สื่อธรรมะพ่อครู(สัมมาทิฎฐิ 10) ตอน ปล่อยนกปล่อยปลาได้บาปหรือบุญ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สัมมาทิฎฐิ 10) ตอน ปล่อยนกปล่อยปลาได้บาปหรือบุญ _การปล่อยนกปล่อยปลามันได้บุญ หรอคะ หนูคิดว่าคนขายได้บุญมากกว่าค่ะ พ่อครูว่า...ใครจับสัตว์มาบาปตั้งแต่ต้นทาง ยิ่งเอามาค้ามาขาย บาปเพิ่มหนักเข้าไปใหญ่เลย เพราะฉะนั้นการค้าขายนกปลาหรือสัตว์อะไรก็แล้วแต่ มันไม่ได้เป็นการทำบุญอะไรหรอก ถามว่าคนซื้อไปปล่อยได้บุญหรือเปล่า ก็มีนัยยะลึก ลึกคือ คนปล่อยนี้ เขาก็ว่า สัตว์มันจะได้พ้นจากความตายก็ยินดีกับสัตว์ ก็ได้กุศลมีเมตตา ได้ดี ใจดี ดีใจ แต่ถามว่าได้บุญไหม ถ้าคนนี้ปล่อยแล้วลดกิเลสได้ คือ ปล่อยไปแล้วจิตไม่ต้องมีความหวังอะไรเลย ไม่ได้หวังวิมานอะไรเลย เพราะว่าวิมานสวรรค์ 6 ชั้นก็คือนรก 6 ชั้น ผู้ใดทำทาน ปล่อยสัตว์ไม่ให้ถูกฆ่าทุกครั้งถูกจับ พระพุทธเจ้าตรัสในชีวกสูตร ผู้เข้าใจทำให้ดีอ่านพระสูตรนี้ ท่านตรัสไว้ 5 ข้อ 1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น) 2. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัส 3. ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้” 4. สัตว์นั้น เมื่อกำลังถูกเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส 5. ผู้นั้นยังตถาคตและสาวกตถาคต ให้ยินดีไปด้วยเนื้อ ย่อมประสพบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก (ตถาคตํ วา ตถาคตสาวกํ วา อุทฺทิสฺส ปาณํ อารภติ โส อิเมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหิ พหุง อปุญฺญํ ปสวตีติ) ชีวกสูตร ล.13 ข.60 ความอิสระเสรีภาพตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียวมันก็รักอิสระเสรีภาพ ไม่มีสัตว์ตัวไหนอยากจะให้คนไปจับเอามันมา ผูกคอมันมา ใน 5 ข้อนี้เห็นอิริยาบถที่อยากขึ้นใช่ไหมในแต่ละข้อ หากอ่านชีวกสูตร 5 ข้อนี้ จะรู้เลยว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับสัตว์ใดเลยตั้งแต่ข้อที่ 1 สัตว์ก็อยู่ตามวิบากข
อ่านต่อ
องเขา แล้วจะไปจับเขามาทำไม ไปผูกพยาบาทเกี่ยวข้องทำไมอย่าไปสร้างวิบาก วิบากของเราที่เกี่ยวกับสัตว์ทั้งหลายก็เยอะแล้ว แล้วจะไปเพิ่มมาอีกทำไม สัตว์ก็เป็นสัตว์ เขาก็อยู่ของเขา ต่างคนต่างอยู่ เราก็อยู่ของเรา เราเกี่ยวข้องกับพืชเท่านั้นแหละดีแล้ว ก็กินแหละไม่เป็นไร กับพืชนี้ไม่มีรักไม่มีชังไม่มีพยาบาท กับสัตว์นั้นไม่ต้องเอามากินมาใช้ไม่ต้องเลี้ยงดู เขาก็อยู่ตามวิบากของเขา นี่คือศีลข้อที่ 1 อย่าฆ่าสัตว์ อย่ามีอาวุธ มีความละอายมีความเอ็นดูมีความกรุณาหวังประโยชน์ต่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ นี่คือศีลข้อที่ 1 สัตว์มันก็อยู่ของมัน เราก็หวังประโยชน์ต่อสัตว์ทั้งหลาย แม้มันเป็นสัตว์เซลล์เดียว มันก็หวังประโยชน์จะพัฒนาตัวเอง สัตว์เซลล์เดียวตัวนี้อาจจะกลายเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งก็ได้คุณรู้หรือ เราก็ส่งเสริมให้สัตว์พัฒนาตัวเองต่อไป จะไปตัดตอนเซล์ลนี้ได้หรือ เพราะอาจจะกลายเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งในอนาคต คุณรู้หรือเปล่า เพราะฉะนั้นหวังประโยชน์ต่อสัตว์ทั้งปวงสัตว์ทุกตัวอยู่ คนนี้ไม่ต้องจำเป็นจะไปเกี่ยวกับสัตว์เลย ถ้าเข้าใจที่พระพุทธเจ้าตรัส เราอยู่กับพืชก็พอแล้ว ไม่ต้องไปเกี่ยวอะไรกับพวกสัตว์ทั้งหลาย เราอยู่กับพืช กับอุตุนิยามเท่านั้นรอด ทั้งอาหารและเครื่องใช้ก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องยุ่งกับสัตว์เลย แต่คนจะไปเอาเปรียบสัตว์ทั้งหลาย อธิบาย 5 ข้อนี้ถล่มทลายแล้ว สัตว์เมื่อถูกฆ่ามันก็ย่อมมีทุกข์โทมนัส ตั้งแต่ถูกจับมาเลยแล้วถูกฆ่าอีก บาปก็ต้องสูงขึ้นตามลำดับ ตามรายละเอียดของกรรมที่คุณกระทำ หยาบคายอำมหิตเพิ่มขึ้น ข้อสุดท้ายนี้ ยังตถาคตและสาวกให้ยินดีกับอาหารเนื้อสัตว์ ย่อมประสพบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก เนื้อสัตว์เป็นอกัปปิยะ คือเป็นของไม่ควร ใครเอาเนื้อสัตว์มาถวายพระพุทธเจ้าและสาวกนั้นเป็นบาปข้อที่ 5 บาปสูงที่สุดเลย เมื่อเขาไม่ชัดเจนในธรรมะพุทธเจ้าที่มีความ คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ผยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) พูดไปนี้ก็เหนื่อยเห็นใจตัวเองเหมือนกันนะเนี่ย 610801_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สวดมนต์ที่ผิดวินัยเป็นการทำลายศาสนา