สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีลขัดเกลาใจ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ศีลขัดเกลาใจ วันนี้เจตนาพูดถึงศีล ถึงวินัย ศีล ไม่ใช่ข้อบังคับ แต่เป็นเรื่องของอิสระเสรีภาพ ท่านสร้างศาสนาขึ้นมาด้วย ศีล ส่วนวินัย มาตั้งขึ้นต่อเมื่อมีคนมาปฏิบัติประพฤติแล้วละเมิด เป็นสิ่งไม่ดีเกิดผลกระทบต่อสังคม ก็มีคนมาบอก อย่างศีลนี่ พระพุทธเจ้าตั้งขึ้นมาเอง ท่านเลือกขึ้นมาเลยว่าอย่างนี้จะพาดี จุลศีลคือ กรรมฐานของผู้ปฏิบัติ เพื่อละกิเลส แล้วจะเป็นอรหันต์ได้สมบูรณ์ มัชฌิมศีลก็ขยายจากจุลศีล แต่มหาศีลก็เป็นศีลที่บ่งชี้ ความเป็นศาสนาพุทธว่าไม่ให้ละเมิดสิ่งเหล่านี้ เช่นสิญจนยัญ หรืออัคคียัญ ไม่ใช่ของศาสนาพุทธ ทุกวันนี้หาศาสนาพุทธตามวัดวาต่างๆไม่เจอ เพราะมีแต่เดรัจฉานวิชา เกือบหมด จึงได้ยากที่จะฟื้นคืนมา แต่ก็ไม่มีทางเลือกว่าจะทำอย่างไร ก็ได้แต่ว่าไปอย่างนี้แหละ 40 กว่าปีผ่านไปแล้ว วัดที่อาตมาพากันไป วัตร ชาวอโศกมีการประพฤติมีวัตรอะไรอย่างนี้ อย่างน้อยมีศิล 5 กัน จนเกิดหมู่บ้านของชาวอโศก ทุกหมู่บ้านมีศีล 5 หมด จะเป็นหมู่บ้านทางนิตินัยก็ตาม หรือไม่เป็นนิตินัยก็ตาม เมื่อก่อนในวัดนี้เอาศีล 8 แต่ตอนนี้ขยายเป็น ศีล 5 ได้ ขยายไปแม้แต่หมู่บ้านตามต่างจังหวัดที่อื่นๆ เป็นชุมชนที่มีบ้านวัดโรงเรียน บ้านวัดโรงเรียนมีความหมายยิ่งใหญ่มาก ถ้าสังคมประเทศมีคุณสมบัติของความเป็นบ้านเป็นสังคม และมีคุณสมบัติของการสังวรระวังถึงธรรมะหรือว่าวัด วัดก็คือธรรมะ ธรรมะก็คือวัด ส่วนในสังคมก็มีโรงเรียนมีสถาบันการศึกษา ของท่านมีอยู่แล้ว สถาบันวัดท่านปล่อยให้พระ ต้องให้เกียรติท่าน ท่านก็เลยเอาเกียรติ์ไปทำลายความเป็นวัด จนกระทั่งทุกวันนี้จะปฏิรูปศาสนา เขาบอกว่าฆราวาสจะสะเออะมาปฏิรูปศาสนาหรือ เป็นเสียงขู่มาจากสวรรค์ บอกว่าฆราวาสใหญ่มาจากไหน เอาไปเอามากลายเป็นจารีตประเพณี การนับถือจนทำอะไรไม่ได้
อ่านต่อ
สำหรับฆราวาสก็หายากอีก ฆราวาสที่จะมีภูมิธรรมพอจะไปปฏิรูปศาสนา จะเอาอะไรเป็นเครื่องวัด ก็ยากอีก อาตมาจึงไม่ไปถกเถียง ไม่ไปแย่งจะทำ อาตมาก็ทำบ้านวัดโรงเรียนเลย ชุมชนสังคมชาวอโศกมีทั้งบ้านวัดโรงเรียน หมู่บ้านตามต่างจังหวัดของชาวอโศก คนเดินเข้าไปก็จะบอกว่าวัดอยู่ที่ไหน โรงเรียนนั้นพอจะรู้ บ้านเป็นสังคมเขาก็พอจะรู้ มีสถานที่ทำงานทำมาหากิน แปลกว่าอยู่ที่ไหน สมณะหรือภิกษุชาวอโศกก็คือ คนชาวบ้าน ชื่อคนชาวบ้านเขารู้ว่านี่คือสมณะ เป็นผู้ที่จะเคารพ ไม่ต้องไปตีกรอบขอบเขต ไม่ต้องไปตีหรือว่าเลยปนไปอยู่กับชาวบ้าน เขาก็เคารพเข้าใจยกให้ เพราะสมณะของชาวอโศกต้องประพฤติตนให้ฆราวาสเขาเคารพด้วย อาตมาพาทำเป็นผลสำเร็จ ไม่ใช่แบบแต่ที่เป็นผู้ชาย เอาผู้หญิงมาปฏิบัติธรรมตามพระพุทธเจ้า แค่บอกให้ถือศีล 10 ข้อ คิดให้ดี ฆราวาสชาวอโศกก็เคารพกราบไหว้ แม้แต่สิกขมาตุ ผู้ถือศีล 10 ไม่บังอาจเอาภิกษุณีมาใช้หรอก เข้ากราบเคารพด้วยใจไม่ได้ด้วยข่มเบ่ง ก็คัดเลือกคนมาปฏิบัติจริงๆสิกมาตุเราถือศีล 10 ไม่ได้สะสมเงิน ก็ขออภัยที่ต้องกล่าวว่าเหนือกว่าภิกษุของเถรวาท สิกขมาตุเราไม่มีเงินจริงๆตายไปหลายคนแล้ว อยู่ไป ไม่ได้สะสม ก็เข้าใจ เต็มใจ อยู่ไปก็สบาย รู้ว่าไม่มีเงินนี้สบายกว่ามีเงิน สิกขมาตุ สมณะก็ทำงาน ไม่ได้มามีอภิสิทธิ์ แต่ทุกวันนี้บวชกันเพราะอยากจะได้อภิสิทธิ์ บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ เขาเอาเงินมาถวายอีก ไม่เอาเงินมาถวายก็จัดงานปิดทองฝังลูกนิมิต เดี๋ยวเขาก็เอาเงินมาถวาย ถ้าไม่รู้จักวิธีเข้าไปเรียนกับธัมมชโย มีสารพัดวิธีที่จะหลอกขอเงิน ถ้า มีบ้านวัดโรงเรียนแล้วธรรมะกับชุมชน จะออสโมซิสเข้าไปหากันเอง แต่ถ้าแบ่งเขตกันแม้แต่จะซึมซับ ก็ไม่มี ของเราท่านใดที่ผิดพระวินัยก็ไม่ทำ ไม่ไปละเมิดพระธรรมวินัย แปลว่าทั่วไปแล้วเมื่อมาบวชเป็นภิกษุก็มีอภิสิทธิ์ ไม่ต้องทำงานนั่งกินนอน ออกบิณฑบาตเช้ามา ก็สวดมนต์แล้วก็ฉัน ฉันเสร็จแล้วก็นอน เดี๋ยวนี้ไม่นอน เอาแต่กด(มือถือ)เมื่อยก็นอน ตอนเย็นก็ไปสวดมนต์ สวดมนต์แล้วก็นอน ช่วงเช้าก็ไปบิณฑบาต ขออภัยไม่ได้ว่า แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ไม่ทำงาน พระวินัยท่านไม่ได้ห้ามไว้ พระวินัยท่านห้ามในสิ่งที่ไม่ควร นอกนั้นทำตามสัมมาอาชีวะได้ เช่น อย่าไปค้าขาย อย่าไปขุดดินฟันหญ้า งานสมัยใหม่นี้มีอีกเยอะ สื่อสารมวลชน ก็มี แต่ก่อนนี้พระถือกล้องไม่ได้นะ ติดยึดกัน แต่ก่อนนี้ไม่ได้นะ พระถือกล้องถ่ายรูปไม่ได้ แล้วมันบาปอะไร การถ่ายรูป มันเป็นประโยชน์ในการสื่อสารดีจะตายไป พูดถึงประวัติเก่า อาตมาจะเอากล้องโทรทัศน์กล้องแรกเข้ามาในวัดลำบากลำบน บอกว่าเรื่องอะไรว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับกล้องถ่ายโทรทัศน์ แต่ก่อนนี้ซื้อแพงด้วยนะ กล้องตัวแรกราคา 400,000 ใหญ่เบ้อเริ่ม อาตมาก็บอกว่ามันเป็นการสื่อสาร เราทำจนกระทั่งถ่ายเป็นเทปคาสเซ็ทไว้ แต่ก่อนนี้ม้วนใหญ่ ต่อมาเป็นเทปคาสเซ็ท ตอนนี้เอาลง server ราคาเป็นล้าน การเก็บข้อมูลตอนนี้ขนาดเล็กลงมากก็เก็บได้เยอะ ศีลเป็นหลักเกณฑ์ ที่ทำให้คนเป็นสู่ความประเสริฐ เป็นอรหันต์ ส่วนพระวินัยเป็นข้อจำกัด มีบทลงโทษ พระวินัยเกิดที่หลัง วินัยเป็นเหมือนกฎหมายอาจจะมีบทลงโทษตั้งแต่เบาจนถึงหนัก ส่วนศีลคนจะถือหรือไม่ถือ จะทำหรือไม่ทำก็แล้วแต่ใครไม่ว่ากัน ถือศีลจะทำให้เกิดการละกิเลส 1. อวิปฏิสาร (ความไม่เดือดร้อนใจ) . 2. ปามุชชะ - ปราโมทย์ (มีความยินดี) 3. ปีติ (ความอิ่มเอมใจ) . 4. ปัสสัทธิ (สงบระงับจากกิเลส) เป็นต้น ประเด็นนี้สอนกันว่า ศีลปฏิบัติแค่กายกับวาจา ถ้าจะปฏิบัติสมาธิก็ไปนั่งสมาธิ จะเกิดปัญญาก็ไปหาอ่านหนังสือ แยกส่วนไปหมดเลย อาตมาก็ว่าเขาไป จนป่านนี้ก็ต้องว่า อายุ 100 กว่าก็คงจะต้องว่า ว่ากันไม่เสร็จเสียที เพราะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงกันก็เลยต้องว่า เขาจะเกลียดชังอย่างไร ก็ต้องว่า ไม่อยากจะหาเรื่องให้เขาชัง แต่เราก็เลี่ยงไม่ได้ เชื่อไหมว่าอาตมา พูดให้คนยกย่องเป็น พูดให้คนมาชื่นชมยกย่อง ไม่ว่าท่านไม่ว่าใคร ไม่ตำหนิใคร โคตรจะดีพากันไปทำดีอย่างเดียว ใครจะช่วยอย่างไรก็ไม่เป็นไร แต่อาตมานั้น ความชั่วไม่เอา ความดีจะอยู่กับเรา 1 วินาที 1 ชั่วโมงไม่เสีย แต่ความชั่วอยู่กับเราเท่าไหร่ก็เป็นความเสีย ความชั่วอยู่กับใคร 1 วินาที มันก็พาชิบหาย ความชั่วอยู่กับใคร 2 วินาทีก็เป็นเรื่องชิบหาย เป็นเรื่องสำคัญเรื่องด่วนที่ต้องช่วยกันมากกว่าที่จะไปชมชื่นกันยกย่องกัน อาตมาจะไม่มีใครมายกย่องชื่นชมก็ไม่เป็นไร แต่จะทำหน้าที่ที่ควรทำ อาตมาก็เลือกกันนี้ ในชาตินี้อาตมาไม่มีปัญหาหรอกใครจะไม่ชอบน้ำหน้า ใครจะไม่มายกย่องชมชื่น I don't care if the sun don't shine I don't care if the moon glow blind. ไม่แคร์ ก็จะทำอย่างนี้ตลอดไปรับรู้ไว้เสียด้วยว่าจะต้องโดนด่า
600319_วิถีอาริยธรรม สันติอโศก ศีลขัดเกลาใจให้เข้าถึงพุทธ