สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน ยืนหยัดสัจธรรมจนคนตาบอดเห็นได้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์14 KB
วันที่แก้ไข18 มีนาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

ยืนหยัดสัจธรรมจนคนตาบอดเห็นได้

ขณะนี้สังคมโลกยุคปลายภัทรกัป อีกสองพันกว่าปีก็ไม่เหลือ คนที่มีบารมีเท่านั้นจะรอด คนไม่มีบารมีก็ไม่รอด ใครมีวิบากก็ไปเกิดในยุคนั้น ใครไม่อยากมีวิบากไปเกิดยุคนั้น ก็เรียนให้รอด ให้หลุดพ้นได้ จะได้ออกจากวงจร พวกคุณมาอยู่ในวงจรการพัฒนาไปสู่อาริยชนแล้ว ใช้คำว่า อาริยะ ไม่เรียกอารยะหรืออริยะ อาตมาขอใช้คำว่าอาริยะ คือเอาอารยะผสมกับอริยะ เพราะอารยะเป็นการเจริญทางโลกๆ รูปธรรมโลกีย์ ส่วนทางอริยะก็เจริญทางนามธรรม แต่ยึดมั่นถือมั่นออกนอกรีตเป็นเดียรถีย์ไปหมด ของพุทธก็เพี้ยนเป็นอริยะปลอมไปหมด ก็เลยใช้พยัญชนะเป็นอาริยะ สัจธรรมกำลังยืนยัน สัมผัสได้ คนตาบอดเห็นได้ อาตมาตั้งข้อสังเกต ว่าทำไมคนที่จะมาร้องเพลงว่า มองเห็นพระเจ้าอยู่หัว น.ส.พัทธนันท์ ที่เป็นคนตาบอดมาร้องเพลงนี้ซาบซึ้งกันทั่วประเทศ มองเห็นพระเจ้าอยู่หัว มองเห็น คนตาบอดมองเห็น แต่คนตาดีไม่มาร้อง ร้องมีพลัง ไม่มีเพี้ยนด้วย เพลงปราบเซียนนะ มีแฟลต มีชาร์ป คนแต่งก็เก่ง อาตมาเป็นนักแต่งเพลงก็ต้องชม เพลงอาตมาก็มีแฟลต มีชาร์ป เยอะเพลงในหลวงก็มีเยอะ อาตมาตอนนี้วางเรื่องเพลงแล้ว มีเพลงสุดท้ายที่แต่งคือเพลงสมรรถภาพ มาเถอะมาอย่าช้า อยู่ไหนรีบมาคว้ามีดพร้าและจอบเสียม….. อาตมาแต่งเพลง สี่ ภาพ สันติภาพ ภราดรภาพ อิสรเสรีภาพ สมรรถภาพ และบูรณภาพ ไม่สำเร็จ แต่งบูรณภาพไม่ได้ ได้แค่สี่ มันมีห้าภาพ ที่อาตมารวบรวมเอาไว้ ตอนนี้ทั่วโลกยอมรับการรับแล้ว เป็นธรรมะ ความรู้และความจริงที่เป็นได้อยู่ในประเทศไทยแล้ว มี 2 อย่างนี้ทั้งความรู้และความจริง เป็นธรรมะระดับสัจธรรม the classes ของพระพุทธเจ้าสอนไว้มี 9 วรรณะ ๑. เลี้ยงง่าย (สุภระ) ไม่ใช่มักง่าย เหมือนหมูเหมือนหมา ๒. บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) ต

อ่านต่อ

รงข้ามกับทุโปสะที่เข็นยากสร้างยาก เลี้ยงยาก อย่างกลุ่มธัมมชโย ๓. มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) . . ๔. ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ๕. ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) ๖. เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) ๗. มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ๘. ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ๙ ๙. ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) .

ก็ไม่มีใครมาครอบงำความคิด เราพิจารณาด้วยปัญญาของเราเอง จะมีเหตุปัจจัยมาก็เป็นรอง ตัวเราเป็นหลัก ถ้าเราสัมผัสแล้ว เราไม่เอาก็อยู่ที่เรา แต่ถ้าเป็นจริงแล้วจะมีปัญญารับติดว่าใช่ กลุ่มพวกเรา พวกอาตมาจะสร้างสิ่งที่กว้างและลึก ส่วนพวกเราจะเป็นพวกที่นำหน้าทำต่อไป จะรับสืบต่อไปเอาไปปฏิบัติ จะได้อย่างไรแค่ไหน ก็ไม่ได้กระดี๊กระด๊าหวือหวา ก็ทำไป อนุโมทนาสาธุที่ได้เอาชีวิตมาทางนี้ แจกปลอกแขนจิตอาสา ก็เป็นเครื่องหมาย ตามวิธีการของทางโลก ไม่มีสิทธิอำนาจหน้าที่ ที่เราอนุมัติกัน มันเป็นวิธีการของสังคมมนุษยชาติ ก็ค่อยค่อยเจริญขึ้นไปเรื่อยๆ อาตมายังนึกเสียว่า พวกคุณจะเป็นกลุ่มที่จะสร้างอระหันต์ 9 รูปขึ้นมา อาตมาบอกว่าถ้าได้อรหันต์ 9 รูป จะพาให้ธรรมะของพระพุทธเจ้าไปถึง 2000 500 กว่าปีได้ครบ พวกคุณจะได้เป็นพระอรหันต์ อาตมาอธิบาย บุคคล 7 สัทธานุสารี เป็นแกนเจโต ส่วนธัมมานุสารีเป็นแกนปัญญา ตั้งแต่อุตุนิยาม ทำตัวเองไม่ได้ต้องถูกเหตุปัจจัยภายนอก สะสมตั้งแต่ธาตุดิน โลหะ มีความควบแน่น มีประสิทธิภาพ หลายเชิง ถ้าโลหะก็มีทองคำสูงสุด ถ้าแก๊สก็จะมีอย่างอื่น มันก็ร่วมกันช่วยกัน พอถึงยุคกาล ประเทศไทยเป็นประเทศเล็กไม่ยิ่งใหญ่ด้านอุตสาหกรรม ทางวิทยาศาสตร์สู้เขาไม่ได้ สู้สิงคโปร์ไม่ได้ ไม่ต้องเทียบกับจีนหรือประเทศอื่นๆเลย แต่เราก็มีดีทางนามธรรม นามธรรมจึงหยั่งลงในประเทศไทย พลเมืองเราก็แค่หกสิบล้าน ประเทศข้างเคียงมีประชากรมากกว่า อุตุนิยามไม่เป็นตัวของตัวเองเลย แต่พีชนิยามเริ่มมีตัวเอง แต่ไม่ไปทำร้ายใคร เป็นพลังงานองค์รวมชีวะ และชีวะนี้ไม่เป็นพิษภัย มีแต่ประโยชน์ พระพุทธเจ้าตรัสรู้เอาพลังงานจิตนิยามที่มีพลังมากกว่าพีชะ แต่ว่ามันไปเสีย ไปโง่ ก็ทำให้เป็นพลังงานสะอาดดี แล้วเอามาใช้ โดยพีชะก็มีอยู่ อุตุก็ยังมีอยู่ อะไรเป็นพีชะ อะไรเป็นอุตุ ก็มีจิตควบคุม เป็นคนควบคุมจัดการองค์รวมให้ตามที่ประสงค์อย่างซื่อสัตย์ จึงเป็นพลังงานช่วยมวลสรรพสิ่ง ทั้งสรรพสัตว์ได้ ตอนนี้ความรู้กำลังเกิดขึ้น กำลังกระจายและเป็น อาตมามายุคนี้ก็ได้ทำเต็มที่สุดที่ของภูมิรู้ ไม่ได้มีการยั้งไว้ แต่เอาออกไปทำเต็มที่โดยประมาณ เพราะการทำแบบประมาณ คือไม่ทำหมดต้นทุน เพราะถ้าพลาดจะเสีย ถ้าทำแบบนี้ไม่ประมาท แม้พลาดต้นทุนก็ไม่เสีย ยังพอเก็บหอมรอมริบเอาคืนมาได้ ที่นี่ก็อนุโมทนาสาธุ ในสังคมคนไม่เข้าใจเรื่องของอรหันต์โดยเรื่องของอนาคามีแล้ว คนที่เป็นแกนศรัทธา สัทธานุสารี ก็แสวงหาสัจธรรม ปฏิบัติได้เป็นสัทธาวิมุติ แต่สายธัมมานุสารี ปฏิบัติก็เป็น ทิฏฐิปัตตะ พอเป็นแล้ว ทางสายเจโตหรือสัทธา จะเป็นกายสักขี เป็นสภาพองค์รวมสิ่งที่เป็นไปได้ อย่างในหลวง ร.9 เราแสดงกายสักขีเต็มองค์ พระจริยวัตรของพระองค์คนรับได้ แม้ที่สุดในองค์กรสหประชาชาติและองค์กรของโลก เข้ามาร่วมก็เพราะว่าชัดเจน เห็นได้ รู้ได้ว่าต้องเป็นอย่างนี้ อย่างนี้คือเป็นวรรณะ 9 the classes เลี้ยงง่าย บำรุงงาน มักน้อย ไม่ต้องมาก มีน้อยก็พอ ไม่ประมาทเกินพอ ด้วยคำตรัสของในหลวง คือเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ขาดไม่เกินสมบูรณ์สมดุล ซึ่งอธิบายโดยพยัญชนะ โดยวัตถุรูปธรรมก็ง่าย แต่พระองค์ก็เน้นให้มาทำแบบคนจน แล้วมี ขาดทุนของเรา คือกำไรของเรา นี่คือ The Great word ของในหลวง เป็นคำวิเศษ เศรษฐกิจพอเพียงก็เอาที่ประมาณไว้ ส่วนลักษณะที่ชี้ชัดก็คือ แบบคนจนต้องอยู่ในลักษณะแบบคนจน ขยายความก็คือ ต้องมาขาดทุน คนเรานั้นก็คิดว่าขาดทุนแล้วจะอยู่ได้อย่างไร คนเขาขาดทุนแล้วจะอยู่ไม่ได้ แต่คนมีความรู้ก็บอกว่าขาดทุนแล้วจะอยู่ได้ 1 เรามีความขยันและสมรรถภาพ ก็ทำงาน ถ้าขยันใช้เฉยๆ แต่ไม่ทำงานก็ไม่มีอะไรเกิด แม้จะมีความรู้และสมรรถภาพสูง แต่ไม่ได้ทำงานก็ไม่มีประโยชน์เกิด ต้องมีสามเส้า 1 ต้องมีความรู้ 2 ต้องมีสมรรถภาพ 3 ต้องมีการทำงานให้เกิดการเคลื่อนไหว เกิดบทบาทลีลา มีกลละ มีกล ออกไปจึงเกิดผล คนที่ทำงานมีสมรรถนะและมีความรู้สูง มีพลังงานมาก มีแรงงานมาก ก็ทำเต็มที่ แล้วเป็นคนไม่สะสมเป็นคนมักน้อย เป็นคนพอแล้ว มีเหลือก็สะพัด แล้วไม่ประมาทมีสำรองไว้คงคลัง ให้อยู่ได้ สรุปแล้วเป็นคนมีส่วนเหลือส่วนเกิน เพราะมีสมรรถภาพ และมีความรู้ และมีการทำงาน จึงมีผลผลิต มีแรงงาน มีส่วนเกิน เหลือใช้ เป็นคนเลี้ยงง่าย บำรุงง่าย เป็นคนมักน้อยไม่ฟุ้งเฟ้อ จึงมีส่วนเหลือ คนที่มีความสามารถ มีคุณธรรม จะมีความสามารถ มีความรู้ที่ผลิต และสร้างมีผลงานมีสิ่งที่เกิดขึ้นเหลือ เกินที่ตนเองกินใช้ เราทำได้1000 หน่วย เราเองอาศัยกินใช้แค่สองร้อยหน่วย แล้วอีก 800 หน่วย ก็เอาไว้เหลือไว้คงคลังสามร้อย คุณก็เอาห้าร้อยนี้ไปขาดทุนให้สังคม คุณกินใช้แค่สองร้อย คุณมีเผื่อพอไว้อีกสามร้อย สำหรับขาดเหลือ แต่คุณสมรรถภาพสร้างได้ พัน ก็ให้คนอื่นได้ชักเนื้อให้คนอื่นได้ก็อยู่ได้ คนที่ไม่เข้าใจ หรือเข้าใจคำว่าขาดทุนอย่างโลกีย์อย่างง่ายๆตื้นๆ เขาก็ไปไม่ออก แต่พวกเราเข้าใจแล้วจึงมีรูปธรรมได้จริง พวกคุณเป็นรูปของหนุ่มสาว กำลังแล่น พวกอาตมานี่มันยู่ยี่ไปหน่อยแล้ว คนก็ไม่ค่อยจะเข้าใจ หน้าที่ของพวกคุณต้องนำหน้า ต้องแสดงบทบาทต้องทำงานให้เต็มที่ คนจะไปทำงานกับสังคมเป็นพระอาริยะเป็นอรหันต์ พิสูจน์เลยว่าฆราวาสจะไปเป็นนายกรัฐมนตรีได้ แต่จะไม่เป็นประธานาธิบดี พระธรรมะของพระพุทธเจ้าจะเป็นประชาธิปไตยสองขา มีนามกับรูป ประชาธิปไตยขาเดียวไม่มีการสืบสันตติวงค์ ไม่มีมณเฑียรบาล ไม่มีประยูรญาติ ที่สืบทอดมาไม่ใช่ชาติเดียว อาตมาประกาศแล้วว่าอาตมามี DNA ทางจิตวิญญาณสืบทอดมาจากพระเจ้าอโศกมหาราช พ่อขุนรามคำแหง พระสารีบุตร แค่นี้ก็เหลือกินแล้ว มีอีกเยอะแยะ แต่เอาแค่สาม ไม่ได้พูดอย่างอวดดิบอวดดี ถ้าจะอวดดี อาตมาพูดไปนานแล้ว ไม่ได้พูดเพราะอยากอวดดีอวดเด่น แค่สามชื่อ อาตมามี DNA พระสารีบุตร แล้วมาสืบต่อเป็นพระเจ้าอโศกมหาราชแล้วก็มาต่อพ่อขุนรามคำแหง อาตมาไม่ได้โมเมด้นเดา ถ้าอยากคุยก็คุยมานานแล้ว อาตมาพูดยุคนี้จะมีคนชัดเจนเชื่อได้ มีต้นทุนความรู้ของตัวเอง ไม่ถูกครอบงำก็จะมีปัญญาเชื่อได้ ไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อ ไม่ใช่เรื่องพูดเอาเหมือนธัมมชโย เป็นต้นธาตุต้นธรรมใหญ่สุด ขณะนี้โลกกำลังรู้แล้วว่าธรรมะอันเป็นนามธรรม แม้แต่พวกประชาธิปไตยขาเดียว ซึ่งลบหลู่นามธรรม ยิ่งเป็นคอมมิวนิสต์ก็ตีทิ้งนามธรรมเลย คอมนิสต์ก็เลยล้มหายไปเยอะ เหลือแต่พวกเศษของคอมมิวนิสต์ เขารู้แล้วว่านามธรรมสู้ประชาธิปไตยสองขาไม่ได้ ในโลกนี้รูปแบบประชาธิปไตยสองขาที่เป็นต้นแบบคืออังกฤษ เป็นต้นแบบการประกาศประชาธิปไตยมาในโลก ใหญ่กว่า มีอาณานิคมมากกว่าไทยเยอะ แต่ทำไมมาเกิดในเมืองไทย ไม่ใช่ความบังเอิญ ใครอยากจะเอาไปก็เอาไปสิ เอาคุณสมบัติคุณธรรมอย่างนี้ไปได้ คนที่มีวรรณะ 9 มักน้อย สุภระ เลี้ยงง่าย สุโปสะพัฒนาให้เจริญได้ง่าย อัปปิจฉะ มักน้อย กล้าจน สันตุฏฐิ ใจพอ เป็นตัวกลาง หรือสันโดษ พอ ความพอ แค่นี้พอ มากกว่านี้สะพัดออก มีเผื่อไว้พอ จะไม่กลัวอด ไม่กลัวตาย ไม่กลัวลำบาก ความลำบากสร้างสมรรนะ สร้างปัญญา อุปสรรคนั้นสร้างปัญญาสมรรถนะ แต่อย่าห่าม อุปสรรคเกินคุณก็ตาย พระพุทธเจ้าว่า ต้องตั้งตนบนความลำบากกุศลกรรมเจริญยิ่ง ผู้ที่มีความมักน้อย มีความพอ และสัลเลขะ มีการขัดเกลา สิ่งที่ตนเองมีความบกพร่องไม่ดี ก็เรียนรู้ขัดเกลาออก คนที่ยังไม่เป็นอรหันต์ก็ขัดออกไป แม้แต่จะเป็นอนาคามีก็ขัดเกลาสิ่งที่ยังเหลืออยู่ข้างในออก สัลเลขะจนมีอาการน่าเลื่อมใส แสดงกายวิญญัติ วจีวิญญัติ ปรุงแต่งจากภายในเป็นวจีสังขาร แล้วออกไปข้างนอก ตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ เป็นสามเส้า ทำงานร่วมกับ อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา เป็นสองเส้า สังเคราะห์ออกมาเป็นวจีสังขาร เป็นวจีแล้ว บางอย่างก็มีบัญญัติ ก็ออกมาได้เลย ถ้าไม่มีก็บัญญัติออกมาเป็นวจีกรรมหรือกายกรรม ผู้ที่สามารถขัดเกลาเป็นสัลเลขะ ก็แสดงออกมาเหมือนเคร่ง ผู้ได้แล้วไม่เคร่ง เพราะทำได้แล้วไม่เคร่ง ไม่เกร็ง ไม่เครียด ได้โดยไม่ยากไม่ลำบากซึ่งฌานทั้ง 4 แต่คนที่ทำยังไม่ได้ก็เคร่งคุม ใหม่ๆนี้ยากต้องทำได้จนชิน และชา คำว่าชินแปลว่าชนะ คำว่า ชา แปลว่ารู้ในภาษาบาลี ชินชา=ชนะอย่างมีความรู้ แต่เมื่อเป็นภาษาไทยไปแล้วคือทนได้ โดยไม่ต้องทนแล้ว แต่ไม่ใช่ซื่อบื้อไม่รู้เรื่อง แต่โดยเนื้อหาชินชาคือชนะโดยสัจธรรม ผู้ที่มีศีลเคร่ง ธูตะ เป็นผู้มีต้นทุน ออกมาเป็นอาการ ปาสาธิกะ คืออาการน่าเลื่อมใส่ทั้งกายกรรม วจีกรรม ที่คุณสามารถรู้ได้ อย่างในหลวงเรามีอุตสาหะวิริยะ ใครไม่ทำเราทำคนเดียวไม่ติดยึด ไม่มีชั้นวรรณะ แต่พระองค์ก็ทำโดยไม่ไว้พระองค์ พระองค์ต้องทำอย่างเหมาะตามฐานะ แต่พวกฝ่ายซ้ายก็จะทำให้เสมอภาค ก็ไม่รู้เรื่องจริงๆ จะต้องดึงมาหาตัวเองให้ต่ำ ว่าต้องให้เหนือกว่าทำไม ก็เพราะว่าคุณเป็นคนต่ำจริงน่ะ แทนที่จะเชิดชูบูชาคนสูง แล้วพัฒนาตนเองให้สูงตาม แต่นี่กลับดึงคนสูงให้ลงมาหาคนต่ำ ต่อไปจากนี้เป็นตัวไขความ อปจยะ คือไม่สะสม เป็นคนไม่สะสมทั้งวัตถุทรัพย์ทั้งกิเลส มีแต่สละออก ไม่สะสมวัตถุและกิเลส การไม่สะสมวัตถุ จนเป็นสาธารณโภคียิ่งใหญ่กว่าคอมมูนหรือคอมมิวนิสต์ ที่ให้เป็นองค์รวมแต่เป็นการบังคับด้วยกลุ่มคน ไม่อิสรเสรีภาพ แต่ประชาธิปไตยที่เป็นคอมมูนสาธารณโภคีนี้ให้มาด้วยปัญญาของตนเอง ไม่มีการหาเสียงหรือบังคับแต่อย่างใดเลย วิริยารัมภาะคือขยันอยู่เสมอ ไม่ขาดตอนต่อเนื่อง ถ้าควรพักก็พัก ถ้ามีสิ่งที่ควรทำก็ทำ สุดยอด เทวดาถามพระพุทธเจ้าว่านิพพานเป็นอย่างไรสั้นๆ พระพุทธเจ้าตอบว่า เราไม่พักเราไม่เพียร นั่นแหละเราข้ามโอฆสงสารแล้ว อนายูหัง อปัฏฏิฐัง สองคำนี้ ….จบวรรณะ 9 the classes พวกเรามาพากเพียรให้เป็นคนมีวรรณะ 9 นี้ ไม่ใช่วรรณะแบบ พราหมณ์ กษัตริย์ แพทย์ ศูทร จัณฑาล อย่างนั้น ยุคนี้ _มีคำถามมา จะเป็นไปได้ไหมในยุคของรัชกาลที่ 10 จะเป็นยุคของชาวศิวิไลซ์ โดยมีคนกลุ่มหนึ่งเป็นผู้นำให้ธรรมจักร นี้หมุนไปได้ในยุคนี้ ตอบ...ได้แน่นอน มี “เจตนา” แต่อย่า “อยาก” จง “พากเพียร” ให้เต็ม “บริสุทธิ์”...ความบริสุทธิ์เท่านั้น ที่จะชนะทุกสิ่งทั้งโลก...ในที่สุด

591020_เอื้อไออุ่นแพทย์วิถีธรรม โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน