สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ความสมานฉันท์ 7 แบบ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ความสมานฉันท์ 7 แบบ อาตมาตอนนี้ก็ขอเข้าสู่เรื่องของสมานฉันท์ ที่ขยายความจากเมื่อวานนี้ สมานฉันท์นี้ คือการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนคนไม่ยินดี แต่ต้องถูกจับตัวให้สมานฉันท์ เขาพยายามให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่คิดเห็นไม่สอดคล้องกันกับคนอื่น มันก็ยาก แต่มันก็ต้องพยายาม ไม่อย่างนั้นต้องขจัดออกไปเลย มันสมานไม่ได้ก็ต้องออกไป อย่างเช่น เราให้เขาออกไปเพราะว่าเขาทำผิด แต่จะให้เขากลับมาเพื่อตัดสินความผิด มาจับเข้าคุกอีก ก็เรื่องยุ่งอีก ดูแล้วมันน่างงจริงๆ แล้วจะให้เขาไปหรือจะเอาเขามากันแน่ อย่างนี้มันยึกยักอยู่ แค่นี้ก็ปวดหมองแล้ว ก็ค่อยๆเป็นไป ขณะนี้ในเรื่องปรองดองในเมืองไทย เรื่องสมานฉันท์ในเมืองไทย ดีที่สุดในโลกแล้ว ที่ร้องเรียกขณะนี้คือพวกเหลือเศษฤทธิ์ ออกเสียงเป็นปากหอยปากปูทั้งนั้นแหละ พวกนี้ไม่มีวันจะสมานฉันท์ได้เป็นอันเด็ดขาด อย่างที่เห็นกันตอนนี้ออกมาเรียกร้อง ยกตัวอย่างพวกเสื้อแดง เศษเหลือพวกนี้ พวกที่อยู่ข้างในประเทศก็ออกมารวนตลอดเวลาไม่เคยหยุดเลยในประเทศไทยขณะนี้ ก็คือพวกทักษิณ มันมี 2 พวกใหญ่เลยในประเทศไทย นักการเมืองพยายามตั้งหลัก แต่ก็ช้าไปหน่อย ขอบอกเลย นักการเมืองทุกคน อย่าแอ๊คเลย พยายามตั้งพรรค ตั้งคณะขึ้นมา ให้เหนือชั้นกว่า พลเอกประยุทธ์ผู้บริหารอยู่ อย่างทักษิณเขาก็ไม่เอา อย่างพลเอกประยุทธ์เขาก็ไม่เอา บอกว่าไม่ยอมสยบ ก็ช้าไปต๋อย เพราะว่าการที่จะสั่งสมบารมีได้ถึงขนาดนี้ สิ่งแวดล้อมเหมาะสมกับ กาละเป็นอจินไตย อาตมามีอจินไตยหลายอย่างที่อาตมารู้ ก็ความคิดของใครก็ฉลาดของใคร ใครไม่เท่าทันก็จะเป็นเหยื่อแร้งกาให้พวกเราเห็น เพราะฉะนั้นพวกที่ต้องการจะขึ้นมาเป็นใหญ่ในการเมือง อาตมาก็ขอปรามว่าไ
อ่านต่อ
ม่ง่าย ทั้งๆที่ขณะนี้ จริงๆแล้ว โพลทุกโพล ก็ออกมาหมดแล้ว เห็นสอดคล้องกันหมดแล้ว ประเทศไทยตอนนี้พลเอกประยุทธ์ได้คะแนนนำ พวกคนไม่มีปัญญา ทั้งหลายแหล่ ยังไม่หยุดรวน เพราะว่าเขาไม่มีความยินดีที่จะมาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเด็ดขาด ไม่มีความยินดีที่มาสมานฉันท์ปรองดอง ซึ่งความจริงก็เพราะว่า คนฝ่ายหนึ่งนั้นโง่ อีกฝ่ายหนึ่งฉลาดจริงๆ พวกฉลาดจริงๆ มีเป็นส่วนใหญ่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน พวกที่โง่นั้นก็โง่จริงๆ พวกฉลาดก็อยู่ร่วมกันเป็นหมู่ใหญ่ พวกที่โง่จริงๆนี้มันจะโง่ไปอีกนานกว่านาน อีกนานเท่านาน อย่าหวังเลยว่าคนที่มีความต้องการจะมาเป็นใหญ่จะมาแย่งอำนาจในตอนนี้ พวกที่หลงไหลว่ากูต้องได้ ทั้งๆที่เขาหมดสิทธิ์แล้ว เห็นทางจะแย่งได้ปานใด เขาก็ไม่หยุดรวนไม่หยุดเห่า เขาไม่รู้ตัวว่าเขาเป็นคนโง่สนิทบอดถาวร คนที่ไม่รู้จักสมานฉันท์จะเป็นอย่างนี้
ความสมานฉันท์ 7 แบบ แบบที่ 1 สมานฉันท์โดยใช้อำนาจบาตรใหญ่ของผู้ที่มีอำนาจ เป็นเผด็จการฟาสซิสต์เต็มที่มีมาแต่โบราณ คนที่ทำได้ก็มาอยู่รวมกันไป อยู่ไหนรักประเทศนั้นเขาไม่มีที่ไป หากไปได้เขาก็จะไป แบบที่ 2 สมานฉันท์แบบที่บังคับด้วยกฎหมายหรือข้อวินัยบังคับกัน ให้อยู่ร่วมกันไป อันนี้ก็ใช้กันทั่วโลก แบบที่ใช้กฎหมายใช้หลักเกณฑ์ของสังคม มันเป็นสากลด้วย ก็จะใช้ได้ดีพอสมควร ก็อยู่ด้วยกัน กดข่มด้วยหลักเกณฑ์ แม้จะมีซ้อน ตัดสินพิจารณาความด้วยตุลาการ แบบที่ 3 สมานฉันท์ด้วยใจนิยมชมชอบ มีค่านิยมเดียวกัน มีรสนิยมเดียวกัน จึงอยู่ร่วมกันอย่างสุขสำราญเบิกบานใจ เช่นพวกที่อยู่ในอบายมุขเขากอดคอกันสนิทสนมเลย ชื่นชมมีรสนิยมเดียวกันค่านิยมเดียวกัน ก็ว่ากันไป อยู่ในโลกของอบายมุขเลย เขาก็หลงใหลของเขา แบบที่ 4 สมานฉันท์ด้วยอิสระเสรีที่ตนเองสมัครใจ อย่างนี้เริ่มจะเป็นประชาธิปไตย มีอิสระเสรีเป็นเครื่องชี้บ่ง แต่ยังไม่เป็นโลกุตระ ยังเป็นส่วนตัวโลกีย์อยู่ มันก็ตัดสินแบบโลกมีสวรรค์มีนรก มีพวกกูไม่มีพวกกูอยู่อย่างนั้น แบบที่ 5 สมานฉันท์ที่เริ่มต้นนับว่าเป็นประชาธิปไตย อันเมื่อกี้นี้เริ่มเข้าสู่ประชาธิปไตย อันนี้เริ่มนับเป็นประชาธิปไตยที่แบบที่ใช้ทั้งกฎหมายและอำนาจโลกธรรม ลาภยศสรรเสริญโลกียสุข หรืออำนาจของกลยุทธ์ในการหาหมู่พวก ยิ่งใหญ่นะ สร้างกลเม็ดเด็ดพราย ค่ายกล หนังจีนนี้ใช้กันเต็มเลย วิธีหาพวก จึงเป็นประชาธิปไตยแบบสมบัติผลัดกันชม มันจะมีอยู่มากเลยข้อที่ 5 นี้ เป็นสมบัติผลัดกันชม สลับกันครองอำนาจอย่างที่มีกันเป็นสามัญแม้ในโลกทุกวันนี้ แบบที่ 6 สมานฉันท์กันจนกว่าจะมีปัญญา ปัญญาคือความฉลาด ฉลาดแบบโลกุตระที่ไม่ใช่มีความฉลาดแบบโลกียะ เพราะว่าโลกียะตกอยู่ใต้อำนาจกิเลส เป็นความฉลาดแบบเฉโกหรือเฉกตาอยู่เท่านั้น จะต้องหลุดพ้น จากความฉลาดที่สามารถลดกิเลสได้ก่อน มันซ้อนสลับไปสลับมา เป็นความหมุนรอบเชิงซ้อน ฉลาดที่ลดกิเลสได้จึงเป็นความฉลาดโลกุตระเหนือชั้นกว่าความฉลาดแบบโลกียะ เพราะเป็นอาริยบุคคลตามพุทธศาสตร์ จึงจะเรียกว่ามีปัญญา แบบที่ลดกิเลสได้ และตัวตนก็หมดไปด้วย อย่างนี้จึงเรียกว่าปัญญา ฉะนั้นจะมีการสมานฉันท์ที่ดีได้ ต้องมีปัญญากันจริงๆ ความมีปัญญานี้จิตวิญญาณต้องเข้าข่ายโลกุตระ ซึ่งจะนำพาคนไปสู่ความเป็นอิสระ อย่างแท้จริง และสามารถกำจัดอัตตา อิสระกับอัตตา นิยามคำสองคำนี้ดีๆ ผู้ที่สู่ความอิสระเสรีภาพและกำจัดอัตตาของตัวเองได้เป็นลำดับ จึงเป็นผู้ไม่เห็นแก่ตนจริงแท้ ถึงจะเป็นประชาธิปไตยบริบูรณ์ขึ้นตามลำดับอย่างแท้จริง ตรงสัจธรรม ถึงจะเป็นการสมานฉันท์ เพราะลดกิเลสได้จริง สมานฉันท์ด้วยเศรษฐกิจสาธารณโภคี การเมืองสาธารณโภคี สังคมสาธารณโภคี เพราะจิตใจจิตวิญญาณมีความอิสระเสรีภาพหมดอัตตาตัวตนแท้ ไม่ใช่อิสระแบบ Hippy หมดอัตตาตัวตนแท้ที่เป็นความฉลาดขั้นปัญญาที่ไม่ใช่แค่เฉโก วนเวียนสุขทุกข์อยู่แบบปุถุชน จึงจะเป็นสังคมประเทศที่ศิวิไลซ์แท้จริง ต้องสร้างปัญญา อันเป็นความรู้ของศาสตร์ที่เป็นโลกุตระ สังคมต่างประเทศหรือในหมู่คนไทยก็ตาม ถ้ายังไม่สามารถเข้าใจว่าความฉลาดปัญญาคืออย่างไร แล้วให้คนสร้างปัญญาในสังคมประเทศนั้น ถ้าทำไม่สำเร็จอันนี้ ไม่มีทาง ประเทศนั้นสังคมนั้น ไม่มีทางที่จะเกิดความสมานฉันท์ที่หมดความเดือดร้อน หรือไม่มีความเดือดร้อนได้ยาวนาน จนนานอย่างนิรันดร นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) สภาวะนิรันดรของพุทธคือ หมดตัวตนอย่างนิรันดร แต่ไม่นิรันดรอย่างมีตัวตน ไม่มีนิรันดร และมีนิรันดร มีนิรันดรเพราะว่าไม่มีตัวตนอย่างนิรันดร แต่ไม่มีตัวตนอย่างนิรันดรด้วย อิสระเสรีภาพเต็มที่ แต่ก็ย้อนไปอีก แล้วรู้จักยอมรู้จักถ่อมตน รู้จักเป็นผู้แพ้ รู้จักเป็นผู้ให้ รู้จักเป็นผู้เสีย ไม่จำเป็นต้องชนะ เป็นผู้แพ้ได้ นี่สุดยอดเลย อาตมาก็ไม่รู้จะใช้พยัญชนะอะไรมาอธิบายอีกแล้ว การสมานฉันท์จะต้องมีปัญญา หากเฉโก จะไม่สามารถสมานฉันท์กันได้อย่างเจริญแท้จริง ยั่งยืนถาวร นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) จะยังสลับ วนเวียนอยู่กับการแย่งสมบัติผลัดกันชม จะยังวนอยู่ตรงนั้น จะนานช้าก็แล้วแต่ อาจสลัดเร็ว สลับเร็วก็ตาม ผู้ที่แย่งอำนาจได้ ก็ได้ไปครอบครองสมบัติผลัดกันชม จะไม่มีการครอบครองนิรันดรเป็นอันเด็ดขาด คุณก็จะเสียและคุณก็จะแย่งอยู่อย่างนั้น อย่างที่เป็นอยู่ในสังคมมนุษย์ปุถุชนที่หลงกันว่าเป็นประชาธิปไตยอยู่ในโลกทุกวันนี้ เขาไม่รู้ความจริงอันนี้ คุณจะแย่งอำนาจความเป็นใหญ่อัตตาตัวตน ก็เชิญ ของเรามีสิ่งพอเพียงแค่นี้ก็พอแล้ว สบม.ทมด ปกต. หห จจ มชยลร
แบบที่ 7 ความสมานฉันท์ที่สูงสุด อยู่ที่การสร้างคน ให้การศึกษา มีวิชาการที่สามารถพากันฝึกฝนจนเกิดปัญญาแท้จริงเป็นโลกุตระ พ้นจากเฉโกที่เป็นโลกียะ เดินทางเข้าสู่ความเป็นคนมีอิสระจริงเต็มสมบูรณ์ และเป็นคนหมดสิ้น อัตตาตัวตน แน่ๆแท้ๆ เนื่องจากมีความรู้ทางจิตวิญญาณ จิตวิญญาณนี่แหละคือตัวตน มีความรู้ทางจิตวิญญาณเป็นอาริยบุคคลทุกระดับ และเป็นอรหันต์ ทุกระดับเริ่มต้นตั้งแต่โสดาปัตติมรรค จนเป็นอรหันต์ จึงมีประชาธิปไตยในประเทศอย่างสมบูรณ์แบบ การจะสามารถสมานฉันท์ไปได้ก็ต้องศึกษา ให้เข้าถึงความเปลี่ยนแปลงทางจิตวิญญาณ เปลี่ยนแปลงได้สำเร็จแท้ๆ นั่นคือการสมานฉันท์ที่สูงสุดด้วยภูมิปัญญาของอาริยบุคคล ก็จะทำให้เป็น ประชาธิปไตยที่สุดยอดได้ หากการสมานฉันท์นี้ ถึงขั้นสาธารณโภคี นี่คือสุดยอดเลย อย่างชาวอโศกมีการสมานฉันท์อย่างสาธารณโภคี มีจิตวิญญาณเป็นตัวตั้ง วัตถุเป็นเรื่องย่อย พวกเรานี้ เพราะฉะนั้นก็จะถึงสุดยอด สาธารณโภคีจึงจะจริง ซึ่งจริงแล้ว สาธารณโภคีเป็นสุดยอดของคอมมิวนิสต์ สุดยอดของประชาธิปไตย สุดยอดของเผด็จการ ที่อันติมะ ที่สัมบูรณ์ อันติมะคือ ultimate สัมบูรณ์คือ Absolute สุดๆเลยสาธารณโภคี คนที่ฟังอาตมาอาจหมั่นไส้ที่ว่ามันหลงสาธารณโภคีเอาสาธารณโภคีมายกย่อง
ก็ขอขยายความสาธารณโภคี สาธารณโภคีนั้นหมายความว่ามีแก่นแกนที่เป็นคนทำงานฟรีพึ่งพาส่วนกลาง เป็นสาธารณโภคีที่ไม่ต้องแย่งเป็นของตน กินใช้ร่วมกัน เราก็เสพน้อยกินน้อยพึ่งน้อย กินใช้แค่นี้แต่สร้างได้มาก สร้างสิ่งที่เป็นสาระ เป็นเหตุปัจจัยที่มนุษย์ต้องอาศัยอย่างดีไม่มีพิษภัย ไม่มีโทษ สร้างสิ่งที่มีประโยชน์ให้แก่สังคมไปเรื่อยๆ คนส่วนใหญ่ของกลุ่มใดที่เป็นแบบนี้ที่เป็นสาธารณโภคี จึงสร้างสรรค์เป็นประโยชน์คุณค่ามากกว่าที่ตัวเองกินและใช้ ในแต่ละคน มีประโยชน์สูงประหยัดสุด มีปัญญาหรือ หรม.ครน.ได้สมบูรณ์สุด ประโยชน์สูงประหยัดสุดอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นจึงเป็นสังคมที่รวบรวมความประเสริฐสุดของมนุษย์และสังคม ไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจง่าย อาตมาเองไม่รีบเร่ง ที่จะบังคับคนให้มาเข้าใจ เพราะมันบังคับกันไม่ได้ คุณจะต้องค่อยๆ มีภูมิปัญญา มีปฏิภาณ มีความรู้ ค่อยๆ เข้าใจเอง 610803_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ความสมานฉันท์ 7 แบบ