ยุคนี้คนฉลาดสร้างอาหาร คนชั่วช้าสามานย์สร้างอาวุธ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข3 มีนาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

ยุคนี้คนฉลาดสร้างอาหาร คนชั่วช้าสามานย์สร้างอาวุธ _พ่อครูว่า... สำหรับวันนี้ก็เอาปฏิภาณปัจจุบันขณะนี้ โลกทั้งโลก เราก็จะเห็นตัวอย่าง อาตมาก็ดูจากข่าวคราวของโลก ตัวอย่างที่เป็นไปตอนนี้ก็มาออกบทบาทสูงมาก ตัวละครสำคัญขณะนี้ มีอยู่ 3 ตัวคือ 1. ที่ยูเครน 2. รัสเซีย 3. อเมริกา นี่คือตัวปฏิกิริยาที่เกิดอยู่ตอนนี้ ที่เขามะรุมมะตุ้มอะไรกัน ความฉิบหายมันก็ตกอยู่ที่ยูเครน ยูเครนเป็นประเทศที่มันเกี่ยวเนื่องกับรัสเซียเขา เคยเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย ก็แยกตัวออกไป เสร็จแล้วเกิดกลียุคอะไรกันขึ้นมา ดาราตลกได้มาเป็นประธานาธิบดี ข้างในประเทศก็เละกันใหญ่ รบกันยิงกันต่างๆนานาสารพัด รัสเซียก็ยื่นมือเข้าไป สหรัฐก็ยื่นมือเข้าไป ต่างบอกว่า ถ้ารัสเซียเข้า สหรัฐจะเข้านะ อะไรอย่างนี้ ซึ่งฟังๆแล้ว ต่างคนต่างจะเบ่งอำนาจกัน ดูแล้ว อาตมาว่าเหมือนเด็กๆเหลือเกิน ก็จะเป็นผู้ใหญ่ก็เป็นผู้ใหญ่ ก็ควรจะว่ากันไปตามลำดับ จะส่งสารส่งข่าว จะมีการติดต่อเชื่อมโยงกัน ก็ปล่อยให้มันฆ่าแกงกันแล้วเขาก็จะได้ขายอาวุธ ซึ่งเป็นความซับซ้อนของมนุษยชาติในโลก รัสเซียก็ขายอาวุธ อเมริกาก็ขายอาวุธ ยูเครนก็สร้างอาวุธเขาได้ พอได้เหมือนกัน แต่ว่าเมื่อฆ่ากันแล้วก็ต้องสั่งมา ผู้ใดมีอำนาจมากก็ยึดอาวุธของประเทศอื่นมาเป็นของตน ฝ่ายรัฐบาลก็ได้เปรียบ มันก็ต้องพึ่งพาอาวุธอีกฝ่าย นี่เป็นรายละเอียดต่างๆนานา สรุปรวมแล้วก็คือ มันทะเลาะกัน ทะเลาะกันจนกระทั่งถึงฆ่ากัน ยุคนี้ ไม่ใช่ยุคที่จะทะเลาะกันด้วยกันฆ่ากันแล้ว คนนะ มนุสโส จิตสูงแล้ว เพราะฉะนั้นเป็นเศษของความดิบเถื่อน เศษกิเลสของความดิบเถื่อนยังจะฆ่ากันอยู่ โดยเฉพาะคนฆ่ากัน มันน่าจะหมดไปแล้วจากยุคสมัยนี้ เพราะเจริญกันมากแล้ว แต่มันหมดไปไม่ได้ เพราะมันยังสร้างอาวุธ อาตมาออกโศลกมาว่า “คนฉลาดสร

อ่านต่อ

้างอาหาร คนชั่วช้าสามานย์สร้างอาวุธ” แรงนะ ไม่ใช่เบา อันนี้ แรง ซึ่งมันเป็นเรื่องจริงๆเลย ถ้าเผื่อว่าคนเจริญเพียงพอ ไม่ต้องเสียเวลา เสียแรงงาน เสียทุนรอน ไปสร้างอาวุธมาฆ่ากันทำไม มันไม่สร้างอาวุธมาเพื่อล่าสัตว์หรอก อาวุธที่มันสร้างราคาแพงๆ ประสิทธิภาพสูงส่งนี่ มันเอามาฆ่าคน ลงทุนใช้พลังงานสูงสุด ประกอบทุกอย่างให้วิจิตรพิสดาร มีประสิทธิภาพสูงขนาดไหนๆ ที่มันแข่งสร้างกันอยู่นี้ มันสร้างกันมาเพื่อฆ่าคน เพราะฉะนั้นจิตของคน นอกจากจะฆ่าคนแล้วจะต้องให้มีประสิทธิภาพที่ฆ่าได้อย่างแรง ฆ่าได้อย่างมาก ลูกเดียว ตูม หมดประเทศเลยมันยิ่งชอบ มันจะต้องให้ได้ ใช่ไหม ซึ่งเห็นความอำมหิต โหด ของคนที่มีน้ำหนักของความอำมหิตโหดนี้ ขนาดไหน ยุคนี้แล้ว มันยังไม่หมดไปจากโลกเลย เพราะฉะนั้นเราจะต้องทวนกระแส เอาเรื่องรักกันเมตตากัน เกื้อกูลกัน ไม่ใช่เอาแต่เรื่องเบียดเบียนทำร้ายฆ่าแกงกัน อันนั้นมันหมดยุคแล้ว มันเป็นยุคของสัตว์เดรัจฉาน เป็นยุคของคนมิลักขะ คนเถื่อนคนป่าไม่ใช่ มันไม่ใช่ …มันเป็นยุคของ อาริยกะ เพราะฉะนั้นอาตมาก็จำเป็นต้องพูด แล้วพวกเราชาวอโศก ต้องปฏิบัติประพฤติให้มันสอดคล้องกับที่อาตมาพูดหน่อยนะ แต่ไม่มีหรอก ชาวอโศกเราตั้งแต่ตั้งมา 50 กว่าปี ไม่ได้มีความอำมหิตอะไรมากมายเลย ไม่เกิดความอำมหิต แม้แต่เรื่องที่ชาวอโศกจะทะเลาะวิวาทกัน ตามคุณภาพของพุทธพจน์ 7 ของพระพุทธเจ้า สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ พวกเราชาวอโศกประพฤติได้จริง ในสาราณียธรรม 6 มีพุทธพจน์ 7 เป็นตัวฐานรากของจิต มีพฤติกรรมแกนรากของจิต 7 ประการ สาราณียะ คือ ระลึกถึงกัน ไม่ใช่ระลึกถึงด้วยกันเพื่อไปแก้แค้น แต่เป็นการระลึกถึงกันอย่างเมตตา เหมือนอย่างพระพุทธเจ้าพอทรงตื่นขึ้นมาก็ระลึกถึงว่าจะไปโปรดให้ช่วยเหลือใคร เราก็ไม่ต้องถึงขนาดนั้น ก็ระลึกถึงคนนั้นคนนี้ พูดถึง ถามถึงกัน เป็นอย่างไรอยู่สบายดี หรือเกิดลำบากลำบน ควรจะช่วยเหลือกันไหม เป็น ปิยกรณะ เป็นความรัก ความรักที่ยิ่งกว่าญาติ ยิ่งกว่ามิตร รักกันด้วยเนื้อลึกๆว่า จะต้องหวังดีต่อกัน ปรารถนาดีต่อกัน ช่วยเหลือกัน หรือ ผู้ที่เราเคารพนับถือ คุรุกรณะ ก็ระลึกถึงท่าน ท่านเป็นผู้ที่ทำงานหนักหรือเคยเป็นครูของเรา ครุก็คือหนักทำงานหนักหรือเป็นครูเรา ระลึกถึงท่าน เราจะช่วยเหลืออะไรท่านได้ไหมหนอ สังคหะ ก็คือช่วย ได้ช่วย ได้เกื้อกูลช่วยเหลือ สงเคราะห์กัน อนุเคราะห์กันไป อวิวาทะ ไม่วิวาทกัน แค่วิวาท ก็คือ วาทะคำพูด วิวาทแรง วิวาทมาก วิวาทหนัก ก็ลงมือทำร้ายกันด้วยกายกรรม วิวาทกันอย่างแรง ก็แค่ปากหอก มุขสตี แค่ว่ากันไปว่ากันมา อย่างอาตมายังทำอยู่ มันไม่ดีหรอกมันเป็นข้อด้อย แต่มันจำเป็น อาตมาว่ายังหยุดไม่ได้ คนจะต้องใช้ขนาดนี้ มันเป็นปากหอก อย่าว่าแต่ปากหอกเลย แทงแล้วแทงอีก เช้ากลางวันเย็นอย่างละ 100 เล่ม เป็นคำเปรียบเทียบเรื่องหอกแทง เพื่อจะให้รู้จักสภาพจริงของสังคมมนุษยชาติที่มันยังมีอย่างนี้อยู่ อย่างผู้ที่ไม่รู้ตัวเลย หลับไม่ตื่น ยังหลับตาปฏิบัติอยู่นั่นแหละ พระพุทธเจ้าก็ทรงอธิบายเป็นอุทาหรณ์เป็นนิทานเป็นเรื่องว่า พระราชารู้ว่านี่เป็นโจรปล้นศาสนา คนนอนหลับ เอาลัทธิหลับตามาปฏิบัติอยู่ในสังคมประเทศชาติ อยู่ในศาสนาเรา มันผิด มันเป็นโจรปล้นศาสนา เป็นเดียรถีย์ เป็นคนนอกรีต อาตมาพูดชัดนะ มันแรงแน่นอน พวกที่ติดหลับตามันมีอยู่เยอะ เยอะจริงๆ ไม่ง่ายหรอก แต่มันต้องทำ ถ้าจะต้องนำขึ้นไปสู่ที่สุดที่สูงให้ได้ เพราะอาตมาจึงจำเป็น รู้ว่าเป็นข้อด้อยแต่ก็ต้องทำอยู่ หยุดไม่ได้ แต่ก็แค่ปากหอกนะ เรียกว่าปฏิกโกสนา คัดค้านอย่างแรง ท่านพุทธโฆษาจารย์ท่านแปลว่า คัดค้านอย่างจัง อาตมานี่ ใช้รูปธรรมเลย พูด ต่อว่า ระบุเลยว่าผิดอย่างนี้ๆ ว่าอย่างแรง ข่มเลย แต่ก็ไม่ถึงกับไปด่า ไม่ถึงอักโกสะ ไม่ใช่ไปด่าทอ แต่ติเตียนว่า ไม่ถึงด่าหรอก ปฏิกโกสนา = การกล่าวคัดค้านจังๆ ไม่เห็นด้วย กล่าวด้วยเหตุผลข่มขี่ที่มีน้ำหนักมากกว่า เท่านั้น แต่ไม่ถึงขั้น อักโกสะ = การด่า, การติเตียนด่าว่า ขอบเขตของการกล่าวคัดค้านและเห็นแย้งได้เต็มที่นั้น จะไม่ก้าวล่วงไปเอาผิดกันทางอธิกรณ์ หรือไม่ข้ามเขตไปลงโทษกัน จนกลายเป็น อุกโกฏนา = การที่ไม่เป็นธรรม, ไม่สามารถยุติธรรมได้ อาตมาเกิดมาในยุคนี้ในขณะที่มันเสื่อมมาก ศาสนาโลกุตระของพระพุทธเจ้านั้นเสื่อมหมดไปตามที่พระพุทธเจ้าท่านได้พยากรณ์เอาไว้ ในอาณิสูตร กลองอานกะหรือตะโพนอานกะ มันได้เสื่อม มันถูกเปลี่ยนแปลง มันถูกปฏิรูปกลายเป็น กลองปลอม กลองเก๊ อาตมาต้องกลับมายืนยันเอาเนื้อเก่าของกลองแท้ เนื้อทุกส่วนของกลองแท้ ของตะโพนแท้ กลับคืนมา อาตมาพูดออกไป เอาตัวเองเต็มตัวออกไปเลยยืนยัน ไม่ได้ยับยั้ง ไม่ได้อมพะนำ ไม่ได้ปิดบังอำพรางอะไรเลย เรียกว่าล่อนจ้อน พูดอย่างเปิดเผยทั้งหมด เป็นใครเนื้อหาอะไรอย่างไร จะหาว่าบังอาจก็ได้ แต่มาพูดยืนยันความจริง แต่ขอยืนยันว่าเป็นความจริงใจ พูดอย่างมีน้ำหนักแรงน้ำหนักเน้นอะไรมากมาย เพราะว่าดื้อด้านดึงดันเหลือเกิน เดี๋ยวเหลือเกิน แทงจนหอกหักหมดเลย เข้ายาก มันก็เลยจำเป็นต้องใช้ลักษณะพวกนี้อยู่ ถ้าไม่ใช้ซะได้ก็ดี อาตมาเมื่อยน้อยลง แต่มันจำเป็น ก็เสียพลังงานนะเหนื่อยก็เหนื่อย แต่ก็จำเป็น ถ้าทำได้มันก็สวยสภาพกว่านี้เยอะก็รู้ว่าเป็นข้อด้อย อาตมาได้เรียบเรียงข้อด้อยของอาตมา 10 ข้อ ซึ่งในยุคนี้ต้องทำอย่างนี้ เป็นเรื่องลึกซึ้งซับซ้อน ยุคนี้อาตมาเองอายุปูนนี้แล้ว สรีระร่างกายก็ฝืนมา อายุขัยของอาตมาเคยบอกแล้วว่า 72 ตอนนี้ได้มา 1 นักษัตร เป็น 84 ถ้าไปอีก 2 นักษัตร จากนั้นเป็น 96 เป็น 3 นักษัตร ไปอีกถึงเป็นร้อยแปด เขาอยากจะถึงนะ เคยตั้งตัวเลขไว้โก้ๆตั้งแต่ตำนานตอนเจอหมออารีย์ แกบอกว่าจะอายุ 120 อาตมาก็บลัฟว่า จะเอา 121 แล้วแกก็ว่างั้นจะเอา 150 ปี อาตมาก็บลัฟต่ออีกเป็น 151 ปี ก็บลัฟกันเท่านั้น ทุกวันนี้อาตมามี Routine ก็คือ 1. นอน 2. ตื่น 3. กิน 4. ก็ดูงานนั่นนี่ไป เสร็จแล้วก็วนเวียนมานอน มากิน หรือมีอย่างอื่นก็เขียนหรือเทศน์ Routine มีอยู่ประมาณนี้ การกินนั้นแต่ก่อนใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมง แต่เดี๋ยวนี้ไม่ถึงหรอกชั่วโมงกว่า ก็ต้องกินเพื่อให้ได้ปริมาณเพียงพอ มันรีบกินไม่ได้ ไม่ใช่ว่าฝันไม่ดีไม่ใช่ว่ากำลังเคี้ยวไม่ดี ดี ฟันอาตมาต้องขอบคุณหมอกิตติโชติ เป็นหมอดูแลทางฟันให้อาตมา ก็ทำให้หมด 650302 พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ พ่อครูตอบปัญหาผ่าพญาครุฑ ฉุดพญานาค

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน