660417 ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงจิตวิญญาณมนุษย์ และอภิวัฒน์สังคม รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #18 ราชธานีอโศก.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2566
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์38 KB
วันที่แก้ไข21 เมษายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

660417 ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงจิตวิญญาณมนุษย์ และอภิวัฒน์สังคม รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #18 ราชธานีอโศก https://www.boonniyom.net/52993.html

ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1Q_EgPQja-63Wq6GdTMhewSKxU4VAxhbA/edit?usp=sharing&ouid=101958567431106342434&rtpof=true&sd=true

ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1QY5ZqlSOv2uOvh4lSTGM71XbzPjdtFBy/view?usp=share_link

ดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/MEFhmBksrZY และ https://www.facebook.com/300138787516163/videos/616732716659944

พ่อครูว่า...เจริญธรรมทุกๆคน วันนี้วันจันทร์ที่ 17 เมษายน 2566 แรม 12 ค่ำเดือน 5 ปีเถาะ ที่บวรราชธานีอโศก เรามาเริ่มธรรมะกันด้วย SMS ก่อนแล้วก็ขยายธรรมะ อธิบายธรรมะไปตาม SMS มันก็เป็นการอธิบายไปสู่เป้า ของผู้ที่ใคร่รู้สงสัย ต้องการคำอธิบาย มันก็ไม่ใช่อาตมาพูดคนเดียว อาตมาพูดคนเดียวด้วยเจตนาจะเอาความรู้เอาธรรมะที่คิดว่าควรจะต้องขยายออกมาขยายออกมา ยังไม่มีใครรู้ ยิ่งไม่มีใครเข้าใจเลย จะต้องเอาออกมาให้สังคมมนุษยชาติได้รู้ มันก็ค่อยทำ ตอนนี้เอาที่ผู้ที่อยากรู้กับเขาบ้าง แต่ยังไม่รู้รายละเอียดก็ถามมา SMS วันที่ 12-15 เม.ย. 2566

ดู YouTube คนต่างชาติมากินมาเที่ยวไทยเป็นอบายมุขหรือไม่ _วาส ทองจันทร์ · กราบนมัสการพ่อครูค้วยความเคารพยิ่งครับ นานแล้วที่ผมไม่ได้ส่งข้อความถามปัญหา วันนี้ผมมีข้อสงสัยว่า จะผิดไหมที่ผมได้ดูยูทูปเกี่ยวกับชาวต่างชาติที่นิยมไทย ทั้งจีน ญีปุ่น เกาหลี ฝรั่ง แขก ที่เขาแห่กันมาเที่ยวไทย เห็นเขากินเขาเที่ยว เห็นเขามีความสุขและยกย่องไทยต่างๆ นาๆ ผมก็ดีใจปลาบปลื้มใจ และดีใจไปกับเขาเมื่อเขามีความสุข อย่างนี้มันเป็นอบายมุขไหมครับ พ่อครู

อ่านต่อ

ว่า... ตอบในประเด็นสำคัญนี้ก่อนว่าเป็นอบายมุข ถ้านับอย่างดีๆ นับอย่างลึกซึ้ง เป็นอบายมุข ยังยินดีในเรื่องกินเรื่องเที่ยว ฟังดีๆนะธรรมะพระพุทธเจ้า ยังหลงใหลเสวยสุข เสวยทุกข์อยู่กับกินกับเที่ยวอย่างเป็นอบายมุข ระวัง.. เพราะฉะนั้นคนที่หยุดแสวงหากินอร่อย หยุดเที่ยวที่จะสนุก คนนี้ลดอบายมุข คนที่ยังไม่หยุดเที่ยว ที่ยังรู้สึกสนุกในการเที่ยว ยังเป็นอบายมุข คนที่ยังหลงแสวงหาอร่อยมาให้ตนเอง คนนั้นก็ยังมีอบายมุขยังข้องหาอบายมุข ยังท่องหานรกอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าจะไปเอาผิด เขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร เขาอวิชชาเต็มรูป ชาวที่ไม่ใช่พุทธ แม้แต่พุทธที่ยังไม่ประสีประสายังไม่สัมมาทิฏฐิอย่างลึกซึ้งจริงๆ ได้คิดขั้นโลกุตตระตามที่อาตมาพูดไป เขายังเป็นผู้แสวงหาความอร่อยให้แก่ตาหูจมูกลิ้นกายสัมผัส ยังแสวงหาการเที่ยวสนุกเพลิดเพลินใน ขิฑฑาปโทสิกะ ยังไปอยู่เรื่อยๆ ก็เอาแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน

ศึกษานิพพานต้องรู้แจ้งปฏิจจสมุปบาท _อุ้น ตาลทอง · อธิบายปฏิจจสมุปบาทให้ฟังบ้างได้มั้ยคะ จะรอฟังในยูทูปค่ะ พ่อครูว่า... ปฏิจจสมุปบาทเป็นธรรมะที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่ไม่รู้สังขาร ไม่รู้วิญญาณแล้วก็แยกนามรูปไม่เป็น หรือสรุปมาเป็นอายตนะก็ไม่ได้ จะเริ่มที่เรียนรู้อีกมีผัสสะ มีเวทนา เกิดตัณหา เกิดอุปาทาน เกิดภพ เกิดชาติ ก็ยิ่งไม่รู้ใหญ่เลย เพราะฉะนั้นเมื่อไม่รู้ แม้ว่ามันจะเกิด เกิดอย่างนี้แหละมันจะเป็นสายเกิดไม่ใช่สายดับที่พูดกันเมื่อกี้ สายดับก็ไม่รู้ว่าอะไรมันเกิด อะไรคือชาติ เมื่อเกิดชาติมันก็เกิดภพ เกิดภพแล้วก็สั่งสมเป็นอุปาทาน เมื่อมีอุปาทานมันก็เคลื่อนไหวเคลื่อนที่ออกมาเป็นตัณหา เป็นตัณหาก็ออกมาเป็นความรู้สึกมาเป็นเวทนา เวทนาสุข สุขเวทนาต้องการที่จะสิ่งบำเรอความรู้สึกสุข ไม่ต้องการทุกข์ก็ดิ้นรนหาผัสสะ เอาผัสสะนั้นมาบำเรอสุข หรือที่จริงก็มาเสริมทุกข์ให้หนายิ่งๆขึ้นด้วยอวิชชาก็เป็นอย่างนั้นแค่นั้น นี่คือปฏิจจสมุปบาท เพราะฉะนั้นคนเราจะต้องมาเรียนรู้สภาวะหรืออาการของสังขารมันเป็นยังไง อาการของวิญญาณมันเป็นอย่างไร อาการของรูปของนามมันเป็นอย่างไร จนกระทั่งแยกอาการได้เป็นรูปนามได้เป็นภาวะ 2 ได้ รวมกันเป็นอายตนะก็รู้อาการได้ เพราะฉะนั้นอาการเหล่านี้นี่แหละเป็นอาการทางจิตเจตสิกรูปนิพพาน แล้วจิตเจตสิกรูปนิพพานนี้มันก็ยังติดสุขเกลียดทุกข์ไม่อยากได้ทุกข์ มันก็เป็นภาวะ 2 ที่ดูดและผลักอยู่แค่นั้น ก็มาเรียนรู้เวทนา ที่มันดูดหรือผลัก จนกระทั่งรู้ว่ามันไม่ต้องดูดต้องผลักอะไรนี่จิตวิญญาณ หรือเวทนาในมนุษย์ เพราะแม้แต่สามัญปุถุชนมันก็มีวาระที่ไม่สุขไม่ทุกข์ อทุกขมสุขเวทนาอยู่เป็นคราวๆเป็นเวลาพัก พักยก มีโดยอัตโนมัติแม้แต่ปุถุชนก็มี เป็นต้น แต่มันไม่อยู่นานหรอก พักยก มันยังโง่มันก็วิ่งหาสุข ก็คือ วิ่งหาทุกข์นั่นแหละ เพราะสุขทุกข์มันเป็นอันเดียวกันมันเป็นมายาหลอก ถ้าไม่มาเรียนรู้ว่าสุขทุกข์เป็นอารมณ์หลอกเป็นมายา มีศาสนาพุทธเท่านั้นที่ศึกษารู้เรื่องนี้ เทวนิยมในโลกนี้ไม่มีศาสนาไหนที่จะออกจากสุขจากทุกข์ไม่มี ผู้เรียนรู้สุขรู้ทุกข์แล้วจึงจะรู้จักอัตตา อนัตตา ได้อย่างแท้จริง ที่แท้ตัวเราอัตตาตัวคือ เอ๋ย ตัวกูก็โง่อยู่กับสุขกับทุกข์นี่แหละ ไม่เอาทุกข์จะเอาสุข แล้วก็บำเรอจิตอยู่อย่างนี้ ไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติ จึงมีความรู้ วิชชา ความโง่ของตัวเอง แล้วมันอยู่ไหนสุขทุกข์ สัมผัสอยู่ปัจจุบันนี้แล้วมันก็กลายเป็นอดีตแล้วก็ฝังให้ตัวเองยึดติดว่ามันเป็นจริงมีจริง แค่อดีตมันก็ไม่จริง แต่นึกว่าเป็นจริงก็อยู่ที่สัญญาคือความจำ เคยเป็นสุขนะ อย่างนี้คือทุกข์นะ อั๊วะไม่เอานะทุกข์ อั๊วะจะเอาแต่สุข อนาคตก็วิ่งหาแสวงหาที่จะเอาแต่สุข ก็จะได้ทุกข์อยู่อย่างนั้นแหละ ยิ่งกิเลสหนาโง่หนักๆซ้ำซ้อนเข้าไปอีก ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะคิดดูคนเราเมื่อไหร่จะมารู้ ยิ่งเราได้รู้แล้วจะยิ่งได้เห็นว่าน่าสงสารมนุษย์ แล้วมนุษย์เมื่อไหร่จะรู้อย่างนี้ จนกระทั่งทำตนให้อยู่เหนือไม่สุขไม่ทุกข์ แล้วจิตก็หมดเหตุที่จะพาเกิด ก็คือเมื่อไม่เกิดสุข มันก็ไม่เกิดทุกข์จิตก็ว่างจิตก็สะอาดจากเหตุที่มันจะสุขจะทุกข์ ก็กลายเป็นจิตอุเบกขา กลายเป็นจิต ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา แล้วสุดท้ายก็รู้ว่าจิตก็คือธาตุที่ปรุงแต่งกันอยู่เท่านั้น เป็นธาตุ ของรูปกับนาม พอตายแล้ว นามคือจิตนิยาม ตายแล้วเลิก ตายเป็น นิพพาน 3 ตายแล้วก็สูญ เป็นสุญญตนิพพาน ไม่ตั้งจิตต่อ อนิมิตนิพพาน ไม่สร้างนิมิตอะไรอีกเลย อัปนิหิตตนิพพาน จิตนิยามก็หายไปกลายเป็นดินน้ำไฟลม ไม่มีที่ตั้ง สูญไปเลย เลิกไปเลยอัตภาพนี้ก็หายไปเกลี้ยง จ้อย เป็นปรินิพพาน เป็นปริโยสาน สุดท้าย นี่เป็นความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ก็เพราะรู้จักปฏิจจสมุปบาทนี่เอง

ตลาดอาริยะเป็นการช่วยเศรษฐกิจประเทศเศรษฐกิจโลก _ศศิธร โลมะบุตร · ขอน้อมก้มกราบ นมัสการพ่อครู เจ้าค่ะ สาธุ สาธุ สาธุ เจ้าค่ะ ( เพราะบารมีธรรมของพ่อครู คณะท่านสมณะ คณะท่านสิกขมาตุ และ มวลชาวอโศก ทั้งปวง รวมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน ถึงสามารถจัดงานตลาดอาริยะอย่างเสียสละได้ยิ่งใหญ่นี้เจ้าค่ะ หาได้ยากยิ่งเจ้าค่ะ สาธุ สาธุ สาธุ เจ้าค่ะ ) _สิริลักษณ์ ปัญญา : ปันสุขทุกคน ตลาดอาริยะ ขายของต่ำกว่าต้นทุน มีแห่งเดียวในประเทศไทย พ่อครูว่า... จริง ในโลกขณะนี้ไม่มีที่ไหนที่จะมีเจตนาจริงบริสุทธิ์ใจ ที่จะทำตลาดอาริยะ เพื่อช่วยมนุษยชาติให้เขาได้มีเครื่องกินเครื่องใช้ เพราะว่าเราไม่ได้ไปหาเครื่องเล่น เครื่องประเทือง เครื่องบำเรออะไรมาขาย เราขายแต่สิ่งที่เป็นสาระ เขาก็ได้มาอาศัยซื้อราคาถูกเอาไปใช้งาน มันเป็นการช่วยเศรษฐกิจให้แก่สังคม ให้แก่ประเทศ ให้แก่มนุษยชาติ เป็นการช่วยเศรษฐกิจ เหมือนรัฐบาลช่วย รัฐบาลแจกเงินไปแล้วเขาเอาไปทำเอง จะไปหาอั้นนั้นอันนี้แจกให้ทีเดียวมันก็ละเอียดเกิน แต่พวกเราอยู่ในพื้นฐานมวลมนุษยชาติ ก็พอรู้ว่า เครื่องใช้สำคัญ เครื่องกิน เครื่องใช้ที่สำคัญจริงๆเป็นสาระเป็นปัจจัยชีวิต เราก็หาสิ่งนั้นมาบริการกันเราก็ทำอยู่อย่างนี้ แล้วก็ทำมานานตั้งแต่อาตมาพาทำงานศาสนามา ทำตลาดอาริยะมา 40 กว่าปี 40 กว่าครั้งแล้ว ที่จริงมากกว่า 40 ครั้งที่ไม่ได้นับครั้งย่อยๆอีก เราเคยทำมาในจังหวัดนั้นจังหวัดนี้ ไม่ได้ทำส่วนกลางที่เดียวก็เคยทำ ก็เป็นความรู้ของเราที่รู้ว่าเราช่วยมนุษยชาติเสียสละอย่างนี้แหละ สังคมก็จะได้ค่อยยังชั่วขึ้น เหมือนกับรัฐบาลมีหน้าที่ช่วยสังคมเป็นการช่วยเศรษฐกิจสังคมโลก

ลุงตู่ให้ใช้เตาถ่านเป็นสิ่งถูกแต่ทำไมถูกด่า _ทุ่งทอง ผ่องสุวรรณ · สาธุคับหลวงปู่..ผมชมตลาดนัดแล้ว ส่วนมากชาวบ้านซื้อเตาถ่านหรืออังโล่กลับบ้านกัน แต่ทำไมตอนลุงตู่บอกให้ชาวบ้านหันมาใช้เตาถ่าน มีแต่คนด่าลุง พ่อครูว่า... ช่างจับมาเนาะ อาตมาก็ไม่ได้ยินผ่านหูว่า ลุงตู่ได้พูดแนะนำให้ชาวบ้านใช้เตาถ่าน อาตมาไม่ได้ยิน ไม่ได้ผ่านหูว่าลุงตู่ได้พูด แต่คุณทุ่งทองได้ยิน คนอื่นก็ด่าลุงเลย ไปเอานิยายอะไรกับคนด่า เราจะต้องมีความมั่นคง มีความรู้ความมั่นใจว่าที่เราเสนอ เราช่วยสังคมมนุษยชาติไป มันเป็นสิ่งที่สมควร มันเป็นสิ่งที่จำเป็น มันเป็นสิ่งที่ควรที่จะต้องเสนอให้แก่สังคม เราก็ไปทำด้วยความรู้ความมั่นใจของเรา แต่คนจะด่านี้มันก็ด่าตะพึด มันหาเรื่องด่าไอ้โน่นไอ้นี่ไป เราก็ฟัง เขาด่าบางทีเขาด่าดีมีเหตุผลก็เป็นประโยชน์ บางทีมันด่าสาดเสียเทเสียเพื่อที่จะให้ดิสเครดิต ด่าเพื่อจะด้อยค่าเราไปเท่านั้น มันก็เป็นธรรมชาติมีอยู่ เราจะไปเอานิยายอะไรกับมันได้ เราก็ฟังไปมีประโยชน์บ้างก็เอามา ไม่มีประโยชน์ก็ปล่อยทิ้งไป

_ฝากฟ้า นาวาบุญนิยม : ได้อดีตแอร์ฮอสเตส(น้องพิมพ์เพชรรุ้ง)ระดับอินเตอร์ มาจัดการเอง ทำความสะอาดห้องสุขา ก็ต้องสะอาดน่าใช้แน่นอน สาธุทุกๆท่านที่ร่วมด้วยช่วยกันสร้างกุศลครั้งนี้ นะคะ พ่อครูว่า…ผู้ที่เห็นควรทำเห็นว่าเป็นสาระกว่าที่เราทำมาก่อน แต่ก่อนก็ไปบริการแต่คนมีสตางค์ในเครื่องบิน ก็เป็นประโยชน์ระดับ หนึ่ง แต่เราบริการคนทั่วไปคนพื้นๆและเป็นความจำเป็นแล้วหาคนที่จะไปทำได้ยาก ถ้าตีราคาเป็นกุศลนี้จะเป็นกุศลที่สูง แต่ทางโลกไปตีราคาอย่างโน้นสูงอันนี้ราคาต่ำ ดีไม่ดีกดขี่ดูถูกดูแคลน คนที่มีปัญญาก็รู้สาระ ทำสาระให้เป็นสาระ คนที่ไม่มีปัญญาก็ไม่รู้จักสาระ ไปทำอสาระ รู้จักสิ่งที่เป็นสาระว่าเป็นอสาระ มันก็เป็นธรรมชาติของคนก็แบ่งกันทำไป

_อนุชา นามบุตร : เมนูที่ชอบเลยคับ ส้มตำ ลาบหมู ลาบหมูแทบจะแยกไม่ออกเลยว่าเป็นลาบหมูเจ อร่อยมาก กับเมนูอาหารบาทเดียว (พ่อครูไอตัดออกด้วย) พ่อครูว่า… กินอาหารไม่ถึง 50 บาทท้องตึงเลย ถ้ากินหมด 50บาทท้องแตกเลย มีจานละบาท ส้มตำจานละบาท เศรษฐกิจที่นี่สุดยอดเลยนะ เราทำได้เราทำได้จริงๆมาแบบนี้เสมอ 40-50 ปี สุดยอด มันน่าจะทำต่อ

_สิริลักษณ์ ปัญญา : ตลาดอาริยะแต่ละครั้ง นอกจากผู้ชื้อได้สินค้าราคาถูกแล้ว ยังสร้างรายได้ให้กับพี่น้องที่นำรถเข็นมาบริการ ขนสินค้าจากอาคารบวร ไปส่งที่ลานจอดรถ ก็เป็นระยะทางไกลพอสมควร โอกาสทองได้ของดี ราคาถูก สร้างรายได้ให้รถเข็นนำพาสินค้าสู่ลานจอดรถ สุดยอด ตลาดชุมชนรวมพ่อค้า แม่ค้า ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ยกนิ้วให้ พ่อครูว่า…ดี _Chalad Sermpanya ฉลาด เสริมปัญญา : ปีหน้าขอตั้งตบะจะมาร่วมงาน..ให้ได้ค่ะ พ่อครูว่า… รีบมานะ ไม่ใช่อะไรหรอก อาตมาว่าตลาดอาริยะก็คงไปได้เรื่อยๆ กลัวคุณจะตายก่อน ให้รีบมา เดี๋ยวนี้ดูสิขนาดนายเอ๋ ชนม์สวัสดิ์อายุ 50 กว่าเอง ปึบเดียวตายจ้อย heat stroke ตายเลย นี่ก็พูดไปงั้นไม่ได้แช่งคุณนะ

_ประดับ อินทร์แป้น · นับถือความเห็นของท่านดร.ไตรรงค์ครับ...ตรงไปตรงมาดี ที่เกี่ยวกับวงการของศาสนาอื่นครับ.

_งามใบตอง นิลมณี · น้องปุ้ยกับคุณแม่นาลี จาก สปป.ลาว ก็น่ารักสุดๆ เลยค่ะ คุณแม่พาน้องปุ้ยมาเรียนที่นี่เลยค่ะ สาธุค่ะ พ่อครูว่า… เขาก็เป็นคนลาว จะมาที่นี่ อยากมาเห็นว่าดีก็มา ไม่มีปัญหาอะไร เป็นนักเรียนต่างประเทศก็ได้เนาะ จากลาวเป็นนักเรียนต่างประเทศมาเรียนที่ไทยเลยก็ได้ ก็แล้วแต่วิถีชีวิตของแต่ละคน

_วิมล เจวรัมย์ · ปฏิบัติกร คุณแหม่ม คุณมะลิ คุณนาลีและลูก ๆ คุณเกตุมณีและลูก ๆ ทุกคนมีของเก่ามาทุกท่าน สุดยอดจริงๆค่ะ พ่อครูว่า… คนนี้ก็มองลึกถึงว่า พวกที่มาก็มีของเก่า ทุกอย่างมีมาแต่เหตุก็คงมีของเก่าด้วย แล้วก็มาได้รับของใหม่จนถึงขีดหนึ่งก็มาสัมผัสสัมพันธ์ ยังไม่มีบารมีถึงขีดถึงเขต มันก็ไม่เข้ามา หรือแม้แต่จะได้สัมผัสได้พบก็ไม่ได้สัมผัสไม่ได้พบก็เพราะไม่มีบารมี อันนี้ไม่ได้พูดอย่างเท่ๆแต่พูดด้วยความจริงเป็นอย่างนั้นเป็นไปตามนั้นแหละ

_Ka Por ข้า พอ · เกศมณี คุยสนุก ด้ย_แปลว่า_ค่ะ ใช่บ่ พ่อครูว่า… ใช่ โด้ย ขะน่อย ก็คือขอรับกระผม(ดิฉัน) เป็นคำรับ หรือขอรับดิฉัน เป็นคำรับว่าใช่ เป็นภาษาลาว อีสานก็ใช้ อีสานเก่าๆก็โด้ยๆๆ

พรปีใหม่ไทย 2566 จากพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ _สื่อฟ้าศิลป์ ภูวนาถ · ใครช่วยบอกได้บ้าง?ว่าพ่อครูประทานพรปีใหม่ไทยปีเถาะแล้วฤายัง?ปีที่แล้วพ่อครูให้พรปีใหม่ไทยวิถีใหม่ว่า หมดสุข..หมดทุกข์..ฯ ปีใหม่ไทยนี้ยังไม่มีใครส่งเพจ พรพ่อครูมาเลยสาธุ🙏🍓👬🌍👭🍊🙏 พ่อครูว่า… อาตมาให้พรไปหรือยังปีนี้ ปีที่แล้วให้บอกว่า หมดสุขหมดทุกข์ _สู่แดนธรรม... ปีนี้พ่อท่านให้ไปแล้วครับ อิสระ สบาย ... พ่อครูว่า... อิสระ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล และเพิ่มพูนการเสียสละ นี่คือพรปีใหม่ 8 คำนี้นะ อิสระ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล และเพิ่มพูนการเสียสละ 8 คำนี้ มันเป็นผลสำเร็จของชีวิตมนุษย์ มนุษย์ที่มีอิสระจริงๆสมบูรณ์แบบยิ่งใหญ่นะ ศาสนาเทวนิยมไม่อิสระสมบูรณ์แบบยังเป็นทาสพระเจ้า ศาสนาพุทธเป็นอิสรเสรีภาพที่สุดไม่เป็นทาสพระเจ้า เป็นตัวเองสมบูรณ์แบบ แล้วปรินิพพานเป็นปริโยสาน ให้แก่จิตนิยามตัวเอง แยกจบ ดินน้ำไฟลม จิตวิญญาณแตกธาตุเป็นดินน้ำไฟลมไปเลยได้ นี่เป็นความอิสรเสรีที่สมบูรณ์ที่สุด เมื่อผู้ใดบรรลุธรรมเป็นอรหันต์ ก็มีฐานอาศัย สบาย สงบ แล้วก็มีสังคม ตัวเองก็อบอุ่น อยู่กับสังคม อิ่มเอม เกษมใส สบาย ไม่มีอะไรหมอง ไม่มีอะไรหม่น ไม่มีอะไรทำให้ขุ่นมัวเลย แล้วมีใจเกื้อกูลกัน ช่วยเหลือกัน เอื้อเฟื้อกัน สุดท้ายเพิ่มพูนการเสียสละ สุดท้ายทิศทางมีแต่ก้าวหน้าไปหา เพิ่มพูนการเสียสละๆๆๆ เป็นสังคมที่เจริญสุดยอด เป็นสังคมที่จบกิจทางเศรษฐกิจ รัฐกิจ รัฐศาสตร์ จบกิจทางการเมืองด้วย จึงเป็นสังคมที่จบกิจบริบูรณ์ พูดไปนี่ พูดเอาเอง มีภาวะจริงของคนเป็นเช่นว่านี้ได้ไหม...ได้ครับ! คนที่รู้สึกว่าตนเองมีสภาวะนี้ก็รู้จริง ขานรับได้จริง คนที่ยังไม่รู้ก็ไม่ชัดเจน ก็ย่อมไม่ขานรับเต็มที่ หรือรู้จริงเหมือนกันแต่ขี้เกียจจะขานรับ หรือยิ่งกว่านั้น คือ เรื่องอะไรจะขานรับให้ได้หน้าทำไม...ให้อาตมาได้หน้าหน่อยไม่ได้หรือไง ที่อาตมาพูดไปเป็นสาระของสัจธรรมไม่ใช่เรื่องพูดเล่น เป็นสังคมที่สุดยอด คุณสื่อฟ้าศิลป์รู้ไว้แล้วนะ อิสระ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล และเพิ่มพูนการเสียสละ นั่นคือพรปีใหม่

_ซึ้งซื่อ วิเชียร… กราบนมัสการ พ่อท่านด้วยสุดเศียรเกล้าครับ เมื่องานปลุกเสกพระแท้ ๆ ของพุทธและงานตลาดอาริยะผมได้ร่วมงานทั้ง 2 รู้สึกปีติยินดีที่สุดเป็นครั้งที่ 2 ต่อจากงานปีใหม่ที่ราชธานีอโศกแห่งนี้ ถ้าหากมีงานต่อไปผมก็จะพยายามมาให้ได้เลยครับ มาร่วมงานทำให้ได้อ่านจิตอ่านกิเลสเมื่อมีผัสสะเกิดขึ้น จากสถานที่จริงด้วยตัวเป็น ๆ ขอขอบพระคุณพ่อท่านที่ได้สร้างแผ่นดินพุทธแห่งนี้อย่างสูงสุดครับ พ่อครูว่า... ฉลาด เข้าใจว่าต้องมาสัมผัสของจริง เห็นกิเลสจริง เกิดจริงจากสถานที่จริง มีเหตุปัจจัย มีองค์ประกอบจริงอย่างนี้แหละ อย่างน้อยก็มีคุณซึ้งซื่อ ขอบคุณอาตมาก็ดีแล้ว คนด่าก็ด่าไป ก็ยังมีคนขอบคุณบ้าง คนไม่ขอบคุณ เขาด่าก็ด่าเรา ก็ไม่รู้จะทำไง ก็เห็นใจเขาอยู่ เขาไม่รู้ว่าเรามีเจตนาดี แล้วสิ่งที่เสนอไปก็เป็นสิ่งดีนะ แต่เขาก็รับไม่เป็น รับไม่ได้ ไม่รับ เห็นเป็นของไม่น่ารับด้วย ก็แล้วแต่ ลางเนื้อชอบลางยา

เอาเรื่องนี้มาพูด คุณบ้านเล็กเมืองน้อยเขียนมาหลายวันแล้ว เอามาขยายความเรื่องนี้กันดู คุณบ้านเล็กมืองน้อย เป็น FC ของพวกเรา เขาเป็นชาวคริสต์นะ แต่ภรรยาเป็นพุทธ แล้วเขาก็มีความรู้เรื่องพุทธ ไม่น่าจะเป็นชาวคริสต์เลยน่าจะเป็นชาวพุทธ เพราะชาวพุทธยังไม่รู้สึกว่าจะซับซ้อนลึกซึ้งได้เท่ากับคุณบ้านเล็กเมืองน้อยนะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงจิตวิญญาณมนุษย์ และอภิวัฒน์สังคม มาช่วยมนุษย์ให้จบกิจ _กราบสวัสดีปีใหม่ พ่อท่านด้วยความเคารพรักยิ่ง “เงิน” เป็นระบบความเชื่อใจ ที่ภิวัตน์โลก และทรงประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างขึ้นมา แต่ บ้างว่า “เงิน” คือ อสรพิษ... บ้างบูชาเยี่ยงศาสดา ....ว่าคืออำนาจ ครอบครองโลก บ้างกลับตีค่า “เงิน”... แค่เศษกระดาษชำระ...หนี้ได้ตามกฎหมาย แล้วทำไม!.... คนทั้งโลกกลับใช้พลังชีวิตเข้าแลก เพื่อให้ได้มาซึ่ง “เงิน” เพื่อความแจ้งชัด ต้องย้อนกลับไปสู่......แดนเกิดของคำว่า “เงิน”

ในอดีตมนุษย์ร่วมกัน ออกหาของป่า-ล่าสัตว์เป็นหมู่กลุ่ม แล้วนำมาแบ่งสรรปันส่วนกัน.... กินหมดก็ออกล่ากันใหม่..... (ทำมาหากินอย่างแท้จริง ไม่มีเก็บกั๊ก) หาได้บ้าง ล่าไม่ได้บ้าง อดๆอิ่มๆ เป็นอนิจจัง จึงสั่งสมความอยาก-ต้องการความเที่ยง ที่แน่นอนสม่ำเสมอ ต่อมาเมื่อมีมนุษย์ผู้ละเอียดมากพอ รู้จักสังเกต ศึกษาธรรมชาติของพืชพันธุ์ ได้พอเข้าใจ พร้อมแรงผลักดันที่อยากเอาชนะความไม่เที่ยง ทำให้กล้าแหกกฎ แหวกแนว ริเริ่มทดลองเพาะปลูก พอเพาะปลูกได้ผลผลิตมา กลับเริ่มหวงแหน รู้จักการกักตุน..เป็น “ของกู” การจับจอง กีดกัน แบ่งแยก จึงเริ่มต้น ....เมื่อความโลภเข้าครอบงำ ทำให้หมกมุ่นเพาะปลูกกันเป็นล่ำเป็นสัน ครอบครัวที่ได้ผลผลิตเยอะก็เริ่มสั่งสมกำลัง เพราะกลัวถูกแย่งชิง จนกลายเป็นผู้มีอำนาจอิทธิพล เมื่อผู้คนรวมตัวกัน จากหมู่บ้านเล็กๆ ขยายตัวเป็นเมือง เมืองใหญ่ๆก่อตัวเป็นอาณาจักร เป็นแว่นแคว้น จึงกำเนิดมี ผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะด้าน ......แต่ความสร้างสรรค์เฉพาะด้าน ไม่ได้ตอบสนองการดำรงชีวิตให้ง่ายขึ้นเท่านั้น ....ยังปลุกเร้าให้ตัณหามากขึ้นอีกด้วย ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านนี่เอง ได้นำไปสู่ การแลกเปลี่ยนผลิตผล เช่น เมือง ก. ทำข้าวหมากอร่อย ส่วนเมือง ข. ที่อยู่ข้างๆ ทำผักดองรสเลิศ.... ก. กับ ข. ก็นำมาแลกกัน ตรงไปตรงมา .....แต่เมื่อมีผู้เชี่ยวชาญหลายๆด้าน การแลกเปลี่ยนผลิตผลกันเริ่มมีเพิ่มขึ้น เหลี่ยมเล่ห์เพทุบายก็เพิ่มขึ้นตามวิวัฒนาการของกิเลส .....การแลกเปลี่ยนจะยุ่งยากขนาดไหน ! ? …. ความซับซ้อนนี้หมดไป ....เมื่อมี ผู้เชี่ยวชาญ ด้านคิดค้น ที่เป็นสมุนเกาะกินผู้มีอำนาจ (..แบบที่ Adam Smith คิดระบบทุนนิยม ให้นายทุน) ได้คิดค้น..แก้ปัญหาการสะสมกักตุนแบบไม่เน่าเสีย พร้อมด้อยค่าผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ ...โดยสร้าง ตัวกลางในการแลกเปลี่ยน ...ที่ทุกฝ่ายยอมรับกันได้ขึ้นมา .....สิ่งนั้นเรียกว่า “เงิน” จากการค้ำประกันของผู้มีอำนาจ “เงิน” จึงได้รับการยอมรับไปทั่ว ทุกคนต้องการ “เงิน” ก็เพราะ คนอื่นๆ ก็ต้องการ “เงิน” เช่นกัน.... แม้แต่คนที่ไม่รู้จักกัน ไม่เชื่อใจกัน ยังสามารถร่วมมือกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อ “เงิน” ชาวพุทธ ชาวคริสต์ ชาวมุสลิม.... อาจจะไม่เห็นตรงกันเรื่องคำสอนของศาสนา แต่พวกเขาเห็นตรงกันในมูลค่าของ “เงิน” ซึ่งก็หมายความว่า คุณสามารถแลกเปลี่ยนเงิน กับอะไรก็ตามที่คุณอยากได้ (ถ้ามีคนยอมขาย) กระทั่งการเอารัดเอาเปรียบกัน กลายเป็นอาชีพ ! เกิดเป็น “ระบบนิเวศทางการเงิน” ที่โยงใยซึมลึกเข้าเส้น ก่อเครือข่ายชูชีพด้วยหนี้สิน .....กัดกร่อนสมรรถภาพมนุษย์ให้(พ่อครูว่า จนกระทั่งถ้าไม่มีเงินไม่มีชีวิตที่อบอุ่นไม่รู้ว่าจะมีชีวิตรอดไหม ถ้ามีเงินแล้วจะรู้สึกว่ามีอำนาจกล้าหาญชาญชัยเอาเงินฟาดหน้าเลยอะไรอย่างนี้เป็นต้น)ปวกเปียก จนเครื่องอาศัยล้นชีวิต ......ทำลายจิตวิญญาณไปในที่สุด จากนิรมาณกาย (พ่อครูว่า… ที่มันเชื่อถือว่ากันว่าตั๋วแลกเงินคืออำนาจยิ่งใหญ่ก็คนรับกันที่จริงมันไม่มีจริง ตั้งค่ากันขึ้นมาแล้วก็ยอมรับกัน ใครที่สามารถทำให้สังคมยอมรับได้กว้างขวางมากเท่าใด ตั๋วเงินใบนั้นอัตราค่านั้นก็มีค่าขึ้น ถ้าใครสักคนบอกว่านี่เงินใหม่นะ ดีไม่ดีผิดกฎหมายถูกจับเลย ทุกวันนี้ยอมรับสมมุติกัน ว่าอย่ามาตั้งค่าเงินขึ้นมาอีกนะ ตำรวจจะจับเอา จะมาสร้างค่าเงินซ้อนในประเทศมันไม่ได้มันผิดกฎหมายเลยนะ) (พ่อครูไอตัดออกด้วย) _สู่แดนธรรม... สมัยโบราณเปรียบเงินคือ แก้วสารพัดนึก มันก็จริงนะ พ่อครูว่า... ย้อนมาจากเหตุว่า กว่าจะมาเป็นธนบัตร ของแต่ละชาติแต่ละประเทศ ที่คนมายึดติดยึดถือเป็นสิ่งที่สำคัญจากสังคม มันก็เกิดจากสมมุติจากความต้องการของกิเลส เกิดจากการไม่รู้ว่า จริงๆแล้วสาระของชีวิตที่เป็นเหตุปัจจัยของชีวิตนั้น มันคืออะไร แล้วตนเองสร้างตรงเลย สร้างเหตุปัจจัยที่ชีวิตอาศัย เช่น ข้าว ผ้า ยา บ้าน ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ตั้งแต่เงินยังไม่มีอำนาจบาตรใหญ่เท่าทุกวันนี้ ท่านตรัสรู้แล้ว สอนไว้แล้ว เพราะฉะนั้นผู้ที่เห็นความสำคัญของชีวิตก็จะไม่ต้องไปหลงใหลได้ปลื้มกับธนบัตรแบงค์ กระดาษชำระที่ใช้กัน เราไม่ไปเป็นคนชั้น 2 ที่ต้องอาศัยเงิน เราเป็นคนชั้น 1 ที่ตรงไปข้าวผ้ายาบ้านเลยสร้างเองแจกกันหรือแลกกันกินใช้ ชีวิตจะไม่ต้องไปอยู่ในวงโคจร ของพวกที่หลงใหลใช้อำนาจเล่ห์เหลี่ยมในนั้นสารพัด อยู่ที่ตัวเองโง่ไปหลงอยู่กับตัวเลขราคาสมมุติของธนบัตรทั้งๆที่เป็นกระดาษแผ่นๆพอๆกัน ของประเทศนี้ค่ามันสูงกว่าประเทศนี้ทั้งที่กระดาษพอๆกัน เขียนตัวเลขสมมุติเอาไว้ หัวปั่นเลย เชื่อตาม หลงใหลได้ปลื้ม มีความมั่นใจถ้าเรามีธนบัตรของเจ้านี้เดี๋ยวนี้โลกเขารับรองมาก เงินอันนี้อันนี้ จนกระทั่งเดี๋ยวนี้จะเป็นเงินอยู่ในอากาศ เรียกว่าเงิน เงินดิจิตอล เขียนตัวเลขสมมุติกันไปลอยลม อีกหน่อยอาตมาว่าในอนาคตจะเห็นเลยว่า พวกที่หลงใหลกับตัวเลขที่สมมุติกัน คนที่ยึดหลงใหลไปสะสมนั้น จะอยู่ยาก คนที่รู้แล้วว่า ไม่จำเป็นจะต้องไปแย่งไปชิง ไม่จำเป็นจะต้องไปหัวหมุนอยู่กับตัวเลขกระดาษ หรือว่าค่าที่แม้จะเป็นดิจิตอลก็แล้วแต่ อะไรที่เป็นสาระแก่นสารของชีวิต ที่อาศัยใช้ในชีวิต กินด้วยใช้ด้วยนี่แหละไม่มีเพียงพอแล้วหรือจะเป็นบริขารมีเครื่องประกอบที่จะต้องเอามาใช้บ้าง เป็นแว่นตา เป็นถ้วยชาม เป็นกระดาษ เป็นอะไรที่มันพอจะต้องอาศัยใช้สอย ก็สำคัญน้อยลงไปกว่าอาหารที่เป็นหนึ่งในโลก ที่กินที่อาศัย ก็จะรู้ก็จะมีปัญญารู้ในสิ่งเหล่านี้ ก็ไม่ไปหลงใหลได้ปลื้มกับตัวเลข ไม่ไปอิงตัวเลขอยู่ในอากาศ สมมุติกัน ผู้ฉลาดมีปัญญาก็จะรู้ทันก็จะไม่ไปบ้ากับสิ่งเหล่านี้ ชีวิตก็จะสบาย ผู้ใดที่ยิ่งติดหนักเลย ว่า แหม.. อย่างนี้ ฉันมีหุ้นอยู่นะ ฉันเทขายไป อะไรต่ออะไร แล้วเขาก็จริงจังกันนะแล้วรวยกันไปเป็นชาติๆ แล้วก็ยังรุ่งเรืองกันอยู่ในโลก ทุกวันนี้ หลายร้อยปีมาแล้วพวกนี้ คนที่เข้าใจแล้วบอกว่า โอ้! มันไม่เที่ยงแล้วนะมันล้มง่ายๆ มันรับรองกันประเดี๋ยวเดียวมันก็กลายเป็นกระจอกเลยนะ รวยๆนี่ปุบปับๆ มันยิ่งไม่เที่ยงอย่างสำคัญเลย ถ้าเรามีฝีมือ มีความรู้ มีสังคมที่ ชีวิตนี้ คุณจะมีอะไรไม่มีอะไร เราเห็นความสำคัญน้อย แต่ความสำคัญในสิ่งสำคัญพวกนี้ เรามีอุดมสมบูรณ์พร้อมเพียง ช่วยกันทำช่วยกันสร้าง ทำไปเหลือกินเหลือใช้แจกจ่ายคนอื่นด้วย นี่คือผู้ที่รวยจริง ผู้ที่อุดมสมบูรณ์จริง ผู้ที่รู้ค่าของชีวิตจริง เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าชีวิตที่เผินๆ ชีวิตที่มันไม่รู้จักสาระแก่นสารแท้กับชีวิตของคนที่รู้จักแก่นสารแท้คือใคร สิ่งที่มอมเมา สิ่งที่สร้างค่าว่า ถ้าคุณมีเสื้อ ตัวนี้สวยกว่าตัวนี้นะราคาแพงกว่านะ ก็หลงใหลไปตามค่าที่โลกเขาสมมุติ อย่าว่าแต่เสื้อตัวนี้ราคามันแพงเลย มีค่านิยม เสื้อตัวนี้ ถ้าได้ใช้ จากคนนี้เป็นคนผลิต คนนี้คิดขึ้นมาตีราคา ธรรมดาเสื้อ 1 ตัว 100 บาทแต่นี่ราคาตั้ง 50,000 บาท ถ้าใครได้อันนี้มาใส่แล้วเหาะได้เลยนะ มันก็บ้าซื้อแล้วมันก็เหาะไม่ได้หรอก แต่มันเหมือนคนเหาะได้เลยนะเดินลอยหลง อันนี้มันก็เป็นสมมุติที่รู้กันอยู่ คนที่ฟังแล้วเข้าใจจะเห็นได้ว่าโลกมันจะสมมุติ มันไม่ต่างกันเลยเสื้อคลุมกายนี่ สมมุติว่าแค่เสื้อมีแขนบ้างไม่มีแขนบ้าง มีคออย่างโน้นอย่างนี้มีโน่นมีนี่ก็แล้วแต่ ทำให้มันต่างกันไปหน่อยแต่ก็สมมุติ ถ้าเจ้านี้เป็นสมมุติว่าเป็นเจ้าแห่งแฟชั่น เป็นแบรนด์เนมอันนี้ โอ้โห.. รู้สึกว่ามันฟ่องฟู ฟูฟอง มันอื้อหือ.. ผู้หญิงทั้งหลายที่นั่งอยู่ที่นี่ใครเคยบ้าอย่างนี้มาบ้าง นั่นน่ะ เดี๋ยวนี้หายบ้าแล้วหรือยัง ตอบได้ จริงหรือเปล่า...จริง แต่ก่อนนี้โง่จริงๆ จะเห็นได้ว่าเราถูกสังคมหลอกมอมเมาครอบงำ เพราะฉะนั้

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน