กรรมเป็นกรรมฐานดีกว่ากรรมเป็นกสิณ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.14 KB
วันที่แก้ไข3 พฤศจิกายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

กรรมเป็นกรรมฐานดีกว่ากรรมเป็นกสิณ _ทำเป็นธรรม : ควรคิดหรือเปล่าว่าอะไร ๆ ก็วิบาก ทั้ง ๆ ที่วิบากกรรมเป็นอจินไตย ...อย่างสายหมอเขียวสอนเรื่องวิบากแบบฟันธง เช่น วันนี้เกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้นกับเรา ก็เพราะวิบากนั้น วิบากนี้ คือเหมือนท่านสอนว่าเพราะเราไปทำอย่างนี้ มันจึงออกผลอย่างนี้เป๊ะๆ..จึงเห็นลูกศิษย์ส่วนใหญ่ของท่าน จะเอาเรื่องวิบากกรรมมาพูดแบบสนุกปาก ว่าเพราะเราทำอย่างนี้ เราจึงได้รับผลอย่างนี้ทันทีทันใด...อ้างอิงจากในคลิปนะ พอท่านสมณะถามว่า เป็นเพราะอะไร.. คนที่ถูกถาม(คุณอ๊ะ)ก็ได้แต่ตอบว่า รู้ว่าเป็นเพราะวิบาก11ประการ(แต่เจ้าตัวก็ตอบไม่ได้อีกเพราะอะไร? มันจึง งงในงงเข้าไปอีก?) รู้ว่าเป็นวิบากที่เราเลี่ยงไม่ได้ โน่นนี่นั่น...คำถามคือ.. 1. การที่สอนแบบนี้จะเป็นมิจฉาทิฐิซ้อนใน สัมมาทิฐิ หรือไม่? พ่อครูว่า...จริงนะ เวลาผู้อธิบาย ผู้สอนเจตนาจะให้รู้ มิจฉาทิฏฐิมันซ้อนอยู่ในสัมมาทิฏฐิ เพราะฉะนั้นต้องค้นให้เจอมิจฉาทิฏฐินั้นให้ได้ แล้วเข้าใจมิจฉาทิฐิแล้วก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปเรียกว่าเป็นสัมมาทิฏฐิ ก็ถูกแล้ว 2. พ่อท่านสอนว่า “กรรมเป็นกรรมฐาน” ส่วนของ อ.หมอเขียว จะออกแนวฟันธงเป๊ะๆในเรื่องวิบากกรรม เหมือนจะเป็น “กรรมเป็นกสิน”คำสอนของ หมอเขียวจะถือว่าเป็น “กุศโลบาย” กับ “เครื่องล่อสร้างอุปาทานใหม่” หรือไม่ครับ? ขอความแตกต่างซ้อนเชิงใน 2 ประเด็นนี้ด้วยครับ ปล.ในคลิปนี้ พ่อท่านได้แต่นั่งฟังอย่างเดียว ผมจึงอยากให้พ่อท่านให้ปัญญาด้วยครับ กราบนมัสการครับ พ่อครูว่า...กรรมเป็นกรรมฐาน หรือกรรมเป็นกสิณ คำว่า กสิณ หมายความว่า เครื่องใช้เพื่อจะให้จิตไปจดจ่อ ไปจับจุดหยุด เป็นเครื่องยึดถือ เพื่อจะทำสมถะ ศาสนาพุทธไม่ทำ ไม่สอนเรื่องกสิณพวกนี้ เดียรถีย์เขาสอนกันเยอะแยะมันก็เข้ามาปนเปในศาสนาพุ

อ่านต่อ

ทธ แล้วสายที่ชอบพวกเรื่องอย่างนั้น มีจริตชอบเรื่องอย่างนี้ ศาสนาพุทธเมื่อเพี้ยนเข้าไปมากๆก็ไปหลงงมงายจมอยู่ในเรื่องของกสิณเป็นสมถะไปหมด ซึ่งก็พอรู้ เลาๆอยู่ว่า ศาสนาพุทธไม่ใช่สมถะเป็นที่หมาย ศาสนาพุทธคือวิปัสสนา ปัสสัทธิ เป็นที่หมาย ปัสสัทธิก็แปลว่าสงบ สมถะก็แปลว่าสงบ ปัสสัทธิคือรากเหง้าที่เกิดจากความสงบที่เกิดจากการเห็น ส่วนสมถะมันไม่เห็น มันหลับมันดับเป็นของเดียรถีย์ ซึ่งเขาพูดกันมานาน อาตมาก็พูดยืนยันมานาน แต่ก็มันชอบเสียแล้ว ชอบแบบมากๆได้ง่ายๆมันก็จมไป อันนี้มันก็อาจจะยาก เพราะลืมตาปฏิบัติมันยาก แต่ที่จริงไม่ยากหรอก มันเป็นสามัญปกติของชีวิต เรียนรู้ไปตามลำดับ มี ศีล สมาธิ ปัญญา จรณะ 15 วิชชา 8 ไปตามลำดับ มันจะไม่ยาก แต่เพราะการเรียน ผู้สอนไม่สอนสัมมาทิฏฐิ ตามลำดับ หรือว่าให้สามารถปฏิบัติได้เป็นขั้นเป็นตอน มันก็เลย เลอะ ปนเป ก็เลยดูยาก เพราะฉะนั้นต้องเรียนรู้กรรมเป็นกรรมฐาน กรรมคือการกระทำ การกระทำ การปฏิบัติไม่ใช่กรรมเป็นกสิณ 641103_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ วิญญาณฐิติ 7 อธิบายอย่างพิสดาร

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน