12 บทที่ 4.docx

โฟลเดอร์word
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์541 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

4820285 -992505 0 0 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิ เคราะห์ข้อมูล รูปแบบการปฏิบัติและผลการสวนล้างลำไส้ใหญ่ของผู้เข้าค่ายสุขภาพ ตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ผู้วิจัยได้ นำเสนอเป็นลำดับดังนี้ คือ 1. ลำดับขั้นตอนในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 2. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ลำดับขั้นตอนในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ทั่วไป ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ รูปแบบ การสวนล้างลำไส้ใหญ่ ตอนที่ 3 ผลการวิเคราะห์ผลของสุขภาพจากการสวนล้างลำไส้ใหญ่ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ทั่วไป วิเคราะห์ด้วยความถี่และร้อยละ ตารางที่ 1 จำนวน ร้อยละ ข้อมูลทั่วไป จำนวน 23 ราย ข้อมูลทั่วไป จำนวน (คน) ร้อยละ 1. อายุ สูงสุด 70 ปี ต่ำสุด 30 ปี ( QUOTE x = 51.35 , S . D . = 9.95 ) 2. รายได้ สูงสุด 50,000 บาท/เดือน ต่ำสุด 0 บาท/เดือน ( QUOTE x = 21 , 347.83 , S . D . = 14 , 546.50 ) 3. เพศ หญิง 20 86. 96 ชาย 3 13. 04 4. การศึกษา ปริญญาตรี / มากกว่า 1 6 69.57 มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. 4 17.39 ประถมศึกษา 2 8.69 อนุปริญญา/ปวส. 1 4.35 5. อาชีพ รับราชการ/พนักงานของรัฐ 8 34.78 ธุรกิจส่วนตัว/ค้าขาย 5 21.74 จิตอาสา 4 17.39 แม่บ้าน 3 13.04 รับจ้าง 2 8.70 ตารางที่ 1 (ต่อ) ข้อมูลทั่วไป จำนวน (คน) ร้อยละ เกษตรกรรม 1 4.35 6. ภูมิลำเนา ภาคอีสาน 7 30.44 ภาคใต้ 6 26.09 ภาคเหนือ 3 13.04 ภาคกลาง 3 13.04 กทม./ปริมณฑล 3 13.04 ภาคตะวันออก 1 4.35 7. ประสบการณ์การทำสวนล้างลำไส้ใหญ

อ่านต่อ

่ ( QUOTE x 4.73 S . D . 2.84 ) 5 ปี 6 26.07 2 ปี 5 21.74 7 ปี 4 17.39 3 ปี 2 8.70 8 ปี 2 8.70 12 ปี 1 4.35 6 ปี 1 4.35 6 เดือน 1 4.35 2 สัปดาห์ 1 4.35 จากการเก็บรวบรวมข้อมูลใน กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ดังตารางที่ 1 โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกและ นำมาวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้มีรายละเอียด ของข้อมูลทั่วไป ดัง ต่อไป นี้ มี อายุ สูงสุด 70 ปี ต่ำสุด 30 ปี QUOTE x = 51 .35 , S . D . =. 9.95 มีรายได้ สูงสุด 50,000 บาท/เดือน ต่ำสุด 0 บาท/เดือน QUOTE x = 21,347.83 , S . D . = 14,546.50 ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 86. 9 6 เพศชาย ร้อยละ 13. 04 มีการศึกษา ส่วนใหญ่ อยู่ใน ระดับปริญญาตรี/มากกว่าปริญญาตรี ร้ อยละ 69.57 รองลงมาอยู่ในระดับมั ธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. ร้อยละ 17.39 ระดับ ประถมศึกษา ร้อยละ 8.69 และระดับ อนุปริญญา/ปวส. ร้ อยละ 4.35 มี อาชีพส่วนใหญ่ คือ รับราชการ/พนักงานของรัฐ ร้อยละ 34.78 รองลงมาคืออาชีพ ธุรกิจส่วนตัว/ค้าขาย ร้อยละ 21.74 อาชีพ จิตอาสา ร้อยละ 17.39 อาชีพ แม่บ้าน ร้อยละ 13.04 อาชีพ รับจ้าง ร้อยละ 8.70 และอาชีพ เกษตรกรรม ร้อยละ 4.35 มีภูมิลำเนา ส่วนใหญ่ อยู่ภาคอีสาน ร้อยละ 30.44 รองลงมาคือ ภาคใต้ ร้อยละ 26.09 ภาคเหนือ ร้อยละ 13.04 ภาคกลาง ร้อยละ 13.04 กทม./ปริมณฑล ร้อยละ 13.04 และ ภาคตะวันออก ร้อยละ 4.35 มีประสบการณ์การทำสวนล้างลำไส้ใหญ่อย่างต่อเนื่อง โดยรวมมีประสบการณ์ การทำสวนล้างลำไส้ใหญ่มาเป็นเวลาโดย QUOTE x = 4.73 , S . D . = 2.83 ส่วนใหญ่ มีประสบการณ์การทำสวนล้างลำไส้ใหญ่ เป็นเวลา 5 ปีคิดเป็นร้อยละ 26.07 โดยมีประสบการณ์การทำสวนล้างลำไส้ใหญ่ นาน สุด คือ 15 ปีร้อยละ 4.35 รองลงมาคือ 8 ปี ร้อยละ 8.70 มีประสบการณ์ 7 ปี ร้อยละ 17.39 มีประสบการณ์ 6 ปี ร้อยละ 4.35 มีประสบการณ์ 3 ปี ร้อยละ 8.70 มีประสบการณ์ 2 ปี ร้อยละ 21.74 มีประสบการณ์ 6 เดือน ร้อยละ 4.35 และมี ประสบการณ์น้อยที่สุดคือ 2 สัปดาห์ร้อยละ 4.35 ดังตารางที่ 1 ในภาคผนวก ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ รูปแบบการสวนล้างลำไส้ใหญ่ของผู้เข้าค่ายสุขภาพแพทย์ วิถีธรรม ที่ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาวะของตนเอง ผลการศึกษา จำนวน ร้อยละของรูปแบบการปฏิบัติการสวนล้างลำไส้ใหญ่ของผู้เข้าค่ายสุขภาพตามหลักการแพทย์วิถีธรรม พบว่า มีรูปแบบที่ปรับใช้ตามหัวข้อ ดังนี้ 1. การประเมินภาวะร้อนเย็นก่อนทำ สวนล้างลำไส้ใหญ่ 2 . จำนวนครั้งและเวลาที่ทำ สวนล้างลำไส้ใหญ่ 3 . ชนิดของน้ำที่ใช้ ทำสวนล้างลำไส้ใหญ่ 4 . ท่าที่ทำ สวนล้างลำไส้ใหญ่ 5 . ระดับความสูงของขวดน้ำ ที่ใช้ทำสวนล้างลำไส้ใหญ่ 6 . ปริมาณน้ำที่ใช้ต่อครั้งการทำ สวนล้างลำไส้ใหญ่ 7 . ปริมาณน้ำที่ทนได้ต่อการใส่น้ำในแต่ละครั้ง 8 . ความลึกของการใส่ปลายสาย 9 . วั สดุที่ใช้ในการหล่อลื่น 10 . ระยะเวลาที่กลั้นได้ ต่อการใส่น้ำในแต่ละครั้ง 11 . กิจกรรม อื่น ขณะทำสวนล้างลำไส้ใหญ่ ตารางที่ 2 จำนวน ร้อยละของ รูปแบบการปฏิบัติการสวนล้างลำไส้ใหญ่ รูปแบบการปฏิบัติการสวนล้างลำไส้ใหญ่ จำนวน (คน) ร้อยละ 1. การประเมินภาวะร้อนเย็นก่อนการสวนล้างลำไส้ใหญ่ มีการประเมินภาวะร้อนเย็นก่อนทำ 21 91.30 ไม่มีการประเมินภาวะร้อนเย็นก่อนทำ 2 8.70 2. จำนวนครั้ง และ เวลาที่ทำ ทำ 1 ครั้ง/วัน ทั้งหมด 12 52.17 เช้า 11 91.67 ก่อนนอน 1 8.33 ทำ 2 ครั้ง/วัน ทั้งหมด 6 26.09 เช้า- เย็น 5 83.33 เช้า- ก่อนนอน 1 16.67 ทำ 3 ครั้ง/สัปดาห์ 2 8.70 เช้า 1 50 เย็น 1 50 ทำ 1-2 ครั้ง/เดือน 2 8.70 เช้า บางครั้ง หัวค่ำ 1 50 ตารางที่ 2 (ต่อ) รูปแบบการปฏิบัติการสวนล้างลำไส้ใหญ่ จำนวน (คน) ร้อยละ ไม่แน่นอน 1 50 ทำ 1 ครั้ง/สัปดาห์ 1 4.35 เช้า 1 100 3. ชนิดของน้ำที่ใช้ น้ำปัสสาวะ 20 48.78 น้ำสมุนไพร 15 36.58 น้ำเปล่า 5 12.20 น้ำถ่าน 1 2.44 4. ท่าที่ทำ ท่านอน 12 42.86 ท่ายืน 10 35.71 ท่านั่ง 6 21.43 5. ระดับความสูงของขวดน้ำ 2 ศอก หรือประมาณ 80- 100 เซนติเมตร 21 91.30 สุดแขน หรือประมาณ 120 เซนติเมตร 2 8.70 6. ปริมาณน้ำที่ใช้ต่อครั้งการทำ 1 , 500 ซีซี 13 56.51 2 , 000 ซีซี 4 17.39 3 , 000 ซีซี 2 8.70 4 , 500 ซีซี 2 8.70 7 , 500 ซีซี 1 4.35 9 , 000 ซีซี 1 4.35 7. ปริมาณน้ำที่ทนได้ต่อการใส่น้ำในแต่ละครั้ง 1 , 000 - 1 , 500 ซีซี 9 39.13 300 - 500 ซีซี 8 34.78 500 - 700 ซีซี 4 17.39 1 , 500 - 2 , 000 ซีซี 1 4.35 2 , 000 - 3 , 000 ซีซี 1 4.35 8. ความลึกของการใส่ปลายสาย 6 นิ้วฟุต 10 43.47 3 นิ้วฟุต 7 30.43 1- 2 นิ้วฟุต 2 8.70 12 นิ้วฟุต 2 8.70 ตารางที่ 2 (ต่อ) รูปแบบการปฏิบัติการสวนล้างลำไส้ใหญ่ จำนวน (คน) ร้อยละ 10 นิ้วฟุต 1 4.35 5 นิ้วฟุต 1 4.35 9. วัสดุที่ใช้ในการหล่อลื่น จุ่มน้ำที่ใช้ทำสวนล้างลำไส้ใหญ่ 15 65.22 สบู่ 4 17.39 วาสลิน เจล 3 13.04 เบบี้ออยล์ 1 4.34 10. ระยะเวลาที่กลั้นได้ 3 - 5 นาที 8 34.78 5 - 10 นาที 6 26.08 2 - 3 นาที 4 17.39 15 - 20 นาที 2 8.70 20 - 30 นาที 2 8.70 10- 15 นาที 1 4.35 11. กิจกรรมที่ทำขณะทำสวนล้างลำไส้ใหญ่ นวดคลึงท้อง 12 16.22 กดจุด 11 14.87 อาบน้ำ 10 13.52 แปรงฟัน 10 13.52 ซักผ้า 5 6.76 สระผม 4 5.41 หมักผม 3 4.05 แช่มือแช่เท้า 2 2.70 พอกหน้า 2 2.70 หยอดหู 2 2.70 ฝึกลมหายใจ 2 2.70 กวาดบ้าน 2 2.70 กัวซา 1 1.35 โยคะ 1 1.35 หยอดตา 1 1.35 ฟังธรรมะ 1 1.35 ขัดห้องน้ำ 1 1.35 เล่นไลน์ 1 1.35 ตารางที่ 2 (ต่อ) รูปแบบการปฏิบัติการสวนล้างลำไส้ใหญ่ จำนวน (คน) ร้อยละ นอนร้องเพลง 1 1.35 ล้างจาน 1 1.35 ดูทีวี 1 1.35 7315200 -1043940 0 0 โดยกลุ่มตัวอย่างมีรายละเอียดของรูปแบบการทำสวนล้างลำไส้ใหญ่ด้วยตนเองตามหลักการแพทย์วิถีธรรมรายบุคคล ตามตารางดังต่อไปนี้ ตารางที่ 3 รูปแบบการสวนล้างลำไส้ใหญ่รายบุคคล 6919595 4669790 62 0 0 62 กลุ่ม ตัวอย่าง ประเมิน ร้อนเย็น จำนวนครั้ง เวลาที่ทำ ชนิด ของน้ำ ท่าที่ทำ ความสูงของขวด (ซม.) ปริมาณน้ำต่อครั้ง (ซีซี) ปริมาณน้ำ ที่ทนได้ (ซีซี) ความลึกของการใส่สาย การ หล่อลื่น ระยะ เวลาที่กลั้นได้ (นาที) กิจกรรม รายที่ 1 ไม่ วันละ 1 ครั้ง เช้า ปัสสาวะ นอน 100 4,500 1 ,500- 2,000 ถ่ายก่อน ทำ 6" จุ่มน้ำ 30 กดจุด,อาบน้ำ,แปรงฟัน,กวาดบ้าน,ล้างจาน รายที่ 2 ประเมิน วันละ 2 ครั้ง เช้า- เย็น ปัสสาวะ นอน 100 9,000 3 ,000 3" สบู่ 5-10 กดจุด,นวดคลึงท้อง, ฝึกลมหายใจ,อาบน้ำ,แปรงฟัน,แช่มือเท้า, พอกหน้า,หยอดหู+ ตาฟังธรรมะ,หมักผม รายที่ 3 ไม่ 3 ครั้ง/ wk. เช้า หรือ เย็น ปัสสาวะ ยืน,นั่ง 100 2,000 700 3" สบู่ 10 อาบน้ำ,สระผม, แปรงฟัน,ซักผ้า, กวาดบ้าน,ล้างห้องน้ำ รายที่ 4 ประเมิน วันละ 1 ครั้ง เช้า ปัสสาวะ นอน 100 4,500 1 ,500 ถ่ายก่อน ทำ 3" จุ่มน้ำ 5 กดจุด,นวดคลึงท้อง ,สระผม,พอกหน้า, หมักผม รายที่ 5 ประเมิน วันละ 1 ครั้ง เช้า ปัสสาวะ นั่ง 100 1,500-3,000 500 ถ่ายก่อน ทำ 3" แชมพู 2-3 อาบน้ำ,แปรงฟัน,กดจุด รายที่ 6 ประเมิน วันละ 1 ครั้ง เช้า ปัสสาวะ นั่ง 100 1 ,500-4,500 500-1500 ถ่ายก่อน ทำ 6" จุ่มน้ำ 5 กดจุด,นวดคลึงท้อง,อาบน้ำ,สระผม,แปรงฟัน,ซักผ้า,หยอดหู 7467600 -891540 0 0 ตารางที่ 3 (ต่อ) 7071995 5134610 63 0 0 63 กลุ่ม ตัวอย่าง ประเมิน ร้อนเย็น จำนวนครั้ง เวลาที่ทำ ชนิด ของน้ำ ท่าที่ทำ ความสูงของขวด (ซม.) ปริมาณน้ำต่อครั้ง (ซีซี) ปริมาณน้ำ ที่ทนได้ (ซีซี) ความลึกของการใส่สาย การ หล่อลื่น ระยะ เวลาที่กลั้นได้ (นาที) กิจกรรม รายที่ 7 ประเมิน วันละ 1 ครั้ง เช้า ปัสสาวะ ยืน 80-100 1,500-3,000 ช่วง แรก 300-500 ช่วง หลัง 1 ,500 6" เจลว่าน หางจระเข้ 5 แปรงฟัน รายที่ 8 ประเมิน วันละ 2 ครั้ง เช้า - เย็น ปัสสาวะ ยืน,นั่ง 80-100 7,500 400-500 6" จุ่มน้ำ 2-3 กดจุด,นวดคลึงท้อง,อาบน้ำ,แช่มือเท้า,กัวซา รายที่ 9 ประเมิน วันละ 1 ครั้ง เช้า ปัสสาวะ นอน 80-100 1,500 1,500 3-5" จุ่มน้ำ 10-15 กดจุด,นวดคลึงท้อง,ดูทีวี รายที่ 10 ประเมิน วันละ 1 ครั้ง เช้า ปัสสาวะ นั่ง 80-100 1,000-1,500 500-1,500 6-12" จุ่มน้ำ 5-10 กดจุด,ฝึกหายใจ,โยคะอาบน้ำ,แปรงฟัน,ซักผ้า รายที่ 11 ประเมิน วันละ 2 ครั้ง เช้า - เย็น ปัสสาวะ ยืน 80-100 1,500 300-500 3-6" จุ่มน้ำ 5-10 นวดคลึงท้อง,อาบน้ำ,สระผม,แปรงฟัน,ซักผ้า รายที่ 12 ประเมิน วันละ 1 ครั้ง เช้าหรือเย็น ปัสสาวะ ยืน 80-100 1,500 500-700 6" จุ่มน้ำ 5 อาบน้ำ,แปรงฟัน รายที่ 13 ประเมิน วันละ 1 ครั้ง เช้า ปัสสาวะ นอน 80-100 1,500 1,500 ถ่ายก่อน 3"-10" จุ่มน้ำ 30 นวดคลึงท้อง,เล่นไลน์ รายที่ 14 ประเมิน วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ปัสสาวะ นอน 80-100 1,500 1,500 3" ไม่เกินนี้ สบู่ 2-5 กดจุด,นวดคลึงท้อง,อาบน้ำ,แปรงฟัน รายที่ 15 ประเมิน 5-6 ครั้ง/ wk. เช้า ปัสสาวะ นอน 80-100 1,500 1,500 6"/> ใส่น้ำได้มากกว่า จุ่มน้ำ 5-20 กดจุด,อาบน้ำ,แปรงฟันซักผ้า,พอกหน้า 7620000 -739140 0 0 ตารางที่ 3 (ต่อ) 7071995 5147945 64 0 0 64 กลุ่ม ตัวอย่าง ประเมิน ร้อนเย็น จำนวนครั้ง เวลาที่ทำ ชนิด ของน้ำ ท่าที่ทำ ความสูงของขวด (ซม.) ปริมาณน้ำต่อครั้ง (ซีซี) ปริมาณน้ำ ที่ทนได้ (ซีซี) ความลึกของการใส่สาย การ หล่อลื่น ระยะ เวลาที่กลั้นได้ (นาที) กิจกรรม รายที่ 16 ประเมิน 6-7 ครั้ง/ wk. 18-19 น. ปัสสาวะ นอน 80-100 1,500 700 4-6" สบู่ 5 นวดคลึงท้อง รายที่ 1 7 ประเมิน วันละ 2 ครั้ง เช้า- ก่อนนอน ปัสสาวะ นอน 80-100 3,000 700-1,500 3" จุ่มน้ำ 5-10 นวดคลึงท้อง รายที่ 18 ประเมิน 1-2 ครั้ง/เดือน เช้า/หัวค่ำ ปัสสาวะ นั่ง,นอน 80-100 1,500 300-500 3-6" จุ่มน้ำ 3 นวดคลึงท้อง รายที่ 19 ประเมิน วันละ 1-2 ครั้ง 7 น. , 20 น. ปัสสาวะ+สมุนไพร นั่ง 80-100 1,400 400 6" ถ้า ใส่ 2" ปวดเร็ว จุ่มน้ำ 5-10 กดจุด รายที่ 20 ประเมิน วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ปัสสาวะ ยืน 80-100 1,500-3,000 500 1-2" เบบี้ออยด์ 5 นวดคลึงท้อง+ดูระดับน้ำดีท็อกซ์ที่ลดลง รายที่ 21 ประเมิน 1-3 ครั้ง/ wk. เช้า สมุนไพร นอน 80-100 1,500 700-1,500 6" จุ่มน้ำ 20 นวดคลึงท้อง รายที่ 22 ประเมิน 1 ครั้ง/ wk. สาย ๆ ปัสสาวะ ยืน 80-100 1,500 300-400 1" เจ็บ ไม่ ได้เบ่ง ไม่ หล่อลื่น 5 กดจุด รายที่ 23 ประเมิน วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ปัสสาวะ3-4 วัน นอน 120 1,500 700 3 ” จุ่มน้ำ 1-2 ซักผ้า แปรงฟัน นวดคลึงท้อง กดจุด จากข้อมูล ตามตารางข้างต้น มีรายละเอียดการวิเคราะห์ข้อมูลดังต่อไปนี้ 1 . การประเมินภาวะร้อนเย็นก่อนทำ สวนล้างลำไส้ใหญ่ ส่วนใหญ่มีการประเมินภาวะร้อนเย็นก่อนการทำสวนล้างลำไส้ใหญ่ ร้อยละ 91.30 ดังตัวอย่าง “ส่วนใหญ่ก็จะร้อนนะ มีเย็นแทรกบ้าง ถ้าวันไหน อากาศเย็นก็จะผสมน้ำอุ่นไปด้วย ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 2 “ส่วนใหญ่ก็จะร้อน แต่ว่าถ้าอากาศเย็นก็จะผสมน้ำอุ่นเข้าไปด้วย ก็ ผสมให้อุ่นในเหยือกก่อนแล้วเอาไปผสมกับน้ำปัสสาวะอีกที มีใช้น้ำสมุนไพรบ้าง แต่ ไม่ค่อยสะดวก น้ำปัสสาวะจะสะดวกกว่า ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 5 “ ก็ป ระเมิน อยู่ นะ แต่ ส่วนใหญ่จ ะร้อน แค่ ร้อนมาก หรือ ร้อนน้อย เย็นไม่ค่อยมีเท่าไหร่ นาน ๆ ครั้ง โดยเฉพาะถ้ามีการเตือนของภาวะร้อนขึ้นก็จะรีบทำดีท็อกซ์อย่างรู้สึกคันหลังทั้ง ๆ ที่ไม่มีผื่นอะไร ก็จะรู้แล้วว่าเริ่มมีภาวะร้อนเกินละ ก็จะรีบไปดีท็อกซ์ อาการคันก็จะหายไป ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 6 “ จะใช้น้ำอุ่น เมื่อ เวลา อากาศเย็นหรือหนาว ถ้าอากาศร้อนก็จะใช้น้ำธรรมดา ” กลุ่มตัวอย่างที่ 7 “ ประเมินแล้วคิดว่าตัวเองร้อนมาก เลยใช้แต่น้ำสมุนไพร ใช้มาได้ระยะนึง ก็ปรับมาใช้น้ำปัสสาวะ เพราะสะดวก และเป็นยาดี ปรับร้อนเย็นให้เราได้เลยไม่ต้องคิดมาก ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 8 “ ส่วนใหญ่จะร้อนเย็นพันกัน มันจะร้อนจากข้างใน ลมหายใจจะร้อนมาก แต่ว่าข้างนอกเนี่ยพอโดนอากาศหนาวนิดนึงเนี่ยมันจะสั่น ... ก็จะมี 2 อาการหลักที่จะเจอเป็นประจำ อีกอันก็ ร้อนเกิน ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 10 ซึ่ง ส่วนน้อยที่ ไม่มีการประเมินภาวะร้อน เย็น ให้ข้อมูลดังนี้ คิดเป็น ร้อยละ 8.70 ดังนี้ “ประเมิน ไม่เป็น ประเมินไม่ถูก เข้าค่ายมาประมาณ 8 ปีแล้ว รู้แต่ว่าการใช้น้ำปัสสาวะ จะช่วยปรับสมดุลให้ได้เอง ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 1 “ ก็ ประเมินภาวะร้อนเย็นโดยรวม แต่ เวลาจะ สวนล้างลำไส้ใหญ่ไม่ได้ประเมินเพราะใช้น้ำปัสสาวะที่มาจากตัวเราเอง ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 3 2 . จำนวน ครั้ง และเวลาที่ทำ สวนล้างลำไส้ใหญ่ ส่วนใหญ่ กลุ่มตัวอย่าง ทำ 1 ครั้ง/วัน ร้อยละ 52.17 โดยทำในตอนเช้า ร้อยละ 91.67 ทำก่อนนอน ร้อยละ 8.33 “ทำตอน เช้า 1 ครั้ง แต่ถ้าวันไหนไปกิน อาหารที่ไม่เคย กิน จะมีอาการมึน หัว จะต้องกลับมาทำ ดีท็อกซ์ ตอนเย็น อีกครั้ง ถ้าทำตอนเย็น จะรู้สึกสบาย ตอนเช้าจะทำก่อนอาหาร ถ้าเป็น ตอน เย็นจะทำหลัง กินข้าวทำแล้ว รู้สึกว่าสบาย สบายมากเลยก่อนนอน ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 1 “ทำดีท็อกซ์ตอน เช้า ทุกวัน แต่ ถ้า วันไหน ไม่สบาย ก็จะทำ เช้าเย็น ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 4 “ทำ ตอนเช้า วันละ 1 ครั้ง ในช่วงวันปกติที่ไม่มีค่ายสุขภาพ แต่ถ้ามีค่ายจะทำตอนเที่ยง ถ้าวันไหนที่ต้องเดินทาง ช่วงกลางวันก็จะทำตามห้องน้ำสาธารณะหรือตามปั๊ม ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 7 “ เมื่อก่อนทำ 6 โมง แต่ทีหลังตั้งอธิศีลเรื่องการตื่นนอนเช้าขึ้น ก็จะ ตื่นตอนตี 3 ครึ่งถึง ตี 4 ทำ โยคะแล้วค่อยทำดีท็อกซ์ หลัง ๆ มานี่ จะถ่ายก่อนทำดีท็อกซ์ คืออยากรู้ว่าทำไปนาน ๆ หลาย ๆ เดือน จนเป็นปีแล้วมันจะเสียการขับถ่ายมั้ย ก็เลยทำหลังถ่าย มันก็ถ่ายได้นะ ส่วนใหญ่ 1 ครั้ง มีบ้างบางครั้งทำ 2 ครั้งเช้าเย็น ทุกครั้งก็ ถ่ายก่อนแล้วค่อยทำดีท็อกซ์ ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 9 รองลงมา ทำ 2 ครั้ง/วัน ร้อยละ 26.09 โดยทำในตอนเช้าและตอนเย็น ร้อยละ 83.33 ทำในตอนเช้าและก่อนนอน ร้อยละ 16.67 “ทำดีท็อกซ์ ทุกวัน เช้าครั้ง เย็นครั้ง ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 2 “... แล้วก็มาดีท็อกซ์ไม่เคยขาด ทุกวัน แม้แต่เดินทาง ทำเช้าเย็น เช้าเย็น ... ดีท็อกซ์ตลอดนะ ไปกรุงเทพฯก็เอาไป ไปไหนก็ช่าง ฉันจะเอาดีท็อกซ์ของฉันไปด้วย ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 8 “... แรก ๆ ทำ 3 ครั้ง/วัน เช้า กลางวัน เย็น แต่ตอนนี้ทำวันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 11 “ ทำดีท็อกซ์วันละ 2 ครั้ง ต้องออกไปทำงาน สาย ๆ ทำ เช้า ประมาณ 7 โมง กับ ตอน เย็น 5 โมง หลังเลิกงานมาแล้ว” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 14 “... ทำวันละ 2 ครั้ง เช้า กับ ก่อนนอน ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 1 7 “...ทำ ทุกวัน ๆ ละ 2 ครั้ง เช้า เย็น ไม่มีปัญหาการขับถ่าย เพราะว่าเราจะถ่ายก่อนทุกครั้ง ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 20 “ ทำ 3 ครั้ง/สัปดาห์ ร้อยละ 8.70 โดยทำในตอนเช้า ร้อยละ 50 ทำในตอนเย็น ร้อยละ 50 ทำ 1 ครั้ง/สัปดาห์ ร้อยละ 4.35 โดยทำในตอน เช้า ร้อยละ 100 ทำ 1-2 ครั้ง/เดือน ร้อยละ 8.70 โดยส่วนใหญ่ทำในตอน เช้า บางครั้ง หัวค่ำ ร้อยละ 50 และเวลาทำไม่แน่นอน ร้อยละ 50 ” “ ทำดีท็อกซ์ตอนเช้า ทำหลังจากถ่ายเสร็จ มีบางครั้งทำก่อนนอน เช้ามาก็จะถ่ายเหมือนเดิม ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 3 3. ชนิด ของน้ำที่ใช้ ทำสวนล้างลำไส้ใหญ่ ส่วนใหญ่ใช้ น้ำปัสสาวะ ร้อยละ 48.78 รองลงมาคือ น้ำสมุนไพร ร้อยละ 36.58 น้ำเปล่าโดยมีทั้งน้ำกรอง น้ำดื่ม และน้ำประปา ร้อยละ 12.20 และน้ำถ่าน ร้อยละ 2.44 “ ในช่วงแรก ๆ ใช้น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น พอ หลัง ๆ มา นี่ ใช้น้ำปัสสาวะเป็นหลักเลย จะฉี่ไว้ตอนกลางคืน แล้วตอนเช้าก็เอามาดีท็อกซ์ วันต่อวัน ถ้ามีพอก็ไม่ผสม แต่ถ้าไม่พอก็จะผสมน้ำเปล่า ไม่เคยใช้น้ำปัสสาวะหมัก ไม่เคยใช้ น้ำ สมุนไพรฤทธิ์ร้อน เลย ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 1 “...ใช้ น้ำปัสสาวะผสมน้ำ ก็ใช้น้ำสมุนไพรด้วยแล้วแต่โอกาส ถ้าไม่มีก็ใช้น้ำปัสสาวะ ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 2 “ แรก ๆ ใช้น้ำสมุนไพร หลัง ๆ มา 2 ปีนี้ใช้น้ำปัสสาวะแทน มันสะดวก ไม่ต้องเตรียมอะไร เป็นของเราเอง เป็นยาที่พระพุทธเจ้าบอก” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 3 “ น้ำปัสสาวะที่เก็บมาทั้งวัน ถ้าอากาศเย็นก็เอาสมุนไพรฤทธิ์เย็นมาต้ม ผสมให้อุ่น ถ้าอากาศร้อนก็ใช้น้ำเย็น หรือน้ำฉี่ที่หมักไว้ ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 4 “ ใช้น้ำเปล่า น้ำประปา ในช่วง 3 ปีแรก แต่หลัง ๆ มาใช้น้ำปัสสาวะใหม่ แบ่งใส่ล้างหน้าล้างตา แล้วที่เหลือมาทำดีท็อกซ์ ถ้าไม่พอก็ผสมน้ำ เคยใช้น้ำปัสสาว ะที่ หมัก ไว้ 1 – 3 วัน สัดส่วน 1 แก้วแล้วเติมน้ำให้เต็มขวด ความแตกต่างที่พบ ปัสสาวะหมักจะรีดลำไส้ออกดีมาก และรู้สึกเย็นมาก แล้วอีกอย่าง ป้าชอบบีบน้ำมะนาวใส่ด้วยแล้วก็ใส่เป็นน้ำอุ่น ใส่ซีกนึง ต่อน้ำเต็มขวด มันดึงออกมาดีมาก ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 7 “... ทีแรก ๆ ก็ไม่รู้ว่าจะใช้น้ำอะไรได้บ้าง เค้าแนะนำว่าใช้น้ำสมุนไพรก็ได้ก็ลอง น้ำเปล่าก็ได้ก็ลอง น้ำปัสสาวะได้ ก็ลอง หลัง ๆ มาก็ใช้น้ำ ฉี่ เป็นหลัก เพราะไม่อยากหาน้ำอย่างอื่นปรับสมดุล ทั้ง ฉี่ ใหม่และเก่า 2-3 วันบางทีเก็บไว้เต็มขวดก็ลืม น้ำปัสสาวะเก่า ก็จะมีข้อเสียอยู่ จะอั้นไม่ค่อยได้ เพราะมันเย็นเกิน เข้าไปมันเย็นก็จะอยากขับออกมาเร็ว แต่ มัน สลายอุจจาระออกมาได้ดี ถ้าทนได้พอเข้าไปครึ่งขวดก็จะดี จะสบาย แต่ตอนถ่ายจะรู้สึกแสบ ๆ หน่อย เท่าที่ตัวผมเจอเองนะ ถ้าทนไม่ได้ในครั้งแรก ๆ ครั้งต่อ ๆ ไปจะใส่ลำบากถ้าเป็นฉี่เก่า อย่างถ้าถ่ายไปแล้วและต้องการที่จะเอาเข้าไปใหม่เนี่ย มันเหมือนจะเย็น ๆ แสบ ๆ อยู่ บอกไม่ถูก เหมือนมันเย็นกระแทกเกิน ร่างกายก็จะปรับไม่ทัน หลัง ๆ มาก็ผสมน้ำเข้าไปด้วย แต่ว่าถ้าเป็นฉี่ใหม่ ๆ จะไม่ค่อยเจอ ไม่ค่อยเป็น มันจะสบาย ใส่ได้เยอะ แต่ถ้าเป็นวันหรือ 2 วันขึ้นเนี่ย โห เริ่มละ ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 9 “ 2 ปีแรกใช้น้ำสมุนไพร หลัง ๆ จนปัจจุบัน ใช้น้ำปัสสาวะวันต่อวัน รวมกับที่ถ่ายตอนกลางคืน ถ้าไม่พอก็จะผสมน้ำ บางครั้งเคยใช้น้ำปัสสาวะ 1-2 สัปดาห์ ไม่ได้ผสม จะรู้สึกแสบ ไม่เห็นถึงความแตกต่างของการใช้น้ำสมุนไพรกับน้ำปัสสาวะ คิดว่าน้ำปัสสาวะมันดี เพราะฟังมาแล้วว่ามันดี และอีกอย่างคือมันสะดวก และมั่นใจว่ามันดี มันเป็นของเรา และปกติก็ดื่มน้ำปัสสาวะมาก่อนที่จะเอามาทำดีท็อกซ์ ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 10 “ แรก ๆ ใช้น้ำสมุนไพร ผสมน้ำร้อน ก็พยายามทำตามที่เค้าสอนอยู่ แต่ทีหลังเปลี่ยนมาใช้ปัสสาวะ ก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรแตกต่าง มีบางครั้งที่ใช้น้ำปัสสาวะหมัก สัดส่วนต่อน้ำเปล่า 1 ใน 15 ส่วน จะรู้สึกว่าแสบ ๆ อีกอย่างที่ใช้คือ น้ำสบู่เหลวเอนกประสงค์ 1 บีบผสมกับน้ำเปล่า 1 ขวดดีท็อกซ์ รู้สึกว่ามันออกดีนะ บางครั้งก็เคยเอาสบู่ก้อนไปวน ๆ กับน้ำเปล่าแล้วเอามาดีท็อกซ์ ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 11 “ แรก ๆ น้ำสมุนไพร หลัง ๆ น้ำปัสสาวะ ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 12 “ น้ำปัสสาวะ น้ำเปล่าที่ดื่มได้ ผสมน้ำอุ่น ไม่ได้ใช้น้ำปัสสาวะหมัก ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 13 “ แรก ๆ ใช้น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น หลัง ๆ มาใช้น้ำปัสสาวะสด ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 14 “ ...จะใช้ น้ำปัสสาวะวันต่อวัน จะใช้อย่างเดียว ถ้า มี น้อยก็จะผสมน้ำเปล่า และดูอากาศด้วย ถ้าวันไหนอากาศเย็นก็จะใส่น้ำอุ่น ถ้าอากาศธรรมดาก็ไม่ได้ใส่น้ำอุ่น แล้วแต่ร่างกายเราตอนนั้น น้ำเปล่า ที่ใช้เป็นน้ำประปา สะดวกดี ถ้ามันมีเชื้อโรคมั่งก็ดี จะได้มีภูมิต้านทานโรค มีเหมือนกันที่ไม่มี น้ำปัสสาวะก็ใช้น้ำเปล่า ๆ เลย ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 15 “...ใช้ น้ำปัสสาวะวันต่อวัน กับน้ำสมุนไพร ใช้น้ำปัสสาวะเป็นหลักแล้วเติมน้ำสมุนไพร บางครั้ง ผสมน้ำเปล่าน้ำดื่มจากเครื่องกรอง ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 16 “ ปกติใช้ น้ำปัสสาวะ ถ้าไม่สบายจะใช้น้ำปัสสาวะผสมน้ำสกัดย่านาง หรือถ้าท้องเสียจะผสมน้ำถ่าน น้ำถ่านนี่ดีมากเลยนะ ถ้าท้องเสีย ทีเดียวหยุดเลย ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 18 “ น้ำปัสสาวะผสมน้ำสมุนไพรที่เหลือผสมน้ำเปล่า จะไม่ใช้เพรียว ๆ เพราะปัสสาวะไม่พอ แต่ในภาวะปกติจะใช้น้ำปัสสาว ะกับน้ำเปล่า หรือน้ำเปล่าเฉย ๆ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 19 “ ใช้น้ำเปล่า ในช่วงแรก ๆ แต่หลัง ๆ มาใช้น้ำปัสสาวะ วันต่อวัน เคยใช้ปัสสาวะเก่า ๆ ประมาณ 1 สัปดาห์ พอมันเข้าไปข้างใน มันเย็น และมันขนลุกทั้งตัวเลย มันขับพิษน่ะ แล้วมันก็ปวด ท้องเร็วขึ้น มันก็จะอั้นได้ไม่นาน ก็จะถ่ายก่อนแบบเนี่ยค่ะ ปกติจะใช้ปัสสาวะเพรียว ๆ ทั้งใหม่และเก่า ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 20 “ น้ำสมุนไพรย่านาง เข้ม ทำแล้วก็ไม่รู้สึกหนาวนะ สบายดี สงสัยป้าจะร้อนมาก” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 21 “ แรก ๆ ใช้น้ำสมุนไพร หลัง ๆ ใช้น้ำปัสสาวะที่เก็บไว้ 3-4 วันผสมกับน้ำประปา 1 ส่วน : 3-4 ส่วน ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 22 “ ใช้ น้ำสมุนไพร น้ำปัสสาวะ แต่ว่าน้ำสมุนไพรมันขี้เกียจหา น้ำปัสสาวะนี่แหละสะดวกดี แล้วก็ดีด้วย ” กลุ่มตัวอย่างรายที่ 23

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

word1.ปก.docx
19 พฤษภาคม 2565
wordภาคผนวก.docx
6 กันยายน 2564
word01 ปก พริ้วลมบุญ.docx
15 พฤศจิกายน 2563