สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน การได้รับใช้คือวิธีคลายทุกข์.docx
เนื้อหาในไฟล์
การได้รับใช้คือวิธีคลายทุกข์ สมณะเดินดินว่า….วันนี้เป็นรายการวิถีอาริยธรรมที่สันติอโศก หลังจากกลับจากการสัญจรภาคอีสาน ภาค 2 ไปที่สวนป่านาบุญของคุณหมอเขียว มีคนมากันมากกว่า 500 คน หมอเขียวใช้เรื่องสุขภาพเป็นตัวนำให้คนมาปฏิบัติธรรม คนมาเพราะว่าอยากจะรักษาโรคทางร่างกาย แต่พ่อครูประกาศว่าจะรักษาโรคทางจิตใจคือโรคกิเลสคนกลับมาไม่มากเท่า หมอเขียวประกาศให้มาเข้าค่ายพระไตรปิฎก ซึ่งต้องมาฟังพระไตรปิฎก คนก็ยังมามาก แล้วพ่อครูก็ไปที่ศรีโคตรบูรณ์ ก็สะดุดชื่อ ศรีคือความดี โคตรคือรากเหง้า บูรณ์คือความเต็มบริบูรณ์ ไปที่ 2 นี้พวกเด็กสื่อบ่นกันว่ามีของมาฝากเต็มแน่นรถเลย มีผลละหมากรากไม้อยู่ที่นี่อุดมสมบูรณ์ มีดินน้ำไฟลมรอบล้อมอย่างอุดมสมบูรณ์ สมชื่อศรีโคตรบูรณ์ เป็นชื่อของอาณาจักรเก่า แต่วันนี้จะมีอะไรยิ่งกว่าที่ศรีโคตบูรณ์อีก พ่อครูได้เตรียมเอกสารมาสื่อให้พวกเราฟัง พ่อครู... วันนี้ 23 ตุลาคม เป็นวันสำคัญของประเทศไทยวันหนึ่งเป็นวันปิยมหาราช พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงถือว่าเป็นวันปิยมหาราชเพราะว่ารัชกาลที่ 5 เป็นรัชกาลที่ได้รับการเทิดพระนามว่ามหาราชองค์หนึ่ง ในจำนวนมหาราชทั้งหมดเท่าที่ได้กำเนิดเกิดมาในประดาคนไทยเรานี้ ที่มีพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่รัชกาลที่๑มามาจนถึงรัชกาลที่ 9 ก็มีตั้งแต่พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ก็นับเป็นมหาราชองค์ที่ 1 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือพระปิยะมหาราช เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็ มีผู้ทูลเกล้าถวายท่านแล้ว ในหลวงรัชกาลที่ 9 ประชาชนน้อมเกล้าถวาย ตอนยังทรงอยู่ท่านก็ว่าอย่าเพิ่งเลย แต่การถวายพระนามมหาราชประชาชนเป็นผู้ถวาย ไม่ใช่ตั้งเอง ถวายว่าเป็นพระภัทรมหาราช
อ่านต่อ
ถวายตั้งแต่ปี 2539 สิ่งเหล่านี้เกิดจากความเป็นจริง ของพระจริยวัตรของในหลวง พระเจ้าแผ่นดินแต่ละพระองค์ ท่านมีพระจริยวัตรที่ประชาชน ที่เป็นราษฎรของพระองค์ เขาจะต้องรู้ เขาจะต้องเห็น มันเป็นเรื่องธรรมชาติธรรมดาตั้งแต่โบราณกาล คือคนเป็นสังคมหมู่กลุ่มก็มีหัวหน้า เป็นสัตว์โขลง ต้องมีหัวหน้าโขลง สัตว์ก็จะมีเช่นกันโดยปริยายเป็นสามัญ จะสามารถเป็นตัวนำ เป็นการรู้กันมันมีเซ้นส์ของมัน ถ้ายิ่งเป็นคนก็จะมีปฏิภาณความรู้มีปัญญา ที่จะสามารถกำหนดรู้ว่าอะไรมันดี อะไรประเสริฐ คำว่าดี คำว่าประเสริฐ อาตมาสรุปรวมลงไปได้ 2 คำใหญ่ๆ คือ 1. ความไม่เห็นแก่ตัวจริงๆเลย โดยที่กิเลสไม่มี พระอรหันต์ขึ้นไปไม่มีกิเลสไม่มีตัวตน นั่นคือคุณความดีงามของมนุษยชาติอันประเสริฐ 2. ประพฤติทำงานเพื่อประชาชน คนไม่เห็นแก่ตัวแต่ไม่ทำงานการเพื่อประชาชนมันก็ไม่มีค่า ไม่มีประโยชน์อะไรแก่มนุษยชาติ คนทำงาน พยายามจะช่วยมนุษยชาติแต่มีกิเลสอย่างเห็นแก่ตัว โดยเฉพาะทุกวันนี้ มีความเห็นแก่ตัวเยอะได้รู้ว่าการทำงานเพื่อประชาชนเป็นความดีความประเสริฐ นัยสำคัญที่ควรทำ ก็ใช้นัยสำคัญอันนี้ หลอกประชาชนว่าจะมาทำงานเพื่อประชาชน แต่ความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้กิเลสมี มีความเฉลียวฉลาด เฉกา หลอกลวงแล้วทำการณ์ในสังคมทุกวันนี้ พฤติกรรมอย่างนี้เรียกกันในประเทศทุกประเทศในขณะนี้ ว่า ประชาธิปไตย คำว่าประชาธิปไตยคือความดีงามความประเสริฐของพฤติกรรมในระบอบ ระบบ ระแบบ เป็นทฤษฎีหลักของมนุษยชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด พระพุทธเจ้าเป็นนักประชาธิปไตยที่เป็นคนดีคนประเสริฐสูงสุด เป็นคนที่ไม่มีความเห็นแก่ตัวจริงๆ จิตใจหมดกิเลสสิ้นสนิท ไม่มีกลับกลอกอีกเลยมีแต่ความจริงใจ ไม่มีกิเลสอีกเลย คือ 1 2. ทรงงาน พระพุทธเจ้าทำงานรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง สองเส้านี้แหละ ไม่มีความเห็นแก่ตัวกับรับใช้ประชาชน รวมเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบครบ ทั้งความมีอำนาจ เป็นสาม 1. คือโลกาธิปไตย 2. คืออัตตาธิปไตย 3. ธรรมาธิปไตย ความเหนือโลกาธิปไตยและอัตราที่ต่อไปคือความหมายของ ความดีความประเสริฐอย่างมีสัปปุริสธรรม 7 ประการ สามารถกำหนดรู้ความควรของหมู่บุคคลเรียกว่า ปริสัญญุตา ตั้งแต่หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ภาค ประเทศหรือรัฐ แล้วเป็นสังคมรวมเป็นมวลแต่ละกลุ่ม เอเซียนก็รวมกลุ่มกัน ในปริสัญญุตาในแต่ละมวลมีแต่ละบุคคล ปุคคลปโรปรัญญุตา แต่ละบุคคลมีความดีความประเสริฐในแต่ละบุคคลมากหรือน้อย เมื่อมวลหรือ ปริสัญญุตา มวลประชาชนแต่ละกลุ่ม มีบุคคลแต่ละคนได้ประพฤติปฏิบัติจนมีคุณธรรม ได้ประพฤติปฏิบัติเป็นสังคมอาริยะ จะซ้อนแทรกอยู่ในแต่ละหมู่บ้าน แต่ละชุมชน แต่ละอำเภอ แต่ละจังหวัด แต่ละภาค แต่ละประเทศ ก็จะเกิดความจริง ความจริงของคนแต่ละคนที่มีความดีความประเสริฐจริงๆถึงรากเหง้า เป็นคนกิเลสก็ไม่เห็นแก่ตัว นัยความไม่มีกิเลสของพระพุทธเจ้า เป็นนัยยะความไม่มีกิเลสที่มีธรรมะ 2 คือมีทั้งจิตใจที่ไม่มีกิเลสจริงๆและมีทั้งปัญญาที่รอบรู้จักสัปปุริสธรรม 7 คือรู้เนื้อแท้ของความดีแท้ๆ เรียกว่าอัตถะ เนื้อแท้ของความดีคืออะไร องค์รวมของกลุ่มหมู่ที่เป็นค่าเฉลี่ย เรียกว่าธัมมะ ธัมมัญญุตา ดูค่าเฉลี่ยอันนั้นเรียกว่ามัตตัญญุตา คือการประมาณ รู้แม้กระทั่งตัวเราในหมู่นั้น ตัวเราก็เท่านี้ อัตตัญญุตา อย่างอาตมาก็มีความจริงของอาตมาที่จะแสดง เป็นธรรมะโลกุตรธรรมและอารยธรรมจริงๆ ด้วย แต่คนในยุคนี้พระพุทธเจ้าได้ตรัสพยากรณ์ไว้ ในยุคต่อไปศาสนาพุทธจะเสื่อม คนจะไปนิยมในภาษาคำพูดโลกที่พูดเพราะๆสนใจเป็นไปเพื่อกิเลสอันไหนพูดให้ถูกกิเลสคน คนก็สนใจอันนั้น ส่วนคำพูดที่ขัดเกลาขัดกิเลสคนจะไม่ค่อยฟัง อาตมาบรรยายธรรมะโลกุตรธรรมอารยธรรมอันประเสริฐของพระพุทธเจ้า อาตมาบอกแล้วว่า อาตมาเป็นโพธิสัตว์ คนก็จะไม่ฟัง มาฟังกันน้อย ไม่สนใจเท่าไหร่ ตรงตามคำพยากรณ์ของพระพุทธเจ้า อันนี้เป็นเครื่องชี้บอกว่าสังคมในยุคนี้เสื่อมมากแล้ว ตามคำพยากรณ์ของพระพุทธเจ้าจึงทำให้อาตมายิ่งต้องพากเพียรอุตสาหะ เพราะอาตมาเห็นความจริง ไม่พากเพียรก็น่าสงสารพวกเขา ไม่พากเพียรก็ไม่ได้เราต้องพากเพียรเพราะเราจะไปบังคับใครไม่ได้ ต้องพากเพียรจนคนสะดุดใจว่านี้น่าสนใจ น่าจะมีอิทธิบาทน่าจะทุ่มโถมใจ น่าจะพากเพียรเอามากกว่าที่ไปหลงใหลลาภยศ สรรเสริญ โลกียสุข ที่มันไม่ใช่ความดีความประเสริฐความงดงามของมนุษยชาติเลย แต่ต้องช้าแน่นอน เพราะคนมีกิเลสหนาเกินแล้ว อาตมาจึงต้องพากเพียรอุตสาหะไม่ท้อถอย เพราะอาตมาตั้งปณิธานมีจิตเป็นโพธิสัตว์มานานแล้ว อาตมาทำมา 46 ปียังได้ผลไม่เท่าไหร่ ก็ได้ผลมาระดับหนึ่งแค่นี้ แต่จะมาเห็นตามภูมิปัญญาที่มีตาทิพย์ ของอาตมาเอง เห็นว่า มีผลเพิ่มเติมขึ้นอยู่ และผลต่อต้าน แต่ก่อนนี้มีการต่อต้านมาก หนัก จะเอาถึงตายเลย แต่ตอนนี้เขาหมดแรงข้าวต้มก่อนอาตมา แม้กระทั่งที่สุดอาตมาก็ขอพูดความจริงว่า อาตมาฝืนอายุขัย อายุขัยอาตมามี 72 ปี ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่ อาตมามีสิทธิ์ที่จะพูดความจริง อาตมาไม่โกหกคน อาตมาไม่มีสิทธิ์ที่จะบังคับให้ใครเชื่อ ไม่มีสิทธิ์ที่จะบังคับให้คนเข้าใจ ความเข้าใจ ความเชื่อของแต่ละบุคคลเป็นของใครของมัน ทุกคนก็ฉลาดเท่าที่ตนเองโง่ คนก็โง่เท่าที่ตนเองฉลาด ข้อวินิจฉัยเอาเอง จะรับหรือไม่รับก็แล้วแต่ อาตมามีหน้าที่ที่จะไขความจริง อย่างระมัดระวัง ไม่เอาความผิดความไม่ถูกต้องออกไป ทุกวันนี้ก็มีผิดพลาดบ้างส่วนใหญ่ก็เป็นสัญญาวิปลาส จิตกับทิฏฐิไม่วิปลาสแล้ว จิตไม่วิปลาส เป็นพระโพธิสัตว์ระดับ 7 แล้วไม่มีจิตวิปลาส ส่วนทิฏฐิวิปลาสนั้นไม่มีแล้วตั้งแต่โสดาบัน เข้ากระแส โสตาปันนะ อวินิปาตธรรม นิยต สัมโพธิปรายนะ วันนี้ก็จะประกาศให้พวกเราทำงาน แต่กองทัพธรรมเรานี่ช้าไปแล้วต๋อย เขาไปยึดพื้นที่หมดแล้ว แต่พวกเราได้ไปเจอท่านพลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ท่านเจอหน้าพวกเราก็บอกว่า ทำไมกองทัพธรรมไม่มากับพวกเขาเลย เราหน้าแหกเลย ตายๆๆ ทำไมเราช้าอย่างนี้ ก็เลยต้องมาบอกว่าให้เตรียมตัว พรุ่งนี้ (จะทันไหม) ทันเมื่อไหร่ก็เอา เป็นการให้สัญญาณ ว่าเราจะออกไป ไปทำตาม ที่คนไทยได้ตื่นตัว อาตมาเป็นการเผลอก็ได้ เผลอชื่นชมกับคนไทย เผลอชื่นชม เห็นว่าลักษณะสาธารณโภคีเกิดขึ้นทั่วประเทศไทย เจ้าพระคุณเอ๋ยก็ไล่แจกกันไป ใครจะเอาอะไรมาแจก โอ้โห ใครไม่เคยแจกก็มาแจก ใครขี้เหนียว ก็หายเหนียววันนี้ ขี้ยุ่ยกันคราวนี้ เป็นลักษณะธรรม จึงเห็นความจริงว่าเมืองไทย มีการเห็นแก่มวลชนเห็นแก่สังคม การแสดงออกของประชาชนที่แสดงออกนี้ เป็นการบูชาเคารพกตัญญูกตเวที ในเรื่องของการเสียสละของสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ก็มาแสดงความให้ สละ ความไม่เห็นแก่ตัว แต่ก่อนนี้คนเราก็อาจจะไม่มีทานมีน้ำใจ แต่เมื่อถึงวาระนี้ บางคนอาจจะขี้เหนียวด้วย ก็จะยอม ถวายเป็นพระราชกุศล เขาทำเขาได้กุศลของเขานะ แต่เขาก็ไม่ยอมให้ จนกระทั่งถึงวาระสำคัญนี้จึงยอมให้ มันเป็นพลังเป็นน้ำหนักของภาวะเคารพเทิดทูนกตัญญูกตเวทีต่อสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สุดยอด อาตมาก็เลยบอกว่า ต้องขอขอบคุณท่านพลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ท่านมากระตุก ถ้าไม่มากระตุกก็เพลินในการชื่นชม อาตมาก็เผลอไปว่า ทำไมเราไม่ไปทำ เห็นคนอื่นเขาทำ ตอนนี้ก็แย่งที่กันอยู่ เราก็จะไปขอสถานที่เรามั่งเถอะ เราจะปักหลักถาวรด้วยนะ แต่ก่อนนี้เราไปชุมนุมไล่ปราบ เราก็ทำ แต่ตอนนี้จะไปชุมนุมแสดงออกซึ่งน้ำใจของคนไทย ของพวกเราชาวกองทัพธรรม ไปกตัญญูกตเวทีต่อพระเจ้าแผ่นดิน องค์พระโพธิสัตว์ ที่อาตมาไม่ได้พูดเล่นนะ อาตมาพูดจริง ใครเป็นโพธิสัตว์อาตมาก็รู้และขานชื่อขานนามกันอยู่ เราจะไปร่วมกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ ใครจะไปยกมือ นานนะ... ก็เหมือนกับที่เราไปปักหลักชุมนุมทำไม่ได้ผลเราก็เลิก 359 วัน อาตมานิยมเลขคี่ แต่ถ้าเป็น 3579 ก็ครบเลย เพราะฉะนั้นเราไปเสริม 7 อาตมานี่คือ 7 อาตมาจะไปเสริม 359 ให้ครบ เป็น 3579 ไม่ได้ใบ้หวยนะ วันนี้เป็นวันที่ 23 ตุลาคมซึ่งตรงกับวันที่ 23 ตุลาคมในปี 2453 ชื่อวันปิยมหาราช เมื่อ 106 ปีก่อน วันจันทร์ อังคาร ….อาทิตย์ตรงกันหมดเลยในเดือนนี้ ตุลาคม 2559 กับ ตุลาคม 2453 เราก็รำลึกถึงพระเจ้าอยู่หัว ร.5 เราทำพิธีการทุกปี ทำมาตลอด ในปฏิทิน สุริยคติ ตรงกันหมดเลยก็มีคนตั้งข้อสังเกต เป็นความลงตัว การลงตัวที่จะเป็นหนึ่งเดียวซ้ำกัน คือจากหลากหลายมาเป็นหนึ่งหรือสองได้ ไม่ใช่บังเอิญ แต่มีเหตุปัจจัยพร้อมมากมาย ทำไมพระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน วันเดียวกันหมด แล้วอาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ไม่มีแผ่นดินไหวตอนเกิดหรอก แต่พระโพธิสัตว์มหาสัตว์อย่างพระพุทธเจ้าจะมาอุบัติมีแผ่นดินไหว ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นอย่างนี้ทุกพระองค์ที่จะอุบัติขึ้นมา การลงตัวกันทั้งรูปทั้งนามทั้งเหตุปัจจัยองค์ประกอบต่างๆพร้อม ผู้มีญาณทัศนะวิเศษก็พอรู้องค์ประกอบ จึงบอกได้ว่าอันนี้คืออันนี้ ไม่ใช่พยากรณ์ เป็นเหตุปัจจัยเป็นความรู้ยิ่งของแต่ละท่าน ว่านี้คือหนึ่งบวกหนึ่งบวกสองก็คือ 4 ท่านจะรู้องค์รวมเลยตอบได้ตรง อย่างเช่นพระพุทธเจ้าท่านเห็นโกลิตะกับอุปติสสะ เดินมาก็บอกว่าคือคู่พระอัครสาวกซ้ายกับขวามาแล้ว คนนี้คือสารีบุตรคนนี้คือโมคคัลลานะก็บอกชื่อได้เลย ของเราแม้จะช้าไปนิดหนึ่งให้พลตำรวจเอกอัศวินมาสะกิด ก็ขอบคุณ แล้วเราก็จะนัดแนะ ไปตั้งเต๊นท์ เราก็แจกอาหารเก่ง หนึ่งในตองอูเหมือนกันจนพลตำรวจเอกอัศวินยังรู้กิตติศัพท์เลย ก็เลยบอกว่าทำไมเราไม่มา เราก็ช้าไปหนึ่งก้าวเพราะฉะนั้นก็รีบเลย ก็บอกกันให้รู้ตัว คำว่าสาธารณโภคีเปิดวงกว้าง คือเราไม่ตีกรอบ เช่น ถ้าเราเอาแบบพวกเรา เช่นงานโรงบุญ 5 ธันวาฯ เราไม่เปิดรับบริจาคจากคนอื่น เราถือว่าเราเทิดทูนบูชาโดยเสด็จพระราชกุศลในการทำกุศล ไปแจกอาหารมังสวิรัติ ทำกันทั้งเดือนธันวาคมเลย เราไม่เรียกโรงทาน เราเรียกโรงบุญ แจกอาหารมังสวิรัติเป็นหลัก เราทำกันมาตั้งแต่ พ.ศ. 2525 เราเคยตั้งเต๊นท์แจกอาหารมังสวิรัติที่ลานพระรูป ลือลั่นจนตั้งแต่บัดนั้น เราก็ทำกันมา เรื่องของการให้ทานอาหารมันเป็นเรื่องหลัก เป็นเรื่องยินดี ทางอินเดียตั้งโรงทานกันเป็นวัฒนธรรม มันเป็นวัฒนธรรมเป็นการแสดงออกในน้ำใจของคน ที่อยากเอื้อเฟื้อเจือจานช่วยเหลือกัน ซึ่งเป็นความดีความประเสริฐของมนุษยชาติ ซึ่งลงที่คำว่า ทาน ให้ อะไรก็ตาม พฤติกรรมใดในโลก มารวมกันตรงที่การทานการให้ คนเราเป็นสัตว์โลกเหมือนเดรัจฉาน เดรัจฉานเราจะให้อะไรมันก็ให้อาหาร ถ้าเอาเพชรเอาทองคำไปให้มันมันก็ไม่เอา เอาปริญญาบัตรไปให้มันมันก็ไม่เอา ต้องอาหารที่มันกิน ไปเอาหญ้ามาให้โง่ก็ไม่ได้ต้องเอาเนื้อไปให้มันมันจะเอาเลย เพราะฉะนั้นการให้อาหาร กวฬิงการาหาร จึงเป็นต้นทางของการให้ตั้งแต่เริ่มสัตว์ไปจนถึงคนเลย อาหารที่เป็นหนึ่งในโลกคือกวฬิงการาหาร ตั้งแต่โลกียะถึงโลกุตระ คุณสามารถเรียนรู้การลดกิเลสได้ในอาหารการกิน เรียกเกิดภาษาองค์รวมว่าโภชเนมัตตัญญุตา หรือมัตตัญญุตา จะ ภัตตัสมิง ภาษาว่าโภชเนมัตตัญญุตาเป็นภาษาในจรณะ 15 คือการปฏิบัติที่ไม่ผิด 3 ข้อคือ สำรวมอินทรีย์ 6 โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ 3 ข้อนี้ถ้าผู้ใดเรียนรู้ในพฤติกรรม 3 อย่างนี้ แนวปฏิบัติอย่างมีภูมิปัญญา จะลดกิเลส ตามทฤษฎีของพระพุทธเจ้าหลักการของพระพุทธเจ้าทางพุทธศาสนา หรือพุทธศาสตร์ บรรลุสูงสุดเป็นพระอรหันต์ได้ ถ้าปฏิบัติอยู่ในกรอบนี้ไม่มีผิด แต่ถ้าปฏิบัติต่างไปจากหลักสามเส้านี้ เช่นไม่มีการสำรวมอินทรีย์ 6 ไม่มีการพิจารณาจากอาหาร กวฬิงการาหาร ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร กิเลสอยู่ในนั้นหมด คุณจบกิเลสแล้วก็ยังต้องกินอาหารไม่เลิก คุณไปปฏิบัติกับอบายมุขต่างๆ ก็ไม่ต้องมีมันตลอดชาติตัดขาดจนตายเลยก็ได้ แม้กามเป็นอนาคามีชนก็เลิกเลย ไม่ต้องสุขทุกข์กับมัน ยิ่งเป็นอรหันต์ก็หมดรูปภพ อรูปภพ
สมณะเดินดินว่า...พวกสายฤาษีก็บอกว่าไปทำให้ไม่สงบ แต่พวกสายฮาร์ดคอร์ก็บอกว่าเราไม่ออกไปลุยเอาแต่นั่งเฉยๆ เราระงับการยั่วยุทั้งหลาย หลายอย่างแสดงถึงความยับยั้งความรุนแรงได้สำเร็จ เป็นผลสำเร็จที่เราเอาธรรมะของพระพุทธเจ้ามาแสดงต่อสาธารณชน สาธารณชนรับได้ นี่คือความสำเร็จของผู้ประพฤติธรรมะของพระพุทธเจ้า เกิดขึ้นแล้วในประเทศไทยแล้วดีไหม เพราะฉะนั้นท่านทำดีแล้ว อนุโมทนาสาธุ เราก็จะได้ออกไปตาม ท่านนำเราไปแล้วดีแล้วล่ะเราจะได้ออกไปทำตามท่านบ้าง late better than never. นะ ขออภัยนะ พวกเราต้องอย่าไปแสดงความใหญ่ เราอย่าไปเจ้ากี้เจ้าการ อย่าแสดงออกเบ่ง อะไรเป็นอันขาด ท่องไว้ อ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนรับใช้ ...คะแนนเต็ม 10 ให้ 11 เลย อ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนรับใช้ จำไว้เลยไปทำงานนี้ อย่าไปแสดงลักษณะฉันเป็นเจ้าของ พาทำ เป็นผู้รู้ ต่างๆนานา อย่าให้เกิด อาจมีคนแสดง เราก็เข้าใจ มันเป็นกรรมวิธีเกิดขึ้นที่จะปฏิบัติเป็นบทเรียนบทใหม่ บทเรียนนี้ จะต้องจัดการ เป็นรูปเรื่องรูปลักษณ์ที่ต่างจากเดิมนะ สมณะเดินดินว่า...มีคนบอกว่า ผบ.ชน.ให้ข่าวว่า มิจฉาชีพช่วงนี้ก็ไม่ปรากฏ แสดงว่าพวกโจรก็รู้กาลเทศะ พ่อครูว่า...อันนี้เป็นปาฏิหาริย์ที่ความดีงามที่มีราศีรังสี มีอำนาจให้คนชั่วทำชั่วไม่ออก คนชั่วจิตอ่อนลง คนชั่วน้ำตาไหล อาตมาเชื่อนะว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้น ขอพูดให้ชัดว่าคนฝ่ายแดงหลายคน ไม่พูดถึงคนที่มีเชื้อชั่วบริบูรณ์ แต่คนที่ ไม่ใช่เชื้อชั่วถาวร มีเชื้อชั่วที่บริบูรณ์ ก็ไปตามลาภยศสรรเสริญเท่านั้น อาตมาว่า พวกแดงน้ำตาซึมร้องไห้ ไม่น้อย นั่นแหละให้คุณรู้ตัวว่าพวกคนไม่ใช่พวกนั้นให้ถอนตัวออกมา ปล่อยเขาไปถ้าเขามี DNA ชั่วรุนแรง มันเปลี่ยนยากแล้ว แต่ถ้าคุณไม่ใช่บอกเลยว่าฝ่ายแดงคนใด เหตุการณ์ครั้งนี้ ในหลวงเสด็จสวรรคตคราวนี้ ใครร้องไห้ที่เป็นฝ่ายแดง รู้ตัวไว้เสร็จด้วยว่า พวกคุณไม่ใช่พวกแดง คุณเป็นพวกถูกหลอกให้อยู่กับพวกแดง ให้เขาจิกหัวใช้ให้ออกมาซะ ที่พูดนี้เป็นสัจจะของจิตวิญญาณ _มีเรื่องที่มีคนถามมาว่า ทำอย่างไรให้คลายทุกข์ มีกลยุทธ์หรือวิธีการอย่างไร สำคัญเหมือนกัน ที่จะให้เกิดรู้สึกคลายได้ อยากให้มีเทศน์เรื่อง "ทำอย่างไร ให้คลายทุกข์จากความรู้สึกสูญเสียในหลวง" ค่ะ หลายๆคนในกลุ่มอุโบสถศีลขอมาค่ะ บอกว่า มันรู้สึกไม่คลายซักที บีบหัวใจ ประมาณนี้ค่ะ ตอบ...ใครที่เกิดความทุกข์ความเสียใจอยากจะร้องไห้ก็แสดงออกให้เต็มที่ร้องไห้ให้เต็มที่ เพราะเราเสียใจในสิ่งที่ควรเสียใจ ก็ควรจะแสดงออกถึงความเสียใจ ในสิ่งที่ไม่น่าเสียใจคุณยังถูกหลอกให้เสียใจได้เลย แต่นี่คือสิ่งที่ควรเสียใจใช่ไหม คนที่ไม่เสียใจนี่สิ คือคนที่ไม่รู้จักความจริงไม่มี มหาปเทส 4 ไม่รู้สิ่งควรในสิ่งที่ไม่ควร และไม่รู้สิ่งที่ควรในสิ่งที่ควร คุณควรเสียใจในสิ่งที่ควร แม้แต่คนต่างประเทศ เขายังมาร่วมเสียใจด้วย ทั้งที่เขาเป็นคนต่างประเทศ คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า ขอถามย้ำ ทั่วโลกแต่ละประเทศแสดงความเสียใจทั้งนั้นยกเว้นคนชั่วที่ไม่รู้จักความเป็นจริง ในสำนวนโวหาร วาทกรรม ที่ว่า แม้แต่ฟ้าก็ร้องไห้ แม้แต่พระอาทิตย์ก็ยังสลด แม้แต่ใบไม้ใบหญ้าทั้งหลายก็สีสันซีดเซียว อะไรก็แล้วแต่ พรรณาโวหารต่างๆ ซึ่งเป็นคำพูดที่ออกมาจากหัวใจ อาศัยพยัญชนะอาศัยภาษาคำพูด ออกมาให้คนได้รับซับซาบว่า นี่มันคั้นออกมาจากความรู้สึกสุดๆในจิตนะ นักวาทกรรมนักศิลปศาสตร์ นักอักษรศาสตร์พยายามสรรหาคำพูดมาสื่อความจริงในใจ การแก้ความรู้สึกก็ไม่ต้องเหนียมอาย ไม่ต้องยักไว้ ร้องไห้เลย มันเป็นสิ่งที่ควร คนร้องไห้กับผู้ที่ควรร้องไห้ คุณได้เสียสิ่งที่ประเสริฐออกไปจริงๆ มันถึงขั้นจิตวิญญาณ ท่านประชวรเราก็ยังเสียใจเลย นี่ท่านสวรรคตลง คุณไม่ร้องไห้วันนี้คุณจะไปร้องไห้วันไหน พูดจริงๆ เลยนะ อาตมาเป็นโพธิสัตว์ อาตมารู้ความจริงในสิ่งที่เป็นสัจจะ อาตมายังสะเทือนสะท้านใจเลย จริงๆ คือ ไหว หวั่นไหว จิตไหวน่ะ นึกออกไหม จิตไหวในแง่เชิงเศร้าโศก ปริเทว สะเทือนถึงขั้นโทมนัส จะคลายทุกข์อย่างไร เมื่ออยากร้องไห้ก็ร้องไห้ออกมา ไม่ใช่สิ่งที่น่าเกลียดน่าชังอะไร ใครจะไปรู้สึกน่าเกลียดน่าชังกับคนที่ร้องให้ในกรณีนี้ คนที่จิตใจชั่วเท่านั้นที่จะพูดอย่างนี้จะรู้สึกเช่นนี้ คนโง่เง่าเท่านั้นที่จะรู้สึกเช่นนี้ คนที่มีจิตแบบนี้คือคนจิตชั่ว ไม่รู้จักคุณค่าของสิ่งที่เป็นคุณค่าประเสริฐที่สูญเสียไป คุณไม่อาลัยอาวรณ์ คุณไม่เกิดการเสียใจ คุณไม่โง่คุณก็ชั่วหรือคุณทั้งชั่วทั้งโง่ พูดจากความสัจจะความจริงไม่ได้ไปว่าใคร เหตุการณ์นี้เป็นเหุตการณ์ที่จะเกิดอีกนานมากในแต่ละยุคหรือกาละที่จะเกิดความสะเทือนเลื่อนลั่น ฟ้าร้องไห้พวกเขาไหวสะเทือน ใบไม้ต้นไม้ซีดสลดหมด ก็สิ่งที่เกิดคราวนี้ มันเป็นการส่อแสดงคนทั่วโลก แม้แต่ประเทศที่บอกว่าไม่ค่อยเป็นมิตรสหายดีกับประเทศไทย ยังแสดงความรู้สึกออกมา แสดงเป็นอักษร แสดงเป็นสื่อออกมาของผู้ใหญ่ เขาเขียนข่าวไว้ มันมีไว้ ถ้าคุณได้แสดงออกไปก็จะรู้สึกคลาย ไม่ใช่เรื่องน่าอายเพราะเป็นสิ่งที่ควร อาตมาว่าได้อธิบายสัจจะทุกอย่างแล้วนะ คุณไปร้องไห้กับคนพูดหยาบๆ คนชั่วตาย แต่ใครจะไปร้องไห้ถ้าคนชั่วตาย มันสมควรไหม ยกตัวอย่างง่ายๆ เพราะฉะนั้นคนที่ดีที่สุดแล้วสวรรคต แม้แต่คำเรียกตายก็ไม่ใช้ ใช้คำยกย่องเชิดชู ผู้ที่ไม่เสียน้ำตาเลยก็มี 2 อย่างคือชั่วและโง่ ก็ต้องพยายามปฏิบัติธรรมถึงจะคลายทุกข์ คนที่ไม่มีอาการ โศก ปริเทว ทุกข์ โทมนัส อุปายาสะ ก็ต้องเป็นคนมีวิชชา ต้องปฏิบัติธรรมะของพระพุทธเจ้าอย่างสัมมาทิฏฐิ ต้องมีเงื่อนไขกำกับว่าต้องมีสัมมาทิฏฐิด้วย หากผู้ใดปฏิบัติได้ถูกต้องก็จะไม่ตกในห้วงของ โศก ปริเทว ทุกข์ โทมนัส อุปายาสะ การแสดงออกถึงทุกข์อย่างเก่งก็ร้องไห้ฟูมฟาย ไม่ใช่ว่าแสดงออกโดยการไปทำร้ายทุบตี นั่นก็บ้าเกินไป ผู้ที่จะคลายทุกข์ได้ต้องมีหลักของพระพุทธเจ้า ในองค์ธรรมที่จะไม่ให้เกิด โศก ปริเทว ทุกข์ โทมนัส อุปายาสะ ต้องปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าปฏิบัติอย่างไร ก็ต้องปฏิบัติที่จิตถึงคลายทุกข์ อาตมาบอกได้ว่าอาตมาไม่ได้ทุกข์กรณีนี้ เหตุการณ์ที่ในหลวงต้องไปเพราะอายุขัยของท่านก็ 89 แล้ว ตัวเลข 89 เป็นธรรมะสอง เป็นฐานรองรับความสมบูรณ์แล้ว มีทั้งขั้นตอนและความจบอยู่ในตัว สิ่งที่เป็นอยู่ ในหลวงเราเป็นพระโพธิสัตว์ ผู้ที่ปฏิบัติธรรม(โลกุตระ) จะได้ใกล้ชิดในหลวงอีกในปางที่ท่านจะอุบัติขึ้นมาต่อไป ติดตามไปจะได้ร่วมอีกในอนาคต คนอายุน้อยๆจะโชคดี คนอายุมากก็จะเหมือนอชิตดาบส ที่ร้องไห้เมื่อพบเจ้าชายสิทธัตถะ เมื่อพบแล้วก็กราบกุมารน้อยเลยแล้วร้องไห้ ทั้งที่เป็นดาบสเจ้าคณะ แต่เพราะว่าอายุมากแล้วเลยร้องไห้ พระเจ้าสุทโธทนะเลยบอกว่าทำไมถึงร้องไห้ น่าจะดีใจ ดาบสก็เลยบอกว่าที่ร้องไห้ก็ดีใจและเสียใจไปด้วย คือตนเองอายุมากแล้ว ก็จะอยู่ไม่นานนัก ไม่ได้ทันอยู่ฟังท่านประกาศธรรมะ ก็เลยร้องไห้ สิ่งต่างๆพวกนี้ สิ่งที่ควร ขนาดเป็นนักปฏิบัติธรรมขั้นใหญ่ก็กราบและร้องไห้เลย ไม่ผิดประหลาดอะไร ผู้ที่จะไม่ร้องไห้ได้ ก็ต้องมีพลังจิตอย่างแท้จริง พลังจิตอย่างมีปัญญา ศาสนาของพระพุทธเจ้าบรรลุทั้ง เจโตและปัญญา จิตเป็นได้จริง และปัญญาก็รู้ชัดเจน ในเหตุการณ์นี้ ผู้ที่บรรลุพลังปัญญา จะระงับความร้องไห้ได้มากกว่าคนสายเจโต คนสายเจโตจะร้องไห้มากกว่าสายปัญญา สายปัญญาจะมีพลังกว่าสายเจโต ปัญญานั้นรู้ได้มากกว่า คนที่เสแสร้งปัญญา ก็พอกันกับเจโต ไม่มีพลังยับยั้งหรอก นี่เป็นความหมายของนัยปัญญากับเจโต สื่อให้ฟัง
_สิกขมาตุเทียนคำเพชรถามว่า ชีวิตนี้ถ้าไม่ได้มาพบพ่อท่านและไม่ได้ปฏิบัติธรรมตามแนวทางนี้ดิฉันก็คงจะมีแต่ความโศกเศร้าว้าเหว่วังเวง (ไม่ใช่แบบอยากมีคู่นะคะ)ว่าชีวิตนี้ เมื่อจากโลกนี้ไปจะมีอะไรเป็นที่พึ่ง ดิฉันได้บ้างแล้วที่พึ่งอันนั้น ทันทีที่ทราบข่าวการจากไปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใจหาย ในการจากของพระองค์ แต่เราไม่เสียใจ เพราะท่านได้บำเพ็ญบารมีมาเหน็ดเหนื่อยหนักหนามากแล้ว ควรแล้วที่ท่านจะได้พัก แต่ท่านก็ได้สร้างสมบัติให้มากมายไว้แก่มวลชนประเทศนี้และประเทศอื่นด้วย งานของพระองค์ต้องการคนสืบต่อ ประเทศชาติจึงจะเจริญ แต่การสืบต่อนั้นถ้าเป็นคนปุถุชนคงเห็นว่าไปได้ไม่เท่าไหร่ เพราะจะไม่ทำแบบคนจนและเสียสละอย่างต่อเนื่อง คงจะให้พ่อท่านได้นำพาพวกเราไปทำต่อ (ไม่กล้าเขียนอะไรลึกๆที่จิตคิด เดี๋ยวจะกลายเป็นหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ) งานต่อไปของพ่อท่าน คงต้องหนักวันนั้น จิตคิดเห็นเลยว่างานของพระองค์ท่านเป็นงานของพระโพธิสัตว์ เมื่อท่านจากไปงานของพระโพธิสัตว์ที่ยังเหลือก็คงจะต้องหนัก เป็นอันว่าดิฉันโชคดีที่ได้อยู่ตรงนี้ขอร่วมงานด้วยจิตที่มุ่งมั่นเต็มที่ค่ะ พ่อครูว่า...ใครจะมีจิตมุ่งมั่นเหมือนสิกขมาตุเทียนคำเพชรยกมือ สมณะเดินดินว่า...คำถามที่ว่าพ้นทุกข์ได้อย่างไร คนไปสนามหลวงบอกว่า ได้ไปที่สนามหลวงก็ได้กำลังใจได้คลายทุกข์ได้มากเลย ประโยชน์ของการได้พบพระโพธิสัตว์คือได้ความพ้นทุกข์ คนที่คิดถึงคนอื่นจะไม่ทุกข์เท่าไหร่ แต่คนที่คิดถึงแต่ตัวเองจะทุกข์มากกว่า คนคิดถึงคนอื่นจะไม่มีเวลาทุกข์ พ่อครูว่า... สรุปได้ว่า ใครเกิดความทุกข์ในใจขึ้นมา ให้หาทางไปรับใช้ผู้อื่น จะคลายทุกข์...พ่อครู 23 ต.ค. 2559
591023_วิถีอาริยธรรม สันติอโศก การได้รับใช้คือวิธีคลายทุกข์