220827-2-161 ทางเอกภาค2-ตอน161(หน้า356)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท052.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์165 KB
วันที่แก้ไข7 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมชาติที่พุทธสถานสันติอโศกเอามาทำวัดกันต่อหน้า 356 นี่เรากำลังพูดถึงผู้ปฏิบัติหรือว่าพระโยคาวจรชั้นที่กำลังได้มักได้ผลที่มีมากหรือผลที่ได้อยู่นั้นมันก็ยังมีชั้นที่จะต้องเรียนรู้ถึงการสลัดออกการสลับคือการปฏิสังขรณ์ออกสลัด คืนหรือว่าไม่ติดไม่ยึดแม้แต่อันใดอันใดเราจะไปถึงขั้นไหนก็จะต้องรู้เท่าทันแล้วจะรู้ฉันรู้ตอนเป็นฉันเป็นเชิงขึ้นไปสูงขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นแม้ที่สุดในที่สุดได้สุดยอดปลายเราก็จะต้องไม่ติดแม้จะสุดยอดปลายเป็นที่สุดขณะนี้เรากำลังไล่ภาษาทิมาจนกระทั่งถึงสุขเป็นอุปกิเลสที่เรียกว่าวิปัสสนาวิปัสสนาก็คือวิปัสสนา + วิปัสสนาบอกอุปกิเลสนั่นแหละถึงเรียกว่าวิปัสสนาปฏิเสธในศาสนาก็คืออุปสรรควิปัสสนาบอกอุปกิเลสเป็นอุปสรรคกิเลสที่เราได้วิปัสสนาที่ได้ วิปัสสนามามันมีมรรคมีผลมีสิ่งใดอธิบายถึงความยึดความสงบมาแล้วพอสมควรก็ขอต่ออีกหน่อยนึงในหน้า 356 ก็เมื่อพูดไม่มีความสุขหรือว่ามีความสุขคือความสงบขั้นต้นตัดสิทธิความสงบคำสอนสุขความสงบระดับ 3 ถึงขั้นอุเบกขาที่เราถ้าเข้าใจวิปัสสนาเป็นกิเลส 10 ล้านบาทเป็นช่วงๆเป็นตอนๆถ้าผู้ที่ได้ความสงบอย่างนี้ท่านคนนี้มีสุขจริงไม่เถียงเลยฟังดีๆนะมันจะไม่มามันจะถ้าเผื่อว่า เข้าใจแล้วมันจะไม่ไม่แยกแยกไม่ออกหาได้ตั้งก็ได้ยกพุทธภาษิตมาให้ตั้งข้อสังเกตแล้วคือนัตถิสันติปะรังสุขังพลังนะอันนี้ใครจะไปสับสนว่าเป็นปรมังนัตถิสันติสันติปะรังสุขังไม่ใช่ปรมังสุขังนะอันนี้พลังหรือปราณีแปลว่าอื่นนัตถิสันติไม่มีความสุขใดที่เท่าความสุขที่เป็นความสงบนัตถิสันติปะรังสุขังไม่มีสุขอื่นใดพลังสุขาไม่มีสุขอื่นใดที่จะเทียบเท่าสุขที่เป็นความสงบหรือเป็นความสงบความสงบ เป็นสิ่งที่สุขที่สุดไม่มีสุขอื่นเทียบเท่าอย่างนี้ก็

อ่านต่อ

ได้นัตถิสันตินัตถิสันติปะรังสุขังแล้วทีนี้มันไปต่างกับหรือว่ามันมีความหมายมันไม่ใช่ต่างหรอกที่จริงมันสอดคล้องสอดคล้องกับคำว่านิพพานังปรมังสุขังสุขจริงแม้ได้สันติหรือได้ขั้นปลายหรือได้ขั้นเทพร้อยราบรื่นแล้วนั่นน่ะมันสบายที่สุดสุขที่สุดทะเลเป็นภาษาโลกและประสบที่สุดดีที่สุดจะเรียกว่าพ้นทุกข์เพราะทุกข์ที่สุดที่มีคำว่านิพพาน ปรมังสุขังอันนี้ปรมังปรมังนี้แปลว่ามันยอดยิ่งมันเป็นยิ่งบรมเป็นภาษาไทยเราเรียกว่าบรมแล้วยิ่งใหญ่ถ้าจะแปลว่าสุขอันยิ่งใหญ่ไม่มีอะไรเทียบอีกเป็นยอดสุดก็ขอยืมภาษาคำว่าสุขมาเรียกแล้วทีนี้เราจะติดอยู่ที่นี่นั้นถ้าติดก็เป็นอุปกิเลสภาพติดอยู่เราก็เป็นอุปสรรคมีถ้ามีกิเลสและอุปกิเลสเราไม่เรียกนิพพานชนิดนี้ผ่านก็ต้องมีติดถ้าไม่ติดก็จะต้องเข้าใจได้ว่าเราจะเรียกว่าสุดยอดสุขยิ่งไม่ได้ดั่งที่ได้วิเคราะห์ให้ฟังแล้วและก็เลย เด็กแปลเป็นภาษาไทยที่เห็นว่าเหมาะสมที่สุดว่ามันไม่ควรจะแปลว่าสุขอย่างยิ่งยอดมันควรจะแปลว่านิพพานังปรมังสุขังนะว่านิพพานนี่มันยิ่งกว่าสุขความยิ่งกว่าสุขนั้นคือนิพพานความยิ่งกว่าสุขปรมังสุขังความยิ่งกว่าสุขนั้นแลคือนิพพานนั่นแหละคือนิพพานนั่นแหละเรียกว่านิพพานนั้นแหละชื่อว่านิพพานความยิ่งกว่าสุขนั้นแหละชื่อว่านิพพานถ้าฟังอย่างนี้แล้วก็จะเข้าใจได้ว่าความสุขที่บอกว่าสันติสงบที่สุดนั่นน่ะ มันเป็นสุขที่สุดไม่มีสุขอื่นใดเทียบเท่าแล้วจะบอกว่านิพพานจริงแล้วก็ไม่เอาแม้แต่สุขขนาดนี้พระนิพพานแล้วไม่ติดไม่ยึดแม้แต่สุขขนาดนี้จะมีหรือไม่มีก็ไม่สนใจจะได้หรือไม่ได้ก็ไม่สนใจตามเหตุตามปัจจัยเท่านั้นแต่เราทำอย่างนี้ทำได้อยู่ไหมถ้าทำได้ก็ทำสิทำเสมอๆแต่มันก็อนิจจังไม่เที่ยงมันอันนั้นมันมีอันนั้นอันนี้มาให้เราได้ต้องคิดต้องทำงานต้องทำนู่นทำนี่จะเอาเป็นที่เรียบเสมอราบเป็นหน้ากลองไปทีเดียวไม่มีอะไรกระดกกับเด็กไม่มีอะไร เย็นร้อนอ่อนแข็งก็เป็นการเฉยๆเสมอไปอย่างนั้นมันเป็นไปไม่ได้มันไม่มีในโลกเพราะวิญญาณด้วยธาตุรู้มันจะต้องรู้ในสภาพทุกอย่างที่เกิดอยู่ในโลกกระทบสัมผัสเราก็จะต้องรู้บางทีเย็นร้อนอ่อนแข็งบางทีหนักเบาอย่างโน้นอย่างนี้เราก็จะต้องรับรู้ที่มันไม่ใช่สภาพที่มันเป็นอาการสาหัสอย่างที่วัฒนาหลับตาก็ไปแล้วหรือเป็นอดีตจรรยาที่แบกรับแบบนั่งหลับตาฤาษีจะต้องสว่างลงเปล่าไม่มีอะไรเลยไม่เข้าใจเป็นแบบถึงชะตาของคนถึงจะตายที่ยังมิจฉาทิฐิอยู่ยังไม่เข้าใจจะเป็นฟางลงปลงเฉยๆไม่มีอะไรกระทบสัมผัส มีอะไรอยู่ในโลกนี้ยังไม่มีอะไรอยู่อย่างนั้นมันไม่ใช่สภาพอย่างนั้นหาอย่างนั้นไม่ได้มันไม่ได้เที่ยงแท้อย่างนั้นฟังดีๆนะฟังอนิจจังมันไม่ได้เที่ยงแท้อย่างนั้นมันไม่ใช่สภาพที่จะเป็นอย่างเดาๆโดนๆนะว่าว่างแบบจะหลับตาก็ไปเป็นอาสาหรือเปล่าไม่มีอะไรเลยก็เป็นอันกินจรรยาที่แปลว่าฉันมีกำหนดอะไรเลยไม่รับรู้ไม่รับอะไรเลยไม่รับรู้เลยก็ไม่ได้เออไม่มีอะไรรู้เลยไม่มีอะไรเลยจริงๆมันก็ไม่ใช่สภาพไม่ใช่เสื้อผ้าแต่เป็นสภาพที่รู้อะไรต่ออะไรอยู่ในโลกว่าทุกอย่างมันก็เป็นไปมีเหตุมีปัจจัยมีการกระทบสัมผัส เวทนาสุขเวทนาก็รู้นี่สุขเวทนาทุกขเวทนาครุในทุกขเวทนาแต่เราไม่ได้ติดยึดในสิ่งเหล่านี้คือมันง่ายกว่ากันบ้างก็น่าจะเรียกว่าสุขถ้ายากกว่าการบ้านเขาเรียกชนะว่าทุกข์ก็น่าจะเรียกว่าทุกข์มันก็เป็นง่ายกว่ากันบ้างยากกว่ากันบ้างซึ่งเราก็ไม่ยึดมั่นถือมั่นไม่ติดในความยากจากกันง่ายกว่ากันเราไม่ผิดเราไม่ได้ลำบากใจไม่ได้กังวลใจอะไรเราพยายามแก้ไขให้ดีขึ้นจนทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากในการจะเป็นอยู่แล้วทีนี้เราเพิ่งคิดถึงประโยชน์ถ้าเราเห็นว่าสิ่งนี้เป็นประโยชน์และเป็นกาละเป็นโอกาส เราก็ทำตามประโยชน์ทำตามกาลโอกาสอันควรนั้นเราก็ควรจะรู้จักว่าเป็นงานที่ควรเพียรเป็นสิ่งที่ควรกระทำขึ้นอยู่เป็นกาละกาลนี้แปลว่าอายุเพราะคนที่ทำกาละเกิดคนนั้นก็ทำกาละเกิดมีอิทธิบาทเป็นอายุเป็นผู้ที่มีฉันทะวิริยะจิตตะวิมังสาถ้ามีอิทธิบาทเราก็น่าจะเรียกว่าเพียรได้เป็นคนที่เพี้ยนเป็นคนที่มีอายุเป็นคนที่เรียกว่ามีอายุคำว่าอายุก็คือหมายความว่ามีชีวิตชีวาเป็นผู้ที่ยังอยู่ในโลก บอกว่าอายุของสมณะคือผู้ที่มีอายุว่าเป็นผู้ที่มีอิทธิบาทผู้ใดไม่มีอิทธิบาทอยู่อย่างขี้เกียจอยู่อย่างไม่มีฉันทะวิริยะจิตตะวิมังสาไม่ได้มีความเจริญอะไรผู้นี้ไม่เรียกว่าเป็นผู้มีอายุฟังดีๆนะซ้อนลึกซึ้งนะผู้ที่ได้ชื่อว่าสมณะก็จะต้องมีอิทธิบาทอยู่เป็นตัวชัดๆถ้าเห็นผู้ใดมีอิทธิบาทอยู่พ่อพูดนี้ชื่อว่าสมรรถนะถ้าผู้ใดมีความขี้เกียจอยู่ผู้นั้นไม่เชื่อว่าสมรรถนะฟังให้ดีนะเป็นผู้ทำการะเหมือนกันแต่ทำกาละตายจากความเป็นสมณะแม้เวลาที่ 1 แม่นาค แม้ชั่วโมงหนึ่งแม้วันหนึ่งยิ่งขี้เกียจตลอดทั้งวันโอ้นี่ตายแล้วหนอนับวันจะเน่าฟังดีๆนะซ้อนลึกซึ้งและเป็นการเป็นไปเพื่อความดีงามไม่ใช่เป็นไปเพื่อความตกต่ำอะไรถ้าเราเข้าใจว่าถ้าผู้ใดไปติดสงบไปติดๆๆเกาะไม่มีเพียรกลายเป็นคนขี้เกียจขี้คร้านไม่มีแม้แต่ธาตุต่างๆปรารภความเพียรมีความเพียรอันเป็นเหตุปรารภมีความเพียรหรือว่าเพียรการเพียรที่จริงปาลดความเพียรเป็นคำเต็มถึงจะแปลคำว่า ยาลำพระยาลำไพรแปลว่าปรารภความเพียรที่นี้ท่านแปลรับพระธาตุว่าความเพียรอันเป็นเหตุปรารภก็หมายความว่ามาก่อนมาก่อนตัวปรารภความเพียรนี้หน่อยมีเหตุเป็นเหตุให้ปรารภความเพียรความเพียรก็มีอันเดียวกันน่ะที่จริงความเพียรปฏิบัติอันเดียวกันอันเดียวกันนี่แหละที่จะต้องให้เกิดแต่ว่าความเพียรก็คือมันต้องเพียรนี่แหละมันแทนที่มันจะนิ่งเฉยๆโหดอะไรอยู่มันก็มีเหตุแห่งการปรารภก็คือตัวต้องเพียงขึ้นหน่อยสิกระดุกกระดิกขึ้นหน่อยสิไหวตัวที่เป็นการก่อการเกิดการสร้างการสั่นหรือว่าการทวี ให้มีสภาพไม่ขึ้นหน่อยสิมันไม่มีอะไรกว่านั้นอีกแล้วนะถ้าบอกว่าแค่นี้ก็นับก็ตัวตายนิ่งตัวอืดตัวนับวันเน่าลงไปไม่ได้เรื่องไงเพราะถ้าเริ่มมีอารับพระธาตุก็เริ่มตัวที่ว่ามีความเพียรและหนอกระดิกขึ้นแล้วกระดุกกระดิกขึ้นแล้วอารับประทานรบกระดุกกระดิกขึ้นมีบทบาทขึ้นแล้วมีอะไรรับประทานอารัมพระธาตุให้มีอะไรเป็นความริเริ่มเป็นสิ่งแน่ๆนอนถ้าผัวผู้นั้นเป็นผู้ที่รู้ชั่วรู้ดีก็ย่อมมีเรื่องในเรื่องชั่วคราวริเริ่มในเรื่องนี้ต้องมีภาวะ ตัดสินมีธาตุรู้ที่ควรจะรู้ถึงดีถึงชั่วมีอภิธรรมในใจมีกุสลาธัมมาอะกุสะลาธัมมาแล้วก็ต้องเลือกทำที่กุศลสิก็เริ่มต้นอารมณ์พระธาตุแล้วก็ต้องมีปัญญาแจ้งออกไปอีกอารมณ์พระธาตุนั้นก็จะต้องมีความเพียรอันออกนำออกมีความเพียรอันนำออกจากส่วนที่ต่ำมิกาธาตุก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆพระราชทานมีความเพียรซึ่งเป็นการก้าวหน้ามีความเพียรอันเป็นความก้าวหน้าถามว่าถ้าจนมีความเพียรที่เป็นกำลังมีกำลังหมายความว่ามันแรงและมันไม่มันชักจะชนะอะไรขึ้นมาแล้วมีกำลัง มันชนะอะไรก็ไม่ได้กระชากขึ้นมาได้มันผู้ใดที่มีการปฏิบัติจนกระทั่งเกิดแรงเกิดถามว่าทาสผู้นั้นก็ผ่านข้ามสภาพที่ขาดทุนหรือสภาพที่จะถูกฉุดอยู่เพราะมีกำลังนี่เรียกว่าชนะมีกำลังแปลเป็นภาษาขยายขึ้นไปอีกถามว่าทาสเรียกว่าขึ้นมาได้แล้วมีกำลังความเพียรนั้นมากต่อจนกระทั่งถึงขั้นเรียกได้ว่ามีกำลังพอเพียงเป็นกำลังถามราคาที่ติดธาตุตั้งมั่นทิติมันแปลว่าตั้งมั่นที่ติดต่อขอเส้นทางก็ตั้งมั่นธธงสระอิที่ติดก็ตั้ง มันเป็นทรงไว้เป็นความตั้งอยู่ได้เพราะความเพียรอันเป็นความทรงไว้มันทรงไว้แล้วมันได้ตั้งได้แล้วตั้งสภาพนั้นได้ไม่ล้มล้มลุกๆอุปถากนี่แหละเป็นผู้ที่เข้ามาได้เกิดอุบัติเหตุธรรมะนี่แหละมีตัวเกิดสะสมขึ้นมาเราจะแปลเอาตัวพยัญชนะ 6 + สนธิก็มีการสะกดซึ่งเกิดอะไรขึ้นไปด้วยก็เป็นอุปสรรคมีธาตุที่ได้พยายามสำเร็จเกิดแล้วท่านเรียกว่าความพยายามความเป็นนามเป็น กลอนพยายามและกระทำความพยายามจนเกิดผลมีความเพียรอันมีประโยชน์มันมีผลขึ้นมาถ้าจะเอาตัวเกิดก็เป็นความพยายามได้เกิดขึ้นแล้วถ้าจะแปลเอาให้มันเป็นบทส่งเป็นบทที่กำชับกัมพูชาเป็นบทไม่ใช่เป็นบทรูปเป็นบทนำก็แปลว่าพยายามจะพยายามให้เกิดผลทั้งหมดที่ 6 ธาตุนั่นแหละก็จะเกิดธาตุที่เจ็บถ้าบอกถ้าเกิดเหมือนกับสัมมาสมาธิของพระอริยะนั่นแหละถ้าสัมมาสัมมาสัมมาองค์ 7 เกิดครบได้เหตุได้ผลได้ปัจจัยมันก็เป็นสัมมาสมาธิของพระอริยะชั้นเดียวกันหรือมันเกี่ยวกับภาวนาถ้าแต่จะทัศนาสังวราปะฏิสังขาอธิบายเหตุผล ก็จากกันพรุ่งนี้ทำเกิดผลวัดศีลสมาธิปัญญามีศีลปฏิบัติจนขัดเกลาจิตลงไปสำเร็จลงไปเป็นผลก็มีปัญญาอันยิ่งเป็นจิตที่เจริญสุดเป็นปัญญายิ่งที่รู้ชัดเป็นอธิปัญญาแต่รู้ปัญญาทัศนวิสัยได้จริงๆมันมีสมาธิทำอย่างนี้อยู่แทบทั้งสิ้นในเรื่องหัวข้อธรรมะต่างๆและนัตถิสันติปะรังสุขังกับนิพพานังปรมังสุขังถ้าเข้าใจไม่ได้จะฟังดูแล้วถ้าบอกว่าติดสุขไม่ได้เป็นการอธิบายแบบนั้นนะก็หมายความว่าผู้นั้นไม่ยากไม่ออกว่าการทำพวกนั้นก็ ไม่ออกถึงการมีอุปกิเลสที่เป็นวิปัสสนูปกิเลสขั้นนี้อย่างไรกันแน่แยกไม่ออกบอกให้สุกที่ติดความสงบตั้งแต่ปัสสัทธิจนกระทั่งสงบสูงขึ้นสุขอุเบกขายิ่งเป็นสุขที่สงบยิ่งกว่านั้นอีกสงบยิ่งกว่านั้นอีกอุเบกขาเนี่ยเพราะในวิปัสสนาปฏิเสธ 3 ช่วงโอภาสปิติปัสสัทธิอาทิหม้อปักทหารส่งอันสุดท้ายย่านอุฏฐานะอุเบกขาอย่าไปถึงรอบของอุเบกขามันยิ่งสงบกว่าสงบสถานสุขแม้แต่อยู่ในฌานปิติ ปิติมันก็ตัวตัวปัสสัทธิตัวคู่อธิบายขยายกันขึ้นมีภูมิที่มีความผิดขึ้นมาชั้น 1 สงบจิตตกวิจารณ์ลงมาได้อาการไม่ตกวิจารณ์ของเราทำงานอย่างหนักอยู่ที่แปลให้ฟังว่าสภาพของเราวิตกวิจารณ์ก็คือระมัดระวังป้องกันเพลงเพลงแล้วไม่ให้นิวรณ์เข้าจิตมีอย่างนั้นอยู่ในจิตของเราเลยทำงานอยู่อย่างมากถ้ามากเกินไปมันก็ไม่ถึงที่จะทำสักวิหารมันก็ยังทรมานหรือทุกข์หรือหนักอยู่เพราะงั้นเรามีวิตกวิจารณ์มีความระมัดระวังอยู่จนกระทั่งของเราอยู่ในฐานพอสมควรไม่ถึงกับขนาด อยู่จนกระทั่งหมามันไม่ใช่สุขกับมันยังทรมานอยู่อย่างนั้นเราก็ไม่น่าจะเรียกว่าเป็นชาญถ้าจะเป็นชานก็หมายความว่าเพ่งได้อยู่และได้เผาอาการที่มันต้องใช้ความระมัดระวังหรือว่าความป้องกันหรือว่าความควบคุมวิตกวิจารณ์เนี่ยพอสมควรเท่านั้นง่ายอยู่เป็นที่ทำให้อาหารไม่ยากเกินไปแต่ก็จะต้องใช้อยู่ไม่ต้องวิจารณ์ลดลงมาแล้วจากใหม่ๆแรกๆสมมุติออกใหม่ๆแรกๆแล้วอาจจะต้องระมัดระวังอย่าให้พี่ต้องวิจารณ์เท่านั้นถ้ายิ่งนั่งอยู่เฉยๆนิ่งๆแล้วก็วางอาหารติดกับติดดูจะให้อาการนี้วอนอย่าให้อารมณ์นิวรณ์เข้าทำจิตมันว่างทำจิตให้มันจางกลายเป็นจิตที่มันเอาอะไรเป็นกระสุนเอาอะไรเป็นเครื่องรอก็ตามหรือไม่มี ทำได้ดีๆเลยทำได้อย่างเก่งๆเลยจับจิตและพยายามขับสลัดนิวรณ์ออกจากจิตปรับเปลี่ยนคิดเป็นทุกประตูมีอุบายเครื่องออกมีธรรมะอันนำออกมีธรรมะอันเป็นเครื่องนำออกแก้ไขได้เป็นเลขธรรมะเป็นความไม่พยาบาทเป็นอารมณ์กับสัญญาเป็นสภาพที่ไม่ฟุ้งซ่านอยู่แล้วเห็นชัดๆทำไม่ได้ไม่สงสัยเลยเห็นโอ้จิตสว่างเบาสบายเป็นอย่างนี้ทำได้อยู่แต่ในขณะที่ทำนั้นเราก็มีญาณมีปัญญารู้ละเอียดซ้อนอยู่ว่ามันยังมีวิตกวิจารณ์อยู่นะวิตกวิจารณ์นี้คือจิตที่มันยังระมัดระวังอยู่ยังควบคุม เหมือนกับนายทวารเดินยามอยู่เชียวนะไม่ใช่ว่าเปล่าปล่อยได้ถ้าไปพักคนเดียวมาแล้วอารมณ์นิวรณ์แทรกเข้าได้คอยระวังอยู่ขณะที่มีวิตกวิจารณ์อยู่อย่างนี้แหละเรียกว่าชั้น 1 ฟังให้ดีนะถ้าอธิบายชาญอย่างนี้ไม่เข้าใจอะไรก็ไม่รู้จะพูดยังไงนี่คิดว่าได้ภาษาด้านนิติได้ปฏิภาณที่ชัดมากแล้วที่อธิบายสู่พวกคุณฟังจะชัดมากแล้วนะหากมีวิตามินวิจารณ์อยู่แล้วก็พอไปได้เป็นที่กระทำสุดวิหารเป็นวิหารเราทำที่ไม่ยากจนเกินไปทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากไม่ยากไม่ลำบากและจิตก็สะอาดอยู่เรียกว่าเป็นฌานเป็นชาญที่เราก็ทำได้อยู่ที่เดียวพี่จบวิจารณ์ก็มีอยู่ที่นี่ยิ่ง รถวิตกวิจารณ์นี้ลงไปได้ความระมัดระวังความคอยเพ่งตัวเล็กกว่าไม่รู้จะเรียกว่าอะไรนั่นแหละความระมัดระวังความป้องกันความวิตกกลัวว่ามันจะมีกิเลสตัวจะมีนิวรณ์นี่แหละคำว่าวิตกนี่เป็นภาษาไทยนี่มันชัดๆไม่กลัวแล้วได้อัตโนมัติขึ้นเก่งขึ้นวิตกวิจารณ์น้อยลงลดลงไม่ต้องไปเชื่อได้ใช้พลังงานอะไรไปเสริมให้มันทำอย่างนี้มากนักเรียกว่าวิตกวิจารณ์ลดลงเบาง่ายลงไปมากนั่นคือฌาน 2 เข้าไปแล้วเป็นปิติเห็นดีรู้ดีและเราดีขึ้นดีขึ้นและวิตกวิจารณ์แต่มันก็จะปลูกฝ่าว่าไปแล้วมันก็มีความพยายามมีอุปสรรคอยู่ ไม่มีความเพียรอันทรงต้นไปอยู่มีความเพียรอันสูงตนไปอยู่เรื่อยแหละเมื่อพี่ติก็คือตัวดีเห็นดีชัดขึ้นทำได้ดีขึ้นจนกลายเป็นสุขก็หมายความว่าตัวปิติหรือตัวที่เห็นดีนี่ที่จริงมันยิ่งดีขึ้นนะมันยิ่งดีขึ้นเนี่ยอธิบายตรงนี้มันลูกซ้อนจะไม่รู้จะลูกซ้อนยังไงอธิบายพวกคุณฟังยากขึ้นอีกอย่างที่ได้พูดทุกทีแต่ความที่จะต้องเป็นมีสภาพที่จริงก็วิจารณ์มันก็ตามอยู่นั่นแหละมันก็มันก็เป็นการดูพฤติกรรมดูพฤติกรรมของจิตของเราที่เราทำหรือว่าสิ่งที่เราพากเพียรพยายามอยู่มันไม่ต้องพยายามมากขึ้นมันพยายามน้อยลง ง่ายขึ้นอัตโนมัติขึ้นเพราะฉะนั้นที่จะทำดีอย่างนี้ก็ไม่ต้องพยายามทำดีอย่างนี้ให้มากหรอกมันดีขึ้นกว่าแล้วมันง่ายขึ้นกว่าแล้วเรียกว่าปิติลดลงนี่เป็นตัวปรมาณแค่ผิด 4 ประการดีใจแบบโลโก้เป็นอารมณ์โลกเป็นโลกียะรถที่ภาคภูมิใจเพิ่มไปดีที่เราได้ดีหนออะไรหนอเราก็ชื่นใจฟูใจอะไรนั่นน่ะมันเป็นอารมณ์ปิติแบบอธิบายง่ายๆของท่านโลกิยะก็จริงเราอาจจะดีใจอย่างนั้นก็จริงก็ต้องลดลงจริงด้วยฟังดีๆนะที่ถ่ายซ้อนทั้งโลกก็ได้และโลกิยะทั้งวิปัสสนาเพราะอารมณ์โลกิยะที่อินเดียชอบใจตื่นเต้นใจ รถด้วยรถด้วยถ้าอธิบายได้แค่โลกียะรสนี้ว่าเป็นองค์ของชาญแล้วก็อธิบายชั้น 1 ข้อความรู้ระดับหนึ่งถูกด้วยไม่ขัดแย้งกันยิ่งกว่านั้นเป็นอารมณ์ของโลกุตระแท้ๆก็คือตัวปิติหรือตัววิตกวิจารหรือกำลังไม่ใช่กิเลสแล้วอันนี้มันจะกิเลสแล้วเป็นเรื่องของทานให้ทานอารมณ์ทานไม่ใช่กิเลสอย่างธรรมดาถ้าจะเรียกว่ากิเลสกับขั้นวิปัสสนากิเลสก็ไม่ปรารถนาซ้อนเป็นผลของวิปัสสนาบุคคลเพราะฉะนั้นตัวปิดๆนี่คือดียิ่งขึ้นง่ายยิ่งขึ้นแล้วสบายยิ่งขึ้นแล้วศุกร์ว่างง่ายเพราะฉะนั้นปิติลดลงก็คือว่าไม่ต้องพยายามไม่ต้องมีอุปสรรคมากขึ้น ตอนนี้ได้ภาษาของพระพุทธเจ้าภาษาพวกนี้ด้วยประกอบพระค่อยยังชั่วขึ้นไม่ต้องเพี้ยนจัดขึ้นไปอีกละไม่ต้องใช้ความเพียรอะไรยิ่งขึ้นไปอีกนะแล้วเรียกว่าเราไม่ต้องไปติดรถลงเราไปติดรถลงไม่ต้องเพี้ยนต้องมากต้องอะไรยิ่งขึ้นง่ายขึ้นว่าขึ้นเบาขึ้นสะดวกขึ้นจึงเรียกว่าสุขลงตัวกับพยัญชนะด้วยว่าสุขนั่นแหละไม่ว่างนั่นแหละดีมันง่ายขึ้นแล้วแต่ที่จริงตัวดีเขาเรียกว่าตัวดีนะถ้ามิตินี้แปลว่าดีที่จริงมันตัวดีนี่มันชัดขึ้นนะมันดีขึ้นอีกมันเป็นความดีงามที่ดีขึ้นยิ่งขึ้นอีกนะมันจะบอกว่าไปติดรถก็คือว่าเราเองเราไม่ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่อย่างนั้นได้อย่างนั้นด้วยกำลังด้วยกำลัง แห่งความเพียรอย่างก่อนกำลังแห่งความเพียรนั้นลดลงแล้วก็แปลว่าปิติรถเลี้ยวขวามาปิติรถเราจะพยายามจะต้องริเริ่มก็ไม่ต้องริเริ่มยากก็ได้ไม่ต้องอารัมภ์ยากจะเป็นธรรมะอันเครื่องน้ำออกเป็นมิตรภาพไม่ยากก็นำออกไม่ยากยิ่งคล่องขึ้นง่ายขึ้นนำออกจากไอ้ที่มันเป็นตัวนิวรณ์ต่างๆในวันนิวรณ์อะไรที่เรามีเรามีนิวรณ์เนี่ยตามเรามีนิวรณ์พยาบาลความฟุ้งซ่านมันก็ไม่ยากใช้ธาตุต่างๆหรือว่าใช้กำลังในตัวเราหรือว่าใช้ความสามารถของเราเนี่ยตั้งแต่ที่เริ่มง่ายนำออก ก้าวหน้าก้าวหน้าได้จริงๆเมื่อเรามีแต่น้องเพียรหรือน้องพยายามมีสัมมาวายามะทำง่ายขึ้นเกิดง่ายส่งไวจนกำลังเป็นกำลังมากเป็นถามว่าธาตุที่เป็นกำลังมากส่งไว้ได้บ่อยๆส่งไม่ได้เรื่อยๆมีสติเมื่อไหร่ส่งไม่ได้มีสติเมื่อไหร่ส่งไม่ได้รู้ชัดขึ้นสุขจนต่อไปอุเบกขาสัมผัสอะไรก็ไม่ต้องเพี้ยนไม่ต้องพยายามอะไรมากเลยเป็นอัตโนมัติเฉยกระทบสัมผัสต่อกามเหตุแห่งกรรมตามมาวัตถุขณะกระทบตามมาวัตถุก็ไม่ต้องเพียรอะไรมากไม่ต้องพยายามมาก สัมมาวายามะมันเป็นสัมมาแล้วพยายามนิดนึงก็ไม่ต้องพยายามเลยก็เป็นการอุเบกขาเลยเฉยไม่ต้องพยายามอะไรกระทบการกระทบสภาพนั้นหรือมีเหตุชวนให้หลับมีเหตุชวนให้หลับบรรยากาศก็ชวนให้หลับแม้แต่เอาเมื่อยเราเพลียเราเพลียบ้างเราก็ยังมีกำลังสู้ได้น่ะแสดงว่ามีมีอำนาจเจโตสูงด้วยมีอำนาจแก่ตัวสูงมีบรรยากาศที่ชวนหลับกว่าแต่ก็ยังอุตส่าห์สู้ได้ในอำนาจแก่ตัวสูงแต่ว่าถ้าเราไม่เพลียมันก็ไม่หลับถ้าเราไม่มีเหตุที่สูงที่จะดึงดูดให้หลับไปหลับทำไมเราหลับก็เป็นตัวกิเลสแน่ไอ้ต้นขี้เหล็กแน่เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีกิเลสแล้วไม่รับ ยังคงเป็นไปด้วยเพราะว่าจะให้เป็นงานจะทำงานไม่แค่คิดจะทำงานแม้แค่พูดจะทำงานแม่แก่ออกกำลังกายอะไรก็ได้ทำงานอะไรอยู่ก็ตามใจมันก็ไม่ได้ต้องรับอะไรแล้วแต่เผื่อว่ามันเป็นทานที่แข็งแรงอย่างที่กล่าวนี้อธิบายสอดร้อยอธิบายขยายความแล้วจะเข้าใจดียิ่งขึ้นมันก็เป็นสภาพที่จนกระทั่งถึงฌานถึงอุเบกขาได้เป็นฐานนิพพานฐานและฟังดีๆนะทหารแต่ถ้าเราผิดฐานนิพพานติดสิ่งอย่างนี้อยู่ในตั้งอยู่ยังไม่เป็นไปโดยธรรมดาธรรมชาติไม่เป็นไปโดยเหตุปัจจัยที่สมส่วนเรายังยึดมั่นถือ จะต้องแช่นิ่งเรามีพวกแผลที่ทำให้ได้รู้สภาพจิตรู้สภาพใจแล้วเราก็ทำได้ทีนี้เราก็มีชีวิตอยู่เราจะกระทบสัมผัสกับอะไรก็รู้สิ่งนั้นสิ่งนั้นสิ่งนั้นเราจะวางอยู่วางอยู่ปล่อยอยู่ปล่อยอยู่สลัดคืนอยู่สลัดคืนอยู่ได้ทุกทีได้ทุกทีจึงไม่ใช่สภาพเกาะติดนิพพานไม่ใช่สภาพปกติจึงไม่ใช่ตัวตนเป็นแต่สภาพเลื่อนไปเลื่อนไปเลื่อนไปเลื่อนไปเลื่อนไปแท้จริงก็คือกาละผู้ใดทำกาละได้พวกนั้นคือตัวเดินไปเดินไปเดินไปเลื่อนไปเรื่อยๆเลื่อนไปเรื่อยๆเลื่อนไปรู้ไอ้พวกเลื่อนไปรู้รู้ต่อเหตุการณ์รู้ต่อสิ่ง ผ่านมาพบตลอดเวลาไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นอะไรและถ้าจะทำด้วยก็ทำในสิ่งที่ดีไปด้วยมากน้อยเท่าไหร่ก็ไปด้วยเรื่อยๆเฉพาะอย่างนี้จึงเรียกว่าเป็นสภาพที่ยิ่งกว่าสุขไม่ติดสุขแม่เราจะทำอย่างว่างก็ได้แล้วก็ว่างแล้วจะไม่ว่างก็ได้แต่ทีนี้สักพักไม่ว่างก็ได้แล้วไม่ว่างคืออะไรไม่ว่างคือการการงานจะทำงานหนักอยู่ก็ได้แต่จิตใจของเราก็ไม่ได้มีความเศร้าหมองเป็นผู้เบิกบานแจ่มใสเป็นผู้ร่าเริงเป็นผู้รู้ต่อความเป็นจริงอยู่รู้เป็นผู้ตื่นอยู่ต่อสภาพนั้นไม่ได้ตกต่ำไม่ได้หม่นหมองอะไร อันนี้ขยายความให้ฟังละเอียดละออแล้วก็ลองลงมาฟังดูภาษานี้อธิบายไปแล้วได้อ่านในนี้สรุปแล้วก็จะเข้าใจขึ้นท่านผู้นี้มีสุขจริงถ้าเมื่อว่าได้ความสงบด้วยนะไม่เถียงเลยแล้วก็เพราะยังวางสุขอันละเอียดสุดยังไม่ลงมันจึงเหลือเศษของตัวตนอันเป็นอัตราขั้นลึกสุขุมนี้อยู่จริงๆจึงยังไม่เกิดสภาวะอันนั้นตาหรือยังไม่รู้แจ้งแทงทะลุในอนัตตาทำตัวสุดท้ายแห่งความเป็นอรหัตผลหรือพระอรหันต์ได้สุขอื่นใดจะเทียบเท่าสุขเพราะได้ความ นั้นไม่มีตัวดำเน้นไว้สุขอื่นใดจะเทียบเท่าสุขก็ได้ความสงบนั้นไม่มีแต่ถ้าใครหลงศุกร์ติดในสุขยังยึดเสพความสุขก็คือผู้ยังมีความเป็นตัวเรานั่นแหละเป็นผู้เสพก็ยังไม่หมดตัวตนจริงๆยังมีความเห็นแก่ตัวเราอยู่จึงยังมีเชื้อของโลกิยะอยู่สุขขนาดใดขนาดใดมันก็ยังได้ชื่อว่าโลกธรรมเขินผู้ใดเสพและยึดอยู่ก็คือผู้ยังไม่พ้นความเป็นสัตว์โลกไม่พ้นวัดสระอยู่นั่นเอง ผู้ไม่ลงสุขไม่ยึดสุขเท่านั้นที่จะมีคุณแก่โลกจะและจะเกื้อกูลโลกช่วยโลกได้มากมายมหาศาลเพราะไม่ต้องสูญเสียทั้งเวลาเสพสุขไม่ต้องสูญเสียทั้งแรงพลังเสพสุขไม่ต้องสูญเสียทั้งองค์ประกอบหนึ่งและเหตุปัจจัยที่จะมาปรุงเป็นสิ่งที่จะเสพสุขจึงเอาความไม่สูญเสียเหล่านั้นมาใช้สร้างสรรค์จรรโลงสิ่งดีสิ่งเป็นประโยชน์จำเป็นสำคัญให้แก่โลกได้มากได้มหาศาลจริงๆดังนี้อ่านดีๆจะเห็นว่าเป็นแนวที่ ถ้าบอกว่าเข้าใจคำอธิบายและเข้าใจคำว่าทำไมศาสนาพุทธไม่รู้จักสุขเลยแสนรู้สุขที่ยิ่งกว่าอะไรนัตถิสันติปะรังสุขังก็รู้รู้อร่อยแบบโลกอร่อยสุดยอดถึงขนาดขั้นพระโยคาวจรละเอียดขนาดไหนก็รู้แต่เราไม่เสพสุขเราไม่ติดสุขเราไม่ไปแคร์มีสุขหรือไม่มีสุขแล้วไม่แคร์ไม่แคร์อย่าว่าแต่สุขเลยแม้ทุกข์ยังไม่แคร์เพราะฉะนั้นพระอริยะหรือว่าพระอรหันต์จึงบอกว่าทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้นทุกวันนั้นตั้งอยู่ทุกข์เท่านั้นดับไปพระพุทธเจ้าแท้ๆนั้นอรหันต์พระพุทธเจ้าถึงบอกว่า สัจจะที่ยิ่งยอดที่คนฉลาดรู้ได้ว่าอริยสัจทุกเหตุแห่งทุกข์ดับทุกข์หรือว่าทุกข์อยู่เหนือทุกข์หรือว่าให้ทุกข์ดับก็รู้ว่าสักแต่ว่าให้ทุกข์ดับหรือว่าอยู่เหนือทุกข์นิโรธทุกข์นิโรธทุกนิโรธสักคำไม่มีปฏิปทาก็รู้อยู่ว่าคนในโลกนี้เขาไม่อยู่เหนือทุกข์ได้หรือว่าเขาไม่รู้เท่าทันทุกข์เขาจึงอยู่ในความหม่นหมองโศกเศร้าพ่ายแพ้อ่อนแอไม่มีพลังเลยเหมือนคนที่เป็นทาสส่วนพระอริยเจ้าแล้วพระอริยสัจรู้จักอริยสัจจริงแล้วขอโทษที่เป็นต๊อกแต๊กต๊อกแต๊กอยู่ทั้งหมดนี่ทุกข์ทั้งนั้นแต่เราไม่เดือดร้อนอะไรก็ทุกข์เหล่านี้เลยรู้เท่าทันมันอะไรร่วมทำ มีความสามารถเห็นแล้วว่านี่ดีเลือกคัดทำงานเยอะแยะไปหมดในโลกกรรมเยอะแยะไปหมดในโลกมีแต่กรรมกรรมกรรมกรรมกรรมกรรมมีกุสลาธัมมาอะกุสะลาธัมมาอะยังอันอภัยกันตามมาคือสิ่งที่เราตีไม่ออกพระอรหันต์บางองค์บอกว่าอันนี้อันไหนดีอันไหนชั่วเลือกไม่ออกไม่ทำก่อนเลิกไม่ออกประมาทไม่ได้ถ้าอย่างนี้เราไม่รู้เลยว่าอันไหนอ่ะทำยังไงดีอย่างนี้ก็อย่างนี้อันไหนดีไม่รู้ไม่ทำเลยไม่ทำก่อนเพราะเราเสี่ยงไม่ได้ทำอันนี้แล้วนี่ทำดีไม่ประมาททำส่วนดีเป็นกุศลอันนี้แน่มีเปอร์เซ็นต์สูงเลย บีแน่ใจแน่ชัดก็ทำสิ่งที่ดีเพราะเราทำอะไรก็ได้ตกลงด้วยว่าอันนี้ดีอันนี้เป็นสิ่งที่แน่นอนไม่ผิดไม่พลาดไม่ตกต่ำเป็นการรังสรรค์เป็นการจรรโลงสูงสุดเท่าที่เราเลือกได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตที่ดีกายกรรมวจีกรรมอะไรที่ดีดีกว่านี้มีอีกไหมถ้ามีอ๋อกายกรรมวจีกรรมอันนี้ดีกว่าอันนี้เลือกทำหรือแม้แต่คิดมโนกรรมของเราเราจะคิดทำไมในสิ่งที่ไม่เข้าท่าแล้วจะรู้ความคิดของเราจึงเป็นพระอรหันต์และยิ่งเปลี่ยนจิตปรับจิตได้ง่ายที่สุดในเรื่องยิ่งจิตที่ง่ายอ๋อนี่เราคิดชั่วแล้วหรืออะไรแบบเข้ามาในจิตเป็นจิตชั่วสลัดออกได้สักทีเพราะว่ามันง่ายกว่ากายง่ายกว่าวจีมันมาก่อนอื่น มันอยู่ที่จิตจะไปทำกายทำให้จีนต้องใช้จิตเข้าไปทำในยากกว่าว่าเราจะทำกายทำให้จีอย่างไรยากกว่าทำมโนภาพอาหารจึงไม่จำเป็นแล้วเรื่องมโนง่ายพระอรหันต์นะฟังดีๆนะอย่าไปเอาคนละระดับนะถ้าเอาเพราะไม่ใช่พระอรหันต์ยังฝึกปรือตัวเองยังไม่มีถามว่าธาตุยังไม่มีกำลังของจิตยังไม่มีอินทรีย์พละที่ถึงขั้นปรับเปลี่ยนจิตได้อย่างเด็ดขาดสมุทรเขตมันก็ยากแต่ถ้าเป็นพระอรหันต์แล้วถ้าทำที่ติดง่ายส่วนทำกายกรรมวจีกรรมนี่ยากส่วนผู้ที่เป็นคนธรรมดาแล้วกายกรรมวจีกรรมมันทำเป็นอัตโนมัติมันไปก่อนแล้วแหมจนกระทั่งจะไปห้ามจิตยาก หยุดหรือเปล่าจะไปหามันไปแล้วกายจะกลับมากินข้าวมันออกไปแล้วผู้ที่ยังไม่ใช่พระอรหันต์งั้นก็ต้องพยายามทำซ้อนๆมันกลับไปกลับมาอย่างนี้เสมอธรรมะจะปรับปรุงปรับปรุงปรับปรุงทั้งหมดรู้ว่าในคุกนี่มันยากแสนรู้แสนยากทำให้ได้ตัดเอาไว้ว่าการที่จะรู้ทุกอย่างละเอียดและออยากยิ่งก็ยิ่งลูกศรร้อยดอกไปเสียบที่รูกุญแจรูเดียวกันยาวยิ่งกว่าจับเส้นผมออกเป็นรอยแตกแล้วให้แต่ละแฉกเท่ากันไม้อุทาหรณ์นี่มันหนำใจถ้าคุณก็จ่ายนะผมเอามา

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน