยลง ภาวะสุขภาพด้าน จิตวิญญาณ หมายถึง สุขภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อทำความดีหรือจิตสัมผัสกับสิ่งที่มีค่าสูงสุด เช่น ความเสียสละ การมีเมตตากรุณา มีที่พึ่งทางจิตใจเข้าถึงพระผู้เป็นเจ้า สุขภาวะ ทางจิตเป็นยอดที่ส่งผลกระทบอย่างแรงต่อสุขภาพอีก 3 มิติ ถ้าขาดสุขภาวะทางจิตวิญญาณ มนุษย์จะไม่พบความสุขที่แท้จริง ในการวิจัยนี้หมายถึง เกษตรกรใช้หลักธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ การทำเกษตรไม่ได้ทำให้ประเพณีเก่า ๆ หายไป เช่นการลงแขก และการทำเกษตรไม่ได้เป็นต้นเหตุ ทำให้การเห็นอกเห็นใจและการช่วยเหลือคนอื่นลดน้อยลง เกษตรกรรมแผนทางเลือก หมายถึง ระบบการเกษตรที่ผลิตอาหารและเส้นใย ด้วยความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ โดยเน้นหลักการปรับปรุงดิน การเคารพต่อศักยภาพธรรมชาติของพืช สัตว์และนิเวศการเกษตร เกษตรอินทรีย์ลดปัจจัยการผลิตจากภายนอก หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีสังเคราะห์ เช่น ปุ๋ย สารเคมีกำจัดศัตรูพืช เพื่อประโยชน์โดยรวมของผู้บริโภค ระบบนิเวศน์และนำมาสู่ความยั่งยืน จะหมายรวมถึงเกษตรอินทรีย์ เกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรประณีต และเกษตรกรรม ยั่งยืน เกษตรกรรมแผนใหม่ หมายถึง ระบบเกษตรกรรมที่อาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่ในทุกขั้นตอน เป็นลักษณะการทำไร่ขนาดใหญ่ เน้นการลงทุนจำนวนมาก เน้นการปลูกพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยว เน้นการใช้ปัจจัยการผลิตจำพวกสารเคมีเกษตรและเครื่องจักรกลการเกษตร วางแผนการผลิตโดยมีเป้าหมายเพื่อผลตอบแทนทางเศรษฐกิจเป็นหลักบริษัทธุรกิจการเกษตรเข้ ามามีอิทธิพลในการควบคุมปัจจัยกา ผลิต การแปรรูป การตลาดและการขนส่ง ในงานวิจัยนี้จะหมายรวมถึงเกษตรเคมี เกษตรสมัยใหม่ สารเคมีกำจัดศัตรูพืช หมายถึง สารเคมีที่สังเคราะห์ขึ้นที่ใช้ในทางการเกษตร สารเคมีสังเคราะห์ที่ใช้ในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช โรคพืช วัชพืช สัตว์ศัตรูพืช ที่ทำลายผลผลิตทางการเกษตร โดยไม่จำกัดยี่ห้อ ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร การป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชและเพิ่มมูลค่าของสินค้าทางการเกษตร ในที่นี้ศึกษาเฉพาะสารในกลุ่มออร์การ์โนฟอสเฟตและคาร์บาเมทเท่านั้น การตรวจหาระดับโคลีนเอสเตอเรส ในเลือดของเกษตรกร หมายถึง การวัดผลความเป็นพิษจากปริมาณสารฆ่าแมลง ซึ่งสารพิษทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย เมื่อได้รับสารพิษในปริมาณที่สูงจะทำให้ระดับเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรสในเลือดต่ำลง ส่งผลให้ระบบการทำงานของกล้ามเนื้อเสียไป ทั้งนี้เพราะสารพิษจะเป็นตัวยับยั้งการสร้างเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส ในการทำวิจัยครั ้ งนี้ผู้วิจัยจึงเลือกวิธีดังกล่าวมาใช้ในการตรวจคัดกรองกลุ่มตัวอย่าง โดยการเปรียบเทียบผลการตรวจปริมาณเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรสของกระดาษ ทดสอบโคลีนเอสเตอเรส ระหว่าง เกษตรกรทำนาแบบเกษตรกรรม แผน ทางเลือกและเกษตรกร ทำนาแบบเกษตรกรรมแผนใหม่ ว่ามีผลเลือดอยู่ในระดับใด พฤติกรรมสุขภาพทั่วไป หมายถึง การปฏิบัติ ตนของเกษตรกร เพื่อส่งเสริมสุขภาพป้องกันความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคจากวิถีการดำเนินชีวิต และ จาก การทำงาน ที่ ส่งผลให้เกิดความปลอดภัยทั้งในชีวิตประจำวันและจากการทำงาน ในการวิจัยนี้จะหมายถึง พฤติกรรมสุขภาพโดยทั่วไปในการปฏิบัติตนของเกษตรกรทำนา ได้แก่ การไม่รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6 แก้ว ออกกำลังกายครั้งละ 20 - 30 นาทีขึ้นไปและออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้ง มีกิจกรรมเคลื่อนไหวระหว่างอยู่ที่บ้าน ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือเสพย์สิ่งเสพย์ติด เช่น บุหรี่ และดื่มชา กาแฟ มากเกินวันละ 2 แก้ว พฤติกรรม ปกป้อง สุขภาพ จาการทำงาน หมายถึง พฤติกรรมที่ ป้องกันสุขภาพจากการ ทำงาน และลดความเสี่ยงที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงาน เพื่อให้ปลอดภัยจากสิ่งคุกคามสุขภาพจากการทำงาน ในงานวิจัยนี้พฤติกรรมปกป้องสุขภาพตนเองจากการทำงานของเกษตรกร ได้แก่ สวมรองเท้าบู๊ททุก ครั้งป้องกันงูกัด สัตว์กัดต่อย สวมเสื้อแขนยาวและหมวกทุกครั้งก่อนทำงานกลางแจ้ง สวมหน้ากากหรือผ้าปิดจมูกป้องกันฝุ่นฟาง แต่งกายรัดกุมในขณะทำงาน ไม่ทำงานในขณะที่ร่างกายอ่อนเพลีย เก็บอุปกรณ์ของมีคมทุกครั้ง เช่น ของมีคม รถไถนาหลังเลิกงาน ก่อนใช้สารเคมี/ชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช อ่านคู่มือ ทุกครั้งอย่างเคร่งครัด ใส่หมวกคลุมผมและไม่เข้าไปในที่ที่พ่นสารเคมีใน 3 วันแรก ปัจจัยคุกคามสุขภาพ จากการทำงาน หมายถึง ปัจจัย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพจากสภาพแวดล้อมและสภาพการทำงานในการทำ นา ทั้งด้านกายภาพ ด้าน เคมี ด้าน ชีวภาพ ด้าน การยศาสตร์ และด้านจิตสังคม ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเกษตรกรถ้ามีการปฏิบัติตนไม่ถูกต้อง ได้แก่ การสัมผัสความร้อนตลอดระยะเวลาในการทำงาน ทำงานในที่มีแสงสว่างมากเกินไป สัมผัสกับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและฝุ่นละอองข้าว ทำงานในที่มีน้ำขังหรือทำงานในที่ที่มีแมงสัตว์กัดต่อย ทำงานด้วยท่าทางซ้ำซาก ยกของหนักหรือออกแรงเกินกำลัง ทำงานด้วยความเร่งรีบและมีความรู้สึกเครียดตลอดระยะเวลาการทำงาน ปัจจัยด้าน ความรู้ หมายถึง สิ่งที่สั่งสมมาจากการศึกษาเล่าเรียน การค้นคว้า หรือประสบการณ์ รวมทั้งความสามารถเชิงปฏิบัติและทักษะ ต่าง ๆ ในวิจัยนี้จะหมายถึง ความรู้การทำนาขอ งเกษตรกรได้แก่ สารเคมีเข้าร่างกาย ได้ทางปาก ทางลมหายใจ และทางผิวหนัง การออกกำลังกายทำให้ร่างกายแข็งแรง ดื่มสุราในขณะทำงาน ทำงานด้วยท่าทางซ้ำ ๆ และทำงานท่ามกลางแสงแดดโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันตนเอง ปัจจัย ด้าน ทัศนคติ ในการทำงาน หมายถึง ความรู้ ความเชื่อเชิงประมาณค่า ความรู้สึก อารมณ์ และแนวโน้มของพฤติกรรมที่พร้อมที่จะแสดงออก เพื่อสนองตอบต่อสิ่งเร้า ทั้งที่เป็นวัตถุธรรมและนามธรรม ซึ่งเป็นผลมาจากประสบการณ์ของแต่ละบุคคลที่จะเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดการแสดงออกและทิศทางของพฤติกรรมต่อสิ่งนั้น ๆ ซึ่งอาจมีทั้งทางบวกและทางลบ และสามารถเปลี่ยนแปลงได้ มักเป็นการตอบสนองที่มีลักษณะสม่ำเสมอ ในวิจัยนี้จะหมายถึง ทัศนคติในการทำงานของเกษต ร กร ที่มีต่อการทำนา ได้แก่ อาชีพทำนาทำให้คนในครอบครัวดีขึ้น ขณะทำงานไม่ดื่มสุราหรือของมึนเมา สวมใส่ป้องกันอันตรายทุกครั้งก่อนการทำงาน การออกกำลังกายทำให้ร่างกายแข็งแรงและขณะทำงานควรเปลี่ยนอิริยาบถ อย่าทำงานด้วยท่าทางซ้ำ ๆ ปัจจัยด้านการรับรู้ข่าวสาร หมายถึง กระบวนการที่มนุษย์ มีสิ่งเร้าเข้ามากระทบ สัมผัสกับ อวัยวะรับความรู้สึก ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวหนัง จากนั้นสมองจะทำการแปลความหมายและตีความสัมพันธ์ที่ได้รับนั้นออกมาในรูปของความเข้าใจเกิดความรู้เกิดการตอบสนองโดยแสดงออกมาทางพฤติกรรมต่างๆ ความถูกต้องขึ้นอยู่กับการรับรู้การเรียนรู้สติปัญญาและความคิดความเชื่อและค่านิยม รวมไปถึงแรงจูงใจ และสภาพแวดล้อม ในวิจัยนี้ จะหมายถึง การ ได้รับข้อมูลข่าวสารด้าน การดูแล สุขภาพ ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ วิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ วารสาร หนังสือพิมพ์ เอกสารแผ่นพับ Internet เจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคนในครอบครัว ของเกษตรกร ประโยชน์ที่ได้รับ 1 . ทราบปัจจัยที่มีผลต่อภาวะสุขภาพของเกษตรทำนาแบบเกษตร กรรม แผนทางเลือกและเกษตรกรรมแผนใหม่ ในจังหวัดยโสธร 2. เป็นข้อมูลพื้นฐานในการส่งเสริม การทำเกษตรของเกษตรกรและ เป็นข้อมูลพื้นฐานในการส่งเสริม สุขภาพเกษตรกร 3. เป็นแนวทางในการ ทำเกษตรของเกษตรกร และเป็นแนวทางในการ ปฏิบัติเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของเกษตรกร

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

word1.ปก.docx
19 พฤษภาคม 2565
wordภาคผนวก.docx
6 กันยายน 2564
word01 ปก พริ้วลมบุญ.docx
15 พฤศจิกายน 2563