สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน ข้อด้อย 10 ข้อ ของพ่อครู.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข24 สิงหาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน ข้อด้อย 10 ข้อ ของพ่อครู คุณเข้าใจได้เองแล้วมันเป็นตัวคุณ อาตมาไม่ได้ล่อหรอกหว่านล้อมไม่ได้เอาใจ แต่คุณทำความเข้าใจเอง พวกคุณมาเองนี่อาตมาสบายใจ อาตมาไม่ได้ถูกข้อหาเลยว่าไปหลอกล่อ และเล็มเลียบเคียง ใช้กลเม็ดกลยุทธ์อะไร มีแต่ความจริง และความจริงของอาตมาแข็งมาก ไม่ค่อยยืดหยุ่นเลย มีข้อด้อย 10 ประการ แล้วยังจะใช้ข้อด้อย 10 ประกานี้ทำอยู่ เพราะในยุคนี้เป็นอย่างนี้ ไม่อย่างนั้นอาตมาคัดไม่ได้ อาตมาใช้ข้อด้อย 10 ประการนี้เป็นตัวคัดเลือก คนที่ข้ามพ้นข้อด้อยของอาตมา 10 ข้อนี้ได้ คนนั้นจะเข้ามา แม้จะข้ามไม่พ้นทั้ง 10 ข้อ ก็ข้ามได้พ้นบางข้อได้ก็มา ได้มากข้อ ก็จะมาอย่างเต็มใจมากขึ้น ถ้าได้น้อยข้อก็ไม่เต็มใจเท่าที่จะเป็น ก็ต้องมีส่วนที่พอใจจึงจะมา แม้จะมีส่วนที่ไม่พอใจอยู่บ้าง และก็จะเต็มใจขึ้นเรื่อยๆ อาตมายังยืนยันในข้อใดนี้ยังไม่เลิก ใครจะเห็นว่าข้อด้อยของอาตมานี้ ใช้ไม่ได้ คุณก็ไม่มา อาตมาก็ไม่มีปัญหา ผู้ใดข้ามพ้นข้อด้อย 10 ข้อของอาตมา คุณจะรู้ว่าอาตมาทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่มนุษยชาติได้

“ข้อด้อย”ของอาตมาที่ต้องขออภัยอย่างยิ่งจริงๆ อาตมามี“ข้อด้อย”อยู่มากมายหลายข้อจริงๆ ลองตรวจตนเองแล้วประมวลมาดู มีมากพอสมควร .... เช่น 1.มีความจริงใจสูง กับการแสดงออก ไม่ค่อยปิดบังอะไร ..ซื่อๆ ตรงๆ ไม่ลดเลี้ยว สุดโต่งตรงเกิน 2.แสดงออกเต็มที่ ต้องการให้คนรู้ คนเห็นชัดๆ ไม่ออมมือ ไม่เหยาะๆแหยะๆ จึงแรง 3.ไม่สำรวมกิริยาให้สวย เท่ๆ งามๆ สุภาพๆอะไรทำนองนั้น 4.ปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าจริงจัง ไม่อนุโลมเท่าที่คนยุคนี้ ที่อ่อนแอ ล้มเหลวอยากให้อนุโลมเอาใจบ้าง 5.เป็นคนไม่กลัวเสียหน้า ถ้าจะแสดงอะไรออกมา จะว่ามารยาทไม่ค่อยดีก็ได้ หรือมารยาทไม่มีเลยก็ใช่ 6.เป็นคนไม่กลัวว

อ่านต่อ

่า จะไม่มีใครมาเป็นหมู่ เป็นพวก เป็นบริวาร 7.จึงไม่สร้างภาพ รังเกียจการสร้างภาพเอาด้วย เพราะเห็นการสร้างภาพเป็นการหลอกลวง 8.ไม่กลัวคนจะไม่ยกย่อง ไม่กลัวคนจะไม่นับถือ 9.ยึดความจริง ซื่อตรงต่อความจริง ต่อสัจธรรมสูง จนถูกเข้าใจผิดว่า ยึดมั่นถือมั่น ดื้อดึงดัน 10. เคร่งครัดกับคำตรัสที่ว่า นิคคัณเห นิคคหารหัง ปัคคัณเห ปัคคหารหัง เกินไป โดยเฉพาะนิคคัณเห นิคคหารหัง คือตำหนิคนที่ควรติ จนถูกเข้าใจผิดว่าคนอะไรเอาแต่ติเอาแต่ด่า และอาตมาก็ต้องขออภัยอย่างยิ่งที่อาตมาจะต้องมี“ข้อด้อย”เหล่านี้ ไม่แก้ไข และตั้งใจทำตาม“ข้อด้อย”นี้ต่อไปยังไม่เพลา จนกว่าจะถึงเวลาอันควรแก้ไขเปลี่ยนแปลง

อาตมาจะชมบางคน อาตมาเกรงใจนะ ซึ่งอาตมาไม่ทราบใจเขาว่าต้องการให้อาตมาชมออกสาธารณะหรือไม่ เดี๋ยวเขาจะหาว่าอาตมาเอาเขาเข้ามาเป็นพวก หรืออาตมาจะโหนเขา มันเสียใช่ไหม เขาก็เสียอาตมาก็เลยซวยด้วยไม่ก็ไม่ดี บางคนชมไม่ได้เต็มที่หรอก บางคนชมได้เต็มที่ ยกตัวอย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 อาตมาชมได้เต็มที่ก็ชม พลเอกประยุทธ์ในขณะนี้อาตมาชมได้เต็มที่ แต่ถ้าเปลี่ยนแปลงไปแบบทักษิณ อาตมาก็ถล่มเหมือนกันนะ จริงไม่ได้พูดเล่น แต่ถ้าอย่างนี้แล้วก็ดีขึ้นๆตามภูมิอาตมาก็ชมส่งไปเลย ตอนนี้ก็ชมมากแล้ว ทำให้ดียิ่งๆขึ้นไปเถอะ ถ้ามีความเห็นตรงกัน มันก็สอดคล้องกันไปได้เรื่อยๆไปด้วยกันมาด้วยกันเลือดราชธานี อาตมาจึงหนักไปทางติ ไม่ค่อนไปทางชม ก็ขอพูดให้ชัด คนที่ชื่อประยุทธ์สองคนในเมืองไทยขณะนี้ มีประยุทธ์ทางธรรม และประยุทธ์ทางโลก ประยุทธ์ทางโลกนี้อาตมาชมได้เต็มที่ แต่ประยุทธ์ทางธรรมนี้ยังชมไม่ได้เต็มที่ เพราะมันลึกซึ้งกว่าทางโลก ทางโลกมันหยาบกว่า คนเห็นได้ง่ายกว่า อาตมาก็ไม่ต้องเสี่ยง แต่ทีนี้คนไม่รู้ทางธรรมะ คนยังเข้าใจไม่ได้ว่าทำไมต้องไปชมท่านประยุทธ์ คนนับถือท่านประยุทธ์มากกว่าอาตมาในประเทศไทยนะ พูดความจริงนะ แต่อาตมามั่นใจว่าอาตมาไม่ได้ผิด แต่ว่าอาตมาแพ้ได้ คุณจะยกย่องท่านประยุทธ์มากกว่า อาตมามีคนมายกย่องน้อยกว่าก็ไม่มีปัญหา ก็รู้ว่าได้แค่นี้กุศลหัวของอาตมามากแล้วที่ได้ขนาดนี้ จริงนะ อาตมาพูดความจริง ในการประมาณการตัดสินอะไรต่างๆ อาตมามีดุลพินิจ มีตัวตัดสินมีการใช้การพิจารณา ตามภูมิของอาตมา ซึ่งอาตมามั่นใจว่า ได้ใช้สัปปุริสธรรม 7 ใช้มหาปเทส 4 อย่างเต็มที่ ในการที่จะตัดสินว่าควรจะพูดหรือไม่ควรพูด ยกตัวอย่างท่านประยุทธ์ ที่เป็นพลเอกประยุทธ์ อาตมาชมได้หนักกว่าท่านประยุทธ์ ท่านสมเด็จพุทธโฆษาจารย์ เพราะว่าคนจะเข้าใจธรรมะที่ลึกได้ยากกว่า คนเข้าใจทางโลกียะ หรือทางวัตถุ ส่วนนั้น มันอย่างนั้นจริงๆ อาตมาก็ใช้ดุลพินิจของอาตมา อาตมาจะมีความฉลาดเท่าไหร่ก็ใช้ ฉลาดอย่างซื่อสัตย์ฉลาดอย่างไม่มีอัตตาตัวตน ที่ควรจะจะทำควรจะเป็น อาตมาจะไม่เก็บเอาไว้หรอก เพราะว่าใช้แล้วเป็นประโยชน์ไม่เป็นโทษภัย

อาตมาพูดถึงความซับซ้อน ที่อาตมาเอาความด้อยเอามาใช้ ซึ่งอาตมาก็ต้องใช้ หลายคนฟังชัดเจนมีภูมิปัญญาพอ ก็คงไม่มีปัญหา ส่วนคนที่ยังมีปัญหาอยู่ว่า อาตมาไปทำข้อด้อยทำไม ทำไมไม่ทำให้หมดข้อด้อยไป ไม่มีปัญหา คุณเองคุณสะอาดบริสุทธิ์ไม่มีข้อด้อยเลยคุณก็ทำเถอะ อาตมาก็อนุโมทนาสาธุนะคนที่ไม่มีข้อด้อยเลย ดีจริงๆ นะ ดีตามสัจธรรมไม่มีข้อด้อยเลย อาตมาก็อนุโมทนา อาตมาก็เห็นอยู่ เพราะฉะนั้นอาตมายอมรับสำหรับสิ่งที่อาตมาดูข้อมูลองค์ประกอบต่างๆ ว่ามันสมเหมาะสมควร ตามสัปปุริสธรรม 7 ประการที่อาตมาใช้ 1.ธัมมัญญูตา (รู้จักทุกองค์ประกอบ) 2.อัตถัญญูตา (รู้จักเนื้อหาเป้าหมาย) คือเนื้อแท้ 3.อัตตัญญูตา (รู้จักตนเอง) 4.มัตตัญญูตา (รู้จักประมาณจัดสรรสัดส่วน) 5.กาลัญญูตา (รู้จักกาลสมัย) 6.ปริสัญญูตา (รู้จักหมู่กลุ่มบริษัทอื่น) 7.ปุคคลปโรปรัญญูตา (รู้จักบุคคลอื่น) (พตปฎ. เล่ม 23 ข้อ 65)

คือมีเนื้อแท้เป็นอย่างนี้ มีองค์รวมองค์ประกอบเป็นอย่างนี้เนื้อแท้ท่านเรียกว่าอัตถะ องค์ประกอบรวมทั้งหมดท่านเรียกว่าธัมมะ อัตถัญญูตา กับ ธัมมัญญูตา ธัมมัญญูตาคือองค์รวม อัตถัญญูตาคือแก่น เป้าของมัน เนื้อสุดยอดปลายทางของมัน สองอย่าง อย่างกว้างและอย่างลึก อัตถะก็อย่างลึก ธัมมะก็อย่างกว้าง ก็ใช้เป็นหลักใหญ่จะเรียกว่า Static หรือ Dynamic ก็ได้ หลักใหญ่สองอันซึ่งเป็นตัวที่จะช่วยพิจารณา ขยายความหลักใหญ่ก็ขยายได้หมดรูปกับนาม ตั้งแต่อุตุนิยาม พีชะนิยาม ชีวะนิยาม จิตนิยาม กรรมนิยาม ธรรมนิยาม ซับซ้อน ธรรมะก็วนมาหาอีกทั้ง 5 กรรมนิยามเป็นตัวปัจจุบัน กรรมะอยู่กับกาละ ถ้าไม่มีกาละไม่มีเวลา กรรมะเกิดอยู่ของคุณคนเดียว มโนกรรม ยังไม่ถือว่าเป็นสัจจะ สัจจะต้องออกมาข้างนอกให้คนอื่นเขายืนยันพิสูจน์ตั้งแต่ 2 คนรับรอง ยิ่งล้านคนหลายล้านคนรับรองมันก็ยิ่งถือว่าเป็นสัจจะที่จริงเท่านั้นๆ อย่างนี้เป็นต้น อาตมาต้องใช้สิ่งเหล่านี้ นอกจากอัตถัญญูตา ธัมมัญญูตาแล้วก็มีอัตตัญญุตา ตัวเราก็เท่านี้ ต้องประมาณเราจะทำเกินนี้มันไม่ได้ผลหรอก แต่ทำขนาดนี้ได้ผล ซึ่งก็ยากอธิบายยากอยู่ตัวเราก็เท่านี้ ถ่อมตนไว้ อย่าไปอวดใหญ่อวดโต เรามีภูมิ 100 ใช้ 80 นี้ก็มากแล้ว 70 ได้ก็เอา ยอม หรือใช้ 60 ก็เอาแค่ 60 ถ้ามันน้อยเกินไปก็ไม่เกิดผลดี ก็ต้องใช้เท่าที่ควรจะทำ อย่างนี้เป็นต้น 610803_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ความสมานฉันท์ 7 แบบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน