ทำเวทนา 2 ให้เป็น 1 ได้ ก็สำเร็จอรหันต์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.43 KB
วันที่แก้ไข12 พฤศจิกายน 2565

เนื้อหาในไฟล์

ทำเวทนา 2 ให้เป็น 1 ได้ ก็สำเร็จอรหันต์ _ผาหิน จอมภูผา · กราบนมัสการพ่อท่านด้วยความเคารพอย่างสูง ภาวะ 2 ที่นำมาเปรียบเทียบกันต้องเป็น อาการ,กิริยา,พฤติกรรม,นามธรรม,พลังงานเท่านั้นหรือครับ จะเป็นรูปธรรม,สสาร,วัตถุ,บุคคลได้หรือไม่ครับ มีเคล็ดลับอย่างไร เช่น เอาอาการอย่างนั้นต้องเทียบกับอาการอย่างนี้ พ่อครูว่า...เป็นได้ วัตถุก็เปรียบเทียบกันแล้วมีนัยยะที่ต่างกัน เช่น บวกกับลบ ตั้งแต่ปรมาณูของไอน์สไตน์ค้นพบนั่นแหละ มันเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นเรื่องที่มีคู่ ยิ่งใหญ่มากเรื่องคู่ เรื่องสภาพ 2 แล้วต่างกัน แล้วจะร่วมกัน ทำปฏิกิริยาร่วมกัน มันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ ที่รวมลงไปใน ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 เพราะฉะนั้น ใครที่สามารถทำธรรมะ 2 แยกธรรมะ 2 ได้สำเร็จ ยิ่งของพระพุทธเจ้าสำเร็จถึงจิตวิญญาณ เทวธัมมา ธรรมะ 2 แจกวิภัช เป็น แยกเวทนาเป็นส่วน 2 แล้วทำให้เหลือเวทนาเป็นหนึ่ง เอกสโมสรณา เอกะคือเป็นหนึ่ง รวมเป็นหนึ่งได้สำเร็จ ภวันติ นี่แหละคือจุดสำคัญของอรหันต์ ผู้ที่ทำเวทนา 2 ให้เป็น 1 ได้ อาตมาก็ได้แยก 2 เป็น 1 เป็นเวทนาเก๊เป็นเวทนาเท็จเป็นเวทนาหลอก ไม่ใช่ของจริง ส่วนเวทนาอีกอันหนึ่งเป็นของจริงตามความเป็นจริง คุณเห็นสีแดงมันก็แดงทุกคนเห็นเหมือนกันอันนี้เป็นอย่างเดียวกันทั้งนั้น แดงก็เห็นเป็นสีแดง เหมือนกัน ฝรั่ง เจ็ก แขก ชาติไหนเขาก็เห็นเหมือนกัน แต่เขาก็เด็กภาษาต่างกันแต่เห็นในสื่อสภาวธรรมตรงกัน ส่วนอารมณ์หรือความรู้สึกชอบ ไม่ชอบ ชอบมาก ชอบน้อย สุขหรือทุกข์ ผลักหรือดูดมันเป็นกิเลส ต้องทำให้มันหมดไป ให้มันรู้จักความจริงตามความเป็นจริงเป็นหนึ่ง นี่แหละคือจุดทำอรหันต์ จุดสำคัญของการฝึกหัดทำต้องมีผั

อ่านต่อ

สสะ ต้องมีของจริง ต้องทำใจในใจอ่านใจของตัวเองในขณะเกิดเป็นปัจจุบันนั้นจริง มันจึงจะคือความจริง ปฏิบัติธรรมนี้ พูดไปแล้วก็สงสารพวกหลับบตาปฏิบัติ ไม่สัมผัสความจริง แค่นี้มันก็ไปไกลมาก เดียรถีย์ เข้ากับยุคพระพุทธเจ้าที่อุบัติขึ้นมาแล้วก็เห็นปฏิบัติหลับตาอยู่ในป่า เดี๋ยวนี้ก็เหมือนกับคนปฏิบัตินอกศาสนาพุทธ ของพระพุทธเจ้าที่เป็นเดียรถีย์ ก็คือพวกนอกพุทธ เพราะฉะนั้นอาตมาก็พูดด้วยความจริงใจ พูดด้วยความหวังดี ปรารถนาดี สงสาร ที่พูดไปแล้ว ไปย้ำแล้วย้ำอีก ว่าแล้วว่าอีก เตือนแล้วเตือนอีก มันเป็นวิธีการที่เหมือนพระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า เราจะขนาบแล้วขนาบอีก ว่าแล้วว่าอีก กด ข่ม นิคคัณหิ ไม่ยั้งมือ เหมือนช่างปั้นหม้อนวดดินที่ยังเปียกๆอยู่เหมือนปั้นหม้อ อาตมาก็ทำตามที่พระพุทธเจ้าท่านพาทำ ด้วยความปรารถนาดีจริงๆ อย่างเช่นไปว่ามหาบัวหนักๆ อาตมาว่าได้เพราะเขาตายแล้วด้วย แล้วลูกศิษย์ก็มีเยอะ คนก็พากันไปหลงเยอะมีหลายระดับ คนยอมรับนับถือตั้งแต่ระดับล่าง อ่านหนังสือไม่ออกจนกระทั่งถึงระดับบนสูงสุดเลย มันได้เยอะไง แล้วอาตมาก็จริงใจยืนยันธรรมะพระพุทธเจ้า ว่ามหาบัวนี้ผิด ออกนอกทาง พาเสื่อม ถึงขั้นอาตมาบอกว่าเป็นโจร ทำให้ศาสนาเสื่อม ทำลายศาสนาเสื่อม พระพุทธเจ้าเปรียบเทียบเหมือนกับโจร แล้วมีพระราชาให้เจ้าหน้าที่ไปฆ่าโจรเสีย เพราะถ้าอยู่ก็ทำลาย ให้ไปฆ่าด้วยหอก 100 เล่มเช้า ด้วยหอกร้อยเล่มกลางวัน ด้วยหอก 100 เล่มเย็น แล้วท่านก็ตรัสต่อ ปลายเปิดเอาไว้ หมายความว่า ถ้าสังคมยังเป็นโจรอย่างนี้ ต้องฆ่า ให้ทำอย่างนี้ เป็นปลายเปิดเอาไว้ แล้วยุคนี้เป็นอย่างนี้ อาตมาก็ต้องทำตามนี้ ไม่ได้เป็นจิตที่โหดร้ายหรือโกรธเคือง ต้องการทำลายอะไรเลย ยังมีคนที่ยังไม่ตาย ยังอยู่และนับถือเขาเป็นปราชญ์ อาตมาก็พยายามส่งสัญญาณให้รู้ว่าควรเลิกได้แล้วที่ไปหลงความรู้ที่เป็น learned man มาเรียนรู้ให้สัมมาทิฏฐิ อาตมาก็ขอยืนยันพูดอย่างจริงใจว่า แม้ท่านจะเข้าใจคำว่า กาย สัมมาทิฏฐิหรือยังก็ไม่รู้ อาตมาไม่แน่ใจ แต่แน่นอนว่า บุญ ท่านเป็นมิจฉาทิฐิแล้ว ท่านมีบันทึกยืนยันไว้ แต่คำว่า กาย อาตมาก็ยังไม่ชัด อาตมาก็ยังไม่ได้อ่านหนังสือท่านมากเท่าไหร่ ก็อ่านอยู่บ้าง พุทธธรรมที่เป็นคัมภีร์หลักของท่าน 3 เล่มก็ยังอยู่หลังอาตมาที่นั่งอยู่เป็นหลัก หนังสือด้านหลังอาตมาเป็นพจนานุกรมเสียส่วนใหญ่ หนังสือที่เป็นสาระตำราไม่มี มีแต่พจนานุกรมเป็นส่วนใหญ่ นอกนั้นหนังสืออาตมากับหนังสือของคนนั้นคนนี้บ้างนิดหน่อยเพราะคนก็ให้มามาก อะไรที่พอเอาไว้ได้ก็เอาไว้มีที่นิดเดียวก็เอาไว้ แล้วอาตมาก็ไม่ใช่คนช่างอ่านด้วย ชาตินี้ไม่ใช่นักศึกษา ไม่ใช่คนช่างอ่าน ไม่ใช่นักศีกษา ไม่ได้เรียนสูงอะไรกับเขา เอาของดิบๆสดๆของตัวเองออกมาทั้งนั้นเลยใช้มา 52 ปีแล้ว กำลังเริ่ม 53 ปีก็ทำไป ก็ยังจะต้องขยายความลงไปในรายละเอียดอีก ไม่ใช่น้อย ที่ถามว่ามีเคล็ดลับอะไรในการเทียบอาการ ก็ให้เทียบอาการไปเลย คุณจะเอา 0 ไปเทียบกับหาประมาณมิได้ก็เทียบ ห่างกันขนาดไหนก็เทียบหรือใกล้กันขนาดไหนก็เทียบ เทียบ 2 อันไปหมดเลยไม่มีละเว้นแล้วคุณจะเข้าใจมุมเหลี่ยมที่มันต่างกันมันมาก หรือมันน้อยมันมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ มันเข้ากับสมัยหรือไม่เข้ากับสมัย คุณจะได้เข้าใจอะไรมันควรใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ในยุคนี้ คุณจะรู้หมดเลยว่า ถ้าเอาอันนี้มาปรุงแต่งกันมันจะเป็นประโยชน์ในตอนนี้ยุคนี้ อย่างนี้เป็นต้น นี่ก็พูดมันไม่ยาวนักสั้นๆก็คิดเอาเอง 651111 คนเกิดมาหากไม่ได้โลกุตระ เท่ากับชิงหมาเกิด พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน