เลิกจากโลกจินตาจึงเข้ามาหาสักกาย.docx
เนื้อหาในไฟล์
เลิกจากโลกจินตาจึงเข้ามาหาสักกาย _ชาญณรงค์ จินดาธรรม · ฟังให้ดี มองให้หลากมุม ผมเห็นแววแห่ง"เพชร" (พ่อครูไอตัดออกด้วย) ในตัวคุณจตุพร ที่สามารถมาปรับพัฒนาตัวผมเอง "สุสสูสัง ลภเต ปัญญัง"ฟังด้วยดี ย่อมได้ปัญญาครับ สมณะเดินดิน... เรื่องบางเรื่อง ที่พ่อครูกล้าพูดนั้น เป็นเรื่องที่คนทั้งโลกเขาไม่กล้าพูด เหมือนกับเมื่อก่อนคนพูดว่าโลกกลมนั้นไม่ได้เพราะจะถูกคนทำร้าย เหมือนพ่อครูกล้าพูดในเรื่องต่างๆ ทวนกระแส พ่อครูว่า... อาตมายืนยันว่าที่ท่านเดินดินพูดเชื่อมที่อาตมาพูดไปแล้วหมายถึงใคร ก็ยังไม่อยากบอกชื่อ แต่ผู้อยู่ในวงในผู้ที่ติดตามก็คงจะรู้ว่าหมายถึงใคร ที่อาตมาไม่อยากออกชื่อ ไม่ใช่เพราะกลัวหรือไม่ใช่ไม่กล้า แต่เห็นว่า ยังไม่สมควรที่จะว่า ถ้าจะว่าแรงไปกว่านี้ มันจะหักมุมไม่ดี เพราะชะลอไว้ตรงนี้ก่อน เพราะว่าอาตมาบอกไปแล้ว อาตมาไม่เชื่อว่า ท่านจะพ้นสักกายทิฏฐิ สังโยชน์ข้อที่ 1 ในเรื่องของ กาย แต่คำว่า บุญ ท่านก็ไม่ชัด และอาตมาก็แน่ใจอีกว่า เรื่องฌาน ท่าน มิจฉาทิฏฐิยังไม่สัมมาทิฏฐิแน่ เรื่องฌาน ยังไม่สามารถที่แน่นอน เพราะว่า ฌานวิสัย เป็น อจินไตย ไม่ใช่เรื่องธรรมดาจะรู้กันได้ง่ายๆกรรมวิบากก็ดีฌานวิสัยก็ดี ท่านอยู่ในโลกจินตา ท่านก็ไม่รู้ตัวว่าท่านเฟ้อไปกับโลกจินตา เป็น อจินไตย อย่างหนึ่งเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ถ้าท่านเลิกลดได้ก็จะลด โลกจินตา ลงมาก่อนแล้วจะค่อยๆเข้ามาสู่การรู้กรรมหรือวิบาก เรื่องกรรมวิบาก ท่านก็พอรู้แต่ยังมิจฉาทิฐิอยู่ คนที่รู้เรื่องกรรม เรื่องวิบาก ที่มิจฉาทิฏฐิชัดเจนเลยก็คือ เขาจะไปนิยมคนที่รู้จักกรรมวิบาก ชาติก่อนเกิดเป็นคนนั้น เกิดเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เกิดเป็นนักรบ เกิดเป็นคนเก่ง เกิดเป็นคนไม่ดีเกิด เป็นพระเทวทัต เขาจะไปนึกถึงตัวตนบุคคลเราเขา นั่นคือ โลกียะ นั่นค
อ่านต่อ
ือยังไม่สัมมาทิฏฐิ ระลึกได้ให้ตายก็ประโยชน์น้อยหรือแทบไม่มีประโยชน์เลย จะพาหลง ไปในตัวตนบุคคลเราเขาด้วย มันต้องระลึกถึง นามธรรม นึกถึงพฤติกรรมของมนุษยชาติที่แท้จริง แล้วเอามาพูดเอามาใช้ได้ ตัวตนบุคคลเราเขาเราจะไปเป็นตัวนั้นตัวนี้ตามเขามันจะได้ยังไง มันไม่ได้ เราเอาพฤติกรรม เราเอาคุณธรรม เราเอาจิตวิญญาณ เพราะฉะนั้นถ้าจะเข้าใจกรรมวิบากได้ดีๆจะต้องเข้าใจถึงกรรมและผลของกรรมจึงทำให้เป็นอย่างนี้ กัมมัสโกมหิ กัมมทายาโท กัมมโยนิ กัมมพันธุ กัมมปฏิสรโณ กัมมังสัตเตวิภัชติ กัมมุนาวัตตติโลโก เพราะกรรมที่ทำมา จึงทำให้เป็นอย่างนี้อย่างนี้ จนกระทั่งเราได้ที่พึ่ง ที่พึ่งท่านใช้คำว่า สรณะ ท่านไม่ใช้คำว่า อรณะ คำว่า อรณะ แปลว่าหมดการรบ สรณะคือ ยังเกี่ยวข้อง ยังประกอบด้วยการรบอยู่ เพราะฉะนั้นกรรมเป็นที่พึ่งผู้ที่มิจฉาทิฏฐิก็พึ่งกรรมที่เป็นการรบ ก็บาปอยู่ ผู้ที่ชนะศึกชนะการรบก็มาหา อรณะ อรณะก็สงบอบอุ่น อย่างพวกเรา ก็มาหาอรณะ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นต้องค่อยๆศึกษาไปจึงจะรู้ความหมายของพยัญชนะ พยัญชนะที่ปราชญ์ทางศาสนาท่านรู้ ท่านรู้พยัญชนะ ซึ่งพยัญชนะมันได้เพี้ยนไปจากสภาวธรรมที่แท้จริง ที่เป็นปรมัตถ์สัจจะของพระพุทธเจ้าไกลออกไปแล้ว มันเพี้ยน แล้วก็ไปเชื่ออย่างนั้น แล้วก็มีนักรู้มาสร้างโครงสร้างของการเรียนรู้ไป ตามหลักของอะไร ไวยากรณะ วจีวิภาค วากยสัมพันธ์ ฉันทลักษณ์ มีแต่พยัญชนะ หลักการ มีแต่บัญญัติ เหมือนอย่างที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านตรัส มีแต่ตำราดูแต่ตำราเท่านั้น แต่ตำราของเราอะลุ่มอล่วยกันปรองดองกัน สงบอบอุ่นกันอย่างนี้ก็จะเป็นสังคม ที่ไม่มีใครสู้เราได้ จะเป็นสังคมที่เป็นหนึ่งในโลก 651111 คนเกิดมาหากไม่ได้โลกุตระ เท่ากับชิงหมาเกิด พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ