สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน ความมีกับความไม่มีในคำตำหนิของพ่อครู.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข24 สิงหาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน ความมีกับความไม่มีในคำตำหนิของพ่อครู ผู้ที่เข้าใจได้มีปฏิภาณปัญญารู้เรื่องดีก็พูดกันรู้เรื่องไป ถ้ายังขัดข้อง ยังแย้งและไม่ยอม ถ้าไม่ถูกตามที่ข้าเข้าใจข้ายึดถือไม่ฟังเอ็งก็จบ คนนั้นก็ถูกคัดออก คนไหนพยายามฟังตามเข้าใจเขาจำนนแล้วไม่มีทางเลือกมากกว่านี้ก็ต้องเอาอันนี้แหละ มันก็ต้องทำอย่างนั้นต่อไป เพราะจำนนแล้วไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ อันนี้ดีที่สุด เหมือนอย่างอาตมา จำนนอะไร จำนนที่จะต้องมีข้อด้อยอย่างน้อยถึง 10 ประการ ข้อด้อย “ข้อด้อย”ของอาตมาที่ต้องขออภัยอย่างยิ่งจริงๆ อาตมามี“ข้อด้อย”อยู่มากมายหลายข้อจริงๆ ลองตรวจตนเองแล้วประมวลมาดู มีมากพอสมควร .... เช่น 1.มีความจริงใจสูง กับการแสดงออก ไม่ค่อยปิดบังอะไร ..ซื่อๆ ตรงๆ ไม่ลดเลี้ยว สุดโต่งตรงเกิน 2.แสดงออกเต็มที่ ต้องการให้คนรู้ คนเห็นชัดๆ ไม่ออมมือ ไม่เหยาะๆแหยะๆ จึงแรง 3.ไม่สำรวมกิริยาให้สวย เท่ๆ งามๆ สุภาพๆอะไรทำนองนั้น 4.ปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าจริงจัง ไม่อนุโลมเท่าที่คนยุคนี้ ที่อ่อนแอ ล้มเหลวอยากให้อนุโลมเอาใจบ้าง 5.เป็นคนไม่กลัวเสียหน้า ถ้าจะแสดงอะไรออกมา จะว่ามารยาทไม่ค่อยดีก็ได้ หรือมารยาทไม่มีเลยก็ใช่ 6.เป็นคนไม่กลัวว่า จะไม่มีใครมาเป็นหมู่พวกบริวาร 7.จึงไม่สร้างภาพ รังเกียจการสร้างภาพเอาด้วย เพราะเห็นการสร้างภาพเป็นการหลอกลวง 8.ไม่กลัวคนจะไม่ยกย่อง ไม่กลัวคนจะไม่นับถือ 9.ยึดความจริง ซื่อตรงต่อความจริง ต่อสัจธรรมสูง จนถูกเข้าใจผิดว่า ยึดมั่นถือมั่น ดื้อดึงดัน 10. เคร่งครัดกับคำตรัสที่ว่า นิคคัณเห นิคคหารหัง ปัคคัณเห ปัคคหารหัง เกินไป โดยเฉพาะนิคคัณเห นิคคหารหัง จนถูกเข้าใจผิดว่าคนอะไรเอาแต่ติเอาแต่ด่า และอาตมาก็ต้องขออภัยอย่างยิ่งที่อาตมาจะต้องมี“ข้อด้อย”เหล่านี้ ไ

อ่านต่อ

ม่แก้ไข และตั้งใจทำตาม“ข้อด้อย”นี้ต่อไปยังไม่เพลา จนกว่าจะถึงเวลาอันควรแก้ไขเปลี่ยนแปลง

อาตมาไม่ด่านะ ด่าคือคำที่คุณพูดคำนั้นออกไปแล้ว คุณมีอารมณ์โลภโกรธหลงผสมอยู่ในนั้นเรียกว่าคำด่า มันโลภจัดก็แรง โกรธจัดก็แรง โมหะหลงจัดคุณก็แรง ส่วนมากก็หลงตัวไม่รู้จัก เพราะในหลงมีโลภ มีโกรธ หลงไม่รู้ตัวว่าตัวเองโกรธหรือโลภ ก็เลยแรงเท่านั้นเอง ตามธรรมดาคนเราจะสงวนท่าที ลหุ มากกว่า ครุ ลหุแปลว่าเบา ครุแปลว่าแรง เพราะแรงมันกินแคลอรี่ คนเราก็สงวนแคลอรี่ แต่อยากได้ผลต้องใช้แรงเต็มที่ เพราะมันจะได้ชัดเต็มที่ มันจะได้กระแทกเต็มที่ สิ่งนี้จะต้องใช้แรงเท่านี้ มันถึงจะเป็นไปตามที่ต้องการจะให้แยกแตก หรือให้มันพอดีจะเอาอันนี้ไปใช้ร่วมด้วยได้ ก็ต้องประมาณ จะต้องแรง ไม่แรงก็ไปแยกไปแทรกไม่ได้ จะแทรกจะแยกได้ จะอยู่ร่วมด้วยได้ก็ต้องใช้แรง ทุกอย่างในมหาจักรวาลนี้ ถ้าเผื่อว่าปรมาณูใดปรมาณูหนึ่ง อิสรเสรีภาพ เป็นธาตุเดียวเลย อันนั้นเป็นสุดยอดของผู้ที่กำลังสุดยอด ถ้ามี 2 ขึ้นมา คุณจะมีตัวพ่วงจะช้าลง จะแรงน้อย จะไม่คล่องตัวเท่าเดี่ยวเลย เล็กที่สุดของที่สุด สมบูรณ์ที่สุด ทุกคนต้องการจุดสุดยอด มีทั้งนั้นเลย เรียกว่าอิสระ เรียกว่าหนึ่งเดียว แต่ในสัจจะความเป็นจริงนี้ ไม่มีอะไรอยู่หนึ่งเดียวได้หรอก ไม่มี หนึ่งเดียวนั้นคือ สูญ สูญคือ ทั้งหมด จบ สูญคือทั้งหมดสูญคือไม่มีเลย และทั้งหมดคือสูญ คือหาที่สุดไม่ได้เลย

ทีนี้อาตมาทำไมจะต้องเอาแต่พูดตำหนิและด่า เพราะความจริงมันต้องว่าต้องตำหนิ สิ่งที่จะยกนั้น มันก็มีอยู่น้อย จนเข้ามายกพวกตัวเองคนก็อ้วกแตกกัน ยกทีไรทำไมต้องยกพวกตัวเอง ก็เพราะว่าพวกที่ถูกมีเท่านี้ สัจจะมันจบเท่านี้เลี่ยงไม่ออก

ยกตัวอย่างชาวอโศก ยืนหยัดว่า มีชาวอโศกมีอาชีพความจริงสุดยอดแล้ว พ้น ลาเภนลาภังนิชิคิงสนตา บางคนยังไม่ทำงานฟรีก็มียังมีที่พ่วง ก็เลยต้องไปทำงานที่ไม่อยู่กับหมู่กลุ่ม หมู่กลุ่มพรรคพวกเป็นคนบริสุทธิ์ หมู่บ้านราชฯเป็นหมู่คนที่ถูกและบริสุทธิ์ ที่จริงคุณก็อยู่ได้แต่คุณไปทำงานกับคนไม่บริสุทธิ์ก็ถือว่า นิปเปสิกตา คือความจำในทางที่ผิด กับหมู่ที่ผิด หมู่ที่ไม่มีความรู้สัจธรรม หมู่ที่ไม่มีกิเลสมี แต่คุณไปอยู่กับหมู่ที่มีกิเลสก็เรื่องของใครศีรษะใครศีรษะมัน หมู่นี้สุดยอดที่ทำได้ ลาเภนลาภังนิชิคิงสนตา แม้ข้อนี้สูงสุดแล้วไม่เอาลาภแรกลาภแล้วพระพุทธเจ้าก็ยังบอกว่ายังเป็นมิจฉาชีพ ต้องออกจากกรอบ ทำดีแล้วยังมีความหวังสาเปกโข แต่ถ้าทำแล้วไม่มีความหวัง สาเปกโขเลย นี่คืออาชีพที่สูงสุดแล้ว แม้แต่ชาวอโศกทำงานฟรีแล้วยังมีตัวตน ฉันทำงานฟรีแล้วภูมิใจ อย่างน้อยที่สุดภูมิใจว่าตัวเองทำอย่างนี้อย่างนี้ได้ สูงกว่านั้น ตัดไปเลยไม่มีตัวตนเลย นั่นคือสูงสุดกว่ามิจฉาชีพ เห็นไหม คนที่ทำได้คนนั้นคือไม่ถามว่าใครทำได้อันนี้เป็นเรื่องส่วนตัวจริงๆ เพราะมันยากแล้ว คนทำดีที่ทำงานอย่างไม่เอา ลาภแลกลาภแล้ว อยู่ในนี้ยังมีเรื่องของอัตตายังมีภพชาติ ภพชาติ อรูปอัตตาอีก รูปอัตตาที่เล็กละเอียดอีก ที่หมดสูญกับเหลือน้อยมากก็แยกได้ยาก คนแยกไม่ออกได้ง่ายๆ มันจะสูญแล้วกับสูญติดกันนี่แยกไม่ออก แยกได้ยาก เป็นเนวสัญญานาสัญญายตนะ ต้องกำหนดรู้ เรารู้ เกือบหมดกับสูญนี่ ต่างกัน เกื๊อบบบบ ลากเสียงยาวนะ เป็นเรื่องเน้นคำ ที่สวดสรภัญญะ สวดตามรัสสระ เป็นการยืนยันสื่อบอกให้คนเข้าใจ ไม่ต้องการผล นอกจากให้คนเข้าใจรู้เรื่องอย่างสมบูรณ์ที่สุด เจตนามีเท่านั้น ทีนี้ต้อง นิคคัณเห ต้องเอาแต่ตำหนิ เพราะมันมีแต่สิ่งที่ผิดหาที่ถูกไม่ได้ การตำหนิสิ่งที่ผิดยังหาเวลาไม่พอเลย ชาตินี้ 151 ปีมันน้อยไป ต้องห้าหมื่นปี เพราะมันยากเหลือเกิน แต่ก็ต้องทำ มีเวลาเท่าไหร่เอามาใช้ทำงานนี้ให้หมด อาตมารู้ว่าชาตินี้ต้องมาทำงานนี้ ยังรู้สึกว่าตัวเองเผลอไป เผลอไปอยู่ในทางโลกเสีย 36 ปีไปทำงานแย่งลาภสรรเสริญโลกียสุข ไปสร้างวิบากให้แก่ตัวเองอีก ก็เลยเป็นพระโพธิสัตว์ที่ต้องทำต่อไปอีก แย่งได้อย่างสะดวกหรือสุจริตก็ตาม คุณให้เขาดีกว่า ไปแย่งเขาทำไม คุณอยู่เป็น 0 ก็อยู่ได้ ทุกวันนี้อาตมาไม่หาเลี้ยงตัวเองให้คนอื่นเขาเลี้ยงเอาไว้ หากเจ็บป่วยจะตายก็ตายถ้าคนไม่ช่วยรักษา ก็จบด้วยเหตุปัจจัยที่สมบูรณ์ คุณป่วยเขาไม่ดูแลก็ปล่อยให้ตายก็ต้องตาย ยิ่งป่วยช่วยตัวเองไม่ได้ก็ต้องตาย ตายนิ่งๆ ไม่ดิ้นรนด้วย เราสมน้ำหน้าแล้ว ป่วยจนไม่มีใครช่วยก็ตาย อาตมาอย่างนั้นเลยนะ สมณะฟ้าไทว่า...พระโพธิสัตว์ ถูกลิงลมอมข้าวพอง 36 ปี แต่ว่ามาทำกุศลมากก็น่าจะคุ้มแล้วนะครับ พ่อครูว่า...คุ้มแล้ว ได้ เกิน 36 ปีมา 1 รอบนักษัตรแล้ว จะเอาต่อไปอีกเพิ่มอีก จนกว่าจะถึง 144 ปีอยู่ชมผลงานอีก 7 ปี คิดว่า ถ้าทำสำเร็จลากตัวเองไปถึง 151 ปีรับรองเลยว่าทั้งโลกจะต้องมานับถืออาตมา จริง เพราะอาตมาจะมีเวลากระจายความรู้ความจริงสัจธรรมออกไปอีกตั้ง 64 ปี อีก เดี๋ยวนี้สื่อสา ร มวลชนก็ globalization รู้กันหมดแหละ อีกหน่อยกดก็จะมีแต่หน้าโพธิรักษ์ไปหมด ตักกะเริ่มดำริว่าจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นมาเลย ภาวะการเริ่มดำรินี้ ตัวที่สูงที่สุดคือ ดำริด้วย 0 แต่ คนที่มีอวิชชาดำริขึ้นมาก็จะเป็น กาม พยาบาท เป็นตัวร่วมแสดงไม่มี 1 หรือ 0 มีสองอยู่เสมอมีพระเอกกับผู้ร้ายอยู่เสมอ คนที่ยังอวิชชายังไม่สมบูรณ์ด้วยวิชชา ใช่ไหม จะต้องเป็นเช่นนั้น เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงหรอก ใครจะดำริอะไรขึ้นมา ถ้าคุณไม่ทำตัวเองให้ 0 จนไม่มีตัวที่ 2 มีแต่ตัวที่ 1 คนที่ทำ 1 ได้ก็ไม่มีพิษภัยไม่มีโทษมีแต่ประโยชน์กับมนุษยชาติ เป็นจิตนิยามที่มีประโยชน์สูงสุดก็ทำงานไปกับสิ่งที่เป็นประโยชน์คุณค่า ไม่มีส่วนที่จะเป็นบาปอกุศล มีแต่กุศลท่าเดียวบุญก็ไม่มีแล้วปุญญปาปปริกขีโณ บุญก็ไม่มีบาปก็ไม่มี มีแต่กรรมที่เป็นกุศลอยู่ถ่ายเดียว จิตสะอาดบริสุทธิ์ เมื่อยังมีชีวิตดำเนินอยู่จึงเป็นอย่างนี้ จะอยู่อย่างชาตินี้ชาติหน้าหรือชาติไหนอีก ถ้าคุณยังรักษาความเป็นหนึ่ง คุณก็อยู่อย่างความเป็นหนึ่ง โพธิสัตว์อยู่กับความเป็นหนึ่ง 0 เป็นเครื่องอาศัยส่วนตัว ถ้า 0 บริบูรณ์ก็คือแยกธาตุ H 2 O เส้นตรง คือ H เส้นโค้งคือ O ธาตุไฮโดรเจนออกซิเจนก็คือเส้นตรงกับเส้นโค้ง รวมตัวกันก็เป็นธาตุน้ำ ไม่รวมตัวก็เป็นธาตุออกซิเจนกับไฮโดรเจน อันนี้ อันหนึ่งตรงอันหนึ่งโค้ง ตรงต้องอาศัยกัน โค้งต้องจับมือกัน ตรงนี้ไม่จับมือกันแต่จับตรงกลาง คือ H ในโลกก็มีตรงกับโค้งเท่านั้นเอง ความมีคือโค้ง ความตรงคือ Nuclear Fission มันตรงแบบไม่มีโค้งเลย กลายเป็น Isotope ไม่มีเลย แม้ .000001 องศาเลย หายไปกับเอกภพทะลุเอกภพหายไปเลย หรือไม่ทะลุ มันวิ่งของมันไป ในขณะที่มีพลังงาน มันก็หมดพลังงานลงไปเรื่อยๆ สุดท้ายหมดพลังงานวิ่ง สุดท้ายก็เป็นศูนย์ อาตมามาพูดนี้พูดอย่างที่ตัวเองทำได้แล้วนะ ทำไม่ได้ไม่เอามาพูด อาตมานักมายาระดับสิริ นักมายาทั้งใหญ่ทั้งดี ยอดเยี่ยมที่สุดให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุดถ้าเป็นบุคคลเรียกว่าพระพุทธเจ้า จึงมีแม่เรียกว่าสิริมหามายา แม่ของพระพุทธเจ้าต้องชื่อสิริมหามายา ต้องใช้คำนี้ มุทุภูเตของอาตมาทำให้เกิดมหามายาได้ มุทุภูเต นั้นมีก็ได้ไม่มีก็ได้ ดูเหมือนตลบแตลง อยู่ด้วยมีกับไม่มีสองอย่าง ตามพระไตรปิฎกเล่ม 6 ข้อ 43 มีกับไม่มี พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรกัจจานะ โลกนี้ โดยมากอาศัยส่วน 2 อย่าง คือ ความมี 1 ความไม่มี 1 ก็เมื่อบุคคลเห็นความเกิดแห่งโลก(โลกสมุทัย)ด้วยปัญญาอันชอบตามเป็นจริงแล้ว ความไม่มีในโลก ย่อมไม่มี(โลเก นตฺถิตา สา น โหติฯ) เมื่อบุคคลเห็นความดับแห่งโลก(โลกนิโรธ)ด้วยปัญญาอันชอบตามเป็นจริงแล้ว ความ มีในโลก ย่อมไม่มี(โลเก อตฺถิตา สา น โหติฯ) มีคือ โหติ อัตถิ ไม่มีคือ นโหติ กับ นัตถิ แล้วคุณยังมีตัวตนอยู่ก็ต้องมาศึกษาความมีกับความไม่มี ก็ต้องทำความไม่มีให้ได้ สูญอะไรที่ควรทำ สูญจากกิเลส คือสิ่งที่ควรทำ ส่วนสูญอย่างอื่น มันก็ย่อมมีตามสภาวะที่มันมีมันก็ยังไม่มีตามสภาวะที่ไม่มี คุณอย่าไปยุ่งของมัน แต่จิตของคุณนี้เอาความไม่มีให้ได้ เน้นมาสู่จุดหมาย ต้องรู้จักว่าจิตที่มันมีกิเลสเป็นอย่างไรมันมีเศษเหลือน้อยเป็นอย่างไร ก็ทำให้จิตหมดกิเลสเศษธุลีละอองให้ไม่มีก็จบ คุณไม่มีจนสุดแล้ว เอาความไม่มีตรงนี้ ตรงนี้เท่านั้น ผู้ที่ทำความไม่มีของกิเลสให้สุดแล้วแต่คุณยังไม่มี คุณยังไม่ตาย ยังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสานก็ยังมีอยู่ เพราะฉะนั้นคุณจะยังมีอยู่ยังรักษา คุณเป็นอมตะบุคคลแล้วเป็นพระอรหันต์ จะตายที่ความไม่มี จะตายด้วยการแยก H 2 O ก็ไม่ต้องใช้ขาที่มี Valence รวมกันแล้ว หากรวมกันก็เป็นตัวตนมี 2 ธาตุ คือธาตุมีแต่ไม่มี ความไม่มีนั้นสูญได้ไม่มีตัวตน คือ 0 ส่วนที่ยังมีที่จริงที่สุดคือ 1 และ 1 อย่างบริสุทธิ์ด้วย ไม่มี 2 หากจะอยู่ต่อก็อยู่ด้วย 1 อาตมามีจิตที่เป็นหนึ่งอยู่เสมอแต่ทางโลกเขาไม่ยอมว่าอาตมามี ทุกคนยอมหรือเปล่า คนโง่ เขาไม่ยอมให้อาตมาเป็นหนึ่งหรอกไม่ยอมง่ายๆ ข่มอาตมา แต่คนที่เขารู้ว่าอาตมาเป็นหนึ่งจริงๆ หนึ่งไม่มีสองด้วยนะ ต้องยกให้เป็นหนึ่ง คนรู้จริงๆก็จะยกให้ และเขาต้องมีภูมิปัญญาจริงๆจึงรู้ว่าจะมาเป็นหนึ่ง ถ้าคนไม่มีปัญญาไม่ต้องพูดเสียให้ยาก 610805_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ศีล 3 ข้อนี้ ที่ทำให้ถึงอรหันต์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน