สื่อธรรมะพ่อครู(พระวินัย) ตอน เรื่องสวดพระธรรมด้วยทำนอง.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(พระวินัย) ตอน เรื่องสวดพระธรรมด้วยทำนอง _3867 พ่อครูสอนนำสวดมนต์วัตรเช้าเย็นทุกงานบุญอโศก!ให้ญตธ.สวดบูชาพระรัตนตรัย ฯไตรสรณคมน์ฯพุทธา-ธัม มา-สังฆานุสสติฯพุทธชัยมงคลฯชัยปริตฯจบที่ภวตุสัพฯเรียกว่าสวดแบบใดถูกตรงธ.ตถาคต? พ่อครูว่า...สวดแบบอโศกออกเสียงตามพยัญชนะ สระที่เป็นรัสสระ และทีฆสระ ไม่มีอายามะลากเสียงยาว หรือไม่ใส่ทำนอง เป็นคีตะ นี่คือ การสวดที่ถูกต้องถูกต้องที่สุด ตอบได้อย่างเดียว สวดอย่างชาวอโศกถูกต้อง นอกนั้นที่ได้ยินมา ผิดธรรมวินัยพระพุทธเจ้าอยู่ ขออภัยที่ต้องพูดสัจธรรมความจริงที่ถูกต้อง เพื่อให้แก้ไขปรับปรุงกัน แต่แก้ไขได้ยากเพราะว่าติดเข้าเส้นเลือดเข้าจิตวิญญาณแล้ว ถ้าจะให้สวดนะโมตัสสะภะคะวะโต เห็นที่เขาจะ ดิ้นพราดๆเลย ขาดใจทันที เขาต้อง นามัวตัสสะภะวะโตตตต... ลากเสียงยาวหรือใส่ทำนอง พระทางมหายานต้องมีฉิ่งฉาบด้วย มันยานโตงเตงไปแล้ว อาตมาขยายความอยู่ลึกซึ้ง พระพุทธเจ้าตรัสในพระไตรปิฎก เล่ม 7 ชัดเจนเลย แล้วมันก็ยากมาก พระไตรปิฎก เล่มที่ 7 พระวินัยปิฎก เล่มที่ 7 จุลวรรค ภาค 2 เรื่องสวดพระธรรมด้วยทำนอง [20] สมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์สวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้ายเพลงขับ ชาวบ้านเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรเหล่านี้ สวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้ายเพลงขับ เหมือนพวกเราขับ ภิกษุทั้งหลายได้ยินพวกนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ...ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระฉัพพัคคีย์จึงได้สวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้ายเพลงขับ แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ... ทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายข่าวว่า ... จริงหรือ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติ
อ่านต่อ
เตียน ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุสวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้ายเพลงขับ มีโทษ 5 ประการนี้ คือ:- 1. ตนยินดีในเสียงนั้น 2. คนอื่นก็ยินดีในเสียงนั้น 3. ชาวบ้านติเตียน 4. สมาธิของผู้พอใจการทำเสียงย่อมเสียไป 5. ภิกษุชั้นหลังจะถือเป็นเยี่ยงอย่าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษ 5 ประการนี้แล ของภิกษุผู้สวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้ายเพลงขับ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้ายเพลงขับรูปใดสวด ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
สมาธิของผู้พอใจการทำเสียงย่อมเสียไป สิ่งที่ไม่เสียไปคือเสียงที่ตรงกับ รัสสระ และทีฆสระ ส่วนผู้ที่สวดให้ผิดเพี้ยนไป รัสสระ และทีฆสระ คือทำสมาธิให้เสียไป ความนิ่งไม่ได้หมายถึงอยู่เฉยๆ สมาธิหมายถึงความพอดี คืออธิจิต แล้วอธิจิตของคนมีปัญญา ต้องมีข้อกำหนด ข้อกำหนดนั้นเรียกโดยตัวต้นว่า ศีล เสียงที่กำหนดด้วยศีล ด้วยวินัย ต้องทำให้ถูกต้อง ตามวินัย เรียกอธิศีล จิตมีปัญญาก็มีเจโต ปัญญาเข้ามาร่วมรู้จักศีล ปัญญารู้จักจิต หรือถึงขั้นสมาธิ สมาธิมี 2 นัยยะ นัยหนึ่งคือความพอดี อีกนัยหนึ่ง คือความตั้งมั่น ความพอดีคืออาการของความเคลื่อน Dynamic ความตั้งมั่นคืออาการของ Static ของตัว บวกกับลบ บวกคือ Static ลบ คือ Dynamic เป็นสองสภาพที่เป็นนิวเคลียสของทุกอย่าง อณู ปรมาณู มี 2 อย่างในนิวเคลียสมีอยู่อย่างสมดุล ถ้ามันสมดุลก็เป็นสมาธิ และมันไม่เปลี่ยนไปจากสมดุลนั้นก็คือสมาธิ ถ้าหากเคลื่อนไปจากสมดุลนี้ก็ทุกอย่างเคลื่อนไป ไม่เป็นสมาธิ ภิกษุชั้นหลังจะถือเป็นเยี่ยงอย่าง ข้อนี้เลวที่สุดเลยเพราะว่าทำผิดๆมาคนข้างหลังก็เอาอย่าง จนกลายเป็นเอาอย่างถาวร ทุกวันนี้สวดมนต์ผิดธรรมวินัย เป็นอาบัติ สวดมนต์อย่างได้นรก เพราะสวดมนต์ผิดสัจจธรรมของพระพุทธเจ้า มันก็เป็นการทำลายศาสนา ก็เป็นการทำลายศาสนาอยู่ทุกคำสวด บาปเป็นของคนทำนรกทุกคำสวด คนที่ได้ฟังรู้สึกตัวก็แก้ไขเสีย ถ้าไม่แก้ไขก็นรกใครนรกมัน กรรมเป็นอันทำ มันห้ามไม่ได้ ไม่ต้องให้พระเจ้าไปตัดสินว่าคุณจะต้องลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ ไม่ต้องให้พระเจ้าเป็นผู้ตัดสิน มันเป็นไปโดยธรรม โดยสัจธรรมของมันเอง ทุกวันนี้จึงเสื่อมหมด พระภิกษุชั้นหลัง จะถือเป็นเยี่ยงอย่าง และถือเป็นเยี่ยงอย่าง อย่างที่ไม่เคลื่อนเลย อาตมาพูดเท่าไหร่เขาก็ไม่เปลี่ยน จะพูดอย่างไรก็ให้พูดไป อาตมาก็ยอม อาตมาตำหนิไม่ยาวนะ ยอมปากยาว แต่ไม่ยอมจมูกยาวคือโกหกแบบพินอคคิโอ พูดแค่เรื่องการสวดมนต์ แค่นี้ก็แก้ไขกันยาก มันยากมากเลยจะไปแก้ไขเนื้อหาสาระอีกมาก แตะเข้าคำไหนสภาวะไหน มันผิดไปหมด อาตมานี่เหมือนคนเพ่งโทษ เหมือนคนมองอะไรในแง่ร้ายไปหมด มองอะไรผิดไปหมด มันเวรจริงๆมันไม่น่ามาเข้าเวรในยุคนี้จริงๆ เพราะเข้าเวรในยุคนี้มันไม่หมดเวลาจะจบสักที ไปเข้าเวรคนไข้ก็มีแต่คนเจ็บมา เตียงนี้ก็ชำระนานตรวจสอบนาน ผู้ป่วยคนนี้ก็อีกนาน ทั้งหนักทั้งนาน วันก็ไม่พอ งานก็ไม่ไหวมันเหนื่อย ทั้งหนักทั้งนานทั้งเหนื่อย มันเป็นงานที่ยากมากเลยทุกวันนี้ แต่ไม่มีงานอะไรที่ดีกว่านี้อีก อาตมาเป็นคนเป็นลูกพระพุทธเจ้า พยายามที่จะหาสัมมาชีพ หางานที่จะเอามาทำ เลือกงานนะอาตมา งานที่อาตมาเลือกทำนี้เป็นงานที่ดีที่สุดมหัศจรรย์ที่สุดประเสริฐที่สุดยากที่สุด แต่ดีที่สุดประเสริฐที่สุดวิเศษที่สุด งานที่อาตมาเลือก ที่ดีที่สุดก็เพราะถูกต้องตามหลักธรรมพระพุทธเจ้า การทำงานเลี้ยงชีพ อาตมานั้นพ้นมิจฉาชีพ 5 แล้ว แต่เดี๋ยวนี้เขาไม่ได้พูดถึงกันมีอยู่เต็มศาสนาไปหมดแล้วที่ผิด เอาข้อที่แย่ที่สุดก่อน ข้อที่แย่ที่สุด ยอดที่สุด คือ ลาเภนลาภังนิชิคิงสนตา คนทำงานอาชีพที่แย่ที่สุดคือ ทำอยู่แล้วเอาสิ่งแลกเปลี่ยน ชาวอโศกอาตมาพามาเป็นคนพ้นมิจฉาชีพข้อนี้…... ไชโย! คือทำงานไม่เอาลาภแลกลาภไม่เอายศแลกยศ ทำงานเหนื่อยก็เหนื่อยไม่มีสุขไม่มีทุกข์ เหนื่อยมากก็พัก ควรเพียรก็เพียรอย่างแท้จริงเลย ชีวิตคืออะไร ชีวิตคือการงาน อาชีพที่ยอดที่สุดแย่ที่สุดยากที่สุดคือ ทำงานไม่เอาลาภแลกลาภทำงานฟรี ผู้ใดทำได้ พ้นมิจฉาชีพข้อนี้ จึงเป็นคนยอด และไม่ยาก ทำได้แล้วเป็นปกติสามัญไม่เอาสิ่งแลกเปลี่ยนเลย สบม ทมด ปกก หห จจ เป็นเรื่องมหัศจรรย์นะ พากันมาทำงานไม่เอารายได้เลย วันๆอยู่ไปอย่างเบิกบานสำราญใจดีไม่ต้องมีรายได้ มีอยู่มีกินอุดมสมบูรณ์ ดูสินี่ สิ่งที่เอามาตกแต่งประดับฉากให้สวยงาม ถ้าเป็นทางอื่นจะเอาเพชรพลอยเงินทองเอาของสวยงามที่มีสีสัน ของเราก็มีสีสัน เอามาตกแต่ง ไม่มีการจัดคอมโพซิชั่น ของเราไม่ต้องใครๆก็จัดได้ นี่เรียกศิลปะเปรอะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษ 5 ประการนี้แล ของภิกษุผู้สวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้ายเพลงขับ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้ายเพลงขับรูปใดสวด ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ ทุกวันนี้ไม่รู้จะทำอย่างไรแก้ไม่ได้เลย มีพระที่ไม่อาบัติมีบ้างคือพระป่า อาตมาบวชกับเขาเถรสมาคม ก็อยู่ไม่ได้เพราะว่าอยู่กับพระเน่า เป็นสัจจะอย่างนั้น ขออภัยที่ต้องพูด พูดไปมันก็ไปโดนความจริงที่เป็นอยู่เขาเป็นอยู่ เราพ้นออกมาแล้วจากกองขยะเน่านั้น ตอนแรกอาตมาขอแยก ต่อมาไม่ยอมให้แยก สู้กันในศาลด้วยธรรมะธรรมชาติ ทุกวันนี้อาตมาก็หลุดพ้นออกมาโดยธรรม ด้วยสัจจะหลุดพ้นออกมาก็สบายแล้ว อาตมามีสิ่งที่ นิคคัณเห นิคหารหัง ปัคคัณเห ปัคคหารหัง ก็หาคนที่จะชมในมหาเถรสมาคมนั้นมีน้อย คนที่จะชมก็ชมชาวอโศกทำได้ถูกกว่าเถรสมาคมด้วย อาบัติข้อถูกกฎนี้เขาก็แก้ไม่ได้ เรื่องการสวดสรภัญญะ [21] สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายรังเกียจในการสวดสรภัญญะ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สวดเป็นทำนองสรภัญญะได้ [21] เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู สรภฺเ กุกฺกุจฺจายนฺติ ฯ อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถ อาโรเจสุ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว สรภฺนฺติ ฯ แสดงว่า ภิกษุที่รังเกียจสรภัญญะ ต้องเข้าใจว่าสรภัญญะที่เขารังเกียจอย่างไร แล้วสรภัญญะที่ไม่น่ารังเกียจที่ถูกต้องคืออย่างไร ทุกวันนี้มหาเถรสมาคมเขาบอกว่าเขาสวดสรภัญญะ แล้วเขาก็ไปแปลในพจนานุกรมบาลีว่าสวดสรภัญญะคือสวดอย่างมีทำนอง มันก็จะไปย้อนแย้งกับข้อที่ 20 มันมีได้อย่างไร เพราะข้อที่ 20 ก็เป็นทุกฏแล้ว คนไม่บ้าก็เมาไม่เมาก็โง่ หรือทั้ง 3 อย่างเลย ทั้งบ้าทั้งเมาทั้งโง่ จะแก้ไขได้อย่างไร ภิกษุที่ท่านรู้ว่ารังเกียจสวดสรภัญญะ ก็ต้องหมายถึงสรภัญญะที่ผิด ผิดอย่างไรก็ผิดอย่างข้อ 20 ลากเสียงอันยาวหรือว่าใส่ทำนอง ท่านไม่ให้ทำ ถ้าใครทำก็เป็นอาบัติอยู่ตลอดเวลา ทุกฏ คือ ทำ ข้อบัญญัติภาษิตของพระพุทธเจ้าให้เป็นทุภาษิต ให้มันเสื่อมเสียผิดไปให้มันทุกฏ เมื่อทำผิดก็ได้บาปและนรกมันเป็นสัจจะสภาวะ อาตมาก็ต้องอธิบายวนมาวนไปอย่างนี้ ข้อที่ 20 นี้พระพุทธเจ้าทรงห้ามไว้ ข้อ 21 นี้พระพุทธเจ้าทรงอนุญาต แล้วพระพุทธเจ้าก็ตอบว่า เราอนุญาตให้สวดเป็นทำนองสรภัญญะ เขาใส่คำว่าทำนองอยู่หน้าสรภัญญะ แต่ในบาลีไม่มีคำว่าทำนองอยู่ก่อนหน้าสรภัญญะ ไม่มีคำว่าอายามะ ที่แปลว่าลากยาว หรือคีตะเลย มีแต่ว่า อนุญาติสรภัญญะ ก็ต้องตีความ สรภัญญะคืออะไร สรภัญญะผิดและถูกคืออย่างไร ต้องตีความตรงนี้ สร คือสระ ส่วน อัญญะ คือ ความเป็นไปแห่งการกล่าว คำกล่าวนั้นกล่าวตรงตาม ทีฆสระ กล่าวตรงกับ รัสสระ รัสสระ มี อะ อิ อุ โอะ เอะ เมืองไทยมี เอาะ เอียะ เป็นต้น เราก็มีสระสั้นสระยาว สระยาว ทีฆสระ อา อี เอ โอ ของไทยมี ภัญญะคือภาษา คำกล่าว ภยัญชนะคืออักษร หากจะทำให้เป็นความเป็นแห่งการกล่าว ความเป็นแห่งภาษาที่จะพูดออกไปเป็นอย่างไร ก็เป็นอย่างที่มันต้องตรงตามกำหนด เขากำหนดรัสสระ ทีฆสระอย่างไรก็ออกเสียงตรงตามนั้น พยัญชนะ สามสิบกว่าตัวก็ออกเสียงให้ตรง ก ข ค ฆ ง เป็นต้น ให้มันถูกต้อง เมื่อไม่รู้จักสระคืออะไร พยัญชนะหรือภัญญะคืออะไร คำกล่าวต้องใช้อักษรและสระอย่างไร เมื่อไม่รู้ก็แก้ไขกันไม่ได้ แต่ผู้ที่รู้เรื่องเข้าใจ สื่อเป็นคำกล่าวเป็นอธิวจนะบอกทุกอย่างเป็นคำสอนด้วย ก็พูดกันรู้เรื่อง เพราะทุกวันนี้เป็นคนกำหนดหมายเอามาใช้งานได้ครบแล้ว คนที่ไม่มีความรู้ก็พูดกันไม่รู้เรื่องก็แล้วไป พูดถึงเรื่องกล่าวคำเอาธรรมบท พระพุทธเจ้าเอามาอธิบายให้ฟังกันแล้วเอาไปปฏิบัติให้เกิดผล ประโยชน์ จากคำสอนพระศาสดาก็ต้องใช้กันอยู่ ไม่มีอย่างอื่นเลยไม่มีทางอื่นเลย เลี่ยงไม่พ้น ไม่มีทางเลือกอื่นจำเป็นที่สุด 610805_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ศีล 3 ข้อนี้ ที่ทำให้ถึงอรหันต์