พระอรหันต์แม้เป็นอัลไซเมอร์ก็ไม่มีพฤติกรรมกามเมถุน.docx
เนื้อหาในไฟล์
พระอรหันต์แม้เป็นอัลไซเมอร์ก็ไม่มีพฤติกรรมกามเมถุน _@(ฝากถามให้ด้วยนะครับ ขอสงวนชื่อในการถามพ่อท่านครับ ..) หลวงปู่แสง ตามข่าว ขอความรู้ ได้ไหมครับ ? มีธรรม ที่น่าคิด หลายประเด็น ในข่าวหลวงปู่แสง อายุ ร้อยกว่าปี ศิษย์หลวงปู่มั่น เขานับถือว่า เป็นอรหันต์ มีสาวเข้าไปหา เรียกเข้ามาใกล้ๆ มีพระเลขาและศิษย์ ผช. อยู่ 2 ข้าง หลวงปู่ล้วงนม จับมาหอม มีคลิป หมอปลาและคณะไปหาและสอบถาม เรื่องดัง เป็น 2 ฝ่าย บ้างหาว่า หมอปลาและพวก ไปเอาพระหาแสงฯ ยอดไลท์ ทำลายพระดี บ้างว่าลูกศิษย์เอาพระแก่หมดสภาพมาหากิน ... พระเลขาอ้างว่า หลวงปู่แสงเป็นอัลไซเมอร์ ไม่รู้เรื่องใดๆ แล้ว หมอปลา ว่า ทำไมลูกศิษย์ และพระเลขาไม่ดูแล ปล่อยให้ทำแบบนี้ได้ไง ข่าวว่า มีสาวโดนแบบนี้เหมือนกันหลายคน ... คำถาม(พ่อท่าน) หรือสมณะผู้รู้ ... อรหันต์จริง แก่มากๆ สมองเสื่อมจะลามกได้ใช่ไหมครับ มีพระวินัย พระไตรปิฏก ยกเว้นไว้อย่างไร ครับ พ่อครูว่า... ตอบ ไม่มีพระวินัยที่ให้ยกเว้น แค่มีความกําหนัดจับต้องกายหญิง ก็เป็นอาบัติรองจากปาราชิก คืออาบัติสังฆาทิเสส รองจากปาราชิก หนักมาถึงประเด็น พระอรหันต์จริง แก่มากๆ สมองเสื่อมด้วย จะลามกได้ใช่ไหมครับ ตอบ ถ้าเป็นอรหันต์แล้วกิเลสถือว่าดับหมด ไม่มีเหตุปัจจัยจะมากระตุ้น จะแก่ขนาดไหนก็ตาม ยิ่งสมองยิ่งเสื่อมด้วย ยิ่งไม่มีสิทธิ์เลย ประเด็นมันชัดเจนอย่างนี้ สมองนี้เป็นอุปกรณ์ให้วิญญาณจิตวิญญาณทำงาน เพราะฉะนั้น อรหันต์นั้นกิเลสอาสวะสิ้นแล้ว ไม่มีทางจะไปลามกจกเปรตอย่างนี้ ไม่มีทางแล้ว สมองยิ่งเสื่อมไปอีกเครื่องมืออุปกรณ์ที่จะให้จิตวิญญาณทำงานยิ่งไม่เป็นเครื่องมือร่วมด้วยอีก แล้วมันจะเอาอะไรมาทำงานออกมา มาล้วงเลิ้ง มาแสดงออกทางกาย ชัดเจนนะ จะไม่พูดยาวแล้วตรงนี้ มันยังจะเป็นปร
อ่านต่อ
ะเด็นรายละเอียดอื่นๆที่อาตมาจะอธิบายธรรมะให้เข้าใจชัดเจน เอา หลวงปู่แสง เป็นตัวอย่าง รูปแบบของเรื่องที่จะเอามาอธิบาย หลวงปู่แสงเป็นลูกศิษย์อาจารย์มั่นสายหลับตา สายพวกนี้ ที่อาตมาพูดเลยว่า พวกนี้มิจฉาทิฏฐิ หลับตาปฏิบัติ อันเดียวไม่เข้าใจในเรื่องของโลกุตระเลย ไม่มาลืมตาพูดไม่มาขยายสภาวะของจิตเจตสิกรูปนิพพาน ปฏิจจสมุปบาทรายละเอียดของอะไรต่างๆนานา เรียนเปรียญ 9 กันก็เยอะ ภาษาบาลีเหล่านี่รู้หมดในพยัญชนะ แต่พระสายหลับตาปฏิบัติเรียนเปรียญ 9 ก็เยอะ จบเปรียญ 9 เปรียญ 8 เปรียญ 7 มหาบัวก็จบเปรียญ แต่พูดไม่ได้ อาตมาไม่จบสักเปรียญ แต่อาตมาว่าอาตมาเข้าใจและรู้ชัดในสภาวธรรมพวกนั้น แปลภาษาบาลีที่มีก็เรียนด้วยตัวเอง ไม่ได้ไปเรียนเปรียญธรรมอะไร ก็ยังสามารถนำมาพูดได้ขยายความทำงานมาตั้ง 40-50 ปีแล้ว ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ไม่ผิดเพี้ยน อาจจะมีผิดเพี้ยนบ้าง มันยังไม่เก่ง ตอนใหม่ๆมหาประยุทธ์จับผิดอาตมา ตอนเขียนหนังสือทางเอก ก็จับความผิดในพยัญชนะอาตมา แต่ยืนยันว่าสภาวะของอาตมาไม่ผิด จะผิดก็เอาฝาตัวของพยัญชนะไปใส่สภาวะผิดเพี้ยนไป ท่านยึดพยัญชนะอย่างที่ท่านยึด ซึ่งมันแปลผิดไป แล้วก็มาตู่ว่าอาตมาผิด จริงๆแล้วอาตมาผิดที่เอาพยัญชนะที่ท่านยึดว่าผิดมาพูด แต่ท่านกลับกัน ซึ่งมันวน พยัญชนะกับสภาวะ สลับไปสลับมา มันเลยกลับซับซ้อนไปว่า ท่านเองใช้สภาวะผิด ทำให้ผิดพยัญชนะด้วย ทำให้ผิดไปทั้ง 2 อย่าง สลับไปสลับมา ผิดไป 4 มุม 8 มุม 16 มุม ซึ่งมันเข้าใจยาก เป็นสภาวะหมุนรอบเชิงซ้อน
สายหลับตาปฏิบัติ ปฏิบัติอยู่ในความมืด แล้วมันจะไปสว่างยังไง ปฏิบัติที่ไปคิดเอง ปรุงเอง หลับตานี้คิดเอง ปรุงเอง จิตตัวเองอยู่คนเดียว ไม่ได้มีสิ่งอื่นร่วมด้วย ถ้าเป็นประชาธิปไตยก็ไม่มีฝ่ายค้าน เผด็จการทุกอย่างเลย เผด็จการรัฐสภา เผด็จการทุกอย่าง Absolute หมดเลย เพราะฉะนั้นคุณจะคิดจะไปยังไงก็ได้ ไปอย่างไงก็ได้ พระพุทธเจ้าตรัสว่า พวกเจโตสมาธิ คือนั่งหลับตาสมาธิหรือมีสมาธิทางสายเจโต ไม่ใช่สายปัญญา สมาธิเจโต พวกสายหลับตาอยู่ในภพตัวเองทั้งนั้น ไม่ว่าจะไปยุคสมัยพระพุทธเจ้าและยุคสมัยนี้ คำว่าเจโตสมาธิหมายถึงสมาธิชนิดเจโต ไม่ใช่สมาธิชนิดปัญญา เพราะฉะนั้นสายนี้ปฏิบัติได้แล้วจะได้มิจฉาทิฏฐิทั้งหมด มีมิจฉาทิฏฐิไปทางอดีตขันธ์ 18 มิจฉาทิฏฐิไปทางอนาคตขันธ์ ไปอีก 44 ในพรหมชาลสูตร เพราะมันทิ้งหมด พระพุทธเจ้าก็จบด้วยนิพพานต้องมีทิฏฐธรรมนิพพานทิฏฐิ ต้องมีทิฏฐิที่รู้ปัจจุบันชาติเรียกว่า ทิฏฐธรรม นิพพานของศาสนาพุทธ ต้องมี ในปัจจุบันชาติ หมายความว่าต้องยืนยันในปัจจุบันที่ไม่ใช่อดีต ไม่ใช่อนาคต และไม่ใช่ปัจจุบันอยู่ในการหลับตา ในภพด้วย เป็น ปัจจุบันที่มี จักษุ ปัญญา ญาณ วิชชา อาโลก นี่ก็เป็นหลักฐานที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าท่านตรัสรู้ด้วย จักษุ ปัญญา ญาณ วิชชา อาโลก คือต้องมีตาลืมลืมตา มีตาเปิดเห็น และมีปัญญา หรือญาณหรือวิชชา จะขยายด้วยปัญญาเริ่มต้น ญาณสูงขึ้น วิชชาที่สุดเป็นต้น แล้วต้องมีแสงสว่างของพระอาทิตย์ อาโลก ไม่ใช่แสงสว่างที่คุณไปสร้างอะไรอยู่ในภพชาติเป็นอุปาทานแสง อยู่ในจิต อยู่ในอุปาทาน ไม่ใช่ ต้องเป็นแสงสว่างของพระอาทิตย์แสงสว่างของโลกลืมตามาเห็นแสงสว่าง นี่คือ หลักฐานเหตุปัจจัยที่เป็นองค์ประกอบ ในการที่จะตรัสรู้หรือว่าบรรลุธรรม ไปหลับตาไม่มีบรรลุธรรม มันน่าสงสารตรงที่ว่า พระพุทธเจ้า ประกาศตนเป็นผู้ตรัสรู้ในวันเพ็ญขึ้น15ค่ำ เดือน 6 พระพุทธเจ้านั่งสมาธิแต่ท่านระลึกได้ นั่งสมาธิ ตามในยุคนั้นที่ไม่มีศาสนาพุทธคนก็นั่งสมาธิกันท่านก็นั่งหลับตาตามเขา แต่นั่งหลับตาสมาธิ พระพุทธเจ้าท่านบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณมาแล้ว ก่อนจะมาเกิดเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ ท่านบรรลุเป็นพระพุทธเจ้ามาแล้ว ที่เกิดมาในวัน ขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ท่านประสูติท่านก็มีมาแล้วแต่ยังไม่ได้เปิดเผย จนกระทั่งอายุ 29 ออกบวช ก็ไปลิงลมอมข้าวพอง ไปหลงเลอะเทอะอยู่กับเขาอีกตั้ง 6 ปี อายุ 35 ความรู้ที่เป็นสัมมาสัมโพธิญาณจึงปรากฏกับท่าน ในวันที่ท่านนั่งอยู่ที่ริมแม่น้ำเนรัญชรา แล้วท่านรู้ภูมิธรรมที่ท่านมี ท่านระลึกได้ในวันนั้น โดยใช้เตวิชโช จะหลับตาหรือไม่หลับตาก็ตามท่านใช้ Concentration หรือ เจโตสมาธิของท่าน แล้วท่านก็นึกได้ถึงอดีต อนาคตทั้งหมด แต่ของท่านมีปัจจุบันที่มีผลสัมมาสัมโพธิญาณ ซึ่งมันต่างกันกับผู้ยังไม่มีภูมิ ท่านมีภูมิ ท่านระลึกรู้ตัวว่าท่านเป็นพระพุทธเจ้า ท่านก็ได้เดินทางไปหาปัญจวัคคีย์ก่อนเพื่อน ว่าท่านเป็นพระพุทธเจ้า มาเปิดเผยกับพราหมณ์ 5 คนที่เป็นลูกศิษย์ ซึ่งเขาเห็นว่าท่านไม่บำเพ็ญทุกรกิริยาแบบที่เขาทำกันก็เลยหนีกันหมด พระพุทธเจ้ามาตามหาพบและเปิดเผย เปิดเผยตอนแรกเขาก็ไม่เชื่อ ท่านก็เลยบอกว่า เราเคยบอกว่าเราตรัสรู้มาก่อนหรือไม่ที่อยู่ด้วยกันมา ซึ่งตอนท่านอุบัติขึ้นมาเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ คนก็ได้ทำนายไว้แล้วว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้า โกณฑัญญะก็ได้เคยพยากรณ์ไว้ว่าพระพุทธเจ้าจะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นองค์เดียวด้วย ส่วนคนอื่นนั้นทำนายเป็น 2 นัยยะ แต่โกณฑัญญะทำนายแค่คติเดียว จนกระทั่งพระพุทธเจ้าตรัสรู้ มันปนกันกับนั่งหลับตา เตวิชโช ระลึก พวกนี้ คนก็เลยแยกไม่ออกว่า จริงๆพระพุทธเจ้า ตระกูลปัญญา ไม่ใช่ตระกูลศรัทธา ตระกูลปัญญา 100% ด้วย มันมีปัญญาบ้าง หลับตาบ้าง หลายอย่าง แต่พระพุทธเจ้า เพียวๆ ปัญญา 100% ตระกูลปัญญาที่เรียกโดยภาษา ว่าธัมมานุสารี 100% พระพุทธเจ้าแบ่งว่ามี สัทธานุสารี ผู้ที่บรรลุธรรมด้วยการศรัทธาตามปฏิบัติด้วยศรัทธา กับการตามปฏิบัติธรรมด้วยธรรมะ ท่านไม่ได้เรียกปัญญานุสารี พอมีทิฏฐิปัตตะ พอเริ่มบรรลุทิฏฐิที่เป็นสัมมา ก็จะชัดเจนขึ้นมาแบ่งธรรมะเป็นปัญญาขึ้น แต่ยังไม่เรียกว่าปัญญาทีเดียว พอบรรลุก็เรียกปัญญาวิมุติ กายสักขี จะปรากฏออกทางกายก่อน เช่น ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นพระโพธิสัตว์ที่ปรากฏทางกายก่อน จะยังไม่ชัดเจนในทางปัญญา จะออกทางศรัทธา ทางเจโต ทางนี้ก่อน ส่วนสายปัญญา โดยเฉพาะปัญญานั้น ถ้าเป็นสายปัญญาเต็มๆ ทั้งรูปธรรมและนามธรรมจะออกมาพร้อมๆเท่าๆกันพอๆกัน อย่างอาตมานี้สายปัญญา ไม่เต็มที่เดียว กำลังบำเพ็ญอยู่ให้เต็ม ก็ออกมาทางนามธรรมหรือธรรมะมากกว่ารูป มากกว่ารูปธรรม รูปธรรมมีด้วย แต่อย่างที่เห็นอย่างชาวอโศก อย่างในหลวง ร.9 ส่วนมากรูปธรรมเป็นโลกุตระ แต่คนมองไม่ออก แต่ท่านอธิบายนามธรรม ท่านไม่ใช้ปฏิสัมภิทาญาณ ก็เลยได้สาธยายเท่าที่ท่านสาธยายได้พอสมควรอย่างนี้เป็นต้น
ทีนี้ หลวงปู่แสงไม่ได้บรรลุธรรมอะไรเลย นอกจากไม่ได้บรรลุธรรมอะไรเลยแล้ว กดข่มกิเลสไว้ จนกระทั่ง 80 พรรษา เพราะบวชตั้งแต่ 20 อายุ 100 80 พรรษา กดข่มมา สุดวิสัยที่จะ กดข่มไว้ จึงประทุออกมา ยิ่งอัลไซเมอร์ สมองไม่เป็นเครื่องมือด้วย ยิ่งมีแต่กิเลส เพียวๆออกมาๆ จนกระทั่งถึงกายกรรมที่มีหลักฐานอยู่ เห็นไหมว่า สายหลับตานี่ มันไม่ทำให้บรรลุอะไรได้เลย นี่ ลูกศิษย์สายอาจารย์มั่น ไม่รู้จะแก่หรืออ่อนกว่ามหาบัว เขาบอกหลวงปู่แสง อายุ 98 ปี 75 พรรษา ให้ 100 เลย แต่ สรุปไว้ว่า นั่งหลับตากดข่มกิเลส กิเลสไม่ได้ลดลงเลย มหาบัวก็กดข่ม มหาบัวนี้ ยิ่งชัดเจนว่าไม่รู้จักกามคุณ 5 เมถุนหรือเรื่องผู้หญิง กามทางราคะเรื่องผู้หญิงผู้ชาย มหาบัวกดข่มได้ดี ไม่มีเรื่องราวพวกนี้เบื้องหลังเราไม่รู้ มีไม่มีก็ไม่รู้ แต่เราไม่ได้ยินข่าวคราวปรากฏเรื่องแบบนี้เลย แต่กามคุณ 5 เสพหมากพลูว่างปากไม่ได้ คนแม้แต่แค่สิ่งเสพติดหมากพลู คือ รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ทั้งหมด แล้วไม่ได้ติดเล่นๆ ติดจนตาย จนต้องกลบเกลื่อนว่าไม่ติด เพราะเคยมีหลักฐานมีคนท้วงว่า พยายามเลิก แต่เลิกไม่ได้ ก็เลยกลบเกลื่อนว่าเป็นเรื่องธาตุขันธ์ ใช้ภาษากดข่มไว้ ดีที่มหาบัว ตายไป ไม่ถึง 100 ถ้าอยู่ไปถึง 100 เหมือนหลวงปู่แสงหรือเกินกว่าหลวงปู่แสง ไม่แน่จะประทุออกมา อย่างหนึ่งก็ได้ ขออภัยที่อาตมาพูดธรรมะชัดเจน บอกสาระเรื่องราวรูปเรื่องอะไรต่างๆ มันเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนหมด ไม่ได้ตั้งใจจะมาถล่มทลาย มาพูดให้มันดูหยาบคายอะไร แต่พูดถึงสัจธรรมสู่ฟัง เพราะฉะนั้นติดตามเนื้อหาสาระธรรมให้ดี อาตมาพูดบอกแล้วอีกที อาตมาไม่ได้เกลียดชังมหาบัว ไม่ได้เกลียดชังผู้ใดๆที่เขาทำผิด ยิ่งสงสาร เขาทำผิด มหาบัวก็ดี หลวงปู่แสงก็ดี องค์อื่นๆสายหลับตาก็ดี แม้แต่สายปัญญา อย่างมหาประยุทธ์ พระบ้านก็ตามที่ยังไม่สัมมาทิฏฐิ ยังไม่สัมมาทิฏฐิยังไม่บรรลุผล น่าสงสาร อาตมาอยากให้บรรลุเยอะๆ โดยเฉพาะคนไทยโดยเฉพาะผู้มีชื่อเสียงที่เป็นที่น่านับถือ มันมีประโยชน์ต่อมนุษยชาติ ถ้าบรรลุจริงก็มีประโยชน์ต่อมนุษยชาติ แต่ถ้าไม่บรรลุจริง ไปเข้าใจสิ่งที่ผิดว่าเป็นสิ่งที่ถูก แล้วเอาสิ่งผิดนั้นมาขยายความว่าถูก มันก็ผิดไปหลายชั้น มันก็แย่กัน ศาสนาก็แย่ ตัวเองก็มีวิบากซับซ้อน ฟังดีๆที่อาตมาขยายความสัจธรรม
เพราะฉะนั้น ผู้ที่ยังไม่เข้าใจ วันนี้ อาตมาตั้งใจอธิบายถึงเรื่องของความสงบ 2 แบบ เรื่องนี้มันลึกซึ้งสำคัญยิ่ง ที่ชาวพุทธต้องศึกษาให้ละเอียดๆ กำหนดหมาย อาการ ลิงค นิมิต อุเทส อุเทสคือคำขยายความ ที่อาตมาพูดคืออุเทส ทั้งนั้น ฟังอุเทสของอาตมาให้ดีๆ อุเทส ก็ขยายไปเรื่อยๆ ถ้านิเทส ก็คือเทศน์เป็นส่วนๆครั้งคราว เป็นตอนๆ อุเทสก็ติดต่อไปเรื่อยๆ อาตมาก็อธิบายเรื่อง อาการ ลิงค นิมิต อุเทส ลิงค คือความแตกต่างของ 2 สภาวะ โดยย่นย่อ เอาคำว่า เทวะคือภาวะ 2 มาใช้เป็นตัวกลางอธิบายทุกอย่าง เพราะทุกอย่างสรุปลงที่ เทวะ คือสภาพ 2 และมีความแตกต่างตั้งแต่คู่แรก คู่หยาบที่สุด จนกระทั่งค่อยๆละเอียดซับซ้อนขึ้น มากคู่มากมายเป็นล้านๆๆคู่ เกิดจากภาวะของเทวะทั้งนั้น เพราะฉะนั้นความสงบ 2 อย่าง ก็คือความสงบอย่างโลกุตระ กับความสงบอย่างโลกียะ มี 2 แบบเท่านี้ ที่เป็นหลัก ความสงบอย่างโลกียะ อาตมาจะไม่ขยายความ เพราะว่ามันมีมากมายเหลือเกินซึ่งเป็นความสงบแบบโลกีย์ แต่ละเจ้า แต่ละอย่าง แต่ละอะไรต่ออะไร ความสงบเป็นนิพพานอย่างยิ่ง ความสงบเป็นความสุขอย่างยิ่ง อะไรก็แล้วแต่ แค่ความสงบเป็นนิพพานอย่างยิ่ง หรือความสงบเป็นสุขอย่างยิ่ง อธิบายพยัญชนะไปก็เยอะแยะของโลกีย์ ยังไม่มีความรู้ใหม่ ความรู้อื่น ที่มันไม่อยู่ในกรอบของโลกียะเลย มันออกนอกกรอบของโลกียะ คนละดาว ดาวคนละดวงแล้ว คนรู้มาเก่า เทวนิยม 100% คือพวกที่ไม่ใช่อยู่ทางสายเอเชีย เป็นพวกทางตะวันตกหรือ อยู่ตะวันออกกลาง ตะวันออกกลางขอยกไว้ หนักแน่นหนา เทวนิยม ยิ่งกว่าทางตะวันตก ทางยุโรป สรุปง่ายๆ เทวนิยม พระเยซูคริสต์ ยังค่อยยังชั่ว แต่เทวนิยมทางอิสลาม อาตมาจะไม่ละลาบละล้วงไปถึงเทวนิยมอิสลาม จะพาดพิงจับมาเทียบเคียงอธิบายในระดับของศาสนาคริสต์ของพระเยซูเท่านั้น เพราะทางอิสลามอย่าเพิ่งแตะ แตะเป็นเรื่อง ขอยกไว้ ท่านจะใหญ่ ท่านจะอะไร ก็ต้องยกให้หมด ที่พูดนี้ก็ขอบอกเอาไว้แล้วนะ อาตมาไม่ได้พาดพิงถึงอิสลามนะ อาตมาจะพาดพิงถึงแค่ศาสนาคริสต์ (นิมนต์พักจิบน้ำ) สมณะเดินดิน… เล่าเรื่องเมื่อเช้าฟังอดีตนายกฯทักษิณพูด ฟังแล้วไม่สอดคล้องกับปัจจุบันเท่าไร คนสายวัดป่า พูดถึงหลวงปู่แสงเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมายาวนานและเป็น 70 ปี แต่หมอปลา ก็มีความเชื่อปัจจุบันที่ว่าเขามีหลายคลิปส่อให้เห็นว่าเป็นความไม่ถูกต้องในศาสนาที่เขาอยากเอามาเปิด ตอนนี้ก็อยู่ที่ว่าคนจะเลือกเชื่อเอาตรงไหน จะเอาให้เชื่อที่ปัจจุบันที่เกิดขึ้น หรือเชื่อที่ทำมายาวนาน พ่อครูว่า...สายหลับตาอยู่ในกะลาครอบอยู่ในโลกแค่ของตัวเอง แต่คิดเอาเอง ว่า พวกนี้มีนรก เขาหลงว่านรกมีเป็นสวรรค์ด้วยอยู่คนเดียวแล้วปั้นสวรรค์เป็นนิรมานกายเอง คนที่เก่งสามารถเนรมิตนิรมาณกายขึ้นมา เนมิตได้ เป็นของตนเองซ้อน อยู่ทั้งนั้นเลย ซึ่งอาตมาก็พยายามอธิบายไปเรื่อยๆซึ่งไม่ได้เข้าใจกันได้ง่ายๆ สรุปตรงนี้เลย คนที่ไม่มีทวาร 5 ภายนอกนั้น ไม่สามารถจะมีความจริง ได้เลย มีแต่ความเก๊ เก๊ๆ แอ่นเดอะเก๊ทั้งนั้น แล้วความจริงนั้นจะต้องมีผู้รู้ร่วมที่มีตาหูจมูกลิ้นกายด้วยกัน เริ่มรับรู้รับรองกันตั้งแต่ 2 ขึ้นไป ยิ่ง 3 ก็ครบ 3 เส้า ยิ่ง 4 5 6 7 8 9 10 ยิ่งเป็นล้านคน ยิ่ง นั่นแหละคือความจริง ความจริงคือสิ่งที่รับรองกันระหว่างคน ที่มีสติสัมปชัญญะ มีตาหู จมูก ลิ้น กาย เปิดรับรู้ร่วมกันได้ ยิ่งจำนวนคนมากเท่าใด ก็ยิ่งคือความจริง จะเรียกว่าประชาธิปไตยก็ได้ อันนี้แหละคือ ความจริง เพราะฉะนั้นพูดมาถึงตรงนี้แล้ว คำว่า หลับตาปฏิบัตินั้นจึงโมฆะทั้งหมด สายหลับตา ฟังอาตมาแล้ว เขาก็เถียงเขาก็แย้งว่าอาจารย์ของเขาบรรลุ ซึ่งพระพุทธเจ้าก็บรรลุ ก็ขอวกกลับไปอธิบายขยายความซ้ำว่า พระพุทธเจ้าไม่ได้บรรลุในการนั่งหลับตา พระพุทธเจ้าระลึกของเก่าที่ท่านบรรลุนั้นออกมา ในตอนนั่งหลับตา ไม่ได้บรรลุตอนหลับตา หลับตาไม่ใช่ภาคปฏิบัติของศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธต้องลืมตาปฏิบัติทั้งหมด และบรรลุในขณะลืมตา ต้องปฏิบัติในขณะเริ่มตา และบรรลุในขณะลืมตา ฟังให้ดีๆ จึงสรุปลงที่จักษุ ปัญญา ญาณ วิชชา อาโลก บรรลุต้องลืมตามีแสงสว่างภายนอก รับรู้มีสติเต็ม มีสติเป็นอธิปไตย มีปัญญาเป็นอุตตระแท้จริง เพราะฉะนั้นคนที่จะรู้สิ่งเหล่านี้ ก็จะต้องรู้ด้วย 2 ตาเปิด กระทบสัมผัส ตาหูจมูกลิ้นกายใจ 650513 อรหันต์แม้เป็นอัลไซเมอร์ก็ไม่มีพฤติกรรมกามเมถุน พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ