แก้ปัญหาเศรษฐกิจการเมือง เป็นเรื่องต้องใช้โลกุตระ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข6 มกราคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

แก้ปัญหาเศรษฐกิจการเมือง เป็นเรื่องต้องใช้โลกุตระ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็ตาม การเมืองก็ตาม ถ้าไม่แก้กันที่ธรรมะโลกุตระ ไปแก้กันแต่ระบบวิธี แก้กฎหมาย แก้โครงสร้างอยู่ ไม่มาแก้ที่คนไม่มาแก้ที่จิต จริง คุณธรรมของคนออกกฎหมายคนก็ดีขึ้นบังคับให้คนดี ออกกฎหมายมีโครงสร้าง รูปธรรมมีสูตรมีทฤษฎีเป็นโลกียะ ก็ไปทำดีกันก็ดี แต่ไม่ถาวร เขาอยากได้ถาวร ทำอย่างไรเศรษฐกิจนี้จะดีถาวรยืนนาน เอาเถอะไม่มีอะไรยืนนานถาวรตลอดไปหรอก ไม่มีอะไรไม่สิ้นสุด ไม่มีอะไรไม่ชราแล้วก็ตายไม่มี สูงสุดแล้วทุกอย่างเสื่อมเป็นธรรมดา สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยงทั้งนั้น จงยังประโยชน์ให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด มีแต่พระเจ้าเข้าใจผิดว่าตนเองนิรันดรและให้คนอื่นนิรันดรด้วยท่านจะรับไหวเหรอคนในโลกมีตั้งกี่ล้านคนเลี้ยงอย่างไร เขาก็บอกว่าเลี้ยงด้วยทิพย์ อยากกินเองก็เนรมิตมันเป็นฝันเพ้อ เนรมิต ฝันเพ้อไม่ได้หรอก ไม่มาปลูกสร้างมันจะได้กินไหม แก้ปัญหาเศรษฐกิจต้องแก้ที่จิตของคนต้องมาทำจิตของตนให้เป็นโลกุตระนี่แหละถาวร เริ่มเป็นพระโสดาบันไม่ยากนักหรอก ขออภัยที่พูดเหมือนกับลบหลู่ ไม่ยากนักหรอกสำหรับพระโสดาบัน เรียนรู้ศีล สมาธิ ปัญญา เรียนรู้กายเรียนรู้จิต เรียนรู้รูปเรียนรู้นาม เราเป็นศาสนาพุทธมีแกนแล้วชาวอโศกมีโลกุตรธรรม เป็นชุมชนที่มีโลกุตรธรรม ขออภัยไม่ได้อวดโอแต่บอกความจริงอันประเสริฐ ขอเชิญให้มาตรวจสอบ เอาพระไตรปิฎกมาตรวจสอบเลยฉบับสยามรัฐนี่แหละ ก็ขอสรุปว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่เข้าโลกุตระ แก้แล้วแก้เล่าสูญเปล่ามีแต่สมบัติผลัดกันชม แล้วก็จะใช้วิธีโกงสมบัติกัน ใครโกงได้ก็ชนะ เป็นเรื่องการเมืองทุนนิยม การเมืองก็เป็นสมบัติผลัดกันชมแย่งชิงอำนาจ ทุนนิยมก็แย่งทรัพย์ศฤงคาร การเมืองก็แย่งอำนาจกันเพราะทางรัฐศาสตร์เขาเรียนกันว่

อ่านต่อ

าเรื่องของการเมืองคือเรื่องของอำนาจ ผู้มีอำนาจมากก็ชนะ ซึ่งมันไม่ใช่ ผู้ที่มีอำนาจผู้ที่เมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาต่างหากที่ยอดเยี่ยม จะแก้ปัญหาให้ทีมไทยยั่งยืนซึ่งแน่นอนไม่มีอะไรเที่ยงแท้ยั่งยืนจะแก้ปัญหาให้นานๆนั้นโลกุตระยืนนานได้ นานจนกระทั่งพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ท่านก็อยู่ไปไม่รู้กี่ล้านปีไม่รู้กี่กัปกี่กัลป์ พระพุทธเจ้าสร้างศาสนาไปไม่รู้กี่พระองค์แล้ว พระอวโลกิเตศวรท่านเก่งสุดได้เลยนะ แต่ท่านก็จะเอาความเก่งนะ รื้อคนให้หมดสิ้นโลกแล้วท่านจะปรินิพพานเป็นปริโยสานเป็นคนสุดท้าย ปณิธานของท่านเป็นไปได้ไหม จะช่วยคนให้เป็นพระอรหันต์ปรินิพพานไปหมดแล้วท่านจะเป็นคนสุดท้ายที่จะปรินิพพานมันเป็นไปได้ มันเป็นปณิธานของท่าน ศาสนาพุทธมีถึงอย่างนี้ ในมหาจักรวาลมีตัวอย่าง 1 อันนี้ ในสมัยพระพุทธเจ้าก็มีเอตทัคคะ 80 องค์อย่างละ 1 พระพุทธเจ้าองค์อื่นก็มีเอตทัคคะมากกว่านั้นจะได้ช่วยศาสนามากกว่าหน่อย แต่ไม่ได้หมายความว่าเก่งกว่าพระสมณโคดม แก้ปัญหาเศรษฐกิจถ้าไม่แก้ปัญหาที่คนให้เป็นพระอริยะเป็นโลกุตระมีพระโสดาบัน พระสกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ให้มาก ที่เป็นอริยบุคคล 4 เป็นได้แล้วขั้นต่ำที่สุดแล้ว ในอารยธรรม เริ่มต้นเป็นพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์จบรอบแล้ว เมื่อจบรอบแล้วคนที่เป็นอรหันต์แล้วจะตายปรินิพพานไปชาตินี้จะสูญเลยก็ได้ ถ้าไม่จบก็มาช่วยคนต่อได้ เศรษฐกิจก็จะมีคนเป็นแกนจะมีปัญญารู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ควรสร้างอะไรที่เป็นสิ่งที่สำคัญจำเป็นอะไรสำคัญจำเป็นอะไรทำดีคือดีอย่างไรจะสร้างจะทำนี่แหละ รู้ว่าทำดีทำเก่งทำได้ ทำด้วยความสามารถ แล้วจำเป็นสำหรับมนุษย์ด้วย ดีคืออะไร?.. ทำให้ดีอย่างที่เราพยายามทำพืชพันธุ์ธัญญาหารให้ดี ไม่ดีคืออะไร?.. มันก็เรียนรู้ได้ เรื่องดีกับไม่ดีเรียนรู้ได้ ทั่วไป ไม่ว่าอะไรทั้งนั้นหรอกโลกียะเขาก็สอนดีและไม่ดีนี่เขาก็รู้ง่าย เราทำพืชพันธุ์ธัญญาหารของเราดี คนที่เป็นปุถุชนเขารู้เหมือนกันเขาก็ทำได้ อธิบายการได้รู้และเข้าใจว่าดีคืออะไรเพราะวิทยาศาสตร์ที่เป็นอาหาร มันก็รู้ เพราะมันแยกได้ไม่ละเอียดอย่างนามธรรม เขาแยกธาตุต่างๆที่จะมาผสมสังเคราะห์สังขารปรุงแต่งกันให้มันเป็นพวกนี้หมุนเวียนกันอยู่ในมหาจักรวาล จนกระทั่งมาเป็นสัตว์ตั้งแต่ธาตุดินน้ำไฟลมจนพลังงานความร้อนแสงเสียงแม่เหล็กไฟฟ้า มาเป็นชีวะ ตั้งแต่ชีวะของพืชชั้นต่ำจนกระทั่งเป็นพืชชั้นสูงจนเป็นสัตว์ชั้นต่ำสูงขึ้นไปจนมาสูงสุดเป็นพระอริยะ เป็นพระโสดาบันสกิทาคามีอนาคามี เพราะฉะนั้นในประเทศไทยจะมีอาริยะจริงๆ ที่จะทำงานสร้างสรรไป ถ้าเป็นโสดาบันก็ยังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ก็จะอยู่วนเวียนเกิดมาสร้างสรรให้แก่โลก สร้างสรรอย่างโลกุตระได้แล้ว พระสกิทาคามีก็เหนือชั้นกว่าก็จะช่วยได้มากกว่า อนาคามีสามารถไม่มาเกิดในโลกมนุษย์นี้ได้อีกแล้วก็ได้ แต่พวกคุณนี่ทำไปเถอะ คุณไปถึงพระโสดาบัน สกิทาคามีอนาคามีแล้วคุณจะรู้ เอาพระอรหันต์ให้มันจบสิ ก็ถ้าจะเป็นอนาคามีคุณไม่เอาจบแล้ว คุณจะไปเป็นวิญญาณที่อยู่ในภพสุทธาวาสอีก 5 ชั้นนี้ ถ้ายิ่งเป็นชั้นแรก อันตราปรินิพพายี ไม่รู้กี่กัป กว่าจะปรินิพพาน ก็ตายไม่เป็น ทำอะไรให้แก่ตัวเองไม่ได้ไม่มีวิญญาณฐีติ พวกนี้จะไปเป็นตามเหตุปัจจัยของพลังงานในภพของวิญญาณ ก็จะไปตามนั้น ยิ่งฐานะ อุปหัจจปรินิพพายี (ผู้ทำปรินิพพานด้วยสามารถ) มีความสามารถช่วยได้บ้างแต่ก็ยังไม่เก่งได้แค่นั้นเก่งขึ้นไปอีก สุทธัสสา เก่งขึ้นไปอีกเป็น สุทธัสสี เก่งกว่านั้นเป็นอกนิษฐา ก็เก่งแต่ก็ไม่สู้เกิดมาได้ร่างเป็นมนุษย์ แล้วไปเป็นพระอรหันต์ ใช้เวลาน้อยกว่าที่จะปล่อยให้ตายเองอย่างอนาคามี เพราะฉะนั้น เศรษฐกิจ พูดอะไรก็เป็นไปเพื่อนิพพานทั้งนั้น เผลอไม่ได้ ปัญหาแก้หมด ทุกวันนี้ถ้าไม่เข้าหาโลกุตระแก้ไม่หมด แก้ปัญหาไม่ลดแก้ปัญหาไม่หมดแก้ปัญหาไม่มีพักวนเวียนยิ่งจะวนเวียนเร็วขึ้น ไม่หมดไม่ลดไม่ถาวร จะเป็นวังวนเป็นวัวพันหลัก วนไปเรื่อยๆก็สุดทางไปไม่ได้ก็พันกลับมันก็วนกลับ แล้วก็ตึงอีกไปไม่ได้ก็วนกลับมาอีก เข้าไปสู่หลักไปไม่ได้อีกก็วนออกออกมาเส้นเชือกตึงอีก ไปไม่ได้อีกก็วนกลับ เข้าไปอีกก็อยู่อย่างนี้ นับไม่ถ้วนเลยวัวพันหลักถ้าเชือกไม่ขาด ใช่ไหมมันแก้ไม่ตกแก้ไม่เสร็จหรอกวนอยู่อย่างนั้นตลอดกาลนาน ต้องแก้ให้คนลดกิเลส ถ้าหากความรู้ก็ตามบริหารก็ตามไม่ให้คนลดกิเลสก็กู้ประเทศไม่ได้ การศึกษาก็ตามการบริหารประเทศก็ตามถ้าไม่สอนให้คนลดกิเลสถ้าไม่พยายามให้คนบริหารงานให้คนลดกิเลสกู้ประเทศไม่ได้ บริหารหรือจะศึกษาให้มีคุณธรรมคำว่าคุณธรรมคำนี้ คุณธรรมโลกียะ กับธรรมโลกุตระ อันนี้แหละเป็นเรื่องที่จะต้องเรียนรู้กันอย่างดี แยกโลกียะ แยกโลกุตระให้ได้ เป็นธรรมะ 2 คู่สำคัญตั้งแต่ต้น-จนจบของพระพุทธศาสนา โลกียมีแต่ดีกับชั่วเป็นคู่ 2 แล้วก็วนไม่มีจบไม่มีสูญ ไม่มีปรินิพพานไม่มีนิพพานวน แล้วก็บอกให้ไปอยู่กับพระเจ้าและพระเจ้าอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้พระเจ้าแต่ละองค์ก็สอนของท่านไปแต่ละองค์ ไม่ได้มีที่อยู่หรอกวนเวียนอยู่กับกรรมทั้งนั้น เพราะเทวนิยมไม่รู้จักกรรมรู้จักกรรมก็ไม่บริบูรณ์ รู้อย่างสับสนวนเวียนต้องมาเรียงลำดับรู้กรรมของศาสนาพุทธ โลกุตระ เป็นลำดับอันน่าอัศจรรย์ ความมหัศจรรย์ 8 ประการ วันหนึ่งก็จะเอามาอธิบายให้ฟังดีๆ แต่มันเป็นเรื่องที่ยังไม่ต้องรู้ก่อนก็ได้ มันน่าอัศจรรย์แน่แต่รู้ทีหลังก็ได้ ขยายความให้ดีในปหาราทสูตร สรุปอีกทีนึง ถ้าจะบริหารหรือให้การศึกษาเกิดมาเป็นมนุษย์นี่ ถ้าไม่ศึกษาโลกุตระ ไม่สอนการศึกษาไม่เป็นโลกุตระกู้ประเทศไม่ได้ บริหารก็บริหารมีความรู้มีการศึกษา ยิ่งทีหลังการศึกษาด้วย การบริหาร ผู้ที่จะบริหารก็ต้องมีการศึกษา ไม่มีการศึกษาเลยจะบริหารได้เรื่องอะไร ชาตินี้อาตมาไม่ไปบริหารเพราะชาตินี้อาตมาจะเน้นธรรมะ โลกนับถือการศึกษามีปัญญามีฐานะทางสังคมมีความรู้เป็นปราชญ์ มีความรู้เป็นปัญญาชนในสยาม รู้ แล้วก็ไปบริหารอย่างมีเครดิตมีคนฟังคนเชื่อ แต่อาตมาไม่ต้องอาศัยอลังการมีฐานะทางการศึกษามีตำแหน่งยศศักดิ์ทางการศึกษา หรือยศศักดิ์ทางโลกที่รับรอง แม้จะได้รับรางวัล (รางวัลแมนเฮ) ก็เป็นแบบกระจุ๋มกระจิ๋มเล็กๆน้อยๆ ว่า นี่ช่วยสร้างสันติภาพให้แก่โลก แหม ลูกตาเขาก็ตาดีอย่างไรนะ มองอาตมาออกว่า เป็นผู้ที่ให้สันติภาพแก่โลก ทางรางวัลแมนเฮ กับที่วัดชิลซังซา อีกอันนึงเป็นรางวัลจากฯพณฯสัญญา ธรรมศักดิ์ให้อาตมาเป็นอันแรก บอกว่าอาตมาเป็นอรหันต์อาตมาเป็นผู้ที่มีคนช่วยโลก ส่วนตัวท่านศรัทธาอาตมา ท่านก็เลยรับรองเป็นองค์กรเป็นองค์การให้ยอมรับว่าอาตมาทำประโยชน์ เพราะอาตมาทำงานทางศาสนา ซึ่งท่านสัญญาท่านสนใจทางศาสนา ท่านเป็นลูกศิษย์ท่านพุทธทาส อาตมาได้รางวัลอันนี้มาเขามองว่าจะมาส่งเสริมสันติภาพ ที่จริงอาตมาเข้าใจสันติภาพอย่างซับซ้อนลึกซึ้งขออภัยที่ชมตัวเอง เสร็จแล้ววันนี้เขาก็เป็นเกาหลี ให้รางวัลอาตมามา เป็นสิ่งที่เล็กละเอียดมากเลยโลโก้ของเขา สัญลักษณ์ของเขาเป็นเครื่องหมาย ชุบทอง ไม่ได้มีรางวัลเป็นเงิน มีแต่รางวัลอันนี้กับหนังสือนิดหน่อย อันนั้นมีทั้งใบประกาศและเงิน 100 ล้านวอน เป็นเงินไทยประมาณ 2 ล้าน 6 แสนบาทประมาณนั้น ที่พูดนี้ไม่ได้ไปหลงใหลได้ปลื้มกับสิ่งเหล่านี้ แต่พูดให้ฟัง ว่าอาตมาคนนั้นเข้าใจได้ยากที่จะให้รางวัลยกย่อง คนจะให้ยากมากเลยเพราะเป็นโลกุตระ คนจะให้รางวัลอาตมาก็จะต้องรู้ว่าโลกุตระมีคุณค่าอย่างนี้เข้าใจแล้ว ว่าต้องเป็นอย่างนี้ถึงให้ค่า ให้เกียรติยศ (hornor) แต่ถ้าไม่รู้จะให้ได้อย่างไรถึงจะต้องรู้ถึงให้มา

640106_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ การศึกษาที่ไม่ลดกิเลสกู้ประเทศไม่ได้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน