การทำงานของ ปสาทรูป กับ โคจรรูป ในรูป 24.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.64 KB
วันที่แก้ไข15 ตุลาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

การทำงานของ ปสาทรูป กับ โคจรรูป ในรูป 24 _สว่างแสง ขวัญดาว · น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูคะ ทวาร5 มี ตา หู จมูก ลิ้น กาย ต่างจากปสาทรูป5 อย่างไรคะ และรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ต่างจากโคจรรูป5 อย่างไร ลูกยังไม่ชัดเจนค่ะ น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูว่า...ตา หู จมูก ลิ้น กาย 5 นะทีนี้ ปสาทรูปกับโคจรรูป โคจระ แปลว่าดำเนินไป ปสาทะ แปลว่าประสาท ประสาททางตาเห็น ประสาททางหูได้ยินประสาททางกลิ่นได้รับกลิ่น ประสาททางลิ้นได้รับรส ประสาททางกาย ได้รับสัมผัสเย็นร้อนอ่อนแข็ง เมื่อมีประสาท ประสาทไม่เสีย ประสาทไม่ตาย ประสาทอื่นประสาท โคจระ ดำเนินไปทำงานมีสติสัมปชัญญะ มีความรับรู้ร่วมไปหมดเลย เวทนา สัญญา สังขาร ทำงาน แต่ถ้าคุณดับคุณหยุด กดหรือว่า ไม่ให้เวทนา สัญญา สังขาร มันทำงาน ไม่ให้อาการของเจตสิก 3 ทำงาน คุณก็มีประสาทแต่เพียงเฉยๆ โคจระ ไม่ดำเนินอะไรออกมาเลย มันก็ไม่รู้เรื่องอะไร เพราะฉะนั้นถ้าเป็น วิสยะหรือ เป็นวิสัยของคนสามัญที่ตื่นอยู่ หรือไม่ตื่น เขาก็จะรับรู้สัญญาภายใจ แต่ถ้าตื่นออกมาทางทวาร 5 ก็จะรู้ เป็นวิสัยสามัญ ของประสาทกับโคจระ ประสาทกับการดำเนินงานของประสาท ทำงานสัมผัสกัน กระทบกัน ตื่นรู้ ก็จะรู้จัก รูป ที่ตา มีประสาทตา กระทบกับสิ่งหนึ่ง เสียง ก็มีอีกสิ่งหนึ่ง เข้ามากระทบประสาทหู โคจระรับกันได้ ก็เกิดวิสยรูป ตามวิสัยของมัน จมูกก็เหมือนกัน ลิ้นก็เหมือนกัน กายสัมผัส โผฏฐัพพะเหมือนกัน มันก็จะทบสัมผัสแล้ว สติตื่นเต็มรู้อยู่ มันก็จะรู้ตัว เพราะฉะนั้นอย่าไปดับมันทิ้ง พระพุทธเจ้าสอนให้รู้และละเอียดแยกแยะ ว่า มันร่วมปรุงแต่งกันอยู่แล้วมันมีตัวปลอมตัวเก๊ ตัวผี มีตัวไม่จริงมาแทรก เรียกว่า กิเลส คือผีหรือมารก็แล้วแต่เรียกได้ ไอ

อ่านต่อ

้ตัวนี้อาการอันนี้ ให้เรามีปัญญาให้ได้ ว่ามันไม่ใช่ตัวเรา มันมาหลอกมาหลอนเรา มันเป็นตัวแฝงมา เป็นอาคันตุกะเป็นแขกมาจากไหนก็ไม่รู้ มาทำทีเป็นเจ้าของ มาทำทีเป็นตัวเรา นี่แหละคือตัวปัญญาที่จะต้องรู้ชัดแล้วรู้ทัน รู้อย่างมีพลังของปัญญา นั่นคือการทำลาย คือการกำจัด คือการประหาร ปัญญามีวิธีจะประหารความโง่ ประหารความไม่รู้ ประหารความงมงาย มันจะทำลายไปเลย พูดเหมือนกับภาษาโลก มันฆ่า มันฟัน มันเผา มันผ่านก็แล้วแต่ ไอ้ตัวรู้ที่รู้ยิ่งรู้จริง มันรู้สิ่งที่มันเป็นตัวหลอกตัวปลอม มันจะสลายไปในตัว _สู่แดนธรรม.. ปสาทรูปกับโคจรูป คือวิสัยของคนที่มีสติตื่น แต่ที่ผมไปฟังมิจฉาทิฏฐิเขาบอกว่าพระอรหันต์ต้องทำตัวเหมือนประสาทชาด้าน ไม่รู้สึกเลย โดยเขายกย่องพระอรหันต์ต้องนั่งสมาธิแล้วไม่รู้สึกอะไร ผลักให้ล้มก็ล้ม เจ็บป่วยก็ไม่รับเวทนา รู้สึกอะไรเลย พ่อครูว่า... มันจะดับมันไม่ได้หรอก สภาวะมันเจ็บมันปวดมันเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่อันนี้เป็นเรื่องของเป็นทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้ ทุกที่เลี่ยงได้พระพุทธเจ้าสอนเป็นทุกข์อริยสัจ 4 ทุกข์ที่เกิดตามกิเลสคือความโง่ ต้องแบ่งให้ได้ว่า ทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้ พระอรหันต์เป็นพระพุทธเจ้าก็เลี่ยงไม่ได้ แต่ว่าทุกข์ที่เลี่ยงได้นี้ เป็นทุกข์ที่จะต้องเรียนด้วย ผู้ฉลาดที่ไปโง่ให้มันทุกข์ พระอรหันต์ดับทุกข์นี้ได้แล้วขันธ์มันก็เป็นธรรมชาติ ซึ่งตรงไปตามธรรมชาติและมีปัญญามีความรู้สุดยอดว่า คุณไม่ให้มันเกิดอีก ถ้าตายแยกขันธ์แยกธาตุไปจริงๆเลย ตายอย่าง สุญญตนิพพาน อนิมิตนิพพาน อัปนิหิตตนิพพาน มันก็จบ ก็เลิก ไม่ต้องมีอะไรเลย แม้โลก ที่เป็นสังขารโลกในยุคนี้ เราก็พิสูจน์ได้ไปตามลำดับ โลกอบาย ที่เราเคยร่วมปรุงแต่งเราก็เลิกแล้ว มันก็มีอยู่ในโลกนี้และโลกอบาย ตั้งแต่หยาบ กาม ปรุงแต่งแย่งกันเป็นชาวโลกจะเป็นใหญ่เป็นโตเป็นผู้มีอำนาจบาตรใหญ่ นานาสารพัด เราก็รู้แล้วก็เลิกมาจนกระทั่งโลกลดลง ๆ _สู่แดนธรรม... สรุปแล้วพระอรหันต์ก็คือคนเข้าสู่ภาวะธรรมดาๆ ที่รู้จักเหนื่อย พ่อครูว่า... ธรรมดาๆ ที่ไม่ต้องไปแย่งเลยไม่ต้องปล่อยเขา แล้วก็อยู่อย่างสบายช่วยคนอื่นให้เขาพ้นทุกข์พวกนี้ แต่ก่อนเราก็หลงแบบนั้น บ้าๆบอๆมา เพราะฉะนั้นจนกว่าจะรู้สิ่งเหล่านี้ หลายผู้หลายคน เป็นมาหมดแล้ว เป็นเจ้าใหญ่นายโต เป็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นผู้บริหารใหญ่โต เป็นผู้ที่รวยเยอะแยะ เป็นมานับชาติไม่ถ้วน เราจำไม่ได้ ผู้ที่เป็นโพธิสัตว์ต้องผ่านสัมภาระวิบากเยอะๆนี้จะระลึกได้ ส่วนผู้ที่ไม่มีบารมี ก็แน่นอน วาสนาไม่ได้เป็นคนที่รวยมาก อำนาจมาก อยู่ในภพชาติต่ำๆ ตามวาสนาบารมีของเขา ซึ่งมันละเอียดละออเยอะแยะ พูดไปก็หลากหลายมากมาย เพราะฉะนั้นผู้ที่จะอุตสาหะวิริยะ จนกระทั่งได้เป็นเศรษฐี ได้เป็นผู้ใหญ่มีอำนาจ เป็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นอธิบดี เป็นอะไรก็แล้วแต่ มันก็มีตลอดกาลนานอยู่ในมหาจักรวาลเป็นไป เพราะฉะนั้นศึกษาดีแล้วจะรู้สิ่งเหล่านี้ว่าเหน็ดเหนื่อย สุดท้ายเราก็จะเอามาแบก คุณมีอำนาจก็แบกอำนาจ คนมีเงินก็แบกเงิน คุณมีเกียรติมียศก็แบกเกียรติยศสรรเสริญ คุณมีสรรเสริญก็แบกสรรเสริญ คุณมีสุขคุณก็แบกสุข _สู่แดนธรรม... ทั้งทั้งที่ของเรานี้มันเสื่อมได้มันไม่เที่ยง พ่อครูว่า... ไม่เที่ยง แปรปรวนทั้งนั้น ไม่ต้องไปอยากได้ ไม่ต้องไปอยากมี อยู่กันตามมีตามได้ ไม่ต้องไปอยากได้อยากมี แต่อยู่อย่างตามมีตามได้ สบายๆ ได้เท่านี้ก็พอได้เท่านี้ก็จบ ได้เท่านี้ก็สูญ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะจริงๆแล้วคนเรามันไม่โง่ สัตว์เดรัจฉานมันยังสามารถยังชีพของมันได้ แล้วเป็นคนยังชีพไม่ได้ก็โง่ตายไปซะ โง่กว่าเดรัจฉาน มันไม่เป็นไปได้หรอก ผู้ที่จะบรรลุอรหันต์หรือพระอริยะชั้นสูงแล้ว แค่รู้การจะยังชีพก็อยู่ได้ ขาดตกบกพร่องสิ่งที่จะยังขันธ์ให้อยู่รอด ขาดธาตุนั้นธาตุนี้ก็รู้ เข้าใจก็หามาใส่ สัตว์เดรัจฉานมันยังหามาใส่ได้ มันมีปฏิภาณนะ สัตว์มันป่วยมันก็ยังไปหายากินเลย ไปกินใบไม้อย่างนั้นอย่างนี้ มันมีปฏิภาณของมัน 651014 ตอบปัญหาผ่าสิทธิอุกกาบาตชนของศาสนาพุทธ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน