สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน กรรมนิยามทำให้เกิดธรรมนิยาม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์7.99 KB
วันที่แก้ไข26 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน กรรมนิยามทำให้เกิดธรรมนิยาม _เอื้อมพร กราบนมัสการพ่อครูค่ะ ได้ฟังคลิปนี้แล้ว เข้าใจเรื่องนิยาม ๕ ดีขึ้นมากค่ะ เรื่องการเปลี่ยนพลังงานในระดับต่างๆ ที่สำคัญ ก็คือกรรมนิยาม ต้องทำใจในใจ ไม่ให้กิเลสมาปะปนในการกระทำกรรมต่างๆ แต่ลูกอยากถามว่า เมื่อใด / อย่างใด จึงจะเรียกว่า "ธรรมะนิยาม" ค่ะ เมื่อถึงขั้นธรรมะนิยามแล้ว พลังงานขั้นนี้จะมีส่วนเกี่ยวพันอย่างไรกับกรรมนิยาม ขอกราบขอความกระจ่างด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณด้วยความเคารพค่ะ พ่อครูว่า…ธรรมนิยาม 5 นี้ ทำความเข้าใจพลังงานในระดับอุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม นี่เป็น 3 นิยามที่มีพลังงานแตกต่างกัน ผู้ที่มีความเป็นจิตนิยามเช่นมนุษย์เช่นคน ได้เรียนได้ศึกษาจะเข้าใจอุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยามนี้ จะแยกออก โดยจะเข้าใจสภาพความเป็นจริงว่าอาการของพลังงาน อุตุนิยาม เป็นพลังงานเหมือน ความร้อนแสงเสียงแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นเรื่องของวัตถุธาตุ ดินน้ำไฟลมที่มันสังเคราะห์กันเป็นพลังงาน วิทยาศาสตร์เขาก็เรียนรู้กันอยู่ ในคนที่เป็นจิตนิยามมีพลังงานอย่างนี้อยู่แน่ และพลังงานที่เป็นชีวะปรุงแต่งขึ้นไป พีชนิยาม ซึ่งธรรมนิยาม 5 นี้ วิทยาศาสตร์สากลทั่วไปในโลกไม่สามารถรู้ได้ แม้แต่ศาสดาของเทวนิยมก็ไม่สามารถมีความรู้ที่จะรู้จักพลังงาน 5 นี้ แยกพลังงาน อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม จึงสามารถจัดการกับมโนกรรมให้อยู่ในสภาพของ อุตุ พีชะ จิต ได้ จนสามารถทำให้เกิดพลังงานนั้นยั่งยืนถาวรจึงทรงอยู่อย่างสามารถเรียกว่า วสวัตตีโก ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ แล้วที่ถามว่า กรรมนิยามกับธรรมนิยามสัมพันธ์อย่างไร ก็คือเราจัดการกรรมเราได้ จัดการใจในใจเราได้ให้ทรงอยู่ได้ เรียกว่าธรรมะ กรรมกับธรรมะก็ต้องเกี่ยวเนื่องกัน ทำสภาพให้จิตเราเป็นอุตุ เป็นพลังงา

อ่านต่อ

นที่ไม่รับรู้อะไร ไม่เป็นชีวะเป็นของมันไปตามสภาพแวดล้อม หรือมันเป็น พีชะ มันไม่มีความทุกข์ความสุข ไม่มีบาปไม่มีบุญ ไม่มีผลักไม่มีดูดอะไร เป็นพลังานพีชะ สมบูรณ์ขั้นอุเบกขา หรือจิตนิยาม เป็นได้ทั้ง อุตุนิยาม พีชนิยาม นั่นคือจัดการมโนกรรมหรือจัดการจิตตนเอง มนสิกโรติ จัดการใจตัวเองให้เป็นอย่างไรก็ได้ จึงเรียกว่าได้โดยไม่ยากไม่ลำบากซึ่งฌานทั้ง 4 ทำสภาวะจิตให้เป็นได้ ฌาน 1 2 3 4 ซึ่งเป็นความสามารถที่ทำให้จิตมีพลังงาน อุณหธาตุ กำจัดกิเลสได้ แม้แต่อุปกิเลสก็จัดการได้ บางทีมันไม่ได้เป็นอุปกิเลสหรอก แต่มันเป็นจิตปรุงแต่งอภิสังขารได้ตามต้องการ โดยตนไม่ตกหล่น อย่างอาตมาปรุงแต่งให้คนอื่น เขาก็ดูเหมือนจะมีอาการรุนแรงก็ตีความที่อาการอาตมาเป็นอย่างนั้น อาตมาเข้าใจเขาเพราะเขาดูโดยตามอาการ ตัดสินด้วยอาการ ในกาลามสูตร 10 620826_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 66

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน