สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน เป้าหมายของศาสนาพุทธคือจัดการความสุขทุกข์.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน เป้าหมายของศาสนาพุทธคือจัดการความสุขทุกข์ สมณะเดินดินว่า… วันนี้วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2562 ที่บวรสันติอโศก วันนี้เป็นวันพิเศษที่ชาวสันติอโศกคงจะเข็มขัดสั้น ก่อนหน้านี้มีประกาศว่า ท่านจันทร์ ท่านเดินดิน ท่านแสนดินจะมาเทศน์ แต่ตอนนี้มีพ่อครูมาอีกรูป ก็เป็นกำไรของชาวสันตินาคร สาเหตุเพราะว่าพ่อครูอาพาธ ก็เลยจะไม่เทศน์แต่ว่าพ่อครูก็รู้สึกว่านอนเฉยๆก็ไม่หายก็มาเทศน์ดีกว่า ส.เพาะพุทธว่าพ่อท่านอาพาธแต่ท่านไม่อาเพท ท่านไม่โอ๋ตัวเอง พ่อครูว่า…ชี้บอกทางผู้ดูแลเวทีว่า นาฬิกานี้ไม่ทำงาน(หน้าเวที) ...พวกเราจะพูดอะไรก็สะดวก บางคนบอกว่าจะออกโทรทัศน์ต้องคัดสรรสิ่งที่ดีเท่านั้น ที่จะต้องออกอากาศ แต่ว่าเรานี้มีอะไรก็พูดไปบอกไปเป็นเรื่องธรรมดาสามัญชีวิตธรรมชาติ ไม่ต้องมีการเก๊ก ไม่ต้องมีเรื่องต้องระมัดระวังอยู่ในกรอบรูปแบบอยู่ในพิธีการอะไรอีกเยอะแยะ ก็เป็นเช่นนั้นมาตลอดเวลา ไม่มีใครมาว่าเราได้เพราะเราไม่มีสปอนเซอร์ แล้วทุกคนก็ทำได้สบายๆ อาตมาว่าเรื่องของ สิ่งที่ไม่มีใครมาเป็นผู้ควบคุมกำกับชั้นบนอีกชั้นมันเป็นอิสระสบายมันสมบูรณ์แบบเหลือเกิน ซึ่งเป็นเรื่องลึกซึ้งในศาสนาพระพุทธเจ้าคือคำว่าอิสระเสรีภาพ เป็นความยิ่งใหญ่ของคุณธรรมที่พระพุทธเจ้าท่านเอง ท่านเห็นเป็นสิ่งที่วิเศษ แล้วท่านก็ดำเนินมาตั้งแต่ยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ยิ่งยุคทาสทั่วโลกแต่พระพุทธเจ้าท่านนำหน้าไปไกลๆ มนุษย์ควรมีอิสระเสรีภาพ แล้วท่านก็นำศาสนาของท่าน เป็นศาสนาที่ใครเข้ามามีจารีต หรือว่ามาอยู่ในกรอบของศาสนาเป็นพุทธศาสนิกชนเป็นพุทธมามกะแล้ว จะเป็นผู้ที่อยู่ในระบบที่พระพุทธเจ้าท่านจะพาเป็นเลย เช่นอิสระเสรีภาพดังกล่าว เพราะฉะนั้นผู้ที่อยู่ในกรอบที่มาเป็นพุทธศาสนิกชนแล้ว เขาจะมีวรรณะกษัตริย์พราหมณ์
อ่านต่อ
แพศย์ศูทรก็ตาม เมื่อมาเป็นสหธรรมิก เป็นผู้ที่มาเป็นพุทธมามกะ มาเป็นพุทธบริษัทมาเป็นคนของศาสนาพุทธเป็นพุทธศาสนิกชน ทุกคนถือว่าเสมอกันเท่าเทียมกันอิสระเสรีภาพ เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่ในยุคพระพุทธเจ้าเขาไม่พูดกัน คนชั้นเจ้าเป็นลูกเจ้ามาบวช กับคนสามัญจะเป็นจัณฑาลหรือเป็นอะไรก็แล้วแต่ จัณฑาลเป็นผู้บวชก่อน คนที่เป็นเจ้ามาบวชที่หลังก็ต้องกราบจัณฑาลที่มาบวชก่อน ตัดลดปลดแอกทุกอย่างเลยอย่างนี้เป็นต้น นี่เป็นศาสนาที่ยิ่งใหญ่ จะบอกว่าระบบประชาธิปไตยต้องมีความอิสระเสรีภาพเป็นเงื่อนไขหลักเหมือนกันยิ่งใหญ่ ในความเป็นประชาธิปไตย แต่แท้จริงแล้วสู้ของพระพุทธเจ้าไม่ได้ที่ให้อิสระเสรีภาพ อีกอย่างหนึ่งก็คือ เป็นศาสนาที่เรียนรู้วิญญาณ เป็นเรื่องของจิตวิญญาณ ทางด้านศาสนาเทวนิยม ศาสนาที่มีพระเจ้าเป็นศาสดาเกิดพระบุตรขึ้นมา เรียกว่าศาสนาเทวนิยม ก็จะไม่สามารถที่จะปลดแอกความเป็นอิสระเสรีภาพได้ เพราะศาสนิกชนทุกคนของศาสนาเทวนิยมจะต้องเป็นทาสพระเจ้า ไม่เท่าเทียมกัน อย่างน้อยคุณก็ต้องเป็นทาสพระเจ้า ในเรื่องของความเป็นทาสในเรื่องของความไม่อิสระเสรีภาพจะถูกครอบงำด้วยพระเจ้า ซึ่งหลายๆ อย่างของศาสนาเทวนิยม อาตมาพยายามไขความสัจธรรม ธรรมะต่างๆ ของเทวนิยมหรือของอเทวนิยม หรือพุทธศาสนาก็ตาม เทวนิยม คำว่า เทวะ แปลว่า 2 อาตมาพยายามอธิบายมาหลายทีแล้วและเป็นเรื่องยิ่งใหญ่มากเทวะ ครอบโลก ศาสนาพุทธก็มีเทวนิยมแต่เป็นผู้ที่รู้จักเทวะแล้วดับเทวะให้สูญสิ้น หลุดพ้นจากความเป็นเทวดา แต่ก็ต้องรู้ว่าเทวฺต้องมีเป็นเครื่องอาศัยตามฐานานุฐานะอย่างนี้เป็นต้น นอกจากจะเป็นเรื่องของเทวฺที่จะต้องใช้ปัญญา ใช้ธาตุรู้ที่จะต้องรู้ลึกซึ้งมากเลย ศาสนาเทวนิยมเขาไม่รู้เขาตีไม่แตก เทวฺที่แปลว่าสอง สมมติสัจจะกับปรมัตถสัจจะก็เป็น 2 รูปนามก็เป็นภาวะ 2 หรือแม้แต่สภาวธรรมกับพยัญชนะหรือบัญญัติก็คือ 2 เทวนิยมตีไม่แตกแยกไม่ออกว่านี่เป็นสภาวะหรือพยัญชนะ อันนี้เป็นสมมติสัจจะหรือปรมัตถสัจจะอันนี้เป็นรูปหรือเป็นนาม รูป 28 เป็นต้น นามธรรมอีกมากมาย เช่น นาม 5 รูป 28 คือรูปและนาม หากเข้าใจแล้วก็ศึกษาตามหลักของพระพุทธเจ้านี่ล่ะ เรียนรู้รูปนามแยกแยะเทวะ 2 เราจะได้จุดจบ ทีนี้ เน้นเข้าไปสู่จุดสำคัญที่สุดของเป้าของศาสนาพุทธจุดศูนย์กลางของศาสนาพุทธคือ เน้นเข้าไปที่เวทนา พระไตรปิฎกเล่ม 10 ข้อ 60 ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) อาตมาถือว่า อันนี้เป็นหัวใจของศาสนา คือ รู้จักเทวฺ ธมฺมา แล้วเข้าเป้าที่เวทนา 2 แล้วจัดการเวทนา 2 ให้เป็น 1 เอกสโมสรณา จบเลย ศาสนาพุทธ ถ้าเข้าใจตัวนี้เท่านั้น ถ้าเข้าใจแล้วสามารถปฏิบัติได้ ทั้งสมมติสัจจะและปรมัตถสัจจะ ได้มรรคผลของวิมุติสำเร็จ ความรู้สึกที่เป็นเป้าหมายของศาสนาพุทธคือความสุขกับความทุกข์ศาสนาพุทธเรียนรู้ความสุขกับความทุกข์ แต่ท่านตรัสว่าหัวใจของพุทธศาสนาคือเรียนรู้ทุกข์ก็เรียนรู้เหตุแห่งทุกข์แล้วก็ดับเหตุแห่งทุกข์ ด้วย ทฤษฎีหรือวิธีการหรือข้อปฏิบัติ หรือที่เรียกสวยๆว่าทางปฏิบัติไปสู่ความพ้นทุกข์ก็คืออริยสัจ 4 ศาสนาพุทธถ้าผู้ใดสามารถรู้จักสุขกับทุกข์ แล้วดับสุขดับทุกข์ได้ เพราะจะรู้ว่า จริงๆแล้วสุขกับทุกข์เป็นสมมุติ ผู้ที่รู้สภาวะของปรมัตถ์คือผู้รู้จักสมมุติ ผู้ที่รู้จักสภาวะของสมมติคือผู้หยั่งรู้สัมผัสรับความรู้สึกสุขทุกข์แล้วทำให้ความสุขความทุกข์หมดไปจากจิต เป็นอรหันต์เลย อรหันต์มีแค่นี้ ย่นย่อเข้ามา อาตมาไม่ได้โมเมไม่ได้พูดชุ่ยเล่นลิ้น คนที่เรียนรู้ความสุขความทุกข์ได้เรียนรู้เวทนา คนเรามีอัตตาเป็นตัวตั้งแล้วไม่เข้าใจว่าความสุขความทุกข์เป็นสิ่งที่สมมติขึ้นมาเป็นสมมติสัจจะ ถ้าเข้าไปถึงสภาวะจิตความรู้สึกจริงๆ โดยมีสัญญามีสังขารเรียนรู้ เวทนาคือความรู้สึกและมีสัญญากำหนดอ่านกำหนดรู้จักเวทนา รู้จักสังขาร รู้จักสองตัวก่อน สังขารปรุงแต่งขึ้นมา ในปฏิจจสมุปบาท พระพุทธเจ้าตั้งต้นด้วยอวิชชาไม่รู้อะไรไม่รู้สังขาร ถ้าคนเรียนรู้สังขาร ก็เรียนรู้จากรูปนาม แล้วลึกเข้าหานามเรียกว่าวิญญาณได้ ก็ต้องมีนามรูป มีเทวฺ แล้วก็จะต้องปฏิบัติให้เกิดการรับรู้อีก 3 จะต้องเกิดผัสสะ เวทนา เกิดอายตนะ ถ้าไม่มีการผัสสะไม่มีการสัมผัสกันอายตนะไม่เกิด ตากระทบรูปอายตนะจึงเกิดแล้วถึงจะเกิดเป็นเวทนาให้เราได้ศึกษา เมื่อกี้นี้กล่าวแล้ว เวทนาคือเป้าหมายหลักที่ต้องศึกษา เหตุแห่งความสุขความทุกข์ รู้ว่าเหตุมันเป็นอย่างไร เหตุที่มันทำให้เกิดความสุขความทุกข์ก็คือตัณหา ถ้าอยู่ในภาวะที่กำลังดำเนินพฤติกรรมอยู่มีการเคลื่อนตัว เป็น Dynamic ก็เรียกว่าตัณหา ถ้ามันไม่เคลื่อนตัวให้เรียกว่าอุปาทาน เราเรียนรู้อาการของจิต รู้อาการต่างๆ กำหนดเครื่องหมาย ว่าอาการอย่างนี้เรียกว่าสุขอาการอย่างนี้เรียกว่าทุกข์ อาการอย่างนี้เรียกว่ารูปคือสิ่งที่ถูกรู้ แล้วก็เรียนรู้รูป 28 ปฏิบัติตามทฤษฎีที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ในรูป 28 ตั้งแต่มหาภูตรูป 4 แล้วก็มีปสาทรูป โคจรรูป(วิสยรูป) สองอันนี้คือ 5กับ 5 แต่ตัดไป 1 อัน คือกายกับโผฏฐัพพะ คือมันใกล้กันอันเดียวกันเลยก็นับลดไป 1 อันนี้ถ้าไม่ใช่พระพุทธเจ้าก็จะไม่รู้ได้อย่างนี้ จากผัสสะแล้วเกิดภาวรูป / อิตถีภาวะ กับปุริสภาวะ แล้วก็จัดการ เอกสโมสรณา ภวนฺติ ที่ตัวแรก ตัวสักกายะตัวนี้ต้องจัดการกับตัวนี้เป็นตัวปฏิบัติ ตัวตนของเรา ต้องรู้กาย กาย แปลว่า ภาวะ 2 พระโสดาบันต้องรู้จักกาย มีทฤษฎีที่รู้จักสักกายะ หรือสักกายทิฏฐิ ต้องเรียนรู้อันนี้ รู้เทวฺ นามรูปที่เป็นของเรา อย่าไปอุตริแส่รู้ของคนอื่น รู้ของเราที่เป็นสักกายะ
คำว่า กาย จึงเป็นธรรมะที่คนจะต้องเรียน 2 ธรรมะ 2 หรือเทวะ ที่สำคัญที่อาตมาพยายามพูดให้มีไวพจน์ แล้วจะแจกออกไปอีกเยอะแยะเลยในคำว่ากาย อาตมาก็จะเอาหลักฐาน จาก พจนานุกรม ของ จำลอง สารพัดนึก ค่อยๆอธิบายไปตามประสาของอาตมา คือ ประสา มาจากคำกร่อนจากคำว่า ภาษา ตามภาษาบัญญัติพยัญชนะที่อาตมาจะใช้สื่อ โดยมีสภาวะที่อาตมารู้เป็นหลัก พยัญชนะเป็นรองสภาวะเป็นเอก620628_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก เรียนรู้กายให้เข้าถึงหัวใจของศาสนาพุทธ