สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ทำอย่างไรหากปฏิบัติธรรมติดแป้น.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.81 KB
วันที่แก้ไข20 มิถุนายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ทำอย่างไรหากปฏิบัติธรรมติดแป้น _คำถามต่อมาว่า...จะว่าภูมิใจก็ภูมิใจที่ได้มาอยู่ในชุมชนบวรแห่งนี้ แต่เห็นอยู่อย่างว่า เมื่อพวกเรามาอยู่แล้วก็ติดสบายติดแป้นไม่ยอมเลื่อนฐาน จะทำอย่างไรพวกเราจึงจะมีพลังในการเลื่อนฐาน พ่อครูว่า...คนที่ปฏิบัติธรรมแล้วเมื่อเข้าใจว่า ธรรมะเป็นเช่นนี้ ตอนนี้เราปฏิบัติธรรมแล้วเราได้มรรคผล เข้าใจอย่างมีปัญญารู้จริง คุณได้เป็นพระโสดาบันแล้ว คุณจะอยากเป็นพระสกิทาคามีต่อไหม ถ้ามันได้จริงๆรู้จริงๆ ว่าถ้าได้เป็นพระสกิทาคามีก็จะเพิ่มอธิศีล ทำอธิจิต อธิปัญญาต่อไป แต่ถ้าคุณทำไปอย่างไม่รู้เรื่องว่าได้หรือไม่ได้อะไรเลย เป็นอย่างรูปธรรมเฉยๆไม่ได้เจริญอะไร สรุปแล้วว่าเราต้องรู้ว่าเราเจริญหรือไม่ ว่าเราได้สิ่งที่ประเสริฐที่ควรได้ยิ่งๆขึ้นไหม ผู้มีปัญญาจะรู้อย่างนี้ ผู้ไม่มีปัญญา ได้หรือไม่ได้ ได้จริงหรือไม่จริง คนที่ปฏิบัติแล้วมีมรรคผล ศีล จะเป็นอธิศีลไปตามลำดับ จิตจะอธิจิตไปตามลำดับ ปัญญาจะอธิปัญญาจริงๆ เพราะมีวิมุติอธิวิมุติไปตามลำดับ แต่คนปฏิบัติแล้วไม่ชัดเจนอย่างนี้ก็จะอยู่ไปเฉยๆ พวกเราปฏิบัติธรรมมีมรรคผล อุตส่าห์พูดไปจริงๆ เราจะต้องเรียนรู้ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ เราไม่สรรเสริญแม้ซึ่งความตั้งอยู่ (ฐิติ) ในกุศลธรรมทั้งหลาย ไฉนจะสรรเสริญความเสื่อมรอบ (ปาริหานิ) ในกุศลธรรมทั้งหลายเล่า แต่เราสรรเสริญความเจริญ (วุฒฺฑิ) ในกุศลธรรมทั้งหลาย มิใช่ความตั้งอยู่ มิใช่ความเสื่อมในกุศลธรรมทั้งหลาย (พตปฎ. เล่ม 24 ข้อ 53) ผู้ปฏิบัติธรรมที่มีกุศล ที่ถึงขั้นเป็นบุญ ที่สามารถลดกิเลสได้ด้วย ผู้ปฏิบัติธรรมจนถึงขั้นมีบุญ คือลดละกิเลสไปได้เรื่อยๆ นั่นแหละคือการปฏิบัติที่เจริญในธรรม ใครไม่รู้ว่าเราปฏิบัติธรรมได้มรรคได้ผล มันชัดเจน ได้มร

อ่านต่อ

รคได้ผลนี่ยิ่งกว่าคุณได้ หนึ่งเงินทองลาภยศสรรเสริญโลกียสุข สอง ยิ่งกว่าได้อุปาทานได้สวรรค์วิมาน เราได้คุณธรรม โดยที่เราไม่ได้เข้าใจจริงว่าคุณธรรมคืออะไร คุณธรรมคือเรารู้จักจิตใจของเรา แล้วเราลดละกิเลสได้ ถามจริง พวกเราไม่รู้ตัวหรือว่าลดกิเลสอะไรได้ มีบ้างไหม ต้องทบทวน คนที่เจริญคือต้องรู้ว่าตัวเอง ได้มรรคผลหรือไม่ ถ้าได้มรรคผลแค่ใดแล้วแช่อยู่ ไม่เจริญอธิศีล เป็นผู้ตกอยู่ในสีลลัพพตปรามาส ในสามเส้าของ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลลัพพตปรามาส คือคุณได้มรรคผล ถ้ารู้แล้วจับกิเลสได้แล้วก็ลดกิเลสให้ได้ ได้แล้วก็ทำให้ อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา เจริญขึ้นเรื่อยๆก็ไม่แช่ แต่ถ้าได้อันหนึ่งแล้วหยุดก็แค่ สีลลัพพตปรามาส ได้แค่เล่นหัวลูบคลำติดแป้นก็ไม่เจริญ อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา อธิมุติเท่านั้นเอง สมณะเดินดินว่า...การจะรู้ว่าติดแป้นหรือไม่ ก็คือพวกเราขวนขวายศึกษาธรรมะหรือไม่ เราชุมชนใหญ่แต่มาฟังธรรมแค่นี้ คิดว่าหายไปในมุมมืดกันมากพอสมควร พ่อครูมีวิสัยโพธิสัตว์ จะให้ธรรมะแก่ลูกๆ พ่อครูไปภูผาฟ้าน้ำ มีคนอยู่ไม่มากเรียกมาก็ได้แค่ไม่มาก พ่อครูเป็นหัวรถจักรพิเศษที่ให้พวกเราเจริญในอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา พวกเราเป็นตู้โบกี้ที่ต้องให้หัวรถจักรลากไป หากเราไม่มีหัวรถจักรนี้แล้วเราจะไปเจริญได้อย่างไร

พ่อครูว่า...วัฏฏภิรตโสดาบัน ผู้ยังติดแป้นในฐานแห่งสุขอยู่ โดยไม่ยอมเลื่อนฐานให้เกิด “อภิชาตจิต” จนมี วุฒิภาวะ ที่สูงขึ้น จึงจัดอยู่ใน ฐีติบุคคล ที่แม้จะรู้ทางไปสู่ที่สูง ก็ไม่ยอมลำบากที่จะละทิ้ง “วัฏฏะอันน่าภิรมย์” นี้ (ภิรตา) พระพุทธเจ้าไม่สรรเสริญความหยุดอยู่ แต่สรรเสริญผู้ที่ ตั้งตนอยู่บนความลำบาก กุศลธรรมจึงจะเจริญยิ่ง . นางวิสาขาเป็นผู้ วัฏฏภิรตโสดาบัน ติดแป้นอยู่อย่างนั้น เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่สรรเสริญ สมณะเดินดินว่า..วันนี้จะเน้น ความสงบของพุทธ พ่อครูแสดงให้ดูว่า แม้จะเน้นลีลาท่าที น้ำเสียง แต่ว่า พ่อครูว่านี่คือความสงบ(สงบจากกิเลส) มีกิริยาท่าทางออกไปก็เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น คือความสงบของพุทธ จะมีเรื่องราวอะไรมากมายแต่จิตใจเราก็ไม่มีกิเลส ไม่ใช่สงบอย่างหลับตาดับหูไม่รับรู้เรื่องราว แบบตอไม้ แต่สงบของพุทธ คล่องแคล่ว ทั้ง กาย วาจา ใจ แต่กิเลสตายไม่ก่อความไม่สงบ หมดคือความสงบ คือความวิเศษของศาสนาพุทธ ...จบ 600524_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ มรรคผลของพุทธพิสูจน์ด้วย บวร

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน