07.บทที่ 3(180461).docx

โฟลเดอร์word
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์28 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย การดำเนินงานวิจัย เรื่อง ผลของการรับประทานอาหารปรับสมดุลตาม หลักการแพทย์ วิถีธรรม ต่อการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ใช้แนวทางการวิจัยเชิง สำรวจ ( Survey R esearch ) มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบ ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่รับประทานอาหาร ปรับสมดุลตามหลักการแพทย์วิถีธรรมก่อน และหลังติดตามผลการอบรม 12 สัปดาห์ และศึกษา พฤติกรรมการรับประทานอาหารปรับสมดุลตามหลักการแพทย์วิถี ธรรม ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในระยะเวลา 12 สัปดาห์หลังการอบรม ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร ประชากรในการวิจัยครั้งนี้คือ ประช าชนซึ่งมาสมัครรับการอบรมค่ายสุขภาพ แพทย์วิถีธรรมตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ในเดือน ตุลาคม ณ ศูนย์เครือข่ายแพท ย์วิถีธรรม สวนป่านาบุญ 1จังหวัด มุก ดาหาร และ สวนป่านาบุญ 3 จังหวัด ปทุมธานี โดยถูกจัดเข้าอยู่ในกลุ่มผู้เข้าค่ายลักษณะ B (เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง หัวใจ อ้วน ไตเสื่อม ไตวาย) จำนวน 140 คน กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา คือ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในกลุ่มลักษณะ B ที่เข้าอบรมค่าย สุขภาพแพทย์วิถีธรรม ระหว่างเดือนตุลาคม 2560 โดยใช้เกณฑ์กำหนด ขนาดกลุ่มตัวอย่าง ขนา ด ประชากร เป็นหลักร้อยใช้เกณฑ์กำหนดตัวอย่างที่ 25% ( บุญชม ศรีสะอาด. 2535 : 38 ) ได้กลุ่มตัวอย่างที่ 35 คน เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ( Purposive sampling ) ตามคุณสมบัติเกณฑ์ คัดเข้า ( Inclusion C riteria ) และเป็นผู้ที่ยินยอมให้ความร่วมมือ 1 . คุณสมบัติเกณฑ์คัดเข้า ( Inclusion criteria ) มีดังนี้ 1 . 1 ได้รับวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ไม่มีภาวะแทรกซ้อนของโรคร้ายแรงอื่น 1 . 2 อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป 1 . 3 ไ

อ่านต่อ

ม่จำกัดเพศ การศึกษา อาชีพและฐานะทางเศรษฐกิจ สามารถอ่านออกเขียนได้ สื่อสาร ด้วย ภาษาไทยชัดเจน 1 . 4 มีผลตรวจระดับค่าน้ำตาลในเลือด ( FBS ) หรือระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด ( HbA1c ) ในช่วงก่อนการศึกษาวิจัยไม่เกิน 3 เดือน 1 . 5 เป็นผู้ที่สามารถตรวจหาค่าระดับน้ำตาลในเลือด ( FBS ) ทุกสัปดาห์ ระยะเวลา 2 สัปดาห์ 1 . 6 มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน รับรู้เวลา สถานที่ บุคคลได้ถูกต้อง 1 . 7 สามารถรับประทานอาหารปรับสมดุลตามหลักการแพทย์วิถีธรรมได้ 1 . 8 มีความสามารถใช้ line ในอุปกรณ์ Smart Phone 1 . 9 สมัครใจและยินยอมให้ความร่วมมือในการดำเนินการวิจัยครั้งนี้ 2 . เกณฑ์ในการไม่รับเข้ากลุ่มตัวอย่าง ( Exclusion C riteria ) มีดังนี้ 2 . 1 ผู้มีภาวะแทรกซ้อนของโรครุนแรง ได้แก่ โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคหลอดเลือดสมองหรือไตวาย 2 . 2 อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เครื่องมือ สำหรับ กลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยเบาหวานบันทึก และเคร ื่องมือส ำหรับ จิตอาสาผู้ช่วย วิจัย เป็นผู้บันทึก 1 . เครื่องมือ สำหรับ กลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยเบาหวานบันทึก ประกอบด้วย แบบสอบถาม ข้อมูลส่วนบุคคล สมุดคู่มือบันทึกอาหารบริโภค และ แบบ บันทึกระดับน้ำในเลือด ดังนี้ 1 . 1 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เป็นเบาหวานประกอบด้วย อายุ ศาสนา เพศ ระยะเวลาการดำเนินโรค ระดับน้ำตาลในเลือด ดัชนีมวลกาย ที่อยู่ สถานภ าพ ระดับการศึกษา อาชีพ ความถี่ในการเข้ารับกา รอบรม รูปแบบการออกกำลังกาย ความถี่ และระยะเวลาที่ใช้ต่อครั้ง 1 . 2 สมุดคู่มือบันทึกอาหารบริโภค แบบ 3 - day food record โดยบันทึกในวันธรรมดา 2 วัน และวันหยุด 1 วัน ต่อ 1สัปดาห์ รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 12 สัปดาห์ 1 . 3 แบบวิทยานิพนธ์หลักสูตรสาธาร ณสุขศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ น้ำตาลในเลือด ประกอบด้วยการบันทึกค่า HbA1c โดยบันทึกค่าก่อนและหลังเข้าร่วมการวิจัย และบันทึกค่า FBS สัปดาห์ละ 1 ครั้งในวันเดียวกัน จำนวน 12 สัปดาห์ 2 . เครื่องมือสำหรับ จิตอาสาผู้ช่วยวิจัย บันทึก ประกอบด้วย 2 .1 คู่มือบันทึกข้อมูลการรับประทานอาหารปรับสมดุลฯของกลุ่มตัวอย่างในและสัปดาห์โดยบันทึกตามวันที่กลุ่มตัวอย่างเลือก มีเนื้อหาเกี่ยวกับ ชนิดของอาหารฤทธิ์เย็นฤทธิ์ร้อน ปริมาณและความถี่ 2 .2 คู่มือประเมินพฤติกรรมการรับประทานอาหารปรับสมดุลฯที่กลุ่มตัวอย่างปฏิบัติในแต่ละสัปดาห์ แบ่งเป็น 6 ข้อย่อย คือ ปลอดสารพิษ ไม่มีเนื้อสัตว์ ปรุงรสเล็กน้อย (30%) คำนึงถึงอาหารกลุ่มเย็นและร้อน เคี้ยวให้ละเอียด รับประทานอาหารตามลำดับของการย่อยง่าย ขั้นตอนการสร้างและหาคุณภาพของเครื่องมือ นำเครื่องมือที่สร้างขึ้นไปทำการ ตรวจหา คุณภาพของเครื่องมือ โดย ทดสอบความตรงตามเนื้อหา ( Content Validity ) โดยให้ ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่านตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาทั้งฉบับ ( Content Validity for Scale , S - CVI ) ให้ตรงตามวัตถุประสงค์การศึกษาและครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด คำนวณ ได้ค่า S - CVI = 1 * * หมายเหตุ S - CVI ควรมีค่าตั้งแต่ 0 . 8 ขึ้นไป ( Davis , L . 1992 : 194 - 197 ; Waltz, C . , Strickland, O . , &Lanz , E . 2005 : 155 อ้างถึงในประจักษ์ ปฏิทัศน์. 2559 : 22 ) วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล แบ่งการศึกษาออกเป็น 5 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาเอกสาร เป็นการแสวงหากรอบแนวคิดทฤษฎี ( Theoretical framework ) เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการเก็บข้อมูล การสร้างแบบสอบถามและออกแบบ สมุดคู่มือบันทึกอาหารบริโภคและบันทึกระดับค่าน้ำตาลในเลือด( FBS ) ระยะเวลา 12 สัปดาห์ หลังการอบรม ขั้นตอนที่ 2 ทำหนังสือขออนุมัติการเก็บรวบรวมข้อมูลถึงคณะกรรมการจริยธรรม โดยได้รับใบรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมในการวิจัยในมนุษย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์เลขที่ HE - SRUU 1-0014 ขั้นตอนที่ 3 การวิจัยภาคสนาม เป็นการแสวงหาข้อมูลเชิงประจักษ์จาก กลุ่มตัวอย่าง ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในช่วงระยะเวลา ระหว่าง ที่เข้ารับการอบรม โดย จัดให้ มีกิจกรรมอาทิ การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม และการสังเกตแบบมีส่วนร่วม ช่วงเวลาของการเข้ากลุ่มโรค ครั้งละ 2 ชั่วโมง โดยทำทั้งสิ้น 3 ครั้ง (ทำกิจกรรมช่วงกลาง ๆ ของระยะเวลาการอบรม) ประเด็นของเนื้อหา เน้นความเข้าใจ เรื่องการรับประทานอาหารปรับสมดุล กล่าวคือ ไร้สารพิษ ไม่มีเนื้อสัตว์ ปรุงรสเล็กน้อยเท่าที่พลังชีวิตเต็ม จัดสัดส่วนของอาหารกลุ่มฤทธิ์ร้อนและฤทธิ์เย็นให้สมดุล รับประทานตามลำดับการย่อยง่ายและ เคี้ยวละเอียดโดยมีตัวชี้วัดคือความ รู้สึกที่สุข สบาย เบากาย มีพลัง สร้างทัศนคติในการรับประทานอาหารที่คำนึงถึง คุณประโยชน์มากกว่าความอร่อย สร้างกลุ่มไลน์เบาหวานเพื่อการติดต่อสื่อสารและเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน ขั้นตอนที่ 4 บริหาร และดำเนิน การวิจัย เป็นการติดตามพฤติกรรมการรับประทานอาหารและระดับค่าน้ำตาลในเลือด ( FBS ) ของกลุ่มตัวอย่างระยะเวลา 12 สัปดาห์ และเก็บบันทึกค่า HbA1c ก่อนและหลังการวิจัย กลุ่มตัวอย่าง ดำเนินการดังนี้ 1. ผู้วิจัย แนะนำตัวและชี้แจงวัตถุประสงค์ ขั้นตอนการวิจัยระยะเวลาการทำวิจัย ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำวิจัย 2. ฝึกทักษะการ บันทึก ประวัติ การรับประทานอาหาร โดยการฝึกเขียนจริง ระหว่าง ที่อยู่ในค่ายการอบรม ( ใช้ เวลาช่วงของการเข้ากลุ่มโรค ) 3. ผู้วิจัยมอบคู่มือ บันทึกอาหารบริโภคให้ กลุ่มตัวอย่าง ในคืนก่อนวันสุดท้ายของการอบรม 1 วัน พร้อมทบทวน วิธีการบันทึก ประวัติ การรับประทานอาหาร และการถ่ายรูปอาหารที่รับประทานประกอบทุกครั้ง โดยให้ส่งเข้า line กลุ่มย่อยทุกครั้งที่มีการบันทึก 4. ทำความเข้าใจวิธีการเจาะ FBS ในแต่ละสัปดาห์ ( ให้เจาะเลือด ในวันเดียวกัน ใน แต่ละสัปดาห์ )และ สำหรับผู้ที่ไม่มี ผลของระดับน้ำตาลในเลือดสะสม ( HbA1c ) ขอความร่วมมือ ในการตรวจหา ค่าของ HbA1c ก่อนเริ่ม การวิจัย 5 . แจ้งให้กลุ่มตัวอย่างทราบถึงระบบการติดตามของจิตอาสาผู้ช่วยวิจัย ( โทรติดตามอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ) และ กลุ่มตัวอย่างสามารถสอบถามปรึกษาและขอคำแนะนำทางโทรศัพท์ จากผู้ช่วยผู้วิจัยได้ตลอดเวลา 6 . จัดตั้งกลุ่ม line โดยแบ่งเป็น กลุ่ม line ย่อย (จำนวนสมาชิกผู้ป่วยเบาหวาน3-4 คนต่อจิตอาสาผู้ช่วยวิจัย 1 คน) และ กลุ่ม line รวม (ผู้ป่วยเบาหวานกลุ่มตัวอย่างทุกคน) เพื่อเพิ่มช่องทางสำหรับการสื่อสาร กลุ่ม จิตอาสาผู้ช่วยวิจัย ดำเนินการดังนี้ 1 . ผู้วิจัยจัดการประชุมกลุ่มจิตอาสาผู้ช่วยทุกคนเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ ขั้นตอนการวิจัย ระยะเวลาการทำวิจัย ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำวิจัยวิธีการลงบันทึกเอกสารที่ได้รับเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน 2. เพื่อให้การติดตามกลุ่มตัวอย่างเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ผู้วิจัยขอให้จิตอาสาผู้ช่วยวิจัย พูดคุยในประเด็นตามเครื่องมือแบบประเมินการปฏิบัติการรับประทานอาหารปรับสมดุลของกลุ่มตัวอย่างในแต่ละอาทิตย์และแบบบันทึกอาหารที่กลุ่มตัวอย่างรับประทานแยกเป็นกลุ่มอาหารฤทธิ์ร้อนฤทธิ์เย็นตามเอกสารที่ให้ 3. แจ้งหลักการของการโทรศัพท์เพื่อติดตามกลุ่มตัวอย่าง กล่าวคือโทรอย่างน้อยสัปดา ห์ละ 1 ครั้ง พูดคุยครั้งละ 15- 30 นาที สามารถให้คำแนะนำในการปฏิบัติตนเรื่องรับประทานอาหารปรับสมดุลแก่กลุ่มตัวอย่างได้เต็มที่ เน้นย้ำประเด็นคุณประโยชน์มากกว่าความอร่อยทุกครั้งของการสนทนา (ให้ข้อมูลของวิปลาส4จากพระไตรปิฎกเล่ม 31 “มหาวรรควิปัลลาสกถา” ข้อ 525) เอกสารแนบในภาคผนวก 4. ติดตามตรวจสอบเรื่องการเจาะค่า FBS ในแต่ละสัปดาห์ 5 . แบ่งรายชื่อของกลุ่มตัวอย่างให้จิตอาสาดูแล 3-4 รายชื่อต่อจิตอาสา 1 คนโดยวิธี นับเรียงตามลำดับชื่อของกลุ่มตัวอย่างที่ลงทะเบียนไว้ เกณฑ์ในการแต่งตั้งจิตอาสาผู้ช่วยวิจัย 1. ผู้ที่ได้รับปลอกแขนจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมจากอาจารย์หมอเขียว 2. ผ่านการอบรมหลักสูตรการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม ระยะเวลา 100 ชั่วโมง โดยแยกออกเป็นภาคทฤษฎี 20 ชั่วโมงและภาคปฏิบัติ 80 ชั่วโมง ขั้นตอนที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูล โดยการบูรณาการผลการศึกษาเอกสาร ผลการวิจัยข้อมูลจากสมุดคู่มือบันทึกอาหารบริโภค (บันทึกโดยกลุ่มตัวอย่าง) แบบประเมินการปฏิบัติการรับประทานอาหารปรับสมดุล ฯ และแบบบันทึกอาหารที่กลุ่มตัวอย่างรับประทานแยกเป็นกลุ่มอาหารฤทธิ์ร้อน ฤทธิ์เย็น (บันทึกโดยจิตอาสาผู้ช่วยวิจัย) ระดับค่าน้ำตาลในเลือด ( FBS ) ระยะเวลา 12 สัปดาห์ ผลของระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด ( HbA1c ) ก่อนและหลัง 12 สัปดาห์เข้าด้วยกัน นำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อตอบโจทย์ของการวิจัยเรื่องผลของการรับประทานอาหารปรับสมดุลตามหลักการแพทย์วิถีธรรมต่อการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และพฤติกรรม การรับประทานอาหารปรับสมดุลของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่2ในระยะเวลา12 สัปดาห์หลังการอบรม การวิเคราะห์ข้อมูล 1. ข้อมูลส่วนบุคคล วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย แสดงผลเป็นตาราง 2. แบบบันทึกอาหาร บริโภค 3- day food record วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย 3. แบบบันทึกระดับน้ำในเลือด ( FBS ) วิเคราะห์ข้อมูลโดยกราฟเส้นแสดงค่าเฉลี่ย ( FBS ) รวมแต่ละสัปดาห์ 12 สัปดาห์ และเปรี ยบเทียบค่า น้ำตาลในเลือด ( FBS ) ค่า ระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสม ( HbA1c ) ก่อนและหลังการวิจัยด้วยสถิติ Paired sample t - test 4 . แบบ ประเมิน พฤติกรรม การรับประทานอาหารปรับสมดุล ฯ ของกลุ่มตัวอย่างในแต่ละ สัปดาห์ ใช้ เกณฑ์การแปลความหมายค่าคะแนน โดย กำหนดระดับการวัดเป็น 3 ระดับ ตามแนวคิดการ แบ่งช่วงคะแนนเฉลี่ยของ บลูม ( Bloom . 1971 : 129 อ้างถึงใน ลีณวัฒน์ คุณเวียน , บัววรุณ ศรีชัยกุล และธีรยุทธ อุดมพร. 2555 : 187 - 196 ) คำนวนได้ระดับของการปฏิบัติ การรับประทานอาหารปรับสมดุล ฯ ดังนี้ คะแนน การปฏิบัติ รายข้อ แปลผล คะแนนร้อยละ 80 ขึ้นไป ( 1 . 60 - 2 . 0 คะแนน ) สามารถปฏิบัติได้ดี คะแนนร้อยละ 60 - 79 ( 1 . 20 - 1 . 59 คะแนน ) สามารถปฏิบัติได้ ปานกลาง คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 60 ( 0 - 1 . 19 คะแนน ) ต้องปรับปรุง การปฏิบัติ คะแนน การปฏิบัติโดยรวม แปลผล คะแนนร้อยละ 80 ขึ้นไป ( 9.60-12.00 คะแนน ) สามารถปฏิบัติได้ดี คะแนนร้อยละ 60-79 ( 7.2-9.59 คะแนน ) สามารถปฏิบัติได้ปานกลาง คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 60 ( 0-7.19 คะแนน ) ต้องปรับปรุง การปฏิบัติ การให้คะแนน การปฏิบัติ ให้คะแนนปฏิบัติประจำในระดับ 2 คะแนนปฏิบัติบางครั้ง 1 คะแนน และ ไม่ปฏิบัติ 0 คะแนน ปฏิบัติประจำ หมายถึง ในการบันทึกอาหารบริโภค 3 วัน มีการปฏิบัติ 2 ใน 3 วัน ปฏิบัติบางครั้ง หมายถึง ในการบันทึกอาหารบริโภค 3 วัน มีการปฏิบัติ 1 ใน 3 วัน ไม่ปฏิบัติ หมายถึง ในการบันทึกอาหารบริโภค 3 วัน ไม่มีการปฏิบัติเลย

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

word1.ปก.docx
19 พฤษภาคม 2565
wordภาคผนวก.docx
6 กันยายน 2564
word01 ปก พริ้วลมบุญ.docx
15 พฤศจิกายน 2563