สัมมาสติของพระอาริยะเป็นเช่นไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.34 KB
วันที่แก้ไข29 ธันวาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

สัมมาสติของพระอาริยะเป็นเช่นไร _สมณะบินบน ถิรจิตโต (จากลานนาอโศก)…ที่ลานนาอโศกวันนี้มีการเผาศพญาติธรรมชาวแพทย์วิถีธรรม ชื่อคุณสนั่น สายหยุด อายุ 70 ปี ได้ขึ้นไปปฏิบัติธรรมอยู่ที่ดอยแพงค่ากับอาจารย์หมอเขียว ต่อมามีไข้ลงไปรักษาโรงพยาบาลนครพิงค์ ติดเชื้อในกระแสเลือด เมื่อวันที่ 25 ที่ผ่านมา ไม่ใช่เชื้อโควิด ตอนนี้ที่เชียงใหม่ก็ยังปลอดเชื้อโควิดอยู่ครับ อยากให้พ่อท่านอธิบายลักษณะของสัมมาสติ พ่อครูว่า…คำนี้ก็ดีมาก คำว่าสัมมาสติมีอยู่ 2 คำต่อกันคือคำว่า “สัมมา” กับคำว่า “สติ” สัมมาหมายความว่าอะไร? คำนี้น่าจะเข้าใจกันไม่น่าจะยาก สัมมาคู่กับคำว่ามิจฉา มิจฉาแปลว่าผิดคำสอนพระพุทธเจ้า สัมมาแปลว่า ถูกคำสอนของพระพุทธเจ้า ให้มันจำเพาะลงไปอย่างนั้น ไม่ใช่คำว่ามิจฉาก็ผิดไปหมดเลย แบบผิดกฎหมาย ผิดวัฒนธรรมผิดอะไรเป็นมิจฉามันไม่ใช่ มิจฉานี่คือผิดคำสอนพระพุทธเจ้า สัมมานี้คือถูกต้องตามคำสอนพระพุทธเจ้า เอาให้ชัดเจนต้องนิยามให้ชัด ทีนี้คำว่าสติ สติคือการรู้ตัวทั่วพร้อม เขาแปลตามพยัญชนะภาษาไทยว่าอย่างนี้ รู้ว่าตัวเองมีความตื่นเต็ม มีความรู้ตัวตื่นเต็ม ลืมตาหูจมูกลิ้นกายใจตื่นเต็มทุกๆทวาร รับรู้อะไรต่างๆนานาเป็นปกติของชีวิตตื่นเต็มชาคริยา ชาคริยาแปลว่าผู้ตื่น ตื่นเต็มถ้าใครไม่ตื่นเต็มซึมๆ เซื่องๆ อย่างที่ไปนั่งหลับตาแล้วอยู่นิ่งสะกดจิตให้นิ่งๆอันนั้นมันนอกจากการสร้างชาคริยานุโยคะ นอกจากการทำตัวให้ตื่น เพราะฉะนั้นจะมีสติเต็มไม่ได้ การหลับตาปฏิบัติจึงโมฆะจากศาสนาพระพุทธเจ้า แม้แต่สติก็ไม่เต็มคือ อปัณกปฏิปทา 3 ต้องปฏิบัติให้สติเต็มตื่น ทั้งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ตื่นกับการพัฒนาทางทวาร 5 ภายนอก และมีจิตร่วมกับทวาร 5 ภายนอก มีปสาทรูป โคจรูป ทำตามวิสัย ก็จะมีนามธรรม เข้าไปร่วม ร่วมกับการโคจระ โคจ

อ่านต่อ

ร คือ เกิดการดำเนินบทบาทขึ้น ประสาทตาหูจมูกลิ้นกาย ทำงาน โคจระ ก็จะเกิดวิสัย วิสยรูป เกิดรูป ที่ตัวเองมีรูปโดยมีนามเป็นผู้รู้ แล้วก็มีสิ่งที่ถูกรู้ ทางตาหูจมูกลิ้นกายอย่างชัดเจน เต็มไม่เบลอ ไม่เลือนลางเลอะเทอะ คม แม่นชัด เต็ม ตามวาระ มีตามสถานะของแต่ละคน รู้จักเวทนา 108 นั่นก็ยิ่งดีใหญ่ เป็นคนที่ปฏิบัติธรรมมีโลกุตระควรจะทำแยกเนกขัมมะกับเคหสิตะ 18 ได้ผล ทำงานสำเร็จเป็นอุเบกขา 7 ทำงานเป็น ปริโยธาตา สะอาดขึ้นเรื่อยๆ จิตมุทุภูเต ทำกรรม กายวาจาใจเหมาะควรมากยิ่งขึ้นจิตใจยิ่งประภัสสรยิ่งผ่องใส ยิ่งยินดี สะอาดบริสุทธิ์ ยิ่งเบิกบานร่าเริง เหมือนอย่างอาตมาเป็นจิตประภัสสรอยู่ตลอดเวลา ร่าเริงเบิกบานผ่องใสอยู่ตลอดเวลา อาตมา มันไม่มีความเศร้าหมอง อโศกะอย่างแท้จริงไม่มีหมอง มีแต่จิตประภัสสร สว่างสะอาด สงบเรียบร้อย อาตมาสุภาพที่สุดและคนพาซื่อบอกว่า อาตมาดิ้น มีมือไม้ปากคอเนื้อตัวพูดคล็อกๆๆ นี่แหละคือคนมีกายปาคุญญตา จิตปาคุญญตา มีองค์ประกอบของกายวาจาใจคล่องแคล่วปราดเปรียว โดยเฉพาะไม่มีมิจฉาในการพูดเช่นมิจฉา 4 ไม่มีมิจฉาในการกระทำทั้งหมดกัมมันตะ เป็นต้น ไม่มีปาณาติบาต ไม่มี กาเมสุมิจฉาจาร พูดไปด้วยจิตสะอาดหมด เรื่องอทินนาทาน ก็ไม่มีการทุจริตอะไรอยู่ในการให้การรับ อทินนาทาน ไม่มีทุจริตหยาบกลางละเอียด ปาณาติบาต อย่าว่าแต่ฆ่าหรือเบียดเบียนสัตว์ มีแต่จิตปรารถนาดีต่อสัตว์โลกทั้งหมดเลย มีความเอ็นดูปรารถนาดี มีความหวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวงอยู่จริงๆ เต็มรูปของพ้นปาณาติบาต นี่คือธรรมะพระพุทธเจ้าที่อาตมาอธิบายย่ออย่างสั้นสังเขป ตามหัวข้อธรรมเอามาขยายความ ถ้าผู้ที่ฟังเป็นจะรู้ว่า อาตมานี้พูดภาษาธรรมะของพระพุทธเจ้า ชัด คมแม่น ทุกคำ ทุกความ ทุกปริเฉท ทุกบริบท ฟังให้ดีๆธรรมะพระพุทธเจ้า ขอขยายความและสรุปอีกทีว่า พระพุทธเจ้านี้เกิดมาเพื่อที่จะทำให้คนได้ธรรมะเป็นพุทธธรรม ที่สุดยอดแห่งชีวิต เพราะฉะนั้นกรอบสุดยอดของชีวิตที่คนควรได้คือ เป็นพระอรหันต์ จากพระอรหันต์ จะเจริญต่อไปจนสุดยอดเป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่างที่อาตมาเป็นโพธิสัตว์นั่นคือสุดยอดอีกระดับหนึ่ง สุดยอดระดับเป็นอรหันต์ให้ได้ ต่างกันอย่างไรกับโพธิสัตว์ กับพระอรหันต์ โพธิสัตว์นั้นสุดยอดคือจะต้องสร้างศาสนามาให้แก่โลกเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งของศาสนา ส่วนพระอรหันต์ก็เอาแต่ตัวเองให้รู้จักว่ากิเลสหมดดับกิเลสตายไปเป็นแยกธาตุเป็นอุตุนิยาม ไม่มีอะไรเหลือที่จะเกิดอีกเลยไม่มีชีวะอีกเลยได้ นั่นคืออรหันต์ทุกองค์ อย่างนี้เป็นต้น สรุปแล้วสุดยอดของการศึกษาในความเป็นมนุษย์ที่เกิดมาเป็นมนุษย์จนกระทั่งตั้งแต่สัตว์เดรัจฉานเป็นสัตว์เซลล์เดียวจนมาเป็นมนุษย์ มนุษย์ก็จะวนเวียนโคจรในโลกียอีกนานกว่าจะมาพบโลกุตระ กว่าจะมาพบโลกุตระว่าจะเป็นคนนั้นสุดยอดขนาดไหนเมื่อเป็นพระอรหันต์นั้นถือว่ายอดแล้วจะเป็นสุดยอดต้องเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าก็อยู่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อโลก พระโพธิสัตว์จะเป็นพระพุทธเจ้าจะสร้างความเป็นมนุษย์ที่ดีที่สุดให้แก่ความเป็นมนุษย์ในโลก จะเกิดอีกกี่ชาติต่อกี่ชาติเป็นล้านล้านชาติ เกิดมาเป็นคนจึงมีประโยชน์ที่สุด โพธิสัตว์นั้นกว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าก็อีกไม่รู้กี่ล้านชาติ

631228_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 21

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน