220902-2-165 ทางเอกภาค2-ตอน165(หน้า366)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท052.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันที่ 2 กันยายนพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาทำวัดกันต่อขณะนี้เราถึงหน้า 366 สำหรับบรรยายถึงสภาพของประโยคข่าวว่าจรหรือว่าบุคคลที่จะพึงประพฤติปฏิบัติที่จะเป็นไปได้เราไล่มาตั้งแต่ศรัทธาอนุสาวรีย์ซึ่งส่วนที่ใช้ปัญญาน้อยใช้ศรัทธานำทำมาอนุสาวรีย์ซึ่งเป็นส่วนของผู้ มีปัญญาขึ้นประกอบหรือใช้ปัญญานำใช้ศรัทธาน้อยก็ตามใจจะแบ่งยังไงก็ได้แต่แท้จริงแล้วแม้จะมีศรัทธาก็ต้องมีด้วยธัมมานุสารีไม่มีศรัทธาเลยก็ไม่ได้ถือว่าศรัทธาอนุสารีนั้นเป็นฐานต้นเป็นบุคคลอย่างต้นๆเป็นตื้นศรัทธานำศรัทธาต้องมีพอนึกมาถึงขั้นทำมาอนุสาวรีย์ก็ย่อมต้องมีศรัทธาด้วยและถือว่าเริ่มมีปัญญาเข้าไปประกอบสถานอนุสาวรีย์ธัมมานุสารีและก็ทิฏฐิปัตตะและศรัทธาวิมุติก่อนศรัทธาวิมุติถ้าศรัทธาไอ้มดก็หมายความว่ามันสูงมันมีความเป็นไปได้ถึงขั้นจิตแม้จะเป็นศรัทธา อารีย์แล้วก็เกิดวิมุติที่จิตขึ้นก็ถือว่าเป็นไปดีฟังดีๆนะมันเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนที่สลับเลื่อนลงเลื่อนขึ้นอยู่ถ้าเกิดว่าเราเข้าใจไม่เพียงพอแล้วมันก็จะดูยากแต่มันเป็นอย่างนี้เราจะทำมันเป็นอย่างนี้มันเป็นสภาพเดิมๆล้ำๆอะไรก็ได้อยู่ในตัวของมันเองพอมาถึงขั้นศรัทธาวิมุติถือว่ามีจิตที่วิมุตมากแล้วมากขึ้นสภาวิมุติถือว่าสูงกว่าธัมมานุสารีตรงที่ว่ามีศรัทธาธัมมานุสารีมีศรัทธาแล้วก็มีปัญญาเข้าใจแต่ว่าส่วนได้ส่วนเป็นนั้นยังไม่ถึงขั้นวิมุตเพราะเราถือน้ำหนักของคำว่าวิมุติสูงกว่า แม้จะมีปัญญาก็ตามแต่ถ้าพบว่ามีถึงวิมุติเราก็ถือว่าวิมุตสูงกว่าธรรมดาที่ผู้ที่ปฏิบัติผู้ที่มีที่เป็นนั้นเพราะศรัทธาวิมุตจึงถือว่าสูงกว่าธรรมานุสารแม้จะรู้มีปัญญาเข้าใจแต่ว่าตัวเองยังไม่มีมดผู้วิมุตต้องถือว่าสูงกว่านี้มาสอนนะพอสูงจากศรัทธาวิมุตขึ้นฐิติปัตตะนั้นมีทั้งปัญญาและ
อ่านต่อ
ถือว่ามีทั้งวิมุตในตัวกัปปะแปลว่าการเข้าถึงมีแต่สภาพที่เข้าถึงได้หลุดได้ร่อนได้มีสภาวัฒนธรรมรองรับจริงๆเพราะที่ติดปัตตะจึงสูงกว่าศรัท เพราะมีปัญญาเข้าร่วมเห็นทิฐิแปลว่าความเห็นความเข้าใจเข้าถึงใจถ้าจะแปลเอาตรงๆง่ายๆที่ปฏิบัติตามก็แปลว่าการเข้าถึงใจปฏิบัติการเข้าถึงทิฐิแปลว่าการเป็นสภาพของใจจริงๆใจคือสภาพธาตุรู้จิตนี่เป็นสภาพธาตุรู้มันก็ถึงใจถึงจิตมีกายเข้าถึงได้แท้มีสภาวะแท้ไม่ใช่เข้าใจแบบเห็นๆเข้าใจหรือรู้เฉยๆแต่นี่มีสภาพที่เป็นไปได้มีหลุดมีร่อนอะไรก็เป็นจริงได้ในวันที่จิตปฏักก็มีฐานะสูงกว่าศรัทธาวิมุตทีนี้ขั้นตายสักขีขณะนี้เรากำลังถึงขั้นตายสักทีถือว่าสูงกว่าทิฏฐิปฏิบัติ ถือว่าสูงกว่าที่ปฏิบัติต้องเข้าใจให้ดีเลยถ้าเข้าใจไม่ดีและสับสนอีกเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนที่สูงขึ้นสูงขึ้นอีกกายสิทธิ์ถือว่าไม่ใช่แต่เพียงเป็นวิมุตนักแต่จิตเท่านั้นไม่ใช่นับแต่จิตเท่านั้นนับถึงสภาพนอกสภาพในนับถึงสภาพกลายเป็นกิโมโนเรียกว่าการสักทีมีเห็นได้ทั้งเศรษฐีและมีส่วนที่หลุดร่อนได้มีวิมุตในตัวด้วยและจะต้องงามพร้อมทั้งไม่ใช่งานพร้อมจะต้องเห็นได้แม้กายนอกอ่านดูตอนนี้เรากำลังจะถึงเราที่จริงเราอ่านมาทีนึงแล้วครั้งก่อนแล้วจะอ่านซะก่อนแล้วก็จะอธิบาย ลดลงไปในขั้นนี้แล้วก็ถึงจะไปปัญญาภิวัฒน์เอ้าเดี๋ยวว่าปัญญาวิมุติก่อนแล้วก็ไปให้จบซะก่อนแล้วเดี๋ยวจะกลับมาหาที่กาญจนบุรีร่างกายสักขีนี้ถือว่าสูงกว่าทิฐิปัตตะเพราะมีสภาพเห็นได้ทั้งภายนอกและภายในแม้ภายในจะบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์บางส่วนแต่บางส่วนมีแล้วเหนือกว่าที่ติดตั้งกลายเป็นสีเนื้อกับที่ติดตั้งและมีความรู้ที่มากกว่าที่ผิดปกติตรงที่เข้าใจทั้งภายนอกภายในเข้าใจทั้งกายและจิตมโนไม่ใช่เอาห้วนๆอยู่แต่ใจๆๆใจก็พอแล้วไม่ใช่ความสำคัญของมนุษย์มีทั้งภายนอกและภายในมีทั้งกายและมโนไม่ใช่มีแต่มโนอย่างเดียวความจริงสัจ มันมีทั้งกายและมโนมีทั้งกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมร่างกายสักขีจึงมีฐานะที่มีความรู้รอบความรู้กว้างขวางกว่าคำนึงถึงนอกและในและควบคุมทั้งนอกและในไม่ใช่ปล่อยปละละเลยนอกจึงถือว่ากายสักขีนี้สูงกว่าทิฏฐิปัตตะแล้วทีนี้ปัญญาวิมุติถือว่าสูงกว่ากายสักทีเพราะว่ามีปัญญาที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้นมีสภาพนอกสภาพไหนที่ได้ระมัดระวังไปยิ่งกว่าแต่ว่ายังไม่บริสุทธิ์บริบูรณ์เป็นขั้นอรหันต์หรือท่านบริสุทธิ์อย่างจบสิ้นเท่านั้นเองยังเหลืออีกขั้นตอนเดียวก็เป็นอุปกรณ์ภาคต่อไปหมดซึ่งถือว่ายอดถือว่าอรหันต์แน่ๆเพราะเราลอง ดูเทียบเคียงแม้แต่ตัวเราเองว่าเราบริบูรณ์แค่ไหนเราได้แค่ศรัทธาวิมุตบ้างแล้วได้แค่ทิฏฐิปะบ้างและทิฏฐะนั่นแหละมากแม้กายสักทีของเราก็อยู่ในระหว่างฝึกบางคนไม่เข้าใจถึงเรื่องกายสักขีจึงไม่คำนึงถึงกายสักทีจึงเห็นไม่ได้แล้วดูได้เห็นได้ด้วยเห็นได้อย่างแย่เห็นได้อย่างไม่จริงเห็นได้อย่างไม่เป็น ago ธรรมโมเห็นได้อย่างไม่รวมยังไม่สมานยังไม่มาตายังไม่กลมกลืนยังไม่เป็นภูมิเดียวกันยังไม่เป็นไอ้เอกกับตังค์หรือยังไม่เป็นเอกอัครราชทูตอยู่ในภูมิอยู่ในหมู่อยู่ในกลุ่มอยู่ในเอกภพเดียวกันก็ต้องเป็นเอกภพเดียวกันอโศกก็เป็นอโศกหรือพุธก็ต้องเป็นพุทธพจน์เป็นอย่างนี้พุทธมีสภาพ มีสัมมากัมมันตะสัมมาวาจาสัมมาสังกัปปะโปมีสัมมาอาชีโวเห็นได้พอสมควรอาชีพชาวพุทธเป็นอย่างนี้หรือพุธมีอาชีวะหรือว่ามีความยิ่งด็อกแด็กอยู่เป็นอย่างนี้ถ้าผมฤาษีแล้วก็ออฤาษีนิ่งๆเฉยๆมุกๆๆเป็นอย่างนี้ไม่มีความพร้อมไม่ๆไม่ค่อยพูดหรือว่าไม่ค่อยคิดซึมๆแล้วก็สุดท้ายก็เสื่อมจิตก็นิ่งๆตื้อๆๆแข็งๆไม่ดูกลมกลืนไม่ดูแล้วมีอารมณ์ใหม่เป็นไปด้วยความเข้มแข็งหนักเท่ากับกระด้างๆตกผลึกทึบทึมเป็นอีกสภาพหนึ่งมันไม่เป็นสภาพเป็นแต่ สภาพปลายแข็งหรือตายซากหรือตายแห้งที่เรียกว่าฟอสซิลมันเป็นฟอสซิลจริงๆแล้วเป็นสภาพคนเดียวที่แตกต่างกันจากสภาพพุทธะสภาพพุทธะชีวิตชีวาตามสมมติที่เรายังมีชีวิตชีวาก็มีสภาพเห็นได้ว่าเป็นเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตชีวาและมีประสิทธิภาพตายจริงก็ตายและโดยปรมัตถ์แล้วสุดท้ายตายตัวตายนั้นเป็นปรมัตถ์ของแต่ละคนหยุดว่างนิ่งสงบก็เป็นของคุณนั้นและปัญญาจะต้องสูงขึ้นปัญญาวิมุตินี้จะต้องเข้าใจอย่างชัดแจ้งและทำให้ตรงนอกจากเข้าใจและต้องทำให้ได้ด้วยไม่ได้หมายความว่าเข้าใจเฉยๆแล้วไม่เป็นไม่ใช่เข้าใจและต้องเป็นได้ยิ่งเป็นได้ก็ยิ่งเป็นจริง ทำเป็นไม่ได้มันก็ได้ไม่มันก็ไม่เป็นจริงมันก็ไม่บริบูรณ์มันปัญญาวิมุติจะเข้าใจสูงขึ้นมาในระดับอย่างที่ว่านี้แล้วก็เข้าใจนอกเข้าใจในซับซ้อนละเอียดหลายชั้นเชิงขึ้นมาอีกจนสุดท้ายอุปกรณ์ภาพก็มีมดเป็นได้ทั้ง 2 ส่วนมีครบทั้งนอกและในมีครบทั้งปัญญาและเป็นไปได้ทั้งกายวจีมโนเป็นได้ครบทั้ง 2 สภาพอุปาทานมนุษย์จึงสูงสุดอันนี้อธิบายย่ออาทิตย์นี้กลับมาขยายกิจการสักทีพวกเราได้ปฏิบัติมาตรฐานอนุสาวรีย์ก็ได้ทำมาจนเคยหลงทิศหลงทางไปก็ต้องมากแล้วบอกแล้วแต่ต้นว่าศรัทธาอนุสาวรีย์ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นอริยสัจธรรมเดียวศรัทธาตามตามเข้าไปไอ้สัตว์อนุสาวรีย์แปลว่ามีสาระ ทำตามก็ไปนึกว่าจะมีแก่นสารอยู่ยังมากบ้างน้อยบ้างก็ยังไม่แน่อาจจะเป็นน้อยๆเพราะงั้นจึงเป็นผู้ที่มีแต่ศรัทธาแล้วก็ตามไปศรัทธาผิดทางก็ไปเถอะไม่เป็นอริยะเลยไม่เข้าสายของพูดเลยก็ได้ทีนี้ถ้าเข้าสายของคุณก็ไปตามเอาพระอริยเจ้าไปตามเอาพระอริยะเข้าก็เลยโชคดีไปก็เป็นศรัทธาอนุสาวรีย์ได้ทำตามมาถ้าผลที่ได้ถ้าไม่มีปัญญาก็ผสมผสานมากนักก็จะบรรลุแบบศรัทธาวิมุติอ่าแล้วก็จะสูงขึ้นมาอีกก็จะเป็นแบบกายสักขีที่มีปัญญาเสริมขึ้นมาก็ได้น้อยๆมันก็ไม่อะไรมากมายเป็นสายอยู่มันแยกอยู่มันก็เป็นสายสถานีศรัทธาวิมุติกายสักขี ธัมมานุสารีเน้นไปในทางมีปัญญาเข้านำเพราะฉะนั้นจะทำตามเขาก็ตามด้วยศรัทธาที่มีปัญญาด้วยยิ่งมีปัญญามากก็ยิ่งจะชัดเจนยิ่งจะสูงเร็วธัมมานุสารีและก็มาบรรลุก็เป็นเมียเป็นทิฏฐิต่างๆมีพิรุธบ้างขึ้นมาก็ไปที่จิตตะเนี่ยถ้ามันลุกขึ้นไปสูงขึ้นไปกันนั้นก็เป็นปัญญาวิมุตินั่นก็เป็นสายอีกส่วนหนึ่งแล้วแบ่งอย่างละ 3 ถ้าเผื่อว่าจะอธิบายแบบเชิงแบ่งสายแต่ก็ไม่ได้ว่าแบ่งกันเด็ดขาดอะไรหรอกแต่ต้องเข้าใจด้วยความหมายว่ามันมีความหมายมีเงื่อนไขหรือมีความจริงที่มันเกิดอยู่ในแต่ละบุคคลจะแยกออกทีเดียวก็แสนยากส่วนมากมันก็ปนกันอยู่เรามีทั้งปัญญามีทั้งศรัทธาแต่ทีนี้อันไหนมาก แล้วก็แบ่งออกเป็นเน้นหนักไปในทางนั้นเราศรัทธามากมันก็จะมาแบบๆใสๆศรัทธาถ้าเราปัญญามากใช้ปัญญามากมันก็จะมาเป็นปัญญาแม้ปัญญามากก็ต้องเติมศรัทธาศรัทธามากก็ต้องเติมปัญญาเราจะไปบอกว่าเราสายนี้เราไม่เอาอันโน้นไม่ได้ต้องเอาด้วยถ้าเราสายศรัทธาต้องเอาปัญญาแล้วสายปัญญาต้องเอาแบบศรัทธาเอาแบบเจโตประสมกันให้ได้ส่วนอย่าเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งเมื่อได้ความพอดีแล้วมันก็จะกลมกลืนมันจะไม่เอียงข้างใดข้างหนึ่งเหมือนคนนั้นไม่ได้อยู่ในสายศรัทธาและก็ไม่ได้อยู่ในสายปัญญาเป็นสภาพทั้ง 2 สภาพได้ทั้ง 2 สภาพเป็นทั้งสายเปย์โตหรือสายศรัทธาเป็นทั้งสายปัญญาร่วมๆกันถ้ากลับมาที่กลายสัก กายสักขีคือบุคคลที่ใครๆก็เห็นได้รู้ได้ว่าสงบมีความหลุดพ้นมีการไม่เกี่ยวข้องให้คนอื่นเห็นได้รู้ได้แล้วแม้แต่หูด้วยตาธรรมดาธรรมดาใครๆก็อ่านรู้ได้ง่ายแต่ทว่าในใจของผู้นี้สิจะวิมุตสิ้นรอบไปด้วยหรือยังจะเหมือนกับภายนอกหรือไม่ยังไม่แน่บางคนถ้าปฏิบัติมาตามสายธัมมานุสารีทิฏฐิปัตตะก็จะมีความสิ้นรอบได้มากกว่าผู้สร้างแต่วิมุตในสายในแบบสายศรัทธาแล้วก็มาจบอยู่แค่ศรัทธาวิมุติอันน่าเสียดายกายสิทธิ์ที่เป็นศรัทธาวิมุตจึงมีได้ดัง สีดาบสเดียรถีย์ต่างๆมากมายนั้นเป็นต้นในวงเล็บแม้อารามดาบสอุทกดาบสที่พระพุทธเจ้าเคยไปเรียนอยู่ด้วยก็เช่นกันก็หลงว่าตนสิ้นอาสวะหมดจบแล้ววงเล็บปิดถ้าเป็นผู้มีวิโมกข์ทางกายคือสงบกายเห็นชัดแต่ใจนั้นสิยังไม่วิมุติสนิทจริงอาสวะบางอย่างก็สิ้นไปแล้วบ้างกินเพราะเห็นด้วยปัญญาวงเล็บเปิดคือต้องมีญาณแม้ผู้นั้นจะมีวิมุติแต่ถ้าไม่มีญาณหรือปัญญาเข้าไปสัมผัสรับรู้ชัดว่าตนหลุดตนพ้นมีผลดีห่างจากชั่วจริงอย่างชัดแจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งก็จะยังอาจเวียนกลับได้อยู่ วงเล็บปิดแต่อัศวอื่นๆที่ยังไม่สิ้นยังมีอีกทั้งที่ตนเองไม่รู้เลยเนื่องจากโมหะปิดบังตนเองอยู่ก็มีทั้งที่ตนก็รู้ว่ายังไม่สิ้นเพราะว่าสามารถแสดงได้แต่แค่ทางกายเท่านั้นว่าต้นพ้นมาแล้วก็มีบุคคลดังนี้เรียกว่ากายสักขีกล่าวคือมีหลักฐานแห่งความบริสุทธิ์บริบูรณ์พร้อมในบางอย่างแต่ยังไม่บริสุทธิ์นอกบริสุทธิ์ในจริงอย่างบริบูรณ์พร้อมในบางอย่างอันนี้เรียกว่าการขี่พวกเราเนี่ยจะต้องศึกษาในฐานะฐาน สภาวิมุติเราเรียนรู้วิมุติแต่ละคนรู้วิมุตแม้แต่ฐานอบายมุขเรารู้ว่าเราวิมุตแน่ใจในบางส่วนบางสิ่งว่าเราวิมุตในอบายมุขมาแล้วตายสักทีเราก็มีว่าเราไม่แตะต้องไม่คลุกคลีไม่เกี่ยวข้องแต่แม้มันจะผลัดจะผ่านหรือว่าบางอย่างเราจำเป็นที่จะต้องผ่านแล้วก็เห็นได้ชัดเจนว่าแม้ผ่านก็เห็นได้อย่างชัดว่าเราเองเราไม่ติดแม้จะคลุกคลีจะเกี่ยวข้องไม่เอามาบางอย่างเราก็ไม่ติดนะอย่างนี้เป็นต้นเราจะเข้าใจของเราเองด้วยแล้วเราก็คงจะรู้อาการอนงค์ของเราเองด้วยด้วยปัญญาถ้ามีปัญญานำปัญญาร่วมด้วยแล้วก็เราจะรู้เลยว่าเราควรจะ ต้องเท่าไหร่ก็จะเกี่ยวข้องเท่าไหร่หรือไม่ควรจะแตะต้องเกี่ยวข้องเลยอันนี้จัดจ้านเกินไปหรือว่าไม่ใช่โอกาสไม่ใช่อยู่ในลักษณะที่เป็นสภาพที่ควรจะเข้าไปยุ่งด้วยโลกก็ว่าจะได้หรือการฝึกการเข้าใจได้ยากเราไม่ควรจะไปเสี่ยงเสียมากก็ได้อะไรอย่างนี้เราจะมีปัญญาตัดสินรู้ว่าควรเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องจะเห็นได้ว่าเป็นกายสักทีคำว่ากายสักทีนี่เกี่ยวข้องอยู่หรือห่างเว้นออกไปเลยก็ได้ทั้ง 2 อย่างการจะขี่ไม่ใช่หมายความว่าเราจะต้องห่างตลอดกาลเห็นว่าพรากจากในต้นนี้ครับเพราะว่าอ่านไม่ดีพอเริ่มต้นมาก็เห็นได้รู้ได้ว่าสงบมีความหลุดพ้นมีการไม่เกี่ยวข้องให้คนอื่นเห็นได้รู้ได้แล้ววันนี้ก็ ถ้าห่างจากหมดเลยไปหาศูนย์เราจะเกี่ยวข้องกับอะไรในสมุดในโลกไม่ได้เลยแม้แต่จะแตะต้องรูปรถขึ้นเสียงสัมผัสก็ไม่ต้องแตะเพราะทุกอย่างเป็นรูปหมดแล้วไม่จ่ายอะไรเลยต้องไปอยู่เหินฟ้าหายไปแล้วไม่ต้องมีตัวมีตนมีตนไม่ได้มีตัวไม่ได้เลยคือมีตัวมีตนก็เสร็จเราก็เป็นกายสักทีไม่ได้เลยนี่เรียกว่าคนเรียกว่าชื่อมันชื่อเห็นตรงซึ่งมันเป็นไปไม่ได้สมมติที่สัจจะมันย่อมมีเมื่อเราเองเราเป็นคนเราก็ต้องมีดินน้ำไฟลมมีรูปขันน้ำขันตามธรรมดาเราก็จะต้องเกี่ยวข้องในส่วนที่ยังสังเคราะห์หรือสังขารอยู่เรายังมีสังขารเราไม่ใช่ว่าเราไม่มี อะไรเลยจริงๆไม่ใช่เพราะงั้นแผนตรงก็จะไม่รู้ชื่อเข้าใจยากสับสนถ้ามีปัญญาก็จะแบ่งแจกได้รู้ว่าเราไม่เกี่ยวข้องนั้นใจเราไม่เกี่ยวข้องและสภาวะที่ไม่ควรเกี่ยวข้องขั้นไหนขั้นไหนเราก็จะมีสภาพที่พอเหมาะสมเพราะเมื่อเวลาเรามาเกี่ยวข้องแล้วคนก็จะรู้ได้ด้วยปัญญาของคนอื่นเหมือนกันแม้ด้วยหูด้วยตาธรรมดาธรรมดาใครๆก็อ่านรู้ได้ง่ายหาดูได้ว่าเขาเกี่ยวข้องติดหรือไม่ติดทีนี้ส่วนเจ้าตัวนั้นน่ะถ้าเผื่อว่าเป็นผู้ที่ทำนอกในงานนายของตัวเองก็รู้ตัวเองได้ว่าตัวเองติดหรือไม่ติดตัวเองมีส่วนขาดหรือไม่ขาดก็รู้แม้ส่วนที่ไม่ขาดของตัวเองอยู่ข้างในจิตแล้วเราข้างนอกเรา จับสัดส่วนกายสังขารจะคลุกคลีเกี่ยวข้องได้ขนาดนี้คนอื่นเขาก็เห็นได้ว่าเราอยู่ในสัดส่วนที่ไม่ได้ไม่ได้มากมายนักหนาและอยู่ในส่วนที่เรียกว่าเอออย่างนี้ถือว่าเป็นผู้หลุดพ้นเกี่ยวข้องอย่างนี้อย่างนี้เขาดูได้เขาเห็นได้รู้ได้ด้วยหูด้วยตาง่ายๆใจของเราเรารู้ว่าเราเองยังไม่ขาดและเราก็มีวิปัสสนาหรือสติปัฏฐานรู้แม้โทษภัยมีประมาณร้อยละฤดูปลาราคะอรูปราคะเรารู้ส่วนที่มันเกี่ยวเกาะอยู่ที่จิตของเราเราก็เป็นผู้ที่ไม่ประมาทก็สลับทัพฝึกหัดใช้อันนี้เป็นแบบฝึกหัดด้วยซ้ำเราก็จะรู้ของเราอยู่เราก็เป็นพระอนาคามีข้างนอกไม่มีปัญหาคนอื่นเขาก็เห็นได้ว่าขาดและเราก็รู้ด้วยว่าแสดงขนาดนี้หรือเป็นไปขนาดนี้หลุดขาดและเรา มาแล้วตัวเราเองนั้นส่วนที่ไม่ขาดในจิตในใจของเราเราก็กำลังทำงานอยู่เป็นพระโยคาวจรซึ่งเราทำจริงๆไม่ประมาทถ้าเราประมาทอาจจะเวียนกลับได้เพราะฉะนั้นบางคนถ้ามันยังเป็นไปไม่รอดจะมาเกี่ยวข้องแตะต้องขนาดนี้แล้วใจเราก็ขาดทุนเราก็จะต้องขอพรากอยู่ก่อนหรือว่าขอผสมสังขารกายเรียกว่าแตะต้องเกี่ยวข้องให้หย่อนลงก่อนเพื่อให้ให้ไกลกว่านี้หน่อยรากไม้ประชุมอีกอย่างออกไปจากน้ำกว่านี้มากหน่อยไม่เช่นนั้นเราไม่ไหวแล้วเราก็ต้องรู้ตัวแล้วคนใดที่สามารถแตะต้องทุกทีได้เหมือนเป็นปกติแต่ใจของเราเองเรายังเหลือเชื้อเราก็ทำของเราได้อยู่ผู้นี้ กายสิทธิ์แท้คือมีนอกได้พรั่งพร้อมแล้วงานเป็นเบื้องต้นท่ามกลางเบื้องในเราก็ทำอยู่มีแบบฝึกหัดด้วยเห็นด้วยว่ากำลังเกี่ยวข้องนี่กำลังต่อสู้ในสงครามเหมือนกับพระจันทร์หน้าฟันฟันกันดาบต่อดาบเลยแล้วเราก็ได้ผลมากแล้วก็จะรู้ของเราเองไม่ใช่เป็นแบบคนจะโอ้โหใกล้ไม่ได้หรอกยังอ่อนแออินทรีย์ทะเลาะแล้วยังไม่ไหวเราจะต้องผลักไม้ในช่วงระยะออกจากน้ำอยู่ยังไม่ใช่ไอ้คนนั้นนั้นด้วยซ้ำเพราะกายสักทีอย่างนี้จึงอยากจะอธิบายนี่นะจึงเป็นพระอนาคามีแท้ฟังดีๆแล้วเราจะรู้ว่าเราเองอยู่ในฐานะนาคามีหรือไม่ใช่อนาคตหรือว่าเราเองเราเป็นแบบฤาษีถ้าฤาษีแล้วก็ ระบบสายศรัทธาลิเกโตถ้าว่ากันจริงและอ่อนแอก็สายปัญญาจะต้องห่างพรากสิ่งเหล่านั้นไปไกลเพราะใกล้เข้ามาไม่ไหวเพราะยังสายหลับตาสายเจโตสายสัทธานี่ออกไปนั่งหลับหูหลับตาอยู่ป่าอยู่เขาหยุดถ้ำไม่ก็มีปัญญาเข้าใจลึกซึ้งและยิ่งไปกินชาแบบนั้นเข้ามาตีเกี่ยวข้องกับทางโลกอะไรไปบ้างเข้าไม่ได้หรอกเวียนหัวเวียนหัวอ้วกอะไรส่งไปทุกข์ทรมานจนกระทั่งออกทั้งรูปกายเลยแล้วไม่รู้ตัวไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไรที่จริงไม่ใช่โรคอะไรหรอกโรคิเหล่ของตัวเองสู้ไม่ได้มันไปติดไปยึดในสภาพอีกโลกหนึ่งคือโลกหนีโลกไม่ใช่โลกอยู่กับโลกไม่ใช่โรคไม่มีภูมิของความเหนือโลกไม่มีภูมิหรือไม่มีตัวสภาพโลกุตตรธรรมไม่ใช่ว่าไปได้ลงทุน ไปได้หนีโลกไปได้สภาพอีกสภาพหนึ่งซึ่งไม่ใช่โลกุตระแท้เพราะพวกนี้จึงเป็นการสักขีไม่ได้เป็นแต่เพียงว่าหนีโลกไปหนีคนตื้นๆก็เห็นได้ง่ายว่าอ๋อนี่ท่านไม่เกี่ยวข้องกับโลกฟังดีๆนะมันจะเป็นการขัดผีปลอมหรือกายกายแต่ผีหลวงพ่อไปอยู่ป่าอยู่เขาอยู่ถ้าไม่เกี่ยวข้องกับสังคมเลยอย่างนี้ท่านโลกท่านหลุดพ้นอย่างนั้นนะแล้วกลายเป็นการขัดสีที่เห็นชัดชัดชัดแล้วก็ตื่นตื่นผิวนอกนอกจะเห็นได้เลยว่ามีคนโลกโลกถือว่าสังคมโลกถือว่ามวลมนุษย์ชาติเขามีการปรุงการแต่งการสร้างการศาลการเป็นการ มีรูป login เสียงสัมผัสมีลาภยศสรรเสริญคนนี้หนีไปไกลเลยออกไปอยู่ป่าอยู่เขาอยู่ถ้ำอยู่ที่ห่างๆคนเต้นๆก็เห็นว่าโอ้โหนี่ท่านพ้นแล้วท่านลอยห่างไปเลยไม่เกี่ยวข้องเลยกับโลกเป็นลักษณะหนีโลกเลยคนตื้นกระสือเห็นกายสักทีหูชัดอย่างนี้ถึงเห็นได้ชัดถ้าคืนมาเกี่ยวข้องทุกทีก็ดูไม่ออกเพราะไม่มีปัญญาที่จะตัดสินที่จะรู้ได้ว่าเขาคืออย่างนี้นี่เขาขาดนึกว่าเขาไม่ขาดไม่มีปัญญาตัดมันเป็นสภาพที่ดูยากขึ้นคนตื้นๆปัญญาเขินๆจึงรู้ไม่ได้ก็รู้ได้แต่ไอ้ลูกตื่นๆอย่างนี้เป็นกายแต่ผีที่ยิ่งกลายเป็นผีปลอมๆกลายเป็นสีผิวเผินกายจะขี่อนุบาลเป็นการไปขี่อนุบาลก็นึกว่า คนจะพูดที่ว่าหลุดพ้นแล้วผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโลกห่างโลกียะให้ไกลร้อยยอดพันยอดศาสนาแบบนี้เป็นศาสนาตื้นเขินคนมีภูมิแบบนี้จะไล่คนออกป่าหมดลูกเดียวพ่อเป็นลูกที่จะต้องพรากไม้ที่ขึ้นในยางออกจากน้ำซึ่งเป็นลูกต้นเป็นลำดับการปฏิบัติธรรมแบบตื้นเขินขั้นต้นง่ายๆเขาไม่เข้าใจฉันตอนพวกนี้จะฟังดูดีๆเราจะเห็นว่ามันเป็นสภาพที่ซับซ้อนในสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนที่ที่พูดไปตายตัวยากอยู่แต่ถ้าเราเข้าใจแล้วเราก็จะรู้ว่าเออมันควรจะมีสภาพประมาณขนาดไหนขนาดไหนเราก็พูดอย่างนี้เราก็เข้าใจได้ตื่นเขาก็จะเอาพวกนี้มาเป็นข้อแก้ตัวและเป็นนัยยะของพวกฉลาด พวกฉลาดเนี่ยมีปัญญาเฉโกนี้จะอยู่ในโลกแย่งลาบแย่งรถยศของเขาได้อย่างสูงสูงจะไล่คนพวกนี้ออกไปเพราะฉะนั้นพระอริยะที่ยังไม่อริยะอะไรสูงนักก็จะโดนพวกฉลาดพวกนี้ตีหนีออกจากโลกไปเลยอย่ามาอยู่ถ้าขืนอยู่แกรู้ทันแล้วแกจะมาชี้เอาฉันเข้าซึ่งเป็นคนเอาเปรียบลาภยศสรรเสริญหรือว่าเอาเปรียบรูปรถเป็นเสียงสัมผัสอยู่ในสังคมอยู่ในมนุษย์เดี๋ยวแกจะมาชี้ฉันมาทวงฉันเขาก็จะเอาพยายามเอาคำนี้ไปไล่ออกไปโน่นพวกพวกท่านไม่เกี่ยวข้องกับโรคโลกียะลาภยศสรรเสริญต้องหนีไปห่างๆโน่นเข้าป่าเขาทำไปกลายเป็นโน่นก็จะใช้คารมพวกนี้ตีไล่ทีนี้พระอริยะที่ยังไม่สูงยังไม่รู้เท่าทันปัญญายังต่ำกว่าคนพวกนี้ก็จะ หนีไปจริงตามที่เขาว่ามึงก็บ้าจี้เหมือนคนบ้าจี้อย่างนี้ก็เอาตามเขาเลยเพราะไม่มีปัญญาจึงมีพวกกายจะสักขีบ้าจี้อยู่ในป่าเขาถ้ำเยอะไม่ใช่น้อยเป็นเดียรถีย์โดยจริงคือยังเป็นได้สักทีกล้วยๆใกล้ผีตื้นๆมันก็แน่นอนเห็นได้รู้ได้ชาร์จฟังดีๆมันย้อนศรทำอยู่มันได้โดยสัจจะจริงเราจะต้องพรากต้องปลีกต้องห่างเหมือนภาคไม้ในช่วงระยะออกจากน้ำแล้วก็พรากที่เราจะต้องเข้าห้องแลปที่จะต้องศึกษาเข้าห้องทดลองเข้าห้องฝึกฝนจะต้องมีสภาพห่างบ้างภาคบ้างเราก็ต้องทำเราต้องทำนะไม่ใช่ไม่ทำนี่จะเน้นเหมือน จะเน้นสภาพป่าเขาถ้ำให้เพิ่มขึ้นเพราะว่าเรามันชักจะเป็นพวกในเมืองมากขึ้นป่าเขาถ้ำไม่เห็นประโยชน์ไม่เห็นการพรากไม่เห็นการพลาดไปอยู่เสนาสนะอันสงบสงัดประเดี๋ยวก็จะกลายเป็นพวกโรคมากขึ้นโลกไม่ต้องฝึกมากหรอกถึงสภาพที่เราจะต้องเรียนจนกระทั่งเป็นกายสักทีแท้จะเข้ามาสัมผัสกับเชื้อราและอรูปราคะที่เราจะเรียนรู้เองต้องฝึกยิ่งพระโยคาวจรที่เป็นขั้นพระอนาคามีจริงจะเข้าใจเข้าใจซึ่งสภาพที่เรียกว่าเราฝึกอย่างจริงแท้เห็นสภาพที่อย่างนี้มันเหลืออยู่ประชาอุทิศราคาซึ่งเราจะฟาดฟันมันเป็นปัจจุบันน่ะทำเป็นสติปัฏฐานวิปัสสนาแท้ๆเราจะรู้ แล้วเราก็จะกระทำเราได้ประโยชน์เราก็จะรู้ว่าประโยชน์ที่เราได้ถ้าพวกห่างๆอีกทีนะบทฝึกหัดน้อยแบบฝึกหัดน้อยแล้วเราก็ช้าไม่เป็นไม่เป็นขี้ปลากินยาไม่เป็นจิตราปัญญากลายเป็นการอึดอัดเชื่องช้าเพราะฉะนั้นธรรมะใดวินัยใดเป็นไปเพื่อความเนิ่นช้าธรรมะนั้นวินัยนั้นไม่ใช่ของเราตถาคตนี้ก็เป็นข้อที่จะต้องผลิตตกบริษัทก็คือบุรุษคือบุรุษก็คือผู้เป็นเอกลักษณ์ถือว่าคำว่าบุรุษนี้ก็คือคนสุดคนสุดยอดภูริศักดิ์วิตกก็ควรจะวิตกควรจะซื้อวิตกมีหมายความว่าควรจะระวังควรจะสำนึกควรจะ กระทําความเป็นไปด้วยความเร็วตรงไม่ใช่ว่าเป็นไปเพื่อความเหนื่อยเฉื่อยช้าไม่ใช่มันจะเร็วหรือมันจะช้ามันก็จะต้องได้สัดส่วนที่ถูกต้องของมันเพราะการที่เราจะต้องพรากหรือการที่เราจะต้องเข้าคุกจะต้องมีปัญญาตัดสินให้ดีนะนี่ผู้ตายตัวไม่ได้สำหรับแต่ระบบคนที่พูดนี่ก็พูดอย่างตายตัวไม่ได้ของใครของมันเราต้องประเมินให้ดีต้องเป็นผู้ที่มีมัสยิดตารู้จักตนอัตตัญญุตา ตัดสินให้ตนรู้ตัวรู้ตนว่าเป็นไปได้ไหมขาดทุนเราย่อมรู้กำไรเราย่อมรู้ถ้าเราขาดทุนเราก็ไม่เอาแสดงว่าเราก็ยังต้องทำอย่างอย่างอ่อนก่อนถ้าเรากำไรเราได้แท้เราก็ได้เราทำอย่างแก่ได้ยังแข็งได้อย่างเป็นไปตามปกติมนุษย์เหมือนมนุษย์เป็นไปอย่างกลุ่มหมู่ใหญ่หรือเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็นได้เราก็จะต้องกระทำเพราะมันเป็นสถานภาพที่จริงของแต่ละบุคคลแต่ละบุคคลที่จะต้องเรียนรู้เมื่อเวลาเข้ามาคลุกคลีเกี่ยวข้องและเราละรูปราคะอรูปราคะมันหมดมันก็จะเห็นเป็นปัจจุบันนี้เชียวหรือแม้แต่ในขณะที่เรามาคลุกคลีเกี่ยวข้องเราก็จะมีเวลาที่ห่างพรากไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้ห่างพรากในขณะที่ แล้วก็มีโอกาสพรรคพวกที่มีอินทรีย์พละแข็งกล้าแล้วมันไม่มีอะไรมากเราหากพักเราก็ห่างพักเราอยู่ด้วยกันต่อหน้าต่อตานี่ก็เก่งแล้วเราก็พักของเราในที่นี้เราไม่เกี่ยวข้องกับคุณเลยเราก็สามารถมีความเป็นฌานอันแข็งกล้ามีสภาพที่เราจะตัดเองกับเอกสารได้มีสภาพให้มันเป็นไปในรอบที่สั้นที่เล็กอยู่แค่นี้เราไม่ต้องเกี่ยวข้องขนาดนี้แล้วก็ไม่รับก็ทำได้เราจะสนใจอันนี้เราจะจดจ่อนี้มันโยนิโสมนสิการกับอันนี้อยู่กับอันนี้ขนาดนี้เราก็ทำได้อันนี้เราไม่รับเขาแค่นี้เราไม่รับทำได้เป็นประมาณของผู้ที่สามารถอินทรีย์พละเท่าไหร่เท่าไหร่ก็สามารถทำได้ยกตัวอย่างอย่างของพระพุทธเจ้าที่ สามารถมีฌานไม่มีเอกสารตังมีความเป็นเอกความเป็นอันหนึ่งอันเดียวเนี่ยของท่านสามารถกำหนดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวได้อยู่ในขอบเขตที่เป็นเอกัตตาหรือเอกัตตาตนตัวตนที่เป็นหนึ่งได้ขนาดขอบเขตถึงขนาดท่านเดินจงกลมอยู่ในโรงกระเบื้องเดินจงกรมอยู่ในโรงกระเดื่องท่านสามารถที่จะใช้รัศมีเหตุการณ์รับรู้ของท่านอยู่ในขอบเขตที่แคบและจะอยู่แค่นี้ไม่ให้ไม่ให้วิญญาณมันออกไปเพ่นพ่านมากกว่านี้ถึงขนาดมีฤทธิ์มีเดชขนาดฟ้าผ่าไม่ได้ไกลเลยอ่ะจากโรงกระเดื่องวัวตาย คนตาย 4 ฟ้าผ่าฝนตกท่านไม่รู้เลยท่านเดินอยู่ในโรงกระเดื่องทำทรงกลมอยู่แล้วก็มีสตางค์ขนาดสภาพที่แคบไม่รับรู้จนปั้นเสร็จลืมตาขึ้นมาหรือว่าปล่อยปล่อยสภาพนี้ออกปล่อยเอกขั้นต่ำเอกสารนี้ออกมองเห็นคนมุงไม่ได้ไกลนะมองเห็นคนมุงสุขเดินมาจากทางโน้นผ่านมาพบกันท่านก็เลยถามว่าต้องกดซะแล้วผมกลัวว่าอ้าวฝนตกเมื่อกี้นี้ฟ้าร้องฟ้าผ่าคนตาย 2 ถ้าคนตาย 4 มัวตาย 2 ท่านไม่รู้หรอกเหรอพวกเราไม่รู้อ้าวถ้าไปไหนก็อยู่นี่อ้าวอยู่นี่ก็นอนหลับเหรอ เปล่าไม่ได้หลับไม่ได้รับมีสัญญาดีอยู่หรือมีสัญญาดีอยู่อัศจรรย์จริงทำไมคนมีสัญญาดีนอนหลับก็ไม่หลับแล้วทำไมไม่รู้ว่าฝนตกเมื่อกี้นี้ฟ้าผ่าคนตายงูตายซึ่งก็ไม่ได้อยู่ไกลอะไรอัศจรรย์จริงหนอต้องอัศจรรย์แม้เดี๋ยวนี้คุณก็ต้องอัศจรรย์ผมก็ต้องอัศจรรย์แล้วทำไมมันจะไม่อัศจรรย์เพราะผมทำไม่ได้แน่นอนแต่ไม่แน่นะบางทีเราหลับๆสนิทสนิทบางทีฟ้าผ่าขนาดที่เรียกว่าคนตายเหมือนกันไม่ได้ไกลเกินอะไรเรายังไม่รู้เลยจะว่าเราไม่มีทางเราก็มีฌานเหมือนกันนะนี่ถ้าไม่ได้หลับด้วยมันเหนือกว่านั้นอีกไงเราหลับเรายังสามารถที่จะดับได้ใช่ไหมก็พอทำได้นี่ถ้าไม่หลับเอาด้วยเดี๋ยวมันเหลือ เข้าใจไหมที่อธิบายชั้นเชิงที่จะต้องเข้าใจให้ชัดขนาดเราเองยังบอกว่าเป็นชานกุ๊กไงล่ะคณะเราเองนอนหลับๆบางทีฟ้าผ่าเปรี้ยงๆขนาดนั้นเรายังไม่รู้สึกตัวได้นะนิทานเองท่านไม่ได้หลับด้วยลืมตาด้วยแล้วฟ้าผ่าขนาดนั้นแล้วท่านทำเอกสารเกินที่เราจะฆ่าแต่มันมีรูปรอยที่เป็นได้อย่างเราเองบางทีใส่ใจอะไรหนักๆนี้เขาเรียกจะตายนะเนี่ยเราใส่ใจแหมลูกทุ่งนี่มันเหลือเกินดูเจ๋งเลยโยนิโสมนสิการทางโน้นเรียกแก้วเจ้าตะโกนหูจะแตกไม่ได้ยินน่ะฉันเฉยเลยฉันอยู่ตรงนี้ทำอะไรก็อยู่จดจ่ออยู่วันนี้ไม่ได้ยินอย่างนี้ก็เป็น รูปรอยที่เราสามารถจะพิสูจน์ได้หรือว่าเป็นไปได้เคยมีเคยเป็นแต่ละบุคคลว่ามันมันไม่ได้ไม่ได้รับจริงๆไม่รับเราตัดเราไม่เอานี่เป็นสภาพที่ขาดหรือไม่ขาดเพราะพวกนี้จึงจะต้องรู้ว่าเราเองเราจะทำเข้าไปทำเข้าไปทำเข้าไปศึกษาเข้าไปพากเพียรฝึกหัดเข้าไปแล้วเราจะทำได้เราเป็นไปได้ยิ่งสูงขึ้นเราก็จะเห็นเองรู้เองเป็นของตนในปัจจุบันของตนจริงๆไม่ใช่นั่งโดนนั่งดาวน์จึงจะต้องปฏิบัติให้เกิดรู้แจ้งเองเป็นสัตว์ชนิดจัตวาสถิตกับตะวันหมายความว่าเราทำได้แล้วกับตะวันแปลว่าแล้วจัตวามีพฤติกรรมนั้นแล
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive