ฌานวิสัยคือผู้มีสติเต็มร้อยปัญญาเต็มรู้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.68 KB
วันที่แก้ไข10 มีนาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

ฌานวิสัยคือผู้มีสติเต็มร้อยปัญญาเต็มรู้ _(166) ตำนานต่างๆของ“พญานาค”เท่าที่อาตมาพอรู้ มาพูดถึง“ตำนานพญานาค”กันเท่าที่อาตมาพอรู้นะ 1. นาค คือ งู ที่มีภาวะ สื่อแสดงท่านอน-ท่าหลับ เป็นลักษณะสำคัญ ดังนั้น ลัทธิยึดท่า“หลับ”คือ “หลับตา”ปฏิบัติจึง“มีจริง” ซึ่งเป็นลัทธิหลับตา ก็คือ ศาสนาหรือลัทธิเดียรถีย์ ที่เป็นลัทธินอกพุทธนั่นแหละ ยังมีมาก ครองโลกอยู่ด้วยซ้ำ (พ่อครูไอตัดออกด้วย) 2. นาค มาปลอมบวช ในศาสนาพุทธหมายความว่า ศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาที่มีการ“หลับตา”ปฏิบัติ ผู้นำการ “หลับตา”ปฏิบัติมาใส่ลงไปในศาสนาพุทธ จึงเป็นคนผิด คนปลอม ที่เอา“ของปลอม”เข้ามาในศาสนาพุทธ ก็ได้บาปแน่ เพราะพุทธที่“สัมมาทิฏฐิ”นั้นจะมีหลักปฏิบัติแท้ๆคือจรณะ 15 วิชชา 8 ซึ่งมี“อปัณณกปฏิปทา 3”ยืนยันการเป็นศาสนาพุทธที่แท้จริงถูกต้อง มีหลักธรรมชัดเจนอยู่โต้งๆ ถ้าการปฏิบัติใดไม่มี“อปัณณกปฏิปทา 3”การปฏิบัตินั้นก็“ผิด”ไปจากศาสานพุทธ ก็ชัดแจ้งแดงแจ๋อย่างนี้ หรือถ้าผู้ใดยืนยันยึดมั่นถือมั่น ว่า “การหลับตาปฏิบัติ”นี่แหละเป็น“ข้อปฏิบัติที่ไม่ผิด(อปัณณกปฏิปทา)”ของศาสนาพุทธ ผู้นั้นก็คือ “มิจฉาทิฏฐิ”ตัวแท้ ซึ่งมีความคิดปฏิปักษ์ต่อศาสนาพุทธอยู่โทนโท่ แท้ๆ ชัดๆ “อปัณณกปฏิปทา 3 (ข้อปฏิบัติที่ไม่ผิดของพุทธ)”ก็คือ การปฏิบัติที่มี“ศีล”เป็นหัวข้อหลัก แต่ละข้อให้ปฏิบัติ แล้วจะต้อง “สำรวมอินทรีย์ 6-โภชเนมัตตัญญุตา-ชาคริยานุโยคะ” อันเป็น“ข้อปฏิบัติที่ไม่ผิดของพุทธ 3 ข้อ”ที่มียืนยันอยู่อ้างอิงได้ใน“พุทธคุณ 9”ของพระพุทธเจ้า”แท้ๆชัดๆ ใครจะบังอาจปฏิเสธ อปัณณกปฏิปทาข้อ[1] “สำรวมอินทรีย์ 6” ที่มีตา, หู,จมูก,ลิ้น,กาย,ใจ“สัมผัส”เห็นรูปทางตา,ได้ยินเสียงทางหู,ได้กลิ่นทางจมูก,ได้รสทางลิ้น,ได้กระทบกายภายนอก-ภายใน,ได้สัมผัสกันเองของใจก

อ่านต่อ

ับในใจขั้นรูป-ขั้นอรูป ซึ่งมี “ภาวะ 2”คือ“มี“ภายนอก”ด้วย มีภายใน”ด้วยอยู่ตลอดการปฏิบัติ อปัณณกปฏิปทาข้อ[2] “โภชเนมัตตัญญุตา” ผู้ปฏิบัติต้องเรียนรู้ขณะกินขณะใช้นั้นๆ อย่าให้มีกิเลสมันเกิดในจิต ถ้ากิเลสเกิดก็กำจัดกิเลสนั้นๆ พ่อครูว่า...การมีชีวิตอยู่กับของกินของใช้ ก็อย่าให้เกิดกิเลส ใช้คอมพิวเตอร์ ของใช้ก็อย่าให้เกิดกิเลส มันติดกิเลสเยอะเลยนะ ในคอมพิวเตอร์ ถ้าโง่กับมัน มันเอาไปกินหมด พวกใช้คอมพิวเตอร์เช่นพวกใช้ Facebook เอาไปกินรวยเละเลย นายมาร์ค หรืออะไรอีกหลายอย่างแย่งกันไปแบ่งกันไป แต่นายมาร์คมันคว้าได้ก่อนรวยเละเลย อายุ 30 กว่ายังไม่ 40 เลยรวยระดับท็อปเท็นของโลก อปัณณกปฏิปทาข้อ[3] “ชาคริยานุโยคะ” ผู้ปฏิบัติต้องทำความมีสติตื่นรู้อยู่กับการปฏิบัติทั้งภายนอก-ภายในนั้นๆอยู่เสมอ และมี“ธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์”ไปตลอด แต่ผู้หลงผิดก็มืดบอดจริงๆ ไป“หลับตา”ปฏิบัติกัน การหลับตาปฏิบัติ มันก็ตรงกันข้ามกับ“อปัณณกปฏิปทา 3” มันผิด“วิธีปฏิบัติของพุทธ” แม้ภาษา“อปัณณปปฏิปทา” ก็ยืนยันอยู่โต้งๆ ชัดๆอีกปานฉะนี้ ก็ยังไม่ยอมรับความผิดนี้ พ่อครูว่า...แม้คุณมาลืมตาทำงานอยู่ มันก็ไม่ได้มีสติแววไวรับรู้ เช่น อันนี้รับรู้หน่อยอันนี้รับรู้ต่างๆ มันไม่แข็งแรงเต็มที่ ถ้าสติเต็มร้อยของคนที่มีสติเต็มที่ท่านบอกว่า สติเป็นอธิปไตยแปลว่าพลัง หรือแรงอธิปไตย สตินี่ มันจะมีพลังอำนาจรู้ แววไว เท่าทัน ฉับพลัน รู้หมดทุกอย่างเลยสติเป็นเรื่องใหญ่ เพราะฉะนั้นคำว่า ฌานวิสัย ของพระพุทธเจ้าที่สัมมาทิฏฐิคือ ฌานลืมตาที่เต็มไปด้วยสติแววไวไม่เคยหรี่ไม่เคยหลับไม่เคยตก จะรู้ความจริงว่าคุณหลับตา คุณจะนอน คือนิทรา คุณก็จะหลับ หลับคุณก็จะปิดไม่ให้สติที่มันทำงานกับความเป็นอาโลก มีปัญญา มีวิชชา มีญาณ รู้ร่วมอย่างเต็มที่อยู่ ตอนนี้พักยกก็รู้ความจริง เท่านั้นเอง ไม่ได้หลงใหลหลับใหลไม่ได้เลอะเทอะอะไร เพราะฉะนั้นการมี ฌานวิสัยของพระพุทธเจ้านั้น คือเป็นผู้มีสติเต็ม เป็นผู้ที่มีฌาน มีปัญญา มีสติเต็มรู้แล้วปัญญาเต็มร้อย ตื่นเต็มรู้ มีปัญญาหรือมีความรู้ ธาตุรู้ เต็มร้อย เรียกว่าผู้มีสติเต็ม เป็นฌานวิสัย เพราะฉะนั้นจะหลับ นิทรา จะหลับก็หลับก็รู้ว่าพักไม่ให้มีสติไม่มีปัญญา นอนพัก ถ้าสายสมถะก็นอนพัก หลับดับเฉย เงียบนิ่ง ถ้าสายปัญญานอนหลับ ก็มีแต่ธรรมะ แจ่มใส รู้ธรรมะ ไม่ได้กินเรี่ยวแรงอะไรเลย เป็นเทวดาคุยกันสามัญ ตื่นนอนก็เหมือนธรรมดา เต็มที่เหมือนทางสมถะเขานอน แต่ทางปัญญา นอนหลับ 5 ชั่วโมง 8 ชั่วโมงเท่ากันกับสมถะ แต่ปัญญา มีธรรมะมีความรู้ทั้งได้ทบทวนทั้งได้มีของใหม่เหมือนพระพุทธเจ้าบอก โอ้! วันนี้เทวดาสว่างไสวมาคุยกันเต็ม ข้อมูลหลักฐานขึ้นมาเต็มเรื่อยๆ เอามาสอนภิกษุ เอามาสอน เอามาประกาศต่อโลกต่อไปๆ อย่างนี้เป็นต้น ความรู้นี้หาที่สุดไม่ได้หรอก ละเอียดซับซ้อนลึกซึ้งไปเรื่อยๆ แล้วไม่ต้องไปค้นไม่ต้องไปคว้า ไม่ต้องเที่ยวไปแสวงหาตามตัวหนังสือ มันจะเป็นสัจจะ อย่างทุกวันนี้อาตมาไม่ได้เป็นนักอ่านตำรับตำรา แม้แต่พระไตรปิฎกก็อ่านเพื่อยืนยันหลักฐาน ตัวเองไม่ค่อยได้อ่านหรอก คิดจะอ่านอะไรอื่นก็นิดๆหน่อยๆ ไม่ได้เป็นคนมีความขยันหมั่นเพียรจะไปอ่านอะไรมากมาย แค่เท่าที่อาตมามีอยู่ บรรยายไป อาตมาก็ว่า มันเยอะแล้วนะ มันละเอียดลออ มันวิจิตรพิสดาร ไม่ใช่เรื่องน้อยๆ ซึ่งไม่มีคนเอามาขยายความ ขยายความถึงความเป็นโลกุตระของความเป็น กาย ความเป็นโลกุตระของคำว่า บุญ ความเป็นโลกุตระของคำว่า ฌาน ความเป็นโลกุตระของคำว่า วิชชา ความเป็นโลกุตระของคำว่า สมาธิ ความเป็นโลกุตระของคำว่า ปัญญา 650309 ปัญญา 8 ประการ 3 ข้อแรก โดยพิสดาร พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน