การฝืนขันธ์อยู่ต่อไปของพ่อครูเพื่ออะไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
การฝืนขันธ์อยู่ต่อไปของพ่อครูเพื่ออะไร พ่อครูว่า... ไปได้ก็ไป ไปไม่ได้ก็จอดไม่มีปัญหาอะไร อาตมาก็เคยพูดเปรยๆไปบ่อยๆหลายทีแล้วว่า อาตมาตอนนี้มันฝืนขันธ์จริงๆ 1. กินอาหารก็ไม่ได้อยากกินเลย ไม่มีความอยาก ไม่อยากจริงๆ มันหายไปเลยความอยาก กินอาหารก็กิน เพราะว่ามันจะต้องเอาอาหารมาใส่ร่างกายเท่านั้น ให้เรื่องอร่อยไม่ต้องไปพูดหรอก มันหายไปนานแล้ว เดี๋ยวนี้มันเกินกว่าที่จะไม่อร่อยเท่านั้น มันกลายเป็นโอ้โห มันเห็นทุกข์ในการที่จะต้องกิน แล้วก็ทุกข์ในเวลากิน มันเป็นสัจจะ เห็นทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นที่ดับไปอย่างแท้จริง นั่นก็เรื่องที่จะต้องเติมน้ำมัน เติมอาหาร เติมธาตุให้มัน 2. อายุขัยของอาตมามันหมด แล้วก็พยายามจะลากอายุขัยไป เจตนาก็เพื่อ 1.ทำงาน 2.เพื่อพิสูจน์สัจธรรมของพระพุทธเจ้าว่ามันจะลากไปได้ หยั่งดูว่ามันเป็นประโยชน์อยู่ไหม ลากไปถ้ามันติดเตียงหายใจพะงาบๆไม่มีประโยชน์อะไรได้หรือเป็นภาระคนอื่น มันไม่ใช่อย่างนั้น ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่อยู่แล้ว นี่อยู่ไปก็พอทำได้ กำลังวังชาก็ไม่ใช่ว่าจนกระทั่งมันลำบากลำบนเกินไป อาตมานี่เทศน์นี่น่ะ มันมี อภิปโมทยังจิตตัง กว่าการกินเยอะ ให้มาเทศน์ เออ มันมี Appreciate กว่า ยังชื่นใจ พอใจ ยินดีกว่า กว่าจะให้กิน แต่ก็อาตมาก็พูดตลอดเวลาว่าอายุขัยของอาตมามันประมาณ 72 ปี นี่ก็ต่ออายุขัยมาเกินไปได้ถึงขั้นหลายนักษัตร 1 นักษัตรมี 12 ปี 72 + 12 ปีเป็น 84 ปี และก็เกิน 84 มาแล้วจนถึง 90 ถ้าไปอีก 1 นักษัตรก็เป็น 96 ปี กว่าจะถึง 96 ก็รู้สึกว่าลากขันธ์จริงๆเลย จะถึงหรือไม่ถึงก็ยังไม่รู้เลย ตั้งใจว่าจะอยู่ให้ถึง100 ตั้งใจอยู่ให้ถึง 100 ก็เพื่อพิสูจน์ธรรมะพระพุทธเจ้านั่นแหละ ว่าธรรมะพระพุทธเจ้ามีอิทธิบาทที่จะสามารถที่จะอ
อ่านต่อ
ายุ เกินกว่า กัปป์ ได้ คำว่า กัปป์ มันคือรอบของแต่ละอย่าง แต่ละกำหนด ชั่วโมงหนึ่งก็รอบของ 60 นาที วันหนึ่งก็รอบของ 24 ชั่วโมงอะไรอย่างนี้ เป็น กัปป์ๆ 100 ปี แล้วแต่จะกำหนด พุทธกัปป์ของพุทธศาสนาอย่างศาสนาของพระสมณโคดมมีพุทธกัปป์ของท่าน 5,000 ปี อย่างนี้เป็นต้น ก็ต่ออายุขัย อายุกัปป์กันไปก็เป็นการพิสูจน์สัจธรรม เกิดมาเป็นคนแล้วเราบริหารจิตแล้วจิตนี่แหละสามารถจะทำให้เป็นเช่นนั้นเช่นนี้ จนกระทั่งถึงขั้น อมตบุคคล คือ พระอรหันต์ที่วิมุติแล้ว ก็สามารถที่จะกำหนดการเกิดการตายได้ กำหนดการเกิดการตาย นี่ก็..ที่ยังไม่เก่งจริงๆก็คือ เป็นพระอรหันต์ที่ยังไม่เก่ง ก็กำหนดว่าเราตาย กายแตกตาย หลังตายเราไม่เกิดอีก เราแยกธาตุของเราเป็นดินน้ำไฟลมไปได้ หรือจะเกิดอีกตายแล้วยังไม่ ยังมีนิมิต ยังตั้งจิตต่อ ไม่สุญญตนิพพาน ตั้งจิตเกิดต่อไปได้อีก แค่นี้แหละเถรวาทหรือว่าศาสนาพุทธในเมืองไทยจะเข้าใจว่าเป็นพระอรหันต์ตายแล้วต้องสูญ เท่านั้น ทุกรูป ไม่มีเกิดอีก นั่นก็คือเป็นพวกอุจเฉททิฏฐิ เป็นความเห็นอุจเฉททิฏฐิทำให้ศาสนาพุทธด้วนไป ลองคิดดูถ้าผู้ใดจบอรหันต์ทุกองค์แล้วตายกายแตกต้อง 0 เท่านั้น ศาสนาพระพุทธเจ้าจะสั้นลงครึ่งหนึ่งเลย ไม่มีใครมาสืบทอดไม่มีใครต่อ เพราะว่าจบอรหันต์แล้วก็ตาย สูญ จบ พุทธกัปของศาสนาแต่ละองค์ แต่ละพระพุทธเจ้าแต่ละองค์ ก็ ถูกตัดลงไปครึ่งหนึ่ง ครึ่งหนึ่ง หมดเลย อย่างนี้เป็นต้น ที่จริงความคิดเช่นนี้จะว่าไปแล้วเป็นบาปมหันต์เลย ไปหั่นศาสนาพระพุทธเจ้าลงไป อย่าไปคิดเชียว อย่าไปคิดเช่นนั้น คนเข้าใจยังไม่ถูกต้อง ยังมิจฉาทิฏฐิซับซ้อน อาตมาก็นำมาขยายความมาเปิดเผยบอกว่าอย่าไปคิดผิด คิดผิดแล้วมันก็พาเสื่อม ที่อาตมารู้ความจริงพวกนี้เพราะอาตมาเป็นโพธิสัตว์ เป็นผู้ที่ต่ออายุขัย เป็นผู้ที่รู้จักกันเกิดการตาย เป็นอมตะมาจนกระทั่งเข้าใจอมตะว่ามันเป็นเช่นนี้เอง จะเกิดก็ได้ จะตายก็ได้ และก็หมายถึงอะไรเกิด อะไรตาย เกิดอย่างไร ตายอย่างไร พระอรหันต์ที่เก่งจริงๆถึงขนาดขั้น ตายอย่างกำหนดเลย จะตายวันนั้นวันนี้ บางองค์บอกเดินไปก้าวที่ 7 ตายตรงนั้น มีนะอย่างนี้เป็นต้น อย่างอาตมายังไม่สามารถจะกำหนดได้ถึงขนาดนั้นแน่นอน นี่เป็นเรื่องของจิต เป็นเรื่องของความสามารถ ความวิเศษของจิต 660830 เป๊งพรึ่บ ถนนปันสุข ปลุกจิตโพธิสัตว์ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก