สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน นิยาม 5 คือความรู้สุดยอด.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข23 มกราคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน นิยาม 5 คือความรู้สุดยอด _น้อมยอดธรรม...ดิฉันเคยฟัง นิยาม 5 แต่ฟังแล้วฟังอีกไม่เข้าใจ แต่ฟังแล้วเริ่มเข้าใจ อุตุ คือธาตุดินน้ำไฟลมทั่วไป พีชะคือไม่มีทุกข์สุข จิตนิยามนี่คือสัตว์ คน พ่อครูว่า...ธรรมนิยาม 5 เป็นสุดยอดของความรู้ไม่ว่าจะเป็นเชิงวิทยาศาสตร์หรือพุทธศาสตร์หรือศาสนาต่างๆ สุดยอดธรรมะสุดยอดวิทยาศาสตร์ ทุกอย่างในมหาจักรวาลแยกได้ 5 อย่างนี้ทั้งนั้น อุตุ พีชะ จิต สามอย่างนี้ ถ้ารู้ 3ขั้นนี้ ว่าคุณสมบัติของ 3 อย่างตั้งแต่ อุตุ คือ สิ่งที่ยังไม่เป็นชีวะ เป็นสสารวัตถุพลังงาน ดินน้ำไฟลม พลังงานแสง เสียง แม่เหล็ก ไฟฟ้า พีชะ ก็เป็นสังขารสิ่งที่ปรุงแต่งกันขึ้นมาอีก มีชีวะแล้ว แต่คุณสมบัติของพีชะ เป็นคุณสมบัติที่ไม่มีบาปไม่มีบุญ ไม่มีเวทนา คือ ไม่มีความรู้สึกทุกข์ไม่มีความรู้สึกสุข ไม่มีวิญญาณไม่มีบาปไม่มีบุญ พลังงานที่อยู่ในขั้น พีชะเป็นพลังงานที่เป็นคุณ เป็นคุณค่าชนิดหนึ่ง เป็นพลังงานที่สร้างการปรุงแต่งได้ พระพุทธเจ้าก็เอาพลังงานแบบนี้ให้คนเรียนรู้ เราเป็นมนุษย์เป็นสัตว์โลก เป็นจิตนิยาม พลังงานจิตนิยามเป็นสัตว์ตั้งแต่เซลล์เดียวขึ้นมา มีบาปมีบุญมีรักมีชัง มีดูดมีผลัก มีเวทนา มีวิญญาณ ก็มาเรียนรู้ในจิตวิญญาณ แล้วทำให้จิตวิญญาณนี้เป็นจิตวิญญาณพีชะให้ได้ ก็จะเป็นจิตวิญญาณที่ไม่มีบาป ไม่ทำบาป สุดท้ายก็ไม่ทำบุญด้วย ก็จบ ผู้ที่จิตเป็นอรหัตตผล จิตนั้นฆ่ากิเลสแล้ว เป็นอรหัตตผลแล้ว แม้แต่เรื่องนั้นจิตผู้นั้นไม่มีกิเลสแล้ว ก็เป็นจิตไม่มีบาปไม่มีบุญ บาป คือ กิเลส อกุศล เป็นความไม่ดี จิตผู้นี้ได้ล้างกิเลสแล้วก็ไม่มีกิเลสเกิดขึ้นในจิตเรา ทำให้จิตไม่ทำบาปไม่มีกิเลสเกิดอีกในจิตก็เป็นจิตพีชะ แต่จริงๆจิตเราเป็นจิตของสัตว์ จิตมนุษย์มันมีพลังงานวิจ

อ่านต่อ

ิตพิสดารมากกว่าพีชะ มันรู้มากเข้าใจมากเฉลียวฉลาดกว่าเยอะ แต่พอมาล้างตัวพิษภัยกิเลสออกไปได้ จิตก็ทำงานได้มหาศาล อย่างที่ไม่มีโทษภัยกับใครอีกเลย ซึ่งเป็นจิตที่ประเสริฐ เป็นคนที่ประเสริฐแล้วรู้ดีรู้ชั่วตามสมมุติโลกเขาด้วย เพราะว่าความดีความชั่วเป็นสมมุติอยู่ในโลก ส่วนความสุขความทุกข์เป็นของจิต ไม่มีสุขไม่มีทุกข์แล้วคือสุดยอดในการสร้างจิตวิญญาณที่มันเกิดมาแล้ว มันอวิชชาให้เป็นพลังงานที่ประเสริฐสุด ที่พลังงานของจิตมีกรรม พลังงานพีชะไม่มีกรรม ไม่มีวิบาก ไม่มีกรรมครอง อนุปาทินกสังขาร สังขารที่ไม่มีวิญญาณครอง แต่สัตว์อย่างมนุษย์เกิดมามีจิตนิยามแล้วก็ทำจิตนิยามให้เป็นพีชะ จิตของเราก็ไม่มีภัยไม่มีโทษ ไม่มีทุกข์ไม่มีสุขไม่มีบาปไม่มีบุญ นี่แหละเป็นความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าทำได้จริงด้วย ทำได้แล้วคนนี้คือสุดยอดคือพระอรหันต์ จะทำได้ก็ด้วยกรรม ปรุงแต่ง เกี่ยวข้องกับโลกจัดการพลังงานจิตให้พลังงานจิตที่ไม่ดี มันโง่ มันชั่ว มันไม่ดี ให้เลิกไป ให้กลายเป็นพลังงานที่ดีสำเร็จจริง รู้จักจิตเจตสิกรูปนิพพานที่แท้จริง สามารถศึกษารูปนามด้วยธรรมะ 2 นี้ไปจนครบวิญญาณ จิตมโนวิญญาณเป็นภาษาไวยพจน์ นี่เป็นความรู้สุดยอดของพระพุทธเจ้า เป็นนักวิทยาศาสตร์ ที่สุดสามารถแยกทางจิตวิญญาณของตนเองให้เป็นอุตุนิยามได้ ตายแล้วแยกธาตุเป็นดินน้ำไฟลมไปเลย ไม่มีสัตว์ ไม่มีบุคคลเกิดได้อีกเลย เรียกว่า ปรินิพพานเป็นปริโยสาน นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ _กิ่งธรรม...อยากสืบเนื่องจาก sms เมื่อวานนี้ที่มีคนบอกว่า ไม่กล้ามาบ้านราชฯมีงานเยอะ อยากบอกว่าหากบ้านราชฯงานไม่เยอะ พวกเราก็ไม่มาเหมือนกัน พี่มาเพราะว่ามีงานเยอะจึงได้มาช่วยกันทำงานมีงานเยอะนี่สนุกมาก ทำให้กินอาหารได้ดี นอนก็หลับ ไม่ได้ขู่เข็นให้มาทำงาน ขอจิตอาสาทำ อย่าได้กลัว มาเถอะ พ่อครูว่า...ขอเสริม สังคมบ้านราชฯ จะเป็นสังคมที่คนข้างนอกคิดไม่ถึงหรอก แม้แต่ผู้ที่ศึกษาอโศกยังรู้สึกเลยว่าเรายังเข้ามาได้ยาก คือไม่เข้าใจ ความเป็นจริงแล้วมันมีอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้นมันเป็น บวร ขั้นสาธารณโภคี ซึ่งมันไม่เหมือนกับที่คุณเคยอยู่ บรรยากาศอย่างนี้ไม่มี เป็นความจริงของโลกุตรธรรมที่เดาไม่ได้ อตักกาวจรา นิปุนา คิดเอาเดาเอาไม่ได้ อย่าเพิ่งกลัว ลองมาสัมผัส ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเกรงกลัวไปก่อนหรอก Descendants เดสเซนเป็นเรื่องละเอียดมาก นอกจากคนมีกิเลสมาก เข้ามาอยู่ในบ้านราชฯ ศีลก็ทำไม่ได้ คนที่ยังไม่มีศีล ยังไม่ได้มาก็อย่ามา คนที่ทำศีล 5 ได้เป็นพื้นฐาน หรือคนติดอบายมุขหยาบมาเลิกไม่ได้ก็อย่ามาเลย มีพื้นฐานไม่กินเนื้อสัตว์ด้วย หากคุณยังติดกินเนื้อสัตว์มาหนักหนาสาหัสก็อยู่ไม่ได้ ถ้าคุณรู้ตัวว่า ไม่กินเนื้อสัตว์เราก็ทำได้ อยู่ข้างนอกเราก็ทำได้คือ ศีล 5 อยู่ข้างนอกก็ทำได้ อบายมุขก็ไม่มีได้ หากรู้ตัวว่าเป็นอย่างนั้นก็มาอยู่ได้ อย่ากลัว ที่คนกลัวว่างานมาก มันเป็นอัตตามานะของคุณ มันเป็นการถือดีถือตัว ถ้าหากเราต้องกลายเป็นคนที่เขาว่าเป็นคนขี้เกียจ ก็เลยกลัวไปก่อนมันถือดี ไม่อยากให้ใครมาว่าเราไม่ดี ไม่ต้องกลัว _นายฝากถาม นามสกุลห้ามบอกใคร...มีบางคนในบ้านราชฯมีรถส่วนกลางครอบครองเป็นส่วนตัว จะขอยืมมาใช้บ้างก็อ้างโน่นอ้างนี่ รถไม่ดีบ้าง รวมทั้งรถคันที่เกิดอุบัติเหตุในวันนี้ด้วยรถสภาพดี ควรจะแบ่งให้คนอื่นก็ใช้ด้วย พ่อครูว่า...แค่นี้ก็อยากจะเตือน อ้างว่าเป็นของส่วนกลางแต่เอาไปเป็นของส่วนตัว ของที่นี่แม้แต่เด็กๆมาใช้พังไปเยอะก็ไม่ต้องห่วงของหรอก เอาไปกองไว้เฉยๆมันก็พังรักษาไว้เฉยๆมันก็พัง เสื่อมไปตามธรรมชาติ มันหวงของขี้เหนียว มันต้องช่วยกันใช้แล้วช่วยกันดูแล ขอเตือนเลย เรามีคณะดูแลรถส่วนกลาง แม้แต่สมณะก็เคยตั้งให้เป็นผู้ดูแล เสร็จแล้วเอาไปเป็นส่วนตัวแล้วหวงแหน ไม่รู้ว่าจะหวงแหนไปทำไม มันเป็นกิเลส คนมาปฏิบัติธรรมอยู่ที่นี่เขาก็ไม่เข้าใจว่าอะไร หากให้คุณหวงแหนเก็บไว้มันก็มีกิเลสนะขึ้นก็เสื่อม ของก็ไม่ได้ใช้ เสียคุณค่าเสียเศรษฐกิจต่างๆนานา กิเลสเราก็หนาขึ้นมันไม่ได้เกิดประโยชน์สักด้าน ของที่ควรจะได้ใช้ประโยชน์ก็ไม่ได้ใช้ก็เลยดับเบิ้ลโง่ คนไหนที่มีลักษณะพวกนี้ก็ช่วยกันบอกด้วย _เมื่อกี้นี้พ่อครูอธิบายนิยาม 5 ไป 3 อย่างเหลืออีก 2 อย่าง พ่อครูว่า..อุตุไม่รู้เรื่องกรรม พีชะไม่รู้เรื่องกรรม มีจิตนิยามรู้เรื่องกรรม ควบคุมกรรม กรรมคือ dynamic ธรรมะคือ static เมื่อปฏิบัติแล้ว จะทรงไว้ จิตคุณจะมีจิตตั้งมั่นเป็นธรรมะ ก็จะเป็นแกนของการทำกรรม รอพัฒนาจิตให้เป็นจิตที่เจริญ แล้วจิตก็จะเป็นตัวกรรมแล้วสะสมไปเป็นธรรมะ พีชะกับอุตุเรียนไม่ได้หรอก แม้แต่สัตว์เดรัจฉานอเวไนยสัตว์ก็เรียนไม่ได้ ต้องเป็นเวไนยสัตว์จึงเรียนรู้พัฒนาโลกุตระได้ เป็นผู้ทรงธรรม จบด้วยการกระทำ ไม่มีบาปไม่มีโทษภัย มีแต่ดีอย่างเดียว ไม่มีบาปไม่มีบุญ คำว่าไม่มีบาปไม่มีบุญเป็นเรื่องลึก สังคมพุทธทุกวันนี้ไม่รู้ว่า อรหันต์ คือ คนไม่มีบาปไม่มีบุญ ทุกวันนี้ไปเข้าใจคำว่าบุญว่าคือกุศล ก็จบแล้ว พลังงานฌานหรือพลังงานบุญ ต้องมีปัญญา ทำพลังงานตนเองด้วยปัญญา เป็นไฟฌาน สามารถเผากิเลสได้ ฌานเป็นพลังงานไฟ ฌานนี้แปลว่าไฟ แต่เขาไปเข้าใจผิดแปลว่าเพ่ง มันเป็นสมถะสงบ จิตก็สงบ ฌานสงบของพระพุทธเจ้าไม่ใช่เพ่งหลับตา แต่เป็นลืมตาวิปัสสนาทำกิเลสให้จางคลาย อุบายเครื่องออกให้กิเลสดับได้ จิตยิ่งไม่แข็งทื่อจิตยิ่งคล่องแคล่วว่องไวรู้ทันโลกตื่นเต็มไม่หลับใหลริบหรี่ เข้าใจไปคนละทิศทางเลย สมาธิ ฌาน ของพุทธเจ้าไม่ใช่นั่งไม่กระดุกกระดิก แต่ยิ่งมีกายกรรมที่คล่องแคล่ว เหมือนอย่างอาตมากายกรรมก็คล่องแคล่ว วจีกรรมก็คล่องแคล่ว จิตก็คล่องแคล่ว เป็นกายปาคุญญตาจิตปาคุญญตา สู่แดนธรรมว่า..จิตที่ว่าเหมือนดวงอาทิตย์หรือไม่ พ่อครูว่า..พระอาทิตย์ถือว่าเป็นอุตุนิยาม เป็นชีวะไม่ได้ 630120_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 86

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน