ความสงบ 2 อย่างในปัญญา 8 ประการ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข14 พฤษภาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

ความสงบ 2 อย่างในปัญญา 8 ประการ _พ่อครูว่า... เข้ามาหาคำว่า สงบ 2 แบบ สงบแบบฤาษี สงบแบบเดียรถีย์ สงบแบบโโลกียะ ที่ไม่ใช่แบบของพุทธ เขาก็สงบได้ โดยไม่ใช่การรู้จักกิเลสละเอียดเหมือนเจโตปริยญาณ 16 แล้วคุณก็ฆ่ากิเลสจนหมด ฆ่ากิเลสมาเป็นลำดับก็มีจิตที่สงบเป็นลำดับ ซึ่งเขาไม่ได้เป็นเช่นนั้น มาเล่นตีขลุม เอาเข่งมาแล้วเหยียบเข่งให้แบนไปเลย ไม่ได้ถอดออกไปทำลายทีละชิ้นๆ จนกระทั่งเข่งหมดชิ้นที่จะให้ทำลายแล้ว ขอยืมคำว่าเข่งมาใช้อธิบายธรรมะหน่อย ซึ่งมันไม่เป็นอย่างนั้น ความสงบ 2 อย่าง ความสงบของพระพุทธเจ้าจึงมีทุกชิ้นทุกอัน ที่เป็นเหตุแห่งความไม่ดี อกุศลจิต เป็นเหตุที่พาให้เสื่อมเป็นบาป ดับหมดเลย สิ้นบาป สิ้นสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม หมด อย่างถูกูกตัวถูหถูกตน เป็นลำดับๆๆๆ ลำดับลำดา จริงๆ เรียนดีๆ ทำความเข้าใจดีๆ เพราะฉะนั้นผู้ที่จะรู้จักความสงบ 2 อย่างในปัญญาข้อที่ 3 จึงไม่ใช่เรื่องสามัญ ความสงบ 2 อย่างคือสงบอย่างโลกียะ กับสงบอย่างโลกุตระ เพราะฉะนั้นผู้ที่จะมี อัญญธาตุ เริ่มต้นรู้ รู้หน่วยหนึ่งแล้ว อัญญะหน่วยหนึ่งแล้ว ฟังเทศน์สะสม ใหม่อีก ปัญญาข้อที่ 2 เข้าไปไต่ถามซักไซ้ไล่เลียงอีก ก็จึงจะพอเข้าใจ อัญญธาตุ จึงจะพอเข้าใจโลกุตรธรรมไปตามลำดับ อัญญธาตุได้เป็น 2 ตัว 3 ตัว ต้องเลย 50 ตัวขึ้นไปถึงกึ่งหนึ่งแล้ว เป็น 60 70 จึงจะแสดงตัว ของธาตุโลกุตระหรือธาตุใหม่ที่เรียกว่า อัญญธาตุ โกณฑัญญะเป็นคนแรกของศาสนาพุทธ สมณโคดม พระพุทธเจ้านี้ มีโกณฑัญญะเป็นลูกศิษย์ชุดแรก ที่เริ่มต้นมี อัญญธาตุ เต็ม พอ โกณฑัญญะมี อัญญธาตุ เต็มชัดถึง 50% สูงไปถึง 60% พระพุทธเจ้าจึงอุทานบอกว่า อัญญาสิวตโภโกณฑัญโญ มีธาตุรู้ที่เป็นโลกุตระเพียงพอแล้วหนอ ท่านก็สถาปนา ศาสนาพุทธขึ้นได้ เพราะมีคนเริ่มรับรู้ได้เป็นคนแรก พราหมณ์อีก 4

อ่านต่อ

คนก็บรรลุได้ตามก็เริ่มจากพราหมณ์ 5 รูป ก็เป็นอรหันต์ชุดแรก 5 รูปแรก จากนั้นเป็นกลุ่มของพระยสะอีก 60 รูป จึงให้ออกกระจายไปแพร่ศาสนาพุทธ ตามประวัติตำนานที่รู้กัน มีต้น มีกลาง มีปลาย ขยายผลไปตามลำดับอย่างนี้ เพราะฉะนั้น มาย้อนเข้าหา พระสารีบุตร พระสารีบุตร เข้ามาสมทบ แล้ว โดยอดีต ได้สั่งสมบารมีสายปัญญา พระโมคคัลลาสั่งสมบารมีสายเจโต มาเป็นคู่สาวกเอกของพระพุทธเจ้าสมณโคดม พอมาถึง เกิดมาในปางนั้น เป็นพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะก็มีภูมิธรรมมาแล้ว เป็นพระโพธิสัตว์เก่ามา สั่งสมบารมีมาเพื่อจะมาเป็นคู่สาวกของพระพุทธเจ้าองค์สมณโคดม ไม่ใช่พึ่งมาเรียนจากพระพุทธเจ้าสมณโคดม ไม่ใช่ว่าเป็นปุถุชนมาเรียนเริ่มต้น ไม่ใช่ สั่งสมบารมีมาแล้วที่จะมาเป็นคู่บารมีของพระพุทธเจ้าที่จะมาช่วยพระพุทธเจ้าทำงานต่างหาก จริง เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า แต่ไม่ใช่เป็นพระพุทธเจ้าองค์นี้สมณโคดมเท่านั้น พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะก็เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆมาตั้งหลายองค์แล้ว แต่สั่งสมบารมีมา ก็จะต้องมาทำงานหน้าที่เป็นคู่สาวกเอกของพระสมณโคดม ก็มาทำงาน แล้วต้องตายก่อนพระพุทธเจ้า ทำไมต้องตายก่อน เพราะพระสารีบุตรก็ดี พระโมคคัลลานะก็ดี ยังไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้า ยังรู้ไม่หมด ถ้าขืนพระพุทธเจ้าตายก่อน 2 องค์นี้อยู่ มันจะเป็นความคิดของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะออกไป เพราะฉะนั้นจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะตายหลังพระพุทธเจ้า จำตรงนี้ไว้ ประเด็น ทำไมพระสาวกอัครสาวกของพระพุทธเจ้าจึงต้องตายก่อนพระพุทธเจ้า จำประเด็นไว้ อย่างนี้เป็นต้น ทำไมอาตมารู้ ก็เพราะว่าอาตมารู้ มันถึงคราวรู้ มันถึงภูมิรู้ คนที่ไม่มีภูมิถึง มันจะแกล้ง มันจะเอาอะไรมาพูด คุณไม่รู้คุณจะเอาอะไรมาพูด ใช่มั้ย แล้วมันไม่เชื่อมั่นว่าจริง คุณก็ไม่กล้าพูดหรอก เพราะฉะนั้นคนจะกล้าพูดออกมานี้ ต้องเชื่อว่าจริงนะ ต้องพูดสิ่งที่จริงนะ พูดสิ่งไม่จริงออกมาก็เยอะ คนที่มีภูมิสูงแล้วเขาจะไม่กล้าพูดสิ่งที่ไม่จริงออกมา เพราะพูดแล้วมันเป็นกรรมเป็นวิบาก คุณเรียนรู้เรื่องกรรมวิบากมาหรือเปล่า กรรมเป็นอันทำ กรรมเป็นความจริงนะ คุณจะโง่ไปถึงไหน คุณเป็นโพธิสัตว์แล้วแค่นี้ไม่รู้ แล้วไปทำกรรมที่ชั่วอยู่ ทำความผิดอยู่ เออ เป็นสัตว์ใต้ต้นโพธิ์ไป เป็นโพธิสัตว์ได้อย่างไร ในขั้นหนึ่งของคนที่ไม่ทำชั่ว สัพพปาปสอกรณัง(ไม่ทำบาปทั้งปวง ทำแต่ดี) มันรู้ว่ามันผิดมันรู้ว่าชั่ว จะไปทำได้อย่างไร ซึ่งไม่ทำแล้วเด็ดขาด เพราะ สจิตตปริโยทปนัง เพราะท่านเป็นอัตโนมัติที่ท่านจะต้องทำสิ่งจริง ถ้าไม่จริงไม่ทำ ถ้าผู้ที่ยังทำสิ่งไม่จริงอยู่ก็ไม่จริง เข้ามาสู่ความสงบ 2 อย่าง ถ้าไม่ชัดเจนในความสงบ 2 อย่างที่เป็นโลกียะกับโลกุตระ เป็นแบบเดียรถีย์ จะเป็นของพุทธ อย่างเช่นไปหลับตาปฏิบัติไม่ถูกสัมมาทิฏฐิอย่างหลวงปู่แสง เป็นต้น เราไม่รู้รายละเอียดของหลวงปู่แสงที่มีเก็บหลักฐานไว้ แต่มันแสดงออกตอนอายุจะเป็น 100 ที่มีคลิปออกมา หมอปลาเอามาเปิดโปง มีคลิปเป็นภาพไปล้วงไปกอดไปดมไปหอมเขาได้อย่างไร อายุตั้งเป็น 100 แล้ว แล้วบำเพ็ญมาปฏิบัติมาตั้ง 60 80 พรรษา กิเลสอย่างกามแค่นี้ แค่กามลามกแค่นี้ มันสูงกว่านี้ถึงขั้น รูป อรูป ยังมีอีกนะ แค่กามแค่นี้ แล้วกามผู้หญิงผู้ชาย กามหยาบๆแค่นี้ ยังพ้นไม่ได้ นี่แหละ คือผู้ที่หลับตาปฏิบัติ นี่คือสายหลับตาจริงๆ เลิกเสียเถอะ มาตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติจรณะ 15 วิชชา 8 ฌาน แบบพระป่านั้นไม่ยากหรอก มันต้องทำอยู่บ้าง คุณทำเตวิชโช คุณทำฌาน แบบนั้นทั้งนั้นมันเป็นอัตโนมัติ แต่มันไม่ตั้งมั่นยาวนานน แบบนั่งหลับตาปฏิบัติ แบบนั้นมันก็ทำได้แบบ วิกขัมภนะ ก็ทำได้นาน แต่ มาทำอย่างลืมตาเปิดเป็นจรณะ 15 วิชชา 8 คุณจะได้เป็นฌานวิสัย ไม่ใช่แค่นิสัย แต่เป็นวิสัย คิดเอาเองไม่ได้ต้องรู้จริงเป็นธรรมจริงเป็นสัมมาทิฏฐิดีแล้วจะได้เป็นวิสัยเป็นอัตโนมัติเป็นปัจจัตตัง ฌานวิสัย ของพระพุทธเจ้ารู้ด้วยตรรกะ ด้วยความคิดเรียนรู้ด้วยภาษาไม่ได้ จะต้องปฏิบัติ คุณจะรู้แจ้งรู้จริง เป็นปัจจัตตัง ฌานวิสัย เพราะฉะนั้นคนทุกวันนี้เข้าใจ ฌานวิสัย ที่เป็นสัมมาทิฏฐิของพระพุทธเจ้าซึ่งท่านตรัสไว้ในเป็น อจินไตย ข้อ 1 เลย นอกจาก ฌานวิสัย พุทธวิสัย กรรมวิบาก โลกจินตา อจินไตย 4 นี้ ซึ่งรายละเอียดจะมีอีกมาก โลกจินตานี้สารพัด เยอะ เราไม่สามารถไปร่วมคิดถึงคนที่คิดได้อย่างนั้น อย่างพระบิดา คิดอะไรอย่างนั้น ให้ลูกศิษย์ลูกหามากินเสลดกินขี้ ถ้าลูกศิษย์ทำอย่างนี้ได้วิเศษ มันเข้าใจว่าเป็นความวิเศษได้อย่างไร ให้คนมากินขี้ตัวเอง ให้คนมากินเสลดตัวเอง ให้คนมาทำมูตรวัตรขนาดนั้น แล้วมันหลงผิดว่าเป็นพระบิดาของศาสนาอื่น ดีนะ ทวี แกชื่อทวี แกไม่พูดว่าแกเป็นอาจารย์ของพระพุทธเจ้า แกพูดว่าเป็นอาจารย์ของพระเยซู ยังดีนะ ไม่กล้าพูดว่าเป็นอาจารย์ของพระพุทธเจ้า ถ้าเผื่อว่าใครไปนับถือมากขึ้นแกพูดแน่ เพราะมันเป็นความหลงผิด แกพูดแน่ พยากรณ์ได้เลย เพราะว่าจะต้องใหญ่กว่าศาสดาใดๆในโลก ความผยอง ความโง่เง่าที่โมหะ เขาจะต้องเป็นแบบนั้น แต่นี่เขาจับได้ก่อน เป็นบุญของทวี ลัทธิพระบิดา กลับมาหาหลวงปู่แสง เป็นสายอาจารย์มั่น สายหลวงตามหาบัว สายนั่งหลับตาสะกดจิตทั้งหมด ซึ่งไม่เลยเถิดเตลิดเปิดเปิงแบบทวี พระบิดา ก็ดีแล้ว บุญหัวแล้ว เพราะฉะนั้นทำขนาดนี้ เอาแค่สายมหาบัว สายอาจารย์มั่น สายนั่งหลับตา อาตมาเอาพระสูตร คุหัฏฐกสูตร ว่า จะเอามาขยายความให้ละเอียด ก็ยังไม่ได้ทำ สรุปถึงความสงบ 2 อย่าง ถ้าความสงบ 2 อย่างยังเข้าใจไม่ถูกต้อง จะไปต่อปัญญาข้อที่ 4 5 6 7 8 ไม่ได้ ต่อไม่ได้ เพราะคุณเข้าใจความสงบ ความสงบนี้เป็นตัวสำคัญ สงบคืออะไร สงบคือกิเลสดับ เพราะฉะนั้นคุณจะไปเรียนรู้กิเลสดับเข้าไปอีก คุณจะต้องต่อไปปัญญาข้อที่ 4 เอาศีลไปปฏิบัติจนเกิดสมาธิ เกิดปัญญาไปเยอะๆ เรียกว่า พหูสูต สั่งสม อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา เกิดวิมุติๆๆไปอีกเยอะจึงเรียกผู้นี้ว่าพหูสูต พหูสูตจะต้องศึกษาอย่างนี้อีกไปอีก ละไว้ในฐานที่เข้าใจ จึงเรียกว่าให้วิริยารัมภะ ให้พากเพียรอย่างที่ได้มาแล้วเพิ่มมากขึ้นๆ เพิ่มเป็นปัญญาเข้าที่ 5 ปัญญาข้อที่ 6 ก็บรรลุความสงบ จะรู้ว่าอย่าเพิ่งไปอวดดี องค์ที่ท่านสงบ องค์ที่ท่านไม่พูด ท่านนิ่งๆ อย่าไปแตะ บางทีเรานั่นแหละจะโดน เพราะว่าเราไม่หยั่งรู้ท่าน เพราะฉะนั้นอยู่ในสภา อยู่ในที่ที่มีบัณฑิตทั้งหลาย จะไม่ประมาท แต่จะไม่กล้า อรหันต์จริงๆจะไม่กล้า เพราะอยู่ในสภาคือผู้รู้ที่เป็นบัณฑิตทั้งนั้น ถึงเวลาควรพูดก็พูด ถึงเวลาไม่ควรพูดก็นิ่ง เราไม่กล้าไปตำหนิผู้ที่ท่านนิ่งไม่พูดเลยว่าท่านไม่รู้ ทำไมกล้าไปทำ นี่คือปัญญาข้อที่ 8 ปัญญาข้อที่ 8 ก็รู้ครบทั้งหมดเลย รู้ความเกิด ความเสื่อม ความดับของรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ 650513 อรหันต์แม้เป็นอัลไซเมอร์ก็ไม่มีพฤติกรรมกามเมถุน พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน