17.ภาคผนวก จ คู่มือพอกเข่าด้วยสมุนไพรฤทธิ์เย็น.docx

โฟลเดอร์word
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 MB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

ภาคผนวก จ คู่มือพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น คู่มือพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น คู่มือการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น เล่มนี้ใช้ประกอบงานวิทยานิพนธ์เรื่อง “ผลการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็นต่ออาการปวดเข่าของกลุ่มผู้สูงอายุในเขตเทศบาลตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร” เพื่อเปรียบเทียบผลก่อนและหลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็นของกลุ่มผู้สูงอายุดังกล่าว และคู่มือนี้ผู้วิจัยไม่สงวนลิขสิทธิ์แต่อย่างใด สามารถเผยแพร่ไปสู่สาธารณชนได้ทุกประการเพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน การพอกสมุนไพร ความหมายของการพอกสมุนไพร การพอกสมุนไพร หมายถึง การ นำสมุนไพร ฤทธิ์เย็น อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง มาพอกบริเวณที่รู้สึกไม่สบาย นานเท่าที่รู้สึกส บาย โดยทั่วไปใช้เวลาพอก ประมาณ 3 0-60 นาที ทุก 4-6 ชั่วโมงหรือทุก 12 ชั่วโมงก็ได้ หรือจำนวนครั้งที่พอกต่อวันเท่าที่รู้สึกสบาย ถ้าสมุนไพรเริ่มแห้งหรือเริ่มรู้สึกไม่สบาย อาจล้างออก หรือถ้าต้องการใช้ถอนพิษต่อก็พรมด้วยน้ำหรือสมุนไพรให้ชุ่มไป เรื่อย ๆ เมื่อพอก ถอนพิษได้เหมาะสมตามความต้องการ จึงค่อยล้างออก สามารถพอกได้หลายครั้งเท่าที่รู้สึกสบาย เป็นยาเม็ดที่ 5 ของยา 9 เม็ดของการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม (ใจเพชร กล้าจน. 2558 : 335 ) ส่วนประกอบใน ตำรับ การพอกสมุนไพร ฤทธิ์เย็น ตำรับพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็นซึ่งได้ผ่านการวิจัยที่ได้ผลดีมากมาแล้ว คือ สูตรที่ประกอบไปด้วยสมุนไพร 6 ชนิด คือ ย่านาง , ว่านกาบหอย , เบญจรงค์, ต้นกล้วย, ดินสอพอง และผงถ่าน ย่านาง สมุนไพรเก่าแก่ที่ชาวอีสานเรียกว่า “หมื่นปีบ่เฒ่า” (หมื่นปีไม่แก่) นั่นแสดงให้เห็นว่าย่านางมีสรรพคุณที่มากมายหลายหลากมากและนับว่าเป็นพระเอกในตำรับยาสมุนไพรฤทธิ์เย็นเลยทีเดียว ส่วนว่านกาบหอย ก็มีสรรพคุณที่มากมายหลายข้อ

อ่านต่อ

แต่ที่โดดเด่นคือ แก้อาการไอที่หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นไอร้อน ไอแห้ง ไอมีเสมหะ เป็นต้น เบญจรงค์หรือ อ่อมแซบ มีสรรพคุณที่โดดเด่นในการรักษาระบบมดลูก รักษาโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา และต้นกล้วย ก็มากมายในสรรพคุณ เป็นยาในทุกส่วนของกล้วย โดยเฉพาะมีสาร Tannin (แทนนิน) ที่สามารถฆ่าเชื้อราที่ผิวหนังตลอดจนสมานแผล รักษาแผลได้ทั้งแผลสดและแผลเปื่อย ตำรับ สมุนไพร ฤทธิ์เย็น พอกเข่าในครั้งนี้ มีอยู่ 6 ชนิด ประกอบด้วย 1. สมุนไพรสด 4 ชนิด 2. ย่านางสด 2 กิโลกรัม 3. ว่านกาบหอยสด 1 กิโลกรัม 4. เบญจรงค์ 1 กิโลกรัม 5 . ต้นกล้วยสด 2 กิโลกรัม 6. สมุนไพรแห้ง 2 ชนิด 7 . ผงถ่าน 1 / 2 กิโลกรัม 8 . ดินสอพอง 10 กิโลกรัม 3331029 65314 0 0 1798955 52515 0 639470 29845 ภาพที่ 82 ใบย่านางที่เหมาะแก่การใช้ ทำยาพอก ภาพที่ 8 3 เบญจรงค์หรือ อ่อมแซบ ภาพที่ 82-83 สมุนไพรย่านาง ที่มา : ย่านางสมุนไพรมหัศจรรย์ ( 2560 ) 3729990 248920 1794510 248920 133350 210820 ภาพที่ 84 ว่านกาบหอย ภาพที่ 85 ต้นกล้วยใหญ่ ภาพที่ 86 ต้นกล้วยเล็ก 2769870 -1905 430530 -1905 ภาพที่ 87 ผงดินสอพอง ภาพที่ 88 สมุนไพรผงถ่าน อุปกรณ์ที่ใช้ในการผสมสมุนไพรพอกเข่า 1 . กะ ละมังสำหรับล้างสมุนไพร 3 ใบ 2 . ตะกร้าพรุนพลาสติกใส่สมุนไพร 3 อัน 3 . กะ ละมังหรือหม้อขนาดกลาง 1 ใบ 4 . เครื่องชั่งกิโล 1 อัน 5 . เครื่องบดสมุนไพรหรือเครื่องปั่น 1 เครื่อง 6 . เขียงรองหั่นสมุนไพร 3 อัน 7 . มีดอีโต้สำหรับตัด 1 เล่ม 8 . มี ดบางสำหรับหั่น 4 เล่ม 9 . ทัพพีขนาดกลาง 2 อัน 10 . ครกหิน (ถ้ามี) 1 ชุด 11 . ผ้าพันหัวเข่าขนาด 10X25 นิ้ว 2 ผืน 3334385 74930 887730 74930 ภาพที่ 89 ผ้าพันกันสมุนไพรหลุดคนละ 1 - 2 ผืน ภาพที่ 90 ภาชนะผสมสมุนไพร พร้อมเชือกมัดข้างละ 2 เส้น ไว้มัดกันสมุนไพรหลุด 3156659 32575 1813560 44450 102870 44450 ภาพที่ 9 1 ดินสอพองผสมผงถ่านแล้ว ภาพที่ 92 สมุนไพรที่หั่นและบดไว้แล้ว 3655695 185610 1779270 105410 72390 105410 ภาพที่ 93 สมุนไพรเมื่อผสมแล้ว ภาพที่ 9 4 สมุนไพรสำหรับพอกเข่า 1 ข้าง ข้างละ 500 กรัม ( 1 / 2 กิโลกรัม) 887730 10795 ภาพที่ 15 ภาพแสดงการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็นที่เข่า ภาพที่ 95 วัสดุอุปกรณ์และการพอกสมุนไพร รายละเอียด การเตรียมสมุนไพรฤทธิ์เย็นพอกเข่า 1 . ย่านาง 1.1 นำใบย่านางมาล้างให้สะอาด 2998470 187325 598170 141605 ภาพที่ 9 6 ล้างย่านาง ภาพที่ 9 7 ย่านางที่ล้างให้สะอาดแล้ว 598170 312420 2792730 312420 1.2 นำมาหั่น ซอย หรือ ตัดให้สั้นลง ภาพที่ 9 8 ใบย่านางสะอาด ภาพที่ 9 9 ตัดหรือหั่นให้สั้น ภาพที่ 96-99 ที่มา : สมุนไพรมหัศจรรย์ ( 2560 ) 1 . 4 ตำด้วยครกหินให้แหลก 2792730 107315 636270 107315 ภาพที่ 100 ตำใบย่างนางด้วยครกหินให้แหลก ภาพที่ 101 ตำใบย่านางให้แหลก 2503170 -365760 87630 -289560 ภาพที่ 102 ย่านางที่ตำแล้ว ภาพที่ 103 กากย่านางที่คั้นน้ำแล้ว หรือจะปั่นหยาบ 2238499 69997 0 ภาพที่ 104 ย่านางปั่น ภาพที่ 10 0 -104 สมุนไพรย่านางที่เตรียมไว้ผสมสมุนไพรอื่น ๆ การเตรียมสมมุนไพรเบญจรงค์ หรือ อ่อมแซบ 407670 201930 2868930 224790 ภาพที่ 105 พุ่มเบญจรงค์ ภาพที่ 106 การเก็บยอดเบญจรงค์ เบญจรงค์หรืออ่อมแซบเป็นไม้พุ่มไม่ใช่แตกกออย่างว่านกาบหอยวิธีการเก็บจึงแตกต่างจาก ว่านกาบหอย คือตัดยอดหรือกิ่งก้านออกมากะให้ได้ตามจำนวนที่ต้องการแล้ว จึงนำไปล้างให้สะอาดโดยการจุ่มล้างทั้งกิ่งก้านที่ตัดมาเพื่อความง่ายและสะดวกต่อการล้าง วางใส่กาละมังหรือถาดให้สะเด็ดน้ำก่อนจึงนำไปเด็ดใบ แต่ถ้าเด็ดใบก่อนจะล้างยากเพราะใบอ่อมแซบจะเบาและเกาะติดกันเป็นก้อนทำให้ล้างให้สะอาดได้ยากและไม่ทั่วถึง เมื่อล้างให้สะเด็ดน้ำแล้ว นำมาเด็ดใบแยกรวมกันไว้ เพื่อตำรวมใส่กับสมุนไพรอื่น ๆ ต่อไป ใบอ่อมแซบหรือเบญจรงค์ มีความอ่อนนิ่มอวบน้ำจึงไม่ต้องหั่นซอยก็ใส่ครกตำได้ทันทีเมื่อสะเด็ดน้ำแล้ว และยังตำง่ายเหมือนว่านกาบหอย เมื่อตำได้ที่แล้ว เอาน้ำใส่ลงไปคลุกไว้ให้เหลวประมาณหนึ่งเพื่อง่ายในการผสมกับตัวยาสมุนไพรอย่างอื่น ตำแล้วคลุกน้ำพอเหลวและตักใส่ภาชนะแยกไว้รอผสมกับสมุนไพรทั้ง 6 อย่างต่อไป การเตรียมว่านกาบหอย มีว่านกาบหอยใหญ่และว่านกาบหอยเล็ก 1 . การเก็บว่านกาบหอยใหญ่ ใบของว่านกาบหอยใหญ่จะมีความกว้างประมาณ 3 นิ้วฟุต ความยาวของใบประมาณ 1 ฟุต ถึง 1 ฟุตครึ่ง หนาประมาณ 1 มิลลิเมตรอวบน้ำ การเก็บว่านกาบหอยใหญ่ เลือกเก็บใบที่ซ้อนอยู่ล่างสุดทีละใบไล่ขึ้นมาตามลำดับโดยใช้มีดเลาะโคนใบหรือตัดก็ได้ เมื่อเก็บได้พอที่ต้องการแล้วก็นำไปล้างน้ำสะอาดแล้วจึงหั่นซอยและตำให้แหลกเช่นเดียวกันกับย่านาง 2 . ว่านกาบหอยเล็ก ลักษณะคล้ายว่านกาบหอยใหญ่สีเหมือนกันแต่ขนาดเล็กกว่ามาก ว่านกาบหอยเล็กเติบโตด้วยการ แตก หน่อออกเป็นกอเป็นช่อ ๆ อัดแน่นซ้อนกันอยู่ เวลาเก็บจึงง่าย โดย การใช้มีดตัดเป็นช่อ ๆ หรือสามารถหักเด็ดได้ง่ายเพราะอวบน้ำและเปราะมากเมื่อนำมาล้างจึงเลาะ ออกมาหั่นซอยสั้นและตำให้แหลกรวมไว้กับย่านางที่ตำแล้ว 2818093 8890 354330 8890 ภาพที่ 107 ว่านกาบหอยเล็ก ภาพที่ 108 ว่านกาบหอยเล็ก ภาพที่ 107-108 ว่านกาบหอยใหญ่และว่านกาบหอยเล็ก การเตรียมสมุนไพรต้นกล้วย การคัดเลือกต้นกล้วย อ นึ่ง ต้นกล้วยที่จะใช้ในการทดลองในงานวิจัยครั้งนี้ จะใช้ได้ทั้งต้นกล้วยน้ำหว้าที่แก่และให้ เครือแล้วเพื่อการให้ประโยชน์สูงและประหยัดสุด หรือต้นกล้วยวัยที่กำลังเจริญเติบโตนำมาใช้ได้ทุกส่วนของลำต้นเพื่อนำมาประกอบตำรับสมุนไพรฤทธิ์เย็นพอก เข่าต้นกล้วยที่เหมาะแก่การใช้ประกอบ ในตำรับสมุนไพรฤทธิ์เย็นพอกเข่า ใช้ได้ทุกส่วนของลำต้น 2893060 203835 651510 203835 ภาพที่ 109 ต้นกล้วยที่ตัดแล้ว ภาพที่ 110 ตัดเป็นท่อน ๆ 2708910 57150 567690 57150 ภาพที่ 111 ตัด หั่น ซอย ภาพที่ 112 เตรียมบด ปั่น ตำ ภาพที่ 109-112 ต้นกล้วยเตรียมบดหรือปั่น ที่มา : เกษตรก้าวหน้า ( 2560 ) การเตรียมดินสอพอง ดินสอพองแปรรูปที่ใช้กับผิวหน้าและผิวกาย เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากดินสอพองผสมน้ำกรอง เฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อละเอียด นำไป ฆ่าเชื้อ โดยการนำดินสอพองไปเผาไฟที่ เรียกว่า สะตุ ( Desiccate ) ดินสอพอง- แปรรูปต้องปราศจากสิ่งแปลกปลอม แต่อาจ มีส่วนผสมของผงพืชสมุนไพรที่บดละเอียด แล้ว เช่น ขมิ้นชัน ไพล แต่งกลิ่น และ ทำให้แห้ง อยู่ในรูปก้อนหรือผง กรณีเป็นก้อน ต้องมีรูปทรงเดียวกันและมีขนาดใกล้เคียงกัน กรณีเป็นผงต้องมีกลิ่นที่ดีตามธรรมชาติของ ส่วนประกอบที่ใช้ ปราศจากกลิ่นอื่นที่ไม่พึง ประสงค์ เช่น กลิ่นหืน กลิ่นบูด 3676650 1120140 323850 1074420 1962150 1120140 ดินสอพองที่จะใช้ในงานทดลองศึกษาวิจัยครั้งนี้นั้น เป็นดินสอพองชนิดผงที่มีคุณสมบัติที่พร้อมที่จะใช้งานได้ทันทีเมื่อเปิดปากถุง เป็นดินสอพองที่มีฉลากกำกับว่าเหมาะสม กับการใช้ทางร่างกายและจากแหล่งผลิตที่ เชื่อถือได้ ที่ได้รับการ รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) บรรจุใน ภาชนะที่ปิดสนิท ที่ฉลากมีข้อความที่แสดงว่า ผลิตภัณฑ์นั้นได้ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว ชื่อผู้ผลิต วันที่ ผลิต ภาพที่ 113 ดินสอพองแบบ ก้อน ภาพที่ 114 ดินสอพองแบบผง ภาพที่ 115 ผสมให้เป็นโคลน ภาพที่ 113-115 ที่มา : ดินสอพอง ( 2560 ) ผงถ่าน ผงถ่านที่ใช้ในงานวิจัยครั้งนี้ เป็นผงถ่านที่ผลิตจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ ใช้ในการถอนพิษร่วมกับสมุนไพรอย่างอื่นได้ดีเสมอมา ผงถ่านที่ดี คือ ผงถ่านที่มีลักษณะดังนี้ 1. เป็นผงถ่านที่แห้งสนิท เป็นผงถ่านที่ไม่มีสิ่งเจือปน เป็นผงถ่านที่ ผลิตใหม่ ไม่ค้างเก่านาน เป็นผงถ่านที่ ไม่มีกลิ่น 1002030 94615 ภาพที่ 116 ผงถ่าน ขั้นตอนการเตรียมสมุนไพรฤทธิ์เย็นและพอกเข่า มี หลักการและ ขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1 . สมุนไพร สด ทุกอย่าง เก็บ ตอนเช้าก่อนมีแสงแดด ล้าง หั่น ปั่นหรือบดหรือตำให้แหลก สมุนไพรที่บดหรือปั่นแล้วแยกใส่ภาชนะเอาไว้ 2 . ผสมสมุนไพรที่เตรียมไว้กับดินสอพองที่ผสมผงถ่านแล้ว 1 : 1 สมุนไพรที่ผสมแล้ว/เข่าข้างละ 300 - 500 กรัม (ตามขนาดของเข่า เล็ก ใหญ่) 3 . ใช้สเปรย์ ฉีด พ่นน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นลงไปที่เข่าข้างที่จะพอกให้ทั่ว เพื่อเตรียมสัมผัส ฤทธิ์เย็นจาก สมุนไพรและให้ผิวหนังได้ชุ่มชื้นก่อน 4 . วางผ้าใต้เข่าข้างที่ปวดและเอาสมุนไพรบางส่วนวางไว้ใต้เข่า 5 . เอาสมุนไพรที่เหลือ วางโอบรอบเข่าด้านบนให้ทั่ว 6 . ดึงชายผ้าด้านหนึ่งขึ้นมาพันทับและพันอีกข้างหนึ่งปิด ดึงให้แน่น 7 . เอามือทั้งสองบีบเกลี่ยสมุ น ไพรไปให้ทั่วรอบ ๆ เข่า ดึงผ้าให้กระชับแล้วจึงผูกเชือกกันผ้าและสมุนไพรหลุดเวลาเคลื่อนไหว 8 . พอกสมุนไพรเอาไว้นาน ประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ระหว่างนั้นถ้าสมุนไพรแห้งหรือเริ่มแข็งก็ให้ใช้สเปรย์ฉีดพ่นหรือจะเอาน้ำพรมลงบนผ้าที่พันรอบเลยก็ได้ ประโยชน์และข้อควรระวังในการพอกสมุนไพร ข้อควรระวังในการพอกสมุนไพร 1 . ถ้าบาดแผลที่มีน้ำเหลืองไหลเยิ้มอยู่หรือบาดแผลที่อักเสบที่ยังรุนแรงอยู่ ยังไม่เหมาะที่จะทำการพอก ต้องทำให้แผลแห้งสนิทก่อนจึงทำการพอกซับพิษร้อนได้ การพอกเหมาะสำหรับอาการบวมปวด 2 . ถ้าจะต้องการพอกสมุนไพรตอนนอน ก็สามารถทำได้ แต่ต้องระมัดระวังอาจใช้ผ้าก๊อตพันให้ดีกันหลุดและเปรอะเปื้อนได้ ประโยชน์ของการพอกสมุนไพร 1 . ช่วยแก้ปัญหาความไม่สบายส่วนใดส่วนหนึ่งบนร่างกายได้เช่นบรรเทาอาการปวด 2 . ช่วยลดการกินยาแก้ปวดซึ่งมีผลข้างเคียงต่ออวัยวะภายในเสมอ 3 . เป็นตัวอย่างในการแก้ปัญหาสุขภาพด้วยตนเอง สร้างแนวทางการพึ่งตนในเรื่องการแก้ปัญหาสุขภาพด้วยตนเอง ส่งเสริมแนวทางสุขภาพพึ่งตน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

word1.ปก.docx
19 พฤษภาคม 2565
wordภาคผนวก.docx
6 กันยายน 2564
word01 ปก พริ้วลมบุญ.docx
15 พฤศจิกายน 2563