10 บทที่ 5.docx

โฟลเดอร์word
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์38 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การศึกษาวิจัยเรื่อง ผลของการใช้บทเรียนออนไลน์ 3 อ แพทย์วิถีธรรม ต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายแพทย์วิถีธรรม เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง ( Quasi-E xperimental Research) ศึกษาในวัยผู้ใหญ่ อายุ 35-59 ปี จำนวนผู้ใช้บทเรียนออนไลน์ 80 คน หลังการทดลองจำนวนผู้เข้าเรียนครบสามารถนำมาวิเคราะห์ผล 30 คน วัดก่อนและหลังการทดลอง ( One Group Pretest-Posttest Design) โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปออนไลน์ 3 อ แพทย์วิถีธรรม ผลจากการวิจัยสามารถสรุปผล ดังนี้ สรุปผลการวิจัย 1. ข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 86.7 ส่วนใหญ่อายุอยู่ในช่วง 40-49 ปี ร้อยละ 50.0 ส่วนใหญ่ มีสถานภาพโสด ร้อยละ 46.7 ส่วนใหญ่ มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 56.7 ส่วนใหญ่ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ร้อยละ 63.3 ส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว ร้อยละ 26.7 2. การเปรียบเทียบความรู้ เจตคติ การปฏิบัติ ก่อนและหลังใช้บทเรียนออนไลน์ หลัก 3 อ แพทย์วิถีธรรม ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมี ความรู้ ( x =29.53, S.D . =0.86) สูงกว่า ก่อน เข้าร่วมกิจกรรม ( x =27.16, S.D.=4.15) มี เจตคติ หลังเข้าร่วมกิจกรรม ( x =4.76, S.D.=0.12) สูงกว่าก่อนเข้า ร่วมกิจกรรม ( x =4.45, S.D.=0.17) และ มี การปฏิบัติ หลังเข้าร่วมกิจกรรม ( x =3.65, S.D.=0.20) บ่อยครั้งมากขึ้นกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรม ( x =3.36, S.D.=0.39) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. การเปรียบเทียบความรู้ ก่อนและหลังการใช้บทเรียนออนไลน์ หลัก 3 อ แพทย์วิถีธรรม ความรู้ด้านอาหารก่อน ( x =9.00, S.D.=1.78) มีความรู้สูง หลัง ( x =9.80, S.D.=0.48) มีความรู้สูง แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ความรู้ด้านออกกำลังกายก่อ

อ่านต่อ

น ( x =8.46, S.D.=1.85) มีความรู้สูง หลัง ( x =9.90, S.D.=0.30) มีความรู้สูง แตกต ่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 และความรู้ด้านอารมณ์ก่อน ( x =9.70, S.D.=0.83) มีความรู้สูง หลัง ( x =9.83, S.D.=0.37) มีความรู้สูง ไม่มีแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 4. การเปรียบเทียบเจตคติ ก่อนและ หลังการใช้บทเรียนออนไลน์ 3 อ แพทย์วิถีธรรม เจ ต คติด้านอาหารก่อน ( x =4.39, S.D.=0.33) มีเจตคติที่ดีมาก หลัง ( x =4.67, S.D.=0.25) มีเจตคติที่ดีมาก แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เจ ต คติด้านออกกำลังกายก่อน ( x =4.32, S.D.=0.19) มีเจตคติที่ดีมาก หลัง ( x =4.78, S.D.=0.10) มีเจตคติที่ดีมาก แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และเจ ต คติด้านอารมณ์ก่อน ( x =4.65, S.D.=0.17) มีเจตคติที่ดีมาก หลัง ( x =4.83, S.D.=0.11) มีเจตคติที่ดีมาก แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 5. การเปรียบเทียบการปฏิบัติ ก่อนและ หลังการใช้บทเรียนออนไลน์ หลัก 3 อ แพทย์วิถีธรรม ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีการปฏิบัติด้านอาหาร ( x = 4.56 , S.D . = 0.24 ) บ่อยมากขึ้นกว่า ก่อน เข้าร่วมกิจกรรม ( x = 4. 27, S.D . = 0.2 5) มีการปฏิบัติด้านอารมณ์ภายหลังเข้าร่วมกิจกรรม ( x = 2.59 , S.D . = 0.50) บ่อยมากขึ้นกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรม ( x = 2.37 , S.D.= 0.30 ) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่มีการปฏิบัติด้านออกกำลังกายหลังเข้าร่วมกิจกรรม ( x = 2. 59, S.D.= 0. 50) และก่อนเข้าร่วมกิจกรรม ( x = 2. 37, S.D.= 0. 30) ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 6. ความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายแพทย์วิถีธรรมต่อการใช้บทเรียนออนไลน์ต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ บทเรียนออนไลน์ หลัก 3 อ แพทย์วิถีธรรม อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ผ่อนคลาย มีระดับความพึงพอใจ ( x =4.02 , S.D.= 0.14) อยู่ในระดับมาก เนื่องจาก บทเรียนออนไลน์หลัก 3 อ แพทย์วิถีธรรม มีการนำเสนอเนื้อหาใหม่ที่มีการเชื่อมโยงกับข้อมูลเดิมที่ต่อเนื่องกัน สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการนำเสนอ มีความกระชับและชัดเจนเป็นลำดับ ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ง่ายต่อการค้นหาเนื้อหา ด้านการออกแบบบทเรียนออนไลน์มีการจัดองค์ประกอบทางศิลปะ ทางด้านขนาดตัวอักษร สีที่เหมาะสม ดูสวยงาม น่าสนใจ สะดุดตาทำให้น่าติดตาม และ การใช้สัญลักษณ์เหมาะสม สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ไม่สับสน อภิปรายผลการวิจัย ผลการวิจัยสามารถนำมาอภิปรายตามวัตถุประสงค์และสมมุติฐาน ดังนี้ 1 . การเปรียบเทียบความรู้ เจตคติ การปฏิบัติ ก่อนและหลังใช้บทเรียนออนไลน์ หลัก 3 อ แพทย์วิถีธรรม ด้านความรู้ก่อน ( x =27.16, S.D.=4.15) หลัง ( x =29.53, S.D . =0.86) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดย มีความรู้สูง ขึ้น ด้านเจตคติก่อน ( x =4.45, S.D.=0.17) หลัง ( x =4.76, S.D.=0.12) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติ ที่ระดับ .05 โดยมีเจตคติที่ดีมากขึ้น และ ด้านการปฏิบัติก่อน ( x =3.36, S.D.=0.39) หลัง ( x =3.65, S.D.=0.20) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีการปฏิบัติบ่อยครั้งมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับชวา ท ( Schwartz ) ที่ศึกษารูปแบบความสัมพันธ์ของพฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้ทั้ง 3 ด้าน คือ ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติ สามารถสรุปรูปแบบของความสัมพันธ์ได้ 4 ลักษณะ คือ ( 1 ) เจตคติเป็น ตัวกลางที่ทำให้เกิดความรู้และการปฏิบัติ ดังนั้นความรู้มีความสัมพันธ์กับเจตคติและเจตคติมีผลต่อการปฏิบัติ ( 2 ) ความรู้และเ จตคติมีความสัมพันธ์ซึ่งกันละกัน ทำให้เกิดการปฏิบัติตามมา ( 3 ) ความรู้และเจตคติต่างกันทำให้เกิดการปฏิบัติได้ โดยที่ความรู้และเจตคติไม่จำเป็นต้องสัมพันธ์กัน และ ( 4 ) ความรู้มีผลต่อการปฏิบัติทั้งทางตรงและทางอ้อม สำหรับทางอ้อมนั้นมีเจตคติเป็นตัวกลางทำให้เกิดการปฏิบัติตามมาได้ จากรูปแบบความสัมพันธ์ของพฤติกรรมการเรียนรู้ พบว่าพฤติกรรมแต่ละด้านส่งผลทำให้เกิดการปฏิบัติตามมาในตอนสุดท้าย ซึ่งเป็นการกระทำของสิ่งมีชีวิตที่สามารถวัดได้หรือสังเกตได้นั่นเอง มนุษย์มีพฤติกรรมต่าง ๆ มากมาย พฤติกรรมที่นับได้ว่ามีความสำคัญอย่างหนึ่ง คือ พฤติกรรมการบริโภค การออกกำลังกาย นับว่าเป็นการปฏิบัติของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับอาหารเพื่อช่วยทำให้ร่างกายเจริญเติบโต และการออกกำลังกายเพื่อช่วยให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีสุขภาพที่ดี (วิมลพรรณ อาภาเวท และฉันทนา ปาปัดถา. 2554 : 34-35 ) และสอดคล้องกับแนวคิด โน ลส์ ( M.S.Knowles . 1954) ผู้วางแนวคิดการศึกษาผู้ใหญ่ ของสหรัฐอเมริกา ว่า ผู้ใหญ่เข้ามาเรียนและยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมทางการศึกษา ก็เพราะว่าเขาขาดความรู้และประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหา ปัจจุบัน ดังนั้นเขาจึงต้องการที่จะนำไปใช้ในอนาคตอันใกล้หรือโดยเร็วที่สุด ที่สามารถนำไปใช้ได้ทันทีทันใด ดังนั้นเขาจึงต้องการได้รับการเรียนรู้โดยอาศัยปัญหาเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอน สอดคล้องกับ พิเชฐ คูชลธารา ( อดคล้องกับ พิเชฐ คูชลธารา.ะกัน 2559 : 60 ) การสร้างบทเรียนออนไลน์สำหรับผู้ใหญ่วัยทำงานสามารถ เรียนรู้ด้วยการนำตนเอง สิ่งที่ผู้เรียนอยากจะเรียน สนใจ สามารถเข้าถึงได้สะดวก เปิดโอกาสให้กับผู้เรียน เข้าถึงการศึกษาหาความรู้ด้านต่างๆ ด้วยการเรียนรู้การนำตนเองในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต สอดคล้องกับ สุมณฑา สิทธิพงศ์สกุล และคณะ ( 2557 ) ประสิทธิผลของโปรแกรมการให้ความรู้เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ลดหวาน มัน เค็มแบบยั่งยืนแก่ผู้ประกอบอาหารในครัวเรือน เขตอำเภออ ู่ทอง จังหวัด สุพรรณบุรี พบว่า โปรแกรมการให้ความรู้เรื่องโรค การบริโภคอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ลดหวาน มัน เค็ม ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกาย พฤติกรรมการออกกำลังกาย พฤติกรรมการบริโภคอาหาร แก่ประชาชน พบว่า หลังเข้าร่วมโครงการ คะแนนความรู้เรื่องโปรแกรมทุกรายการสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม 2 . การเปรียบเทียบความรู้ ก่อนและหลังการใช้บทเรียนออนไลน์ หลัก 3 อ แพทย์วิถีธรรม ความรู้ด้าน อ. อาหารก่อน ( x =9.00, S.D.=1.78) หลัง ( x =9.80, S.D.=0.48) อยู่ในระดับสูง แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีความรู้สูงขึ้น ได้แก่ การรับประทานข้าวเหนียวหรือข้าวเจ้ามีผลต่อสุขภาพต่างกัน สีของอาหารแต่ละชนิดมีผลต่อภาวะสุขภาพแตกต่างกัน การรับประทานผักและผลไม้ที่หลากหลายเป็นประจำช่วยป้องกันความเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ ความรู้ด้าน อ. ออกกำลังกายก่อน ( x =8.46, S.D.=1.85) หลัง ( x =9.90, S.D.=0.30) อยู่ใน ระดับสูง แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีความรู้สูงขึ้น ได้แก่ การออกกำลังกาย ควรกระทำในที่โล่งแจ้ง มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่อับชื้น แม้ทำงานจนเหงื่อออกเป็นประจำก็ควรออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นด้วย เช่น การทำโยคะ การกดจุดลมปราณไม่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้กดจุดให้เท่านั้น และความรู้ด้าน อ. อารมณ์ก่อน ( x =9.70, S.D.=0.83) หลัง ( x =9.83, S.D.=0.37) อยู่ในระดับสูง ไม่มีแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีความรู้สูงขึ้นเล็กน้อย ได้แก่ กิริยาอาการเหล่านี้ เช่น ทุกอย่างจะต้องถูกต้อง ฉันถูกเสมอ ต้องทำแบบนี้ แล้วจะทำไม เป็นต้น ส่งผลเสียต่อสุขภาพ การมีกิจกรรมกับหมู่กลุ่ม คนมีศีล เป็นประจำจะส่งผลดีต่อสุขภาพ เนื่องจาก เนื้อหาความรู้ด้าน อ. อาหาร ให้ความรู้เรื่องของชนิดอาหารฤทธิ์ร้อนฤทธิ์เย็น การรับประทานอาหารปรับสมดุลตามลำดับการย่อยง่าย การรับประทานให้ถูกกับสภาวะของร่างกาย รวมถึงวิธีการปฏิบัติที่เข้าใจง่าย ความรู้ด้าน อ. อาหาร จึง อยู่ในระดับสูง เนื้อหา ความรู้ด้าน อ. ออกกำลังกาย มีการให้ความรู้ ประโยชน์ของการออกกำลังกายแบบโยคะและเดินเร็วให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย และวิธีการปฏิบัติที่เข้าใจง่าย ความรู้ด้าน อ. ออกกำลังกาย จึง อยู่ในระดับสูง และ เนื้อหา ความรู้ด้าน อ. อารมณ์ ให้ความรู้ ตามหลัก แพทย์วิถีธรรม ที่ ใช้หลักพุทธ ธ รรมในการ แก้ปัญหาสุขภาพที่ต้นเหตุ คือ จิตวิญญาณ เกี่ยวกับการ ทบทวนธรรมเพื่อ ลดละล้างกิเลส โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ความรู้ ด้าน อ. อารมณ์ จึง อยู่ในระดับสูง รวมถึงผู้เรียนบทเรียนออนไลน์เป็นผู้ที่เคยผ่านค่ายสุขภาพแพทย์วิถี ธรรม มีความรู้สูงอยู่แล้ว เมื่อเรียนบทเรียนออนไลน์ หลัก 3 อ แพทย์วิถีธรรม จึงทำให้ความรู้สูง เพิ่ม มากขึ้น อีก สอดคล้องกับ กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ การจำ การคิด รวมถึงการพัฒนาด้วยกระบวนการรู้ทางปัญญา ไป พร้อมกัน และเกิดการตอบสนองทางด้านอารมณ์ ทั้งกระบวนการรับรู้ กระบวนการรู้ และกระบวนการทางอารมณ์ จนสั่งสม เป็นพฤติกรรมภายใน ที่จะส่งผลให้เกิดพฤติกรรมภายนอกต่อไป ( วิมลพรรณ อาภาเวท และฉันทนา ปาปัดถา. 2554 : 32) 3 . การเปรียบเทียบเจตคติ ก่อนและ หลังการใช้บทเรียนออนไลน์ หลัก 3 อ แพทย์วิถีธรรม เจคติด้าน อ. อาหารก่อน ( x =4.39, S.D.=0.33) หลัง ( x =4.67, S.D.=0.25) อยู่ในระดับ ดีมาก แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เจคติด้าน อ. ออกกำลังกายก่อน ( x =4.32, S.D.=0.19) หลัง ( x =4.78, S.D.=0.10) อยู่ในระดับดีมาก แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และเจคติด้าน อ. อารมณ์ก่อน ( x =4.65, S.D.=0.17) หลัง ( x =4.83, S.D.=0.11) อยู่ในระดับดีมาก แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดย มีเจตคติที่ดีมาก ขึ้น ทั้ง 3 อ. ได้แก่ เมื่อรู้สึกหิวแสดงว่าร่างกายขาดอาหารจึงควรกินทุกครั้งที่หิว การรับประทานอาหารปรับสมดุลเป็นเรื่องจำเป็น การเดินเร็วเหมาะกับทุกวัยไม่เพียงแค่สำหรับผู้สูงอายุเท่านั้น การบริโภคอาหารไม่ถูกสมดุลทำให้เกิดความเครียดได้ การได้ร่วมกิจกรรมกับหมู่กลุ่มคนมีศีลช่วยลดความเครียดได้ เนื่องจาก เนื้อหาเจคติด้าน อ. อาหาร มีการพิจารณาคุณค่าและประโยชน์ ของการรับประทานอาหารปรับ สมดุลร้อนเย็น ตามลำดับการย่อยง่ายและถูกกับสภาวะของร่างกาย เนื้อหาเจคติด้าน อ. ออกกำลังกาย มีการพิจารณาคุณค่าและประโยชน์ ของการออกกำลังกายแบบโยคะและเดินเร็วสลับกันเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ข้อต่อ กระดูก และสร้างความแข็งแรงให้เหมาะสมกับสภาพของร่างกาย และเนื้อหาเจคติด้าน อ. อารมณ์ มีการ พิจารณาทบทวนธรรมเพื่อล ดละล้างกิเลส อย่างชัดเจนด้วยภาษาที่เข้าใจได้ง่ายทำให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าในการนำไปแก้ปัญหาเมื่อเกิดความเครียด ความ ทุกข์ใจ และการฝึกลมหายใจมีการพิจารณาคุณค่าที่ช่วยให้มีความสงบและมีสมาธิมากขึ้นเมื่อเกิดความเครียด ความทุกข์ใจ รวมถึงผู้เรียนบทเรียนออนไลน์เป็นผู้ที่เคยผ่านค่ายสุขภาพแพทย์วิถี ธรรม มี เจตคติดี ม า กอยู่แล้ว เมื่อเรียนบทเรียนออนไลน์ 3 อ. จึงทำให้ เจตคติดีมาก เพิ่มมากขึ้นอีก สอดคล้องกับเจตคติทางป ญญา ( Intellectual Attitude) ที่ ประกอบด วย ความคิดและความรู ที่ เป นแกนบุคคล ซึ่ง อาจมีเจตคติตอบางสิ่งบางอย าง โดยอาศัยการศึกษา ความรู จนเกิดความ เขาใจและมีความ สัม พันธกับจิตใจ คือ อารมณและความรูสึกร วม จน มีความรูสึกเกิดความซาบซึ้งเห็นดีเห็นงามด วย และ เจตคติทางการ กระทํา ( Action-oriented Attitude) ซึ่ง เป นเจตคติ ที่ พร อมจะ นํา ไปปฏิบัติ เพื่อสนอง ความตองการของบุคคล ( ฐา ปนี สิริรุ งเรื อง . 2559 : 30 ) และสอดคล้องกับ การศึกษาของ ศรัน ถ์ ยี่หลั่นสุวรรณ (2558 : 73-75 ) ที่ศึกษา พฤติกรรมที่ถูกโน้มน้าวโดยการสื่อสารนั้นอาจเกิดกระบวนการเรียนรู้หรือการตอบสนองต่อสื่อ ซึ่งในบางครั้งความพยายามของการสื่อสารสังคมในปัจจุบันพยายามทำให้บุคคลมีพฤติกรรมเพื่อส่วนรวมหรือเพื่อผู้อื่นเป็นผลที่เกิดขึ้นจากการปลูกจิตสำนึกของผู้รับสาร มิใช่เกิดจากการครอบงำของผู้ส่งสารแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยทั่วไปการโน้มน้าวใจพฤติกรรมการสื่อสารสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับปัจเจกบุคคล กลุ่มคน จนถึงระดับสังคม นอกจากนี้ เจตคติ หรือท ัศนคติกับพฤติกรรมมีความสัมพันธ์และ มีผลซึ่งกันและกัน โดยทัศนคติมีผลต่อการแสดงพฤติกรรมของบุคคลในขณะเดียวกับการแสดงพฤติกรรมของบุคคลก็มีผลต่อทัศนคติของบุคคลด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามทัศนคติเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้เกิดพฤติกรรม อย่างเช่นการศึกษาความรู้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศแบบโฮมสเตย์ระดับปานกลาง แต่มีทัศนคติที่ดีต่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศแบบโฮมสเตย์จะมีแนวโน้มพฤติกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศแบบ โฮมสเตย์ค่อนข้างสูงและมีความสัมพันธ์ในเชิงบวก 3 . การเปรียบเทียบการปฏิบัติ ก่อนและ หลังการใช้บทเรียนออนไลน์ หลัก 3 อ แพทย์วิถีธรรม การปฏิบัติด้าน อ. อาหารก่อน ( x =4.16, S.D.=0.20) หลัง ( x =4.16, S.D.=0.20) มีการปฏิบัติประจำ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยยังมีการปฏิบัติ มากขึ้น การปฏิบัติด้าน อ. ออกกำลังกายก่อน ( x =4.16, S.D.=0.20) หลัง ( x =4.16, S.D.=0.20) มีการปฏิบัติบ่อยครั้ง ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ มีการปฏิบัติบ่อยครั้ง ขึ้น และ การปฏิบัติด้าน อ. อารมณ์ก่อน ( x =2.37, S.D.=0.30) หลัง ( x =2.59, S.D.=0.50) มีการปฏิบัตินาน ๆ ครั้ง แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดย พฤติกรรมด้านลบ มีการปฏิบัติ น้อยลง เนื่องจาก การปฏิบัติด้าน อ. อาหาร มีการปฏิบัติมากขึ้น ได้แก่ การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน การรับประทานอาหารตามลำดับการย่อยซึ่งเริ่มจากชนิดที่ย่อยง่ายไปจนถึงย่อยยาก การ เลือกรับประทานอาหารด้วยการพิจารณาประโยชน์และคุณค่าของอาหารมากกว่าจากรสอร่อยของอาหาร การรับประทานอาหารกลุ่มฤทธิ์ร้อนและกลุ่มฤทธิ์เย็นตามสภาพร่างกาย รับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูงเพียงพอ เช่น พืชผักการหลีกเลี่ยงรับประทานอาหารปรุงรสจัด เช่น รสเปรี้ยวจัด หวานจัด มันจัด เค็มจัด การรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูงเพียงพอ เช่น พืชผัก การเพิ่มรับประทานถั่วและธัญพืชแทนเนื้อสัตว์ การปฏิบัติด้าน อ. ออกกำลังกาย ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่มีการปฏิบัติบ่อยครั้งขึ้น ได้แก่ การออกกำลังกายในสถานที่ที่มีค่าใช้จ่าย เช่น ฟิต เนส สนามกีฬาที่ต้องจ่ายรายชั่วโมง การบริหาร ปอดและปรับสมดุลร่างกายด้วยการหายใจเข้าออกที่ถูกวิธี การดัดตัวผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ด้วยวิธีการเรียบง่ายไม่ใช้อุปกรณ์ เช่น กายบริหาร โยคะ กดจุดลมปราณ และการปฏิบัติด้าน อ. อารมณ์ มีการปฏิบัตินาน ๆ ครั้ง โดยพฤติกรรมด้านลบมีการปฏิบัติน้อยลง ได้แก่ หงุดหงิด กระวนกระวาย ว้าวุ่นใจ มีความวิตกกังวลกับปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ความเร่งรีบเร่งด่วนในชีวิตประจำวัน ปวดที่ขมับหัวข้างเดียวหรือปวด 2 ข้าง นอนไม่หลับเพราะคิดมากหรือกังวลใจ ส่วนพฤติกรรมด้านบวกมีการปฏิบัติเพิ่มขึ้น ได้แก่ รู้สึกมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับปัญหาอุปสรรคและมีโอกาสได้พักผ่อนคลายเครียดตามต้องการ สอดคล้องกับงานวิจัย ชองนิศานาถ เรืองเดช สิริพงศ์ และอรัญญา ตุ้ยคัมภีร์ ( 2560 : 65 ) ในช่วงเปลี่ยนผ่านวัยกลางคน อายุ 36-59 ปี คนเรามักจะประสบ ภาระต่างๆ ในชีวิต หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต ที่รุมเร้า เป็นตัวจุดชนวน ( T rigger ) เช่น การเปลี่ยนแปลงบทบาทในชีวิ ตการทำงาน ที่มีภาระความรับผิดชอบมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงในหน้าที่การงาน ปัญหา สัมพันธภาพในการทำงาน ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงบทบาทในครอบครัว ที่อาจต้องดูแลลูกวัยรุ่น ไ ปพร้อม ๆ กับการดูแลพ่อแม่ ที่สูง อายุในขณะเดียวกัน บางรายคนในครอบ ครัวมีความเจ็บป่วย คนวัยกลางคนมีการรับรู้ความเครีย ด ที่สูง มีค วามเสื่อมถอยของของภาวะสุขภาพ มี ความเปราะบางต่อความเครียด หรือมีแนวโน้มต่ อค วามเครียดสูง ซึ่ง บทเรียนออนไลน์ หลัก 3 อ แพทย์วิถีธรรม มีหลักการ ให้ ผู้เรียนปฏิบัติดูแลสุขภาพโดย ปรับสมดุลร้อนเย็นของกายและใจด้วยตนเองตามหลักพุทธ ธ รรม “ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน” เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพที่ต้นเหตุ ทำให้มีการปฏิบัติเกี่ยวกับการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพตามหลักสมดุลร้อนเย็น การหมั่นเพียรออกกำลังกายให้ได้ทั้งความยืดหยุ่นและแข็งแรงอย่างสมดุล และ การ ทบทวนธรรม เพื่อ ลดละล้างกิเลส ที่เป็นต้นเหตุของความเจ็บป่วย สอดคล้องกับ วิมลพรรณ อาภาเวท และฉันทนา ปาปัดถา ( 2554 : 34) พฤติกรรมด้านการปฏิบัติเป็นการใช้ความสามารถที่แสดงออกทางร่างกาย ซึ่งรวมทั้งพฤติกรรมที่แสดงออกและสังเกตได้ โดย เป็นพฤติกรรมขั้นสุดท้ายที่บุคคลปฏิบัติออกมาโดยมีด้านความรู้และด้านเจตคติเป็นตัวช่วยให้เกิดพฤติกรรมด้านการปฏิบัติที่ถูกต้อง แต่ กระบวนการในการจะก่อให้เกิดพฤติกรรมนี้ต้องอาศัยระยะเวลาและการตัดสินใจหลายขั้นตอน ซึ่งนักวิชาการก็เชื่อว่ากระบวนการทางการศึกษาจะช่วยให้เกิดพฤติกรรมการปฏิบัติได้ แต่ไม่สอดคล้องกับการศึกษาของวิริยา โพธิ์ขวาง-ยุ สท์ , อติญาณ์ ศรเกษตริน และรุ่งนภา จันทรา (2558 : 9 9 ) ที่ พบว่าการปฏิบัติด้านโภชนาการของนักศึกษาพยาบาลที่อยู่ในช่วงที่เป็นผู้ใหญ่ตอนต้น ส่วนใหญ่ร้อยละ 56.9 รับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มากกว่า 3 ครั้ง/สัปดาห์ และร้อยละ 9.7 ที่รับประทานบะหมี่ กึ่งสำเร็จรูปทุกวัน รวมทั้งร้อยละ 87.6 มีรายได้น้อยซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อการปฏิบัติด้านโภชนาการที่แตกต่างกันถึงแม้จะผ่านการศึกษาและฝึกอบรมทางด้านโภชนาการมาแล้ว และวิถีชีวิตที่ต้องอยู่ในหอพักที่ไม่สามารถปรุงอาหารได้เองจำเป็นต้องซื้ออาหารรับประทาน ประกอบกับการเรียนที่หนักทำให้เลือกรับประทานอาหารที่สะดวกรวดเร็ว และคำนึงถึงความชอบยังเป็นปัจจัยต้น ๆ ในการเลือกรับประทานอาหาร 5 . ความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายแพทย์วิถีธรรมต่อการใช้บทเรียนออนไลน์ต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ บทเรียนออนไลน์ 3 อ แพทย์วิถีธรรม อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ผ่อนคลาย มีระดับความพึงพอใจ ( x = 4.02 , S.D.= 0.14) อยู่ในระดับมาก เนื่องจากมี ลักษณะ ขนาด และสีตัวอักษรที่ใช้มี ความเหมาะสมชัดเจน สวยงาม อ่านง่าย และการจัดองค์ประกอบทางศิลปะมีความเหมาะสม สะดุดตา น่าสนใจ น่าติดตาม การออกแบบให้ผู้เรียนค้นหาเนื้อหาได้ง่ายและตรงตามความต้องการ เนื้อหามีความกะทัดรัดชัดเจนเป็นลำดับชั้น ง่ายต่อการทำความเข้าใจ เชื่อมโยงความรู้เดิ มกับความรู้ใหม่ และเนื้อหาสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการนำเสนอ สอดคล้องกับกับการศึกษาของจีรนันท์ ทองปาน (2557 : 36 ) การพัฒนาบทเรียนออนไลน์โดยใช้ระบบการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพจะมีผลให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และกลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจมากต่อบทเรียน ( x = 4.14) สอดคล้องกับกับการศึกษาของพงศ์ ธนัช แซ่จู ( 2561 : 150 ) ที่พบว่าสังคมเครือข่าย เฟส บุ๊ค ( Facebook ) สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นแอพพลิเคชั่นที่ทั้งผู้สอนและผู้เรียนสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายและสะดวก ได้ทุกที่ ทุกเวลา จึงได้รับความนิยมใช้เป็นช่องทางการติดต่อสื่อสาร และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่นอกจากเพื่อความบันเทิง การพาณิชย์ กิจกรรมทางสังคม การเมืองการปกครองแล้ว ยังได้รับการยอมรับในแวดวงการศึกษาด้วยที่ควรใช้เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่องค์ความรู้ และใช้เป็นเวทีในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน และสอดคล้องกับการศึกษาของโสภาพันธ์ สอาด (2558 : 48 ) ศึกษาผลความคิดเห็นของผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีต่อการให้ความรู้ด้านสุขภาพโดยใช้สื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง พบว่า ความคิดเห็นของผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีต่อการให้ความรู้ด้านสุขภาพโดยใช้สื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เมื่อพิจารณาโดยรวม ได้แก่ ด้านเนื้อหาด้านการออกแบบด้านการนำเสนอสื่อและด้านการนำไปใช้ ประโยชน์อยู่ในระดับดีมาก ( x = 4.67 และ S.D.= 0.61) เนื่องจากสื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นสื่อมัลติมีเดียรวบรวมเทคโนโลยีหลายอย่างเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ในการออกแบบและใช้งานมัลติมีเดียเกี่ยวข้องกับสื่อและวิธีการ จำนวน 5 ส่วน ได้แก่ ข้อความ ( Text) เสียง ( Sound) ภาพ ( Picture) วีดี ทัศน์ ( Video) การปฏิสัมพันธ์ ( Interaction) ผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีอิสระในการเรียนและสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองที่บ้านทำให้ความรู้ในการเรียนเหมือนกันทุกครั้ง เรียนรู้ได้ทุกเวลาตามที่ต้องการ รวมทั้งเนื้อหาในสื่อช่วยแก้ปัญหาภาวะสุขภาพของผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีอายุ 45 ปี ขึ้นไปได้ ซึ่งสอดคล้องกับการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ การเรียนรู้จึงมุ่งเน้นไปที่ชีวิตประจำวันหรือเน้นที่งานทำให้เกิดความสนใจที่ช่วยให้การทำงานดีขึ้นหรือช่วยแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะ ปัญหาและอุปสรรคในการวิจัย 1. การศึกษาครั้งนี้ ศึกษาผลของการใช้บทเรียนออนไลน์ หลัก 3 อ แพทย์วิถีธรรม ต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ด้านความรู้ ด้านทัศนคติ และด้านการปฏิบัติ โดยศึกษาในผู้ที่เคยผ่านการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม จึงควรศึกษาในผู้ที่ไม่เคยผ่านการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมเพื่อ ศึกษา การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ได้ ชัดเจนมากขึ้น 2. การศึกษาครั้งนี้ ศึกษาผลของการใช้บทเรียนออนไลน์ หลัก 3 อ แพทย์วิถีธรรม ต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้านความรู้ ด้านทัศนคติ และด้านการปฏิบัติ โดยศึกษาผู้ที่เคยผ่านการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม เพียงกลุ่มเดียว จึงควรศึกษาในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมที่ไม่เคยผ่านการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม เพื่อศึกษา การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ไ ด้ ชัดเจนมากขึ้น ข้อเสนอแนะจากการวิจัย 1. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามบทเรียนออนไลน์ วิทยากรผู้สอนควรให้คำแนะนำชี้แจงแก่ผู้เข้าอบรมในการเข้าถึงคู่มือการใช้งานและบทเรียนออนไลน์ให้มากขึ้นเพื่อส่งเสริมความรู้ เจ ต คติ และการปฏิบัติที่ดีต่อเนื่องเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพตามหลักแพทย์วิถีธรรม 2. ควรพัฒนาระบบการบริการองค์ความรู้แพทย์วิถีธรรมให้มีความพร้อมต่อการใช้งานสำหรับกิจกรรมการเรียนการสอนผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป 1. ผลของการใช้บทเรียนออนไลน์ หลัก 3 อ แพทย์วิถีธรรม ต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรค ไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่ผ่านค่ายและไม่ผ่านค่ายแพทย์วิถีธรรม 2. ผลของการใช้บทเรียนออนไลน์ หลัก 3 อ แพทย์วิถีธรรม ต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุที่ผ่านค่ายและไม่ผ่านค่ายแพทย์วิถีธรรม 3. ผลของการใช้บทเรียนออนไลน์แพทย์วิถีธรรม เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพพึ่งตนเ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

word1.ปก.docx
19 พฤษภาคม 2565
wordภาคผนวก.docx
6 กันยายน 2564
word01 ปก พริ้วลมบุญ.docx
15 พฤศจิกายน 2563