สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ฌาน สมาธิของพุทธไม่ได้เกิดด้วยการนั่งหลับตา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.79 KB
วันที่แก้ไข26 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ฌาน สมาธิของพุทธไม่ได้เกิดด้วยการนั่งหลับตา _จากพระไตรปิฎกเล่ม 22 จะมีญาณ 5 อย่างเกิดขึ้นเฉพาะตน เมื่อเจริญสมาธิอันหาประมาณมิได้ สมาธินี้มีสุขในปัจจุบัน และมีความว่างดีเป็นวิบากต่อไป สมาธิ ที่จะมีสุข(แปลว่าว่างนี่แหละดี) สมาธิเป็นอาริยะ ปราศอามิส แม้แต่สุขโลกีย์ สมาธินี้อสัตบุรุษเสพไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์จะได้รับธรรมรสอันนี้ สมาธินี้ละเอียด ประณีตอันได้มาด้วยความสงบรำงับและมิใช่บรรลุได้ด้วยการข่มธรรมะที่เป็นข้าศึกหรือห้ามกิเลสด้วยจิตที่เป็นสสังขาร เราย่อมมีสติเข้าสมาธินี้ได้ เรามีสติออกจากสมาธินี้ได้ พ่อครูว่า..การเข้าออกไม่ได้ไปหลับตาทำ แต่การเข้าออกคือจิตเข้าไปดูอารมณ์ที่เป็นสมาธิ ไม่ได้หลับตาปฏิบัติแต่ลืมตาปฏิบัติ เช่นอารมณ์อุเบกขา เนกขัมมสิตอุเบกขาเวทนา เป็นฐานนิพพาน หลับตาสมาธินั้นเลิกไปเลยของศาสนาพุทธขอยืนยันเลยว่ามันไม่ใช่ของศาสนาพุทธเลย สมาธิของพระพุทธเจ้าต้องปฏิบัติมรรคมีองค์ 7 ปฏิบัติทุกขณะการงานอาชีพการพูดการคิด ไม่ใช่ไม่ทำการงานอาชีพอะไรเลยไม่คิดไม่พูดเอาแต่นั่งสมาธิ ฌานของพุทธ ฌาน 1 2 3 4 เกิดจาก ศีลเป็นตัวตั้ง อปัณกปฏิปทา 3 มี สำรวมอินทรีย์ 6 โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคคะ การไปหลับตาก็ไม่เอาลืมตานี้ยังต้องให้ตื่นมีสติสัมปชัญญะปัญญารู้เต็มเลย ชาคริยา ต้องพากเพียรตื่นเต็ม อย่าว่าจะไปนั่งหลับตาเลย จิตจึงมี ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ พหูสูต วิริยะ สติ ปัญญา ต้องมีสติปัญญารู้ว่า กระทบอันนี้ เป็นเรื่องของบาปอกุศลที่จะเกิดความละอายกลัวเลยไม่เอาไม่ทำ ก็ประพฤติตาม เกิดเป็นพหูสูตเป็นคนเจริญเป็นปัญญาชน เห็นผลมีสติสมาธิปัญญา สั่งสมลงเป็น ฌาน 1 2 3 4 โดยมีวิชชา 8 เป็นยาดำรู้มาตั้งแต่ตลอดสายตั้งแต่สังวรศีลสำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตั

อ่านต่อ

ญญุตา ชาคริยานุโยคะ แล้วมีศรัทธา หิริ โอตตัปปะ พหูสูต วิริยะ สติปัญญา นี่ไม่ได้ท่องนะ แต่เป็นสภาวะธรรมที่เป็นไปตามลำดับ สรุปแล้วฌานของพุทธต้องลืมตาตื่นปฏิบัติ แม้ลืมตาตื่นปฏิบัติก็ต้องมีสติสัมปชัญญะ สมาธิและฌานของพระพุทธเจ้าไม่มีหลับตา การหลับตาปฏิบัติเป็นเรื่องนอกรีตของศาสนาพุทธทั้งนั้น พระสารีบุตรก็ตามพระธัมมทินนาเถรีก็เคยพูดอธิบายเรื่องเข้าฌานออกฌาน เข้านิโรธออกนิโรธนี้ไม่มีหรอกที่จะไปหลับตาเข้าออก ศาสนาพุทธจะเข้าจะออกคือเข้าไปสู่อารมณ์สภาวะอย่างลืมตาทั้งนั้น การเป็นนั่งแบบนั้นต้องหาสถานที่ต้องหาเวลาต้องทำกิริยา ปลีกออกไปจากชีวิต แม้อุเบกขาฌาน 4 ก็ต้องได้โดยไม่ยากไม่ลำบากซึ่งฌานทั้ง๔ ในขณะปัจจุบันนี้เลย ขออภัยไม่มีใครมาอธิบายละเอียดอย่างอาตมานี้หรอก อาตมาถึงพูดว่าอาตมาเป็นบุตรของพระพุทธเจ้า ที่นำเอาธรรมะของพระพุทธเจ้า หรือเป็นพระบุตรที่นำเอาธรรมะของพระเจ้าของศาสนาพุทธ เป็นสัจธรรมมาประกาศ เป็นปกาศกของพระพุทธเจ้า อาตมาก็อธิบายชัดเจนทุกอย่างก็มีคนตู่อาตมาว่าเป็นพระสารีบุตรที่เกิดในชาติก่อนๆ อาตมาก็ยืนยันว่าเป็นสารีบุตรแต่ไม่ใช่เป็นสารีบุตรแบบตัวตนบุคคลเราเขาที่คุณเข้าใจอย่างนั้น อันนี้เป็นเรื่องยากมากเลยอาตมาก็จะค่อยๆขยายความ อาตมาไม่ได้ยึดถือตัวตนมันเหตุปัจจัยมันเปลี่ยนไปแล้วถ้าหากไปยึดมั่นเป็นเราเป็นของเราอยู่ อาตมาเลิกเป็นเช่นนั้นแล้วคุณจะยึดถือก็เชิญคุณเลย 620826_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 66

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน