สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ศูนย์กลางกายคืออะไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.50 KB
วันที่แก้ไข10 มีนาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

ศูนย์กลางกายคืออะไร ต่อในหนังสือเขาว่า...พระมงคลเทพมุนี กล่าวว่า การเห็นธรรมกาย จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อ ผู้ปฏิบัติฝึกใจให้หยุดนิ่งถูกส่วน ตรงศูนย์กลางกาย ใจที่หยุดนิ่งสนิทได้นั้น จะมีสภาวะที่ว่างเปล่า เป็นสุญญากาศ คือปราศจากความคิดปรุงแต่ง และปราศจากนิวรณ์ธรรมทั้งปวง.. พ่อครูว่า..ศูนย์ของเขาคือมีสถานที่ แต่ศูนย์ของเราคือ มีก็ไม่มี ไม่มีก็ไม่มี อยู่ไหนก็อยู่ที่ศูนย์ คุณมีศูนย์ตรงไหน ก็หทยรูปของตนเอง แต่ของเขาศูนย์มีพิกัดเลย เขาเข้าใจว่า กายคือร่างคน กลางคือส่วนหนาส่วนกว้างของคน และขีดเส้นตรงกลางไว้ตัดกัน ไม่ได้หมายถึงนามธรรมเลย แต่เราหมายถึงนามธรรม กายคือรูปและนาม มันเป็นอารมณ์ความรู้สึก เป็นความรู้หรือความรู้สึกของเรา อ่านออกว่าอาการกลาง หรือศูนย์ของรูปนาม เรียกว่า กาย จึงไม่มีสถานที่ ไม่มีขนาด ไม่มีที่อยู่ตรงไหน ผู้ที่มีนามธรรมเท่านั้น ถึงจะรู้ เอารูปธรรมมากำหนดไม่ได้เลย คำว่าศูนย์ คำว่ากลาง คำว่ากาย เอารูปธรรมเดี่ยวๆมากำหนดไม่ได้ ต้องเอานามธรรมมากำหนดรู้ แม้แต่นามธรรม แล้วก็กำหนดรู้ได้ ตรงไหนก็ตรงนี้แหละที่ศูนย์ เป็นปัจจัตตลักษณ์ คนอื่นมารู้ของเราไม่ได้ด้วย ใจของเราจะมี มุทุภูตธาตุ เร็วไวสร้างสรรได้ แข็งแรงด้วย กิเลสนั้นนิ่งสนิทไม่มีบทบาทในตัวเราเลย จะเรียกว่า นิ่งจนกิเลส 0 มีแต่ธาตุรู้ที่คล่องแคล่ว เป็นมุทุภูตธาตุ เขาบอกว่าไม่มีความคิดปรุงแต่งอะไร ทื่อๆ ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เขาได้บรรยายถูกของเขา แต่มันผิดสัจธรรม เขาว่า ปราศจากนิวรณ์ธรรมทั้งปวง ก็คือเอาของดีมาพ่วงตบท้ายไว้ ขอยืนยันว่า นิวรณ์ทั้งปวงของคุณไม่ใช่ เพราะนิวรณ์มีกาม แล้วปิดตา จะมีกามคุณ 5 ให้เรียนอย่างไร อย่ามาขี้ตู่เลยว่า ปราศจากนิวรณ์ 5 ไม่ได้เรียนรู้ ตาหูจมูกลิ้นกาย ที่เป็นผัสสะ ให้เรียนรู้ภายนอกเลย ไ

อ่านต่อ

ม่ได้เรียนตั้งแต่เริ่มต้นมาเลย มีแต่ตั้งภพมโนมยอัตตา ของคุณเอง ว่าจิตเป็นศูนย์ แต่จริงๆว่างเปล่าจากความเป็นจริง แล้วสิ่งที่คุณบอกว่าว่าง คือมโนมยอัตตา คือปั้นว่า ว่างใส ๆๆๆ เขามีรูปนี้จริง ถูกรู้เรียกว่า มโนมยอัตตา คืออัตตาที่สำเร็จด้วยจิต เป็นรูปที่สำเร็จด้วยจิต ความจริงแล้ว สิ่งที่เป็นจิตว่าง จิตสะอาด จากกิเลสทั้งมวลบริสุทธิ์ เป็นจิตที่คล่องแคล่วว่องไว ปราดเปรียว เป็นคุณธรรมที่สะอาดผ่องใส ทำงานกับคนอื่น อย่างบริสุทธิ์ คนอื่น จะรับรู้ได้ด้วยเห็นได้ด้วย แต่นี้ของคุณ ไม่มีใครเห็นได้ด้วย ลึกลับที่สุด เป็นการสร้างขึ้นมาเอง เป็นรูปที่สำเร็จด้วยจิต เป็นการเนรมิต สร้างขึ้นมาเองเป็นของ อุปาทาน เป็นตัวตน คือรูปที่สำเร็จด้วยจิต คุณเห็นเป็นความใสจริงๆ แต่เป็นสิ่งที่ไม่มีในมหาจักรวาล มีแต่ของคุณข้างในคนเดียว ไม่มีใครสามารถไปรู้ด้วยกับคุณ สภาวะที่เป็นอาภัสราภพ เป็นภพที่สร้างความสะอาด สว่างใส เป็นแสงสว่างใส พระโสดาบันก็ใสขนาดนี้ พระสกิทาคามีก็จะใสขึ้นไป พระอนาคามีก็จะใสขึ้นไปอีก พระอรหันต์ ก็จะใสๆๆ ก็เป็นการเนมิต ปั้นวิมานเองหมด อุปาทานพวกนี้ เป็นไปได้แม้แต่ อย่าว่าปั้นในภพเลย ลืมตาออกมา ก็เห็นกระดูกเดินโย่งๆ เห็นตัวเองนอนตาย แล้วเปื่อยเน่าไปข้างหน้าเลย เนรมิตรูปเน่าๆๆไป ทั้งที่ตัวเองไม่ได้เน่า นั่งอยู่นี่ไม่ตาย เขาเห็นได้จริงๆ ว่าตัวของเขาเน่า หรือเห็นได้ว่า คนอื่นเป็นโครงกระดูกเดิน เขามีตา x-ray เลย อาตมานั้นเล่นมาแล้ว สายนั่งหลับตา จะลองอยู่กับมโนมยอัตตา เขาไม่รู้เรื่องหรอกว่าคืออะไร คือสายสว่าง แต่สายดำมืด ก็สร้างรูปเช่นกัน มีภพชาติมีวิญญาณเป็นตัวตน มีวิญญาณเทวดา มาเรียนกับอาจารย์เขา วิญญาณชาวต่างชาติก็มี สายดำ นั่งดับ ก็สร้างมโนมยอัตตาของเขาเช่นกัน 591230_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก เจาะลึกศูนย์กลางกาย ๒

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน