ละกามคุณ 5 เข้าสู่สาธารณโภคี.docx
เนื้อหาในไฟล์
ละกามคุณ 5 เข้าสู่สาธารณโภคี _ปิ่น นาง (จากมาเลเซีย)...กราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพเจ้าค่ะ ชื่อพ่อครูตั้งให้ว่า “คำเพียงเพชร” มีคำถามพ่อครูเจ้าค่ะ คือเมื่อสัปดาห์ก่อน ได้สนทนาธรรมกับพี่น้องจิตอาสา ในเรื่องเหลี่ยมมุมของกิเลสเรื่องคนคู่ แล้วมีพี่น้องจิตอาสาท่านหนึ่งพูดถึง คำคมที่พ่อครูเคยเทศน์ไว้ค่ะ … เรื่อง : ผู้หญิง คือ ถุงขี้ผูกโบว์ ผู้ชาย คือ หนังควายหุ้มขี้ หากพ่อครูสะดวก ขอความเมตตาช่วยขยายธรรมะหมวดนี้ให้ตามสมควรเจ้าค่ะ และหากจะไปหาฟังธรรมะหัวข้อนี้ ที่พ่อครูเคยเทศน์ไว้ จะเซิร์จ คำว่าอะไรบ้างจึงจะเจอเจ้าคะ เคยเซิร์จ คำว่า "621220 รายการพุทธศาสนาตามภูมิ" ตามข้อมูลที่ทราบมา แต่ไม่เจอเจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ สาธุ… พ่อครูว่า…อาตมาไม่ได้เป็นคนบัญญัติ ผู้หญิง คือ ถุงขี้ผูกโบว์ ผู้ชาย คือ หนังควายหุ้มขี้ อาตมาฟังมาก็เห็นว่าดีก็เลยเอามาพูดต่อก็ขอบคุณคนที่พูดไว้ด้วย _ปิ่น...จะหาธรรมะพ่อครูที่เคยเทศน์ไว้ จะหาคำไหนใน Google ดีคะ พ่อครูว่า…อาตมากดไม่เป็นเลย เครื่องมือเครื่องใช้พวกนี้ _สู่แดนธรรม…เดี๋ยวผมจะหาคำตอบจากหลวงปู่พิสุทโธ ท่านจะแม่นเรื่องนี้ เรื่องกามกิเลส ผู้หญิงผู้ชายที่จะให้เบื่อหน่ายคลายกำหนัด พ่อครูว่า…เรื่องคนคู่เรื่องเมถุน เรื่องเพศสัมพันธ์ มันเป็นเรื่องของสัตว์โลก เป็นเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากมากเพราะฉะนั้นอย่าไปกังวลนะเป็นแต่เพียงเราจริงใจ คำว่าอย่ากังวลมากนักก็คืออย่าไปหมกมุ่น หรือว่าปักดิ่งจะเอาเป็นเอาตายมันจะเครียด แต่ให้เข้าใจความสำคัญ ว่าศาสนาพุทธเรานี้ เป็นโลกุตรธรรม คือเป็นศาสนาที่จะไปนิพพาน จะเลิกเล่นแล้วนั้นเพื่อไปนิพพาน เพราะฉะนั้นในประเด็นเรื่องของ กาม เป็นเบื้องต้น กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา กามเป็นเบื้องต้น คนไม่รู้จักกาม
อ่านต่อ
เลย กามคือ ภายนอกที่มีทวาร 5 ทั้งภายนอก กาม หมายถึง กามคุณ 5 ก็คงจะเคยได้ยินกัน กามคุณ ไม่ใช่มี 2 หรือ 3 หรือ 4 ไม่ใช่มี 6 แต่กามคุณมี 5 คือทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ที่จะต้องกระทบกับทางตากระทบรูป หูกระทบเสียง จมูกกระทบกลิ่น ลิ้นกระทบรส โผฏฐัพพะ คือทั้งร่างกายภายนอกทั้งหมดกระทบกับอย่างอื่นอยู่แล้วมันจะเกิดกิเลส เกิดกิเลส เพราะฉะนั้นต้องเรียนรู้อันนี้เป็นเบื้องต้น เรียนรู้กาม กิเลส เป็นเบื้องต้น แล้วก็ล้างกิเลสที่เป็นเบื้องต้น เราจึงจะศึกษากิเลสที่เหลือ เมื่อหมดกิเลสหรือกิเลสภายนอกมันเบาบางไปเกิน 50% เราถึงจะไปล้างกิเลสภายในได้ เหมือนเราจะเข้าไปถึงใจกลางภูเขา หรือเราจะเข้าไปกินเนื้อในเมล็ดของผลไม้เราก็ต้องฉีกเปลือกออกก่อนแล้วฉีกเนื้อจึงจะเจอเมล็ดที่อยู่ภายในเป็นชั้นๆอย่างนั้น แต่คนที่ไม่รู้จักความเป็นจริงตามธรรมชาติของสิ่งเหล่านี้อย่างศาสนาพุทธ ที่ไปนั่งหลับตาเลยเข้าไปภายในเลย ไม่เริ่มต้น กาม ไม่เริ่มต้นที่กายภายนอกแล้วก็ล้างกิเลสออกไปก่อนไปตามลำดับ มันเป็นโมฆะเลย ศาสนาพุทธจึงไม่มีมรรคผลเลย อาตมาก็พูดเรื่องแบบนี้มาก เขาก็ยังไม่กระเตื้องเลย เพราะอาตมาเกิดมาชาตินี้ต้องพิสูจน์ตัวเองว่า อาตมาเกิดมาในชาตินี้ไม่มีเครดิตทางศาสนาเลย ที่มันไม่มีเครดิตเพราะอะไร เพราะโลกสังคมพุทธมันได้เสื่อมมาก ไม่ใช่ว่าอาตมาไม่มีเครดิตเอง แต่เพราะสังคมมันเสื่อมมากจนไม่รู้ว่าที่อาตมาพูดนี่แหละคือเพชร เพชรของศาสนาพุทธ คือโลกุตระของศาสนาพุทธแต่เขาฟังไม่เป็น เขาหลงไปยึดติดลงไปในทางออกนอกประเทศไปเป็นมิจฉาทิฐิจนสนิทสนมแล้ว แล้วมันก็นาน มันหลงผิดมานานครูบาอาจารย์หลายรุ่นผ่านมาหลายร้อยปีเป็นพันปี ผิดเพี้ยนไปไปยึดถือเอาสิ่งที่ผิดเป็นสิ่งที่ถูกไปยึดถือเอาเดียรถีย์เป็นเรื่องถูก อาตมาเอาโลกุตระมาประกาศออกไปมาบอกออกไป เขาก็บอกว่า หาว่าอาตมาจะมาทำลายศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธเขาคิดว่าเป็นอย่างที่เขายึดถืออยู่อย่างนั้น มันก็เลยยากแต่อาตมาไม่ได้ท้อ รู้ว่ามันจะต้องเป็นอย่างนี้ รู้อยู่ว่าอาตมาเกิดมาในชาตินี้จะต้องเอาโลกุตระสถาปนาลงไปในชาวพุทธให้ได้ ถึงวันนี้อาตมาก็มีผลสำเร็จไปไม่โมฆะแล้ว เพราะมีชาวอโศก ชาวไทยที่เห็นว่าต้องมาเอาโลกุตระก็มา จนมาปฏิบัติได้มรรคผลจนกระทั่งเกิดหมู่ชนสาราณียธรรม 6 ที่เป็นเครื่องอ้างอิงยืนยันได้ว่าคนจะต้องได้ทำมาอย่างนี้ สาราณียธรรม 6 คือ มารวมตัวกันอยู่เป็นหมู่กลุ่ม มารวมตัวเป็นสังคมชุมชนเลย เหมือนอย่างชุมชนชาวอโศก มีสาราณียธรรม 6 อยู่กันด้วยเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม แล้วข้อที่ 4 คือมีสาธารณโภคี ได้ลาภมาก็เอามารวมไว้กองกลางกินใช้ร่วมกันซึ่งเป็นสาธารณะ ชาวอโศกเป็นเศรษฐกิจระดับสาธารณโภคีเป็นเศรษฐกิจที่นักเศรษฐศาสตร์ระดับโลกยังไม่รู้จัก นักเศรษฐศาสตร์ของโลกเลยระดับ Noble Price หรือระดับขนาดไหนก็แล้วแต่ เป็นนักเศรษฐศาสตร์มือหนึ่งชั้นเยี่ยมขนาดไหนก็ยังไม่รู้จักเศรษฐศาสตร์สาธารณโภคี อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นสาราณียธรรม 6 นี้จึงสุดยอด ชาวอโศกปฏิบัติเรียนรู้ธรรมะพระพุทธเจ้าที่อาตมาเอามาอธิบายจนกระทั่งเป็นจริงยืนยันได้ กลุ่มชนชาวอโศกคือพวกมีสาราณียธรรม 6 และมีวรรณะ 9 เป็นคนเลี้ยงง่ายบำรุงง่าย เป็นคนที่มักน้อย เป็นคนที่สันโดษใจพอ เป็นคนขัดเกลาตนเอง เป็นคนมีศีลเคร่ง ไปตามลำดับได้จริงๆจนเกิดอาการที่น่าเลื่อมใสและเป็นคนไม่สะสม คนที่ไม่สะสมนี่แหละทำมาหาได้พากเพียรขยันหมั่นเพียร มีผลผลิตมีรายได้แต่ไม่สะสมสะพัดออก เพราะมักน้อยมีน้อยเอาความจนเข้าว่าเป็นหลัก ชีวิตมีวรรณะ 9 แต่ขยันหมั่นเพียรมีวิริยารัมภะ หลัก 9 นี้ คือหลักเศรษฐศาสตร์ที่สูงสุดของมนุษยชาติซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ของโลกยังไม่รู้จัก แม้จะเป็นชาวพุทธแม้จะเป็นชาวไทยชาวพุทธก็เรียนเศรษฐศาสตร์ จบปริญญาเอกก็ยังไม่เข้าใจวรรณะ 9 แม้ว่าจะจบดอกเตอร์ทางศาสนาด้วย มีเศรษฐศาสตร์เป็นวิชาเอกด้วย ก็ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้ นักเศรษฐศาสตร์ที่บอกว่าทำเศรษฐศาสตร์เชิงพุทธก็ไม่ได้เข้าใกล้สาธารณโภคีนี้เลย ไปดูเถอะวิทยานิพนธ์หรือว่าวิจัยเล่มใหญ่ๆของนักเศรษฐศาสตร์ปริญญาเอก ระดับเป็นพระก็ตาม หรือจะเป็นฆราวาสก็ตาม ทำเศรษฐศาสตร์เชิงพุทธเล่มเบ้อเริ่ม ก็ไม่มีสาธารณโภคีไม่เข้าใจยังไม่เข้าใกล้เลยอย่างนี้เป็นต้น
631228_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 21