สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน สัปปายะ 4 ที่มีสัมประสิทธิ์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์26 KB
วันที่แก้ไข11 มีนาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน สัปปายะ 4 ที่มีสัมประสิทธิ์ ตอนนี้เรื่องเศรษฐกิจไม่น่าจะยาก แต่คิดอีกทีก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เศรษฐกิจที่ดีนะ เศรษฐกิจโลกีย์ก็เป็นอย่างที่เป็นตอนนี้มีความทุกข์ร้อน เรียบเรียงว่าเป็นเศรษฐกิจทุนนิยมสามานย์ คือพวกนายทุนเป็นเจ้าอำนาจ แล้วก็บงการทำให้เศรษฐกิจมันเกิดสภาพเป็นอย่างที่มันเป็น มันก็เลยเป็นการเอาเปรียบเอารัด ระหว่างนายทุน กับคนชั้นล่าง เป็นผู้ด้อยโอกาสไม่มีสมรรถภาพ ก็เลยเป็นการเบียดเบียนกัน กดขี่ข่มเหงกัน จริงๆมันก็เป็นสัจจะอย่างหนึ่งที่มันเป็นกรรมวิบาก เขาทำไม่ดีตามที่มันเป็น แต่มันไม่ควร เราแก้ไขช่วยกันได้พยายามที่จะทำให้สังคมมันมีพฤติกรรมที่ดีได้ เพราะฉะนั้นผู้บริหาร หรือผู้อภิบาล พยัญชนะพวกนี้เราต้องเข้าใจสภาวะที่ชัดเจน อภิบาลก็หมายถึงความละเอียดอ่อนลึกซึ้ง กว่าคำว่าบริหาร บริหารคลุมกว้าง แต่อภิบาลนั้นมีลักษณะเลี้ยงดูอุ้มชูช่วยเหลือ บริหารนั้นบางทีก็มีความแข็ง บางทีต้องใช้อำนาจ เป็นต้น นี่คือผู้ปฏิบัติผู้บริหารปกครอง แล้วก็ใช้บทบาทการอภิบาล ก็ต้องเข้าใจสภาวะ พฤติกรรม พวกนี้ละเอียดลออ และคุณจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ประเด็นของเศรษฐกิจนี้ ที่เข้าใจกันยากมากก็คือ เศรษฐกิจที่เจริญสูงสุดมีคุณภาพสูงสุดทั้งในตัวบุคคลทั้งในตัวสังคมเอง สภาพความเจริญสูงสุดของเศรษฐกิจก็คือ คนจะต้องไม่มีเงินมาก แต่ละบุคคลจะต้องไม่มีเงินมากแต่ให้ส่วนกลางเป็นส่วนที่มีอุดมสมบูรณ์มาก แต่กระนั้นก็ตาม กองกลางมีมากอุดมสมบูรณ์เพื่อสะพัดไปสู่ผู้อื่น ส่วนประชากรหรือมวลประชาชนแต่ละบุคคล ไม่ต้องมีมาก ผู้ที่สามารถมีชีวิต ไม่มีมากถึงขั้น เฉพาะตนนั้นศูนย์เลย ยืนอยู่ที่ฐาน 0 อยู่ที่ตั้งแห่งความสูญ ตนเองไม่ต้องสะสมทรัพย์สินส่วนตัวเลย อยู่กับส่วนกลางอยู่กับหมู่ชุมชน อยู

อ่านต่อ

่กับทรัพย์สินส่วนกลาง ซึ่งอันนี้ก็ขอพูดอย่างไม่ได้อวดตัว อโศกเราทำสำเร็จ มีชุมชนสาธารณโภคีตามที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้สอนทฤษฎีนี้เอาไว้ เรามาทำในยุคนี้สำเร็จ พระพุทธเจ้าทำสำเร็จได้ในวงของสงฆ์ภิกษุ สำหรับฆราวาสทำยังไม่ได้ เพราะยังเป็นยุคของทาส เป็นยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ หรือแม้แต่ความเข้าใจสิทธิมนุษยชน สิทธิการแสดงออกสิทธิอะไรต่างๆยังไม่ค่อยเข้าใจกัน ทั้งที่เป็นคนน่าจะมีสิทธิมนุษยชน เต็มสภาพ ก็ยังไม่ได้ เป็นยุคทาส ใช้อำนาจกดขี่กัน ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่ยุคโน้นแล้ว คนมีความรู้ความเข้าใจไม่ใช่ยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ คนมีปัญญารู้สิทธิมนุษยชนเต็มที่ด้วย ยุคทาสก็ไม่ได้ เขาเลิกทาสกันหมดแล้ว สังคมในยุคนี้จึงแตกต่างจากในยุคโน้นมาก แต่ความรู้ของพระพุทธเจ้านั้น ยุคโน้นก็ตาม ความรู้ทันมีเต็มสภาพ อาตมาพยายามอธิบายได้ว่า ความรู้อันเดียวกันของพระพุทธเจ้าไม่ได้ปิดกั้น ความรู้เต็มทฤษฎีเต็มสภาพเลยของพระพุทธเจ้า มาถึงในยุคนี้ก็ใช้ทฤษฎีพระพุทธเจ้า เช่นว่า มีสาธารณโภคี มีอิสระเสรีภาพสมบูรณ์จริงๆ และเป็นผู้ที่ ส่วนตัวส่วนตนไม่ต้องสะสมทรัพย์ศฤงคารเป็นของตัวของตน เป็นคนจนขั้น 0 และเป็นสังคมองค์รวมไม่แตกแยก อบอุ่น มีทรัพย์ศฤงคารส่วนกลาง มีระบบสาธารณโภคี ทุกคนมีจิตใจดีงามไม่ยึดมั่นถือมั่นเป็นของตัวของตน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ซึ่งเกิดแก่เจ็บตายกันได้ อย่างดีงาม พูดไปแล้วอาตมาก็ภาคภูมิใจว่าสังคมชุมชนชาวอโศกที่ทำได้ดังกล่าว เอาทฤษฎีพระพุทธเจ้า มาตรวจสอบมาวัด ชัดเจนตรงตามคำสอนพระพุทธเจ้าตรงตามทฤษฎีพระพุทธเจ้าทั้งนั้นเลย แม้มันจะไม่งดงามไม่ยิ่งใหญ่แม้จะไม่มีมวลมาก แต่มันเป็นสภาพที่ตรงชัดเจนดีมาก อาตมาก็ปรารถนาอยากให้สังคม แม้แต่เริ่มต้นที่ใกล้ชิดคือคนไทยด้วยกันให้เกิดสังคมแบบนี้ มีคุณสมบัติมีคุณวิเศษ ขอเรียกว่าคุณวิเศษ เพราะเป็นคุณสมบัติที่ดีงามประเสริฐ ให้เกิดขึ้นจริงเป็นจริง โดยใช้วิธีอย่างอิสระเสรีภาพไม่ไปบีบบังคับไม่กดขี่ สนใจมีปัญญาด้วยตัวเองก็มา ไม่ชอบใจไม่ยินดีก็ไม่เป็นไร ดีที่ไม่ต่อต้าน ก็ได้ทั้งนั้น ยินดีมาเลยก็ได้ Wait and see ก็ตาม ต่อต้านเลยก็ไม่มีปัญหา เรามีแต่ความจริงใจปรารถนาดี

คำว่าเศรษฐกิจอาตมาว่ามันก็ไม่ง่ายที่จะเข้าใจ แต่ก็ไม่น่าจะยาก เพราะว่าถ้าศึกษา พี่จะพยายามสร้างความรู้ความฉลาดก็น่าจะเข้าใจได้ ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์พระพุทธเจ้า ต้องมาเอาแบบคนจน พระพุทธเจ้าท่านเป็นคนจนไม่สะสมทรัพย์ศฤงคาร ตามตำนานรู้มา ไปไหนก็ไปแต่ตัว กับหัวใจ มีผ้า 3 ผืน ฉลองพระบาทก็ไม่มี เดินเท้าเปล่า ของเรายังมีรองเท้า ขนมาให้อาตมาเยอะแยะ อาตมาพยายามจะขยายความ เรื่องความจนหรือมาเป็นคนจน มันไม่ใช่เรื่องน่าเกลียดไม่ใช่เรื่องน่าต่ำต้อย ไม่ใช่เรื่องโง่เง่างมงาย มันเป็นเรื่องสุดที่จะฉลาดเฉลียว มันเป็นเรื่องความประเสริฐเลิศเลอ มันเป็นความบริสุทธิ์ เป็นเรื่องของภูมิปัญญาที่สูงส่ง การเข้าใจความจน เป็นความจนอันยิ่งใหญ่เป็นคนจนมหัศจรรย์ จนจริงๆเลย นิยามของความจนคือไม่มีสะสมทรัพย์ศฤงคาร แม้ที่สุด จะ 0 หรือมีแต่น้อย อยู่ในฐานของความเย็น อัปปจิฉะ มีแต่พอใช้อาศัยหมุนเวียนทำงานได้ ทำงานได้ดีที่สุด ตามที่จะมีทรัพย์สิน เครื่องใช้อุปกรณ์ ต่างๆที่จะได้ทั้งทำงานพึ่งตนเองให้ตัวเองอาศัยทั้งทำงานเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น ประโยชน์สูงประหยัดสุด ผู้ที่ไม่เข้าใจก็อย่าเหยียดอย่า ข่มซ้ำความจน โลกุตระจะพาคน ฉลาดแล้ ช่วยเหลือเผื่อแผ่ผล ตนสละจนเอง สละเผื่อแผ่มันก็จนเองแหละ ทำไม่ถูกก็บอกง่ายๆ จึงจะเกิดการแก้ จุดแท้ปัญหา

(๑) เศรษฐกิจหากคิดแก้ ปัญหา จักช่วยมวลประชา ชาติให้ “ร่ำรวย”ทั่วภารา มุ่งมั่น กันเลย จ้าง..ไป่สำเร็จได้ อย่าเพ้อละเมอฝัน (๒) คนนั้นต่างละล้วน อยากรวย หากพูดเสริมเอออวย ส่งซ้ำ ผลคือยิ่งฉกฉวย ยื้อแย่ง หนักแฮ จึงยากเพราะตอกย้ำ จิตให้กระหายเสริม (๓) เติมจิตใส่“ทิฏฐิ”ให้ ผิดทาง “ความอยาก”บ่เจือจาง จัดซ้ำ เพราะสัจจะถูกขวาง ตั้งแต่ เริ่มแล กิเลสถูกกระตุ้นย้ำ ยิ่งร้ายโกงกิน (๔) “แย่ง”สินทรัพย์ไม่แก้ ปัญหา “แบ่ง”ต่างหากจักพา สงบได้ ต้อง“ศาสตร์พระราชา” ทฤษฎีสุด วิเศษเฮย พร้อมครบทาน,ศีลให้ ถูกแท้สัมมา (๕) ต้อง“ปัญญา”ฉลาดขั้น โลกุตระ ซึ่งฉลาดแค่“เฉกะ” ไม่แก้ “เฉกะ”บ่ลดละ กิเลสหร็อก ต้องฉลาด“อริยะ”แท้ ถูกต้นปัญหา (๖) ลดราความโลภได้ ในจิต ขยันมากสร้างผลผลิต หลากล้น “ของดี-แต่ถูก”ชนิด ขาย“ขาด- ทุน”เลย เพราะวิสุทธิ์หลุดพ้น มักน้อยจริงใจ (๗) สำเร็จได้ด้วย “แบบ- คนจน” ผู้ฉลาดจึ่งเป็นคน สละได้ ผู้โง่ยิ่งพาตน ตกต่ำ แสวง“รวย” แก้เศรษฐกิจต้องใช้ ศาสตร์แท้พระราชา

“สไมย์ จำปาแพง”๕ ม.ค. ๒๕๖๑ [นัยปก “เราคิดอะไร” ฉบับ ๓๓๑ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๑]

พ่อครูว่า...หนังสือเราคิดอะไร คนจัดการมีอยู่คนเดียวไม่บอกไม่รู้นะ สาราณียกร เป็นคนงานเองด้วย แต่ว่าขาดคนอย่างไรก็เรียกช่วยกันได้ พวกเราชาวอโศกเป็นคนซื่อสัตย์จริงใจและพยายามศึกษาทฤษฎีที่ดีที่สุดที่เราจะศึกษาก็คือของพระพุทธเจ้า ศึกษาจนเราเกิดก็มี เป็นลูกพระพุทธเจ้าแท้ๆ มีคุณสมบัติคุณธรรมตรงตามพระพุทธเจ้า ที่อาตมาต้องยืนยันและระบุ บอกว่าโพธิสัตว์คือลูกพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น โพธิสัตว์ที่อุบัติขึ้นมาในสังคมโลกยุคนี้ ปางนี้ กาละนี้ เป็นสัจจะจริงๆ ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามพิสูจน์ได้ แม้แต่อาตมาจะบอกว่าคนไหนเป็นโพธิสัตว์ก็อย่าเพิ่งมั่นใจ แต่ไม่ได้โมเม ผู้ที่อาตมายังไม่ระบุเพราะว่ายังไม่ถึงเวลา หรือยังไม่สมควร ระบุไปแล้วควรจะเข้าใจได้ยากก็ขอไว้ก่อน แต่มีเลือดโพธิสัตว์ คำว่าโพธิสัตว์ มีเลือดตั้งแต่เข้ากระแส ก็มี แม้จะไม่เข้ากระแสก็ตั้งจิตเป็นโพธิสัตว์ได้ เช่น คุณที่เป้าเก็งเต็ง ตั้งอกตั้งใจเผยแพร่มังสวิรัติอย่างเดียว อาตมาก็เอาหนังสือขององค์กรนี้มาเผยแพร่ แกชื่ออะไร? แกศรัทธาระบบเซน จะมีหนังสือเซ็นออกมาให้อ่านเยอะเลย เซนคือเอาปัญญาตรรกะ ไม่ใช่ปัญญาแท้มาใช้ ซึ่งเซน เป็นผู้ที่ฉวยเอาผู้ที่มีบารมีแล้ว แล้วมาเจอความรู้ทางบัญญัติภาษา ประโยคเดียว 2 ประโยค ห้าคำห้าประโยค ก็บรรลุธรรมแล้ว น้ำอีกแค่หยดเดียวก็เต็มชามแล้ว แต่คณเป็นผู้มีบารมีทำสะสมมาเท่าไหร่กันเชียว ยังเป็นบัวใต้น้ำ ไม่ใช่อุคคติตัญญา หรือวิปัญญจิตัญญู นี่ได้รับไอน้ำก็บานแล้ว เป็นต้น คุณที่เป้าเก็งเต็ง ที่ชื่อ ธีระ นี้บอกว่า เป็นปุถุชนโพธิสัตว์ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ พระโพธิสัตว์ต้องเป็นผู้ที่เข้ากระแสธรรมะ ตั้งแต่โสดาบันเป็นต้นไป เป็นปุถุชนยังเรียกโพธิสัตว์ไม่ได้หรอก เอาบัญญัติภาษามาเรียงต่อกันเท่านั้น แต่โดยสัจธรรมแล้วมันไม่ใช่มันเป็นไปไม่ได้ สภาวะก็อย่างหนึ่ง พยัญชนะก็อย่างหนึ่ง ปุถุชนโพธิสัตว์ไม่มี เริ่มต้นจะเป็นโพธิสัตว์ต้องเป็นโสดาปัตติมรรค เข้ากระแส ตั้งแต่มีตำนานของอัญญาโกณฑัญญะ ได้รับจิตเปลี่ยนใหม่เลยเป็นจิตอื่นอัญญะ เอออันนี้หันหลังกลับเลยโลกียะกับโลกุตระ มันคนละทิศเลย มันต้องเปลี่ยนทิศมา จะเดินตรงมันต้องเริ่มค่อยๆมีองศาออกมา หาก 90 องศาได้ก็เดินตรงเป็นกระแสโลกียะ โลกุตระ เส้นตรง 180 องศา จึงจะเรียกว่าโลกุตระได้ คนที่สัมมาทิฏฐิแท้ตรงตั้งแต่ต้น แล้วทำได้ละเอียดไม่แวะไปแวะมา ถ้าเส้นตรงนี้ไม่แวะออกนอกเส้นตรงก็ถึงจุดหมายเร็วกว่าการแวะไปที่ไหน นี่ล่ะคือความลาดลุ่มของฝั่งทะเล ของพระพุทธเจ้าคือราบเรียบตรงไม่แวะ เป็นความมหัศจรรย์ใครทำได้ดีที่สุด พระพุทธเจ้าสมณโคดมชัดเจนเช่นนี้จึงได้เอามาตรัสไว้ เป็นเส้นตรงที่ไม่แวะเวียนอะไรเลย ท่านไม่แวะเวียนไม่เสียเวลาแม้แต่ใน สุทธาวาส 5 สุทธาวาส 5 คือแดนบริสุทธิ์สะอาด เป็นอนาคามีสูงส่ง เป็นผู้ที่แน่นอนจะเป็นพระอรหันต์ อย่างไรอย่างไรไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้เลย พร้อมบรรลุเป็นอรหันต์ 1.อันตราปรินิพพายี (ผู้เพียรทำปรินิพพานในระหว่างภพ) พวกนี้ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่างไม่ใส่ความเพียรลงไป 2.อุปหัจจปรินิพพายี (ผู้ทำปรินิพพานด้วยสามารถ) ถ้าผู้นี้เพียรหน่อยก็ทำได้ด้วยสามารถก็จะถึงเร็วกว่า 3.สสังขารปรินิพพายี (ผู้ทำปรินิพพานโดยต้องใช้ความเพียรมาก ประกอบปุญญาภิสังขารในภพตนให้มากๆ) 4.อสังขารปรินิพพายี (ผู้ปรินิพพานโดยไม่ต้องใช้การปรุงแต่งอภิสังขารให้มากนัก) 5.อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี (สภาวธรรมไม่เป็นสองรองใคร หรือไม่เป็นน้องใครอีก แล้วปรินิพพานไว)

มาเข้าสู่เศรษฐกิจสังคมของมนุษยชาติ อาตมาเขียนหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่พ.ศ. 2550 พิมพ์ครั้งที่ 1 มีนาคม 2550 จำนวน 5 หมื่นเล่ม หมดไปแล้วและยังไม่ได้พิมพ์เป็นครั้งที่ 2 อันนี้สิบปีผ่านไปแล้ว เป็นหนังสือที่เปิดฉากขยายความเศรษฐกิจพอเพียง ยังไม่ได้ใช้คำว่าโลกุตระมากนัก จะกล่าวถึงความจนคนจน เริ่มต้นเปิดเผยอันแรกเข้าใจง่ายกว่า มันเป็นเบื้องต้น ความรวยความจน อะไรต่างๆ คนไปอ่านมาแล้วก็บอกว่าอย่างนี้ต้องพิมพ์เพิ่มอีก อีกเล่มหนึ่งก็ คนจนที่มีแบบ กำลังเขียนอยู่ อาตมาซาบซึ้งเกิดมาเป็นคน ….มีคนค้นหาชื่อคนที่อาตมากล่าวถึงปุถุชนโพธิสัตว์เมื่อกี๊ คือ อาจารย์ธีระ วงศ์โพธิ์พระ หรือ ใช้นามปากกาว่า ธ.ธีรทาส อาตมาพยายามอธิบาย ของพระเจ้าอยู่หัว ที่ท่านใช้นำมาตั้งแต่คำว่าเศรษฐกิจพอเพียง แบบคนจน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ขออภัยอาตมาไม่ได้ยกตัวเองว่าอาตมาชัดเจนเข้าใจ และอาตมาพาพวกเราชาวอโศกเป็นได้ครบ เศรษฐกิจพอเพียงเราก็ทำได้ แบบคนจนเราก็ทำได้ เราเป็นคนขาดทุนกันนั่นแหละคือกำไรของชีวิตจริงๆเลยไม่ได้สงสัย ทำอยู่จริงปฏิบัติอยู่จริง เราได้พยายาม ท่านก็อยากเป็นโพธิสัตว์ตามที่ท่านเป็น ท่านก็ได้แต่บอก กระจายไปก่อน อาตมาก็เอามาใช้ มาเคี่ยวข้นให้เกิดสภาพเป็นจริงได้ครบเลย ให้เกิดสภาพจริงให้บริบูรณ์ มันก็เกิดรูปร่างเกิดคนจริงๆทำได้เกิดสังคมจริงๆทำเป็นได้ สังคมก็มีเพิ่มขึ้น อาตมาคิดว่าผู้ที่มีความจริงใจ มีความแสวงหาและเกิดความรู้แน่นอนจะไม่ปฏิเสธ จะเชื่อมโยงสืบต่อกันสานต่อกันทำขึ้นมาจริงๆ เพราะมันเป็นความบริสุทธิ์ใจ จริงใจต่อสังคมและมวลมนุษยชาติ มีสิ่งดีขึ้นมาให้ใช้อาศัย ให้เป็นไป สังคมมนุษย์ก็จะดี ความเลวร้ายรุนแรงพวกนี้ มันก็จะพ่ายแพ้ ก็ยังเหลือแต่คนหลงตัวเองยังติดภพอยู่ในความไม่ค่อยดี ความไม่เจริญ ส่วนความเจริญที่แท้มันชนะแล้วอย่างขาดลอย พวกเราจึงจำเป็นที่จะต้องทำให้สำเร็จเป็นจริง ช่วยกันคนละไม้คนละมือ มาเข้าหานัยสำคัญอื่น ที่เป็นเศรษฐกิจโลกุตระ นักแก้ปัญหามีหน้าที่ต่อคนประเทศชาติ พยายามทำความเข้าใจให้ดี ว่าอย่าเอาความรวยนั้น มาใส่สมองคนอีกต่อไป น่าจะบอกว่าไม่ต้องไปรวยหรอก หรือยิ่งอาตมาพูดหนักเลยว่า รวยนั้นมันก็ชั่ว แต่ถ้าไม่กล้าแรงก็พูดเบาหน่อย อย่าไปเอาคำนี้ไปใช้ เพราะคนมีกิเลสก็ตั้งเป้าจะรวยทั้งนั้น ก็เกิดการทะเลาะฆ่าแกงกัน รวยก็เสริมพลังอัตตา พลังตัวตนมันพังหมด สังคมไม่สงบ อย่าไปเสริม ถ้าเข้าใจแล้วและเราก็ปฏิบัติอยู่ พาให้เกิดปฏิกิริยาเกิดพฤติกรรมสังคม เข้าทิศทางขึ้นมา มันก็ไปดี ถ้าเผื่อว่า อาตมาไม่มีหน้าที่ไปรับตำแหน่งทางสังคม ทำอยู่นี่ เอ๊ อาตมาไม่ได้ทำ sideline นะ ช่วยสังคมประเทศชาติแก้ปัญหามันเป็นเมนไลน์ ไม่ใช่ไซด์ไลน์ อาตมาทำเต็มที่เลยนะ จริงจังมีหลักฐาน จะบอกว่าไซด์ไลน์ได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นพล.ต.อ.สมยศบอกว่า ผมเป็นตำรวจไซด์ไลน์ ก็น่าเห็นใจนะ พวกตำรวจก็บอกว่ามาพูดดูถูกตำรวจ แล้วทำงานมาให้แก่สังคม ผู้ที่มีลึกๆของจิตตัวเองก็มีอย่างนี้ ไม่ได้ศึกษาธรรมะถึงขั้นจิตเจตสิกรูปนิพพาน รู้รายละเอียดของเวทนาสังขารวิญญาณ จะแจ้งเวทนา 108 สัญญาต่างๆ มีทั้งสัญญาวิปลาส สัญญาที่เป็นพิเศษไม่ใช่วิปลาสก็มีผสมกัน สัญญาที่วิสุทธิ์ วิเศษ วิศิษฏ์ ก็มี ท่านแยกแยะขยายความไว้บริบูรณ์ที่สุด ผู้บริหารประเทศ อาตมาจึงบอกว่าอย่าไปใช้คำว่ามุ่งไปรวย ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านก็บอกว่าเอาแบบคนจน เราก็ต่อคำตรัสของในหลวงว่ามาตั้งใจจน เต็มใจจน มุ่งมาจน จนอีหลีอีหลอ จนทำสำเร็จ จนตลอดทุกชาติ จนทุกชาติ จนอะไรกันต่างๆนานา คำอะไรต่างๆนานาเอามาใช้เยอะแยะ จนดีจริงนั้น เป็นคนแรกเลย คุณน้อยร้อยแจ้ง ตอนแรกจะใช้คำว่าจนดี แต่มีคนใช้แล้ว ก็เลยใช้คำว่าจนดีจริง เป็นเบิกฤกษ์เลย ที่เห็นว่าจนนี้ดีตั้งนามสกุลเกี่ยวกับความจน เดี๋ยวนี้มีการตั้งนามสกุลแบบนี้หลายนามสกุล ขนาดจนอีหลีอีหลอ ยังเอาไปตั้งเป็นนามสกุลเพราะมันซาบซึ้งในความเป็นคนจน เพราะฉะนั้นประเทศไทยนี่แหละจะเป็นประเทศแรกในสังคมยุคนี้ ในโลก 2000 กว่าประเทศ จะเข้าใจซาบซึ้งในความเป็นคนจน แต่ต้องมีเงื่อนไขชัดเจนว่า ไม่ใช่คนจนที่เละเทะ เป็นความจนที่ไม่ฉลาด ทำแล้วก็ไม่ใช่จนดี แต่ต้องเป็นคนจนที่มีภูมิปัญญาโลกุตระ หากเข้าใจไม่จริงก็ทำไม่ได้ ทำได้แล้วก็ยืนยันได้ชวนกันมาทำ เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจที่ดีที่สุด เป็นเศรษฐกิจที่ต้องมาเป็นคนจน อยู่อย่างคนจนแล้วมีสังคมอยู่ด้วยไม่ใช่อยู่อย่างโดดเดี่ยว หากชนแล้วก็ไปอยู่โดดเดี่ยวคนเดียวไปไม่รอดหรอกเดี๋ยวก็ตาย ตายอย่างเขียด ไปไม่รอดหรอก เพราะฉะนั้นจึงมีเงื่อนไขว่าต้องอยู่กับหมู่กลุ่ม ต้องมีมวลใหญ่ได้ อาตมามั่นใจว่าใหญ่ได้โลกในยุคนี้ต้องการแสวงหาสิ่งประเสริฐสูงสุด นี่แหละเป็นทฤษฎีหลัก เป็นความรู้หลัก ที่จะไปสู่สังคมที่ดีที่สุดของโลก แม้แต่เป้าสูงสุดที่คำว่าสาธารณโภคี มันก็สุดยอดแล้วแห่งเศรษฐกิจแห่งเศรษฐศาสตร์ คือสมบัติเป็นส่วนกลางของทุกคน ไม่มีใครที่จะยึดถือแบ่งแยกมรดกอันนี้ออกไปได้เป็นของส่วนตัวเลย ของส่วนกลางก็ไม่มีใครมีสิทธิ์ แล้วก็ไม่มีการให้ใครด้วยที่จะแบ่งออกจากส่วนกลาง จะเป็นลูกหลานในไส้อย่างไรก็ไม่ให้ อันนี้เป็นของส่วนกลาง อยู่ไม่ได้ก็ดิ้นรนไปจากส่วนกลาง ไปอยู่ข้างนอก ถูกขัดเกลา ให้ไปรู้ความทุกข์ทรมานจนสุดท้ายทนไม่ได้ก็ต้องเข้ามา หรือไปฟอกตัวอยู่ข้างนอก แล้วก็เข้ามาใน อย่างสบายก็มี หรือถูกทางโลก ถีบข้ามา ขัดด้วยแปรงทองเหลือง รับรองถลอกปอกเปิด เขาจะหักเอากันทีนี่ทนได้ก็ทนทนไม่ไหวก็ทนพิษบาดแผลไม่ได้ตายไปก็ยังดีกว่าไปถูกข้างนอกเขาเตะหน้าเตะหลังเหมือนลูกบอล สังคมที่เป็นตัวอย่าง สังคมที่เป็นรูปแบบเป็นเรื่องของมวลมนุษยชาติ เป็นแล้วนี่ อาตมามั่นใจว่าคนในโลกแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุด ทั้งโลก เป็นแต่เพียงผู้ใดจะมีภูมิธรรมรู้ทันรู้จริงได้ เสร็จแล้วก็จะมา อาตมามั่นใจที่สุดว่าจะไม่มีทางเสื่อมถอย โลกุตรธรรมที่มีรูปธรรมทุกอย่างพร้อมหมดแล้วทั้งรูปและนาม พวกเราเป็นอยู่อย่างนี้ก็ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นเราเป็นของเรา เป็นของส่วนกลางสาธารณะทั่วโลก ใครจะมาเอาใครจะมาเป็นใครจะมามีเป็นลูกเป็นหลานเป็นเชื้อเป็นเผาเป็นพันอยู่ในนี้ด้วยก็ได้ คุณก็ทำตัวเองมาให้ได้ ถ้าหากว่าเป็นเชื้อพันธุ์นี้ได้จะเป็นเชื้อชาติ เครื่องพัฒนาชาติพันธุ์ คำว่าชาติเชื้อ มีความเป็น Continuous แต่ว่าคำว่าเชื้อชาติเป็น static หยุดแล้ว ถือว่าเต็ม ใน static จะมี status quo ส่วนพลังงานที่จะเสริม Coefficient เป็นstatus quo ก็จะเสริมต่อไปอีก อาตมาก็พยายามบูรณะองคาพยพ อาการ 32นี้ต่อไป พระพุทธเจ้าท่านรู้แจ้งครบ สัตว์โลก อุตุนิยามพีชนิยาม ความรู้ที่เอามาขยายความ ด้วยความจริงใจปรารถนาดี ให้แก่มนุษยชาติ พระพุทธเจ้าท่านมีความรู้ยอด ที่รู้อย่างประเสริฐสุดคือรู้เรื่องมนุษย์และความเป็นสังคม มนุษย์ที่ดีที่สุดสังคมที่ดีที่สุด ยอด นอกนั้นอื่นๆท่านก็เก่ง ความรู้อิทธิปาฏิหาริย์ อาเทสนาปาฏิหารย์คนไปติดยึดเสียผล ให้คนมามุ่งเอาอนุสาสนีปาฏิหาริย์ดีกว่า อาตมาก็ใช้ได้แต่ก็เข้าใจแล้ว อิทธิปาฏิหาริย์อาเทสนาปาฏิหาริย์นั้นไม่ใช้ ใช้แต่ อนุสาสนีปาฏิหาริย์ เราจะช่วยสังคมโลก คนที่มีสื่อสาร ตอนนี้ไม่ปิดกั้น รับกันได้เร็วไม่ว่าที่ไหน มีคุณภาพดีด้วย จะช่วยมาก อัตราความเร็วจะมีเพิ่ม เราก็ถนอมชีวิตไว้ไม่ช้าไม่นาน จะเห็นสิ่งที่ดีๆ แม้แต่ตัวเราก็พยายามพัฒนาตัวเอง ให้ตัวเองมาเป็นมวลมาช่วยเหลือเป็นตัวจักรเป็นเฟืองเป็นข้อต่อ อะไหล่ส่วนเครื่องกลเครื่องยนต์ช่วยกันคนละมุมเหลี่ยมคนละข้อต่อ สิ่งที่จะสมพร้อมดำเนินไปได้ด้วยดีท่านเรียกว่าสัปปายะ สัปปายะ 4 สถานที่มันก็ต้องมีสถานที่ ไม่ต้องใหญ่ต้องโต อาตมาว่าก็ได้ตามบารมี ไปได้ที่น้ำท่วมคนไม่เอา และพยายามอยู่กับน้ำท่วม อยู่ได้ยากก็เอาเรือมาเป็นเครื่องช่วย ก็เลยต้องมีหน้าที่สะสม ซ่อมแซมเรือ เจ้าประคุณ อาตมาหมดเงินไปกับเรือ ที่เอาไปประกอบ หมดไปไม่รู้กี่ล้านไม่มีใครทำงบดุล หมดไปอย่างไม่รู้ตัว แต่มันจำนน จำเป็นเราไปได้อย่างนั้นไม่มีบารมีกว่านี้ เปลืองมากเหนื่อย ไม่ได้ขอความเห็นใจทีเดียวแต่พูดให้ฟังตามสัจจะ เสนาสนะสัปปายะเราก็ไปได้ที่บ้านราช ชื่อเต็มตามทะเบียนว่า หมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศก ไปขอตัดคำว่าชุมชนเขาก็ไม่ให้ตัด ขอแล้วขอเลย ตั้งแล้วตั้งเลยเป็นภาระจริง อย่างไรอาตมาว่า ก็ต้องทำองค์ประกอบ Landscape ทุกอย่างของพื้นที่ ที่เราจะจัดสรรให้เป็นประโยชน์ หรือดีไม่ดีก็เป็นศิลปะ มีสุนทรียศิลป์ เชิญชวนผู้ที่ต้องการรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส แต่ไม่จัดจ้านไม่จี๋จ่า พอสมควรให้คนเข้ามา แต่เราไม่ต้องการให้เขาติดในสุนทรียะ เราต้องการให้เขาได้สาระ ทุกวันนี้ น่าสงสารคนที่แสวงหา มีรถทัวร์มา เอาเด็กใส่มาทีละ 3 คัน 4 คัน 5 คัน เอามาลงก็ไม่มีอะไรให้เด็กเข้าดูก็น่าสงสาร ผู้ใหญ่ก็ตาม คือต้องติดเครื่องล่อก่อนแล้วให้เขาซึมซับ เอาโอสถแทรกซึมเข้าขุมขนไปเรื่อยๆ แทรกยาเข้าขุมขน คนไม่เข้าใจก็จะบอกว่าอย่าไปเอาแบบเล่นเลยเอาแบบแก่นเลย มันก็ยาก จะบอกว่าเปลืองในลักษณะคนจนก็ใช่แต่ถ้าลักษณะคนรวยก็ แค่ขนหน้าแข้ง ถ้าจะช่วยเอาขนหน้าแข้งแค่ 2 3 เส้นก็ได้แล้ว แต่เขาไม่ให้ ก็คิดว่าจะเป็นเสนาสนะสัปปายะ ก็มีบุคคลมีคุณภาพ มีคุณธรรม บุคคลของเรา อัปปมัญญา มีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาในจิตจริง มีจิตช่วยเหลือเฟือฟาย ปรารถนาดี เผื่อแผ่กันจริงๆ อาตมามั่นใจว่าสิ่งใดเป็นสัจจธรรม มีเสนาสนดี มีสิ่งอาศัย สุนทรียะเป็นเครื่องอาศัยสาระเป็นเครื่องอาศัยจนเขาเต็มใจ รู้ดีว่าจะต้องมาอยู่กับกลุ่มนี้ เขาก็จะค่อยทยอยเข้ามา เขาได้รับอาหารสัปปายะ เครื่องอาศัยทางตาหูจมูกลิ้นกาย อาหารทางพฤติกรรมทางความเจริญฉลาด ก็จะค่อยๆได้ๆๆๆ เป็นอาหารที่เจริญไปได้เรื่อยๆ เสร็จแล้วอาหารเหล่านั้น ประมวลลงก็เป็นธรรมะ ธรรมะสัปปายะ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) มีสัปปายะ 4 ครบครัน เราจะขยายสัมประสิทธิ์ ให้เกิดประสิทธิผล ให้เกิดพลังงานที่จะไปสู่ความสำเร็จเพิ่มขึ้นเรียกว่าสัมประสิทธิ์ จะชัดเจนมีพลังงานตามความเป็นจริง มีฤทธิ์อำนาจมีผลทำให้เกิดเป็นประสิทธิผล เจริญก้าวหน้า จึงเป็นชื่อสัมประสิทธิ์ Coefficient คนที่เข้าใจแสวงหาและศึกษาก็จะเข้าใจ อาตมาก็จำนนต้องใช้ภาษาอังกฤษ Coefficient มันก็เข้าใจเพิ่มขึ้น มีคนรับรู้ได้เข้าใจในสาระเนื้อแท้ โดยอาศัยพยัญชนะพวกนี้ ก็จะเกิดประโยชน์ขึ้นไปเรื่อยๆ คนที่เขาไม่ศรัทธาหมั่นไส้ ก็ช่วยไม่ได้ แต่ขอร้องเถอะมันจะเสียประโยชน์ด้วยซ้ำ หากตั้งใจฟังด้วยดีย่อมเกิดปัญญา แต่ประสิทธิภาพได้ประโยชน์ได้ความดี เพราะฉะนั้นแม้แต่ลักษณะคนจนคือความหมายของคนๆหนึ่ง ที่มีความจนบรรจุอยู่ในคนจน มีประสิทธิภาพคุณภาพดีมากเท่าไหร่ก็คือความจริง ในตัวเรา ที่เป็นความจนที่ดี ความจนที่ประเสริฐความจนที่วิเศษ ใส่เข้ามามันตั้งลงเป็นคนจน ก็เป็นอัตโนมัติเป็นตถตา เป็นคนจนที่มีประสิทธิภาพความจนอันประเสริฐ ทำงานด้วยตัวมันเอง ตถตา มันทำงานติดเครื่องยนต์เองโดยเราไม่ต้องไปสั่งการ เป็นความจริงเป็น axiom ไม่ต้องไปตรวจสอบทดลองอีก เป็นในตัวมันเอง axiom เป็นอัตโนมัติทำงานไป เป็นความจริงอันสมบูรณ์บริบูรณ์ในตัวมันเอง มันทำงานของมันเองเป็น ตถตา นี่คืออาศัยพยัญชนะอธิบายให้เกิดผลที่แท้จริง จนเป็นความสำเร็จประสิทธิผล ภาษาอังกฤษเรียกว่า Effectiveness เกิดประสิทธิผลที่ดีขึ้นเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ คุณมาทำงานมาศึกษา มาอยู่กับพวกเราได้ ไม่ได้หลอกล่ออ่อยเหยื่อนะ ดี มี efficiency คือคุ้มค่า ได้ผลคุ้มค่า Effectiveness คุ้มค่า ภาษาอังกฤษก็น่าสนใจใช้ได้ ภาษาจีนเดี๋ยวนี้เข้ามาเป็นคู่แข่งของภาษาอื่น ถ้าเป็นภาษาของคนส่วนใหญ่ คนจีนตื่นตัวแสวงหา และเขาก็มีภาษาแม่ คนเขามาก เยอะก็กระจาย แพร่ แล้วเขาก็พยายามเจตนาให้อะไรของจีนเผยแพร่ ตามประสาให้เขากว้างคนนิยม ไม่เป็นไรอาตมาเป็นเหลนเจ๊กแท้ๆ ได้แต่ภาษาจีนแต้จิ๋ว อาตมาเองก็ขอเสริมตัวอีกอย่างคือ ตอนนี้เผื่อจะได้มีเพื่อนมากขึ้น คือพยายามต่ออายุสังขารตัวเองมากขึ้น คนที่จะช่วยส่งเสริมอายุสังขารอาตมาก็ขอบอกว่า มีแต่คนรู้มาก เอาอันนี้มาให้กินวิตามินอันนี้มาให้กินมากมาย ก็เข้าใจเจตนาดี ตอนนี้อาตมาว่า อาตมาได้มีโอกาสทดลองที่เขาให้มา ไม่รู้จะเลือกใช้อันไหนก่อนหลังเลย ทุกอย่างบอกมานี่ดีที่สุดจังเลย ไม่มีอะไรที่ไม่ดีเล็กๆเลย มีแต่ดีใหญ่ๆทั้งนั้น มีความพยายามตั้งใจ อาตมาก็ตั้งใจอยู่ แต่อยู่ให้ดีนะ ถ้าอยู่ไม่ดีก็ขอตายเลย เพราะว่ามันสุดวิสัยแล้วไม่ยื้อเอาไว้ ไม่โตแล้ว ถ้ามันสุดวิสัย ตายแล้วรีบมาเกิดใหม่ดีกว่า ถ้าอย่างนั้นก็มาบูรณะสังขาร อวัยวะมันไม่ไหวก็เลิก ตายแล้วจะรีบไปเกิดใหม่ ไม่ไปไหนหรอก เกิดอยู่ในพวกนี่แหละ แล้วก็มาทำงานต่อ พวกเรานี่แหละที่มาเกิดใหม่ๆก็จะบอกว่าค่อยมาเกิดนะ ขอยืนยันว่าจริง แต่อย่าไปมองแม้ว่าองค์นี้เป็นองค์นี้ คนนี้เป็นคนนี้ เจ้าตัวก็เลยบอกไม่ได้ว่าฉันเป็นใครแน่ เจ้าตัวหัวหมุนตายพอดี ปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติ เป็นเรื่องจริงแต่อย่าเอาไปเล่น คนเอาไปเล่นบ้าบอหลอกล่อทำมาหากินได้ด้วย เพราะฉะนั้นอย่าทำ เข้าใจแล้วก็ดูกันไม่ต้องไปเผยแพร่ขยายผล ให้คนอื่นเขาติด แล้วเอาไปใช้หากินหลอกลวงได้ จนกระทั่งชาติก่อนเธอเป็นเมียฉันชาตินี้ก็ต้องมาเป็นเมียฉันอีก เละเทะเลยที่เขาไปทำ มันไม่เข้าท่า นี่เป็นความซับซ้อนในสัจธรรม อาตมาขยายความ เสนาสนะ บุคคล เครื่องอาศัย เราต้องเข้าใจ อาหารรูป ในรูป 28 อะไรบ้าง เครื่องอาศัยคำเดียวนี้มีเยอะ ตั้งแต่เรื่อง กวฬีการาหาร ผัสสาหาร คุณผัสสะ ดินน้ำไฟลม พฤติกรรมความเคลื่อนไหวของกายวาจาใจ คุณผัสสะ ต่อ ลาภยศสรรเสริญโลกียสุข ผัสสะต่อความรู้ จนกระทั่ง ผัสสะต่อสัตบุรุษ มีพร้อมทั้งความรู้และจะขยายความออกไปได้ อะไรต่างๆ มันซ้อนๆๆๆ กวฬีการหารหาร เป็นตัวสำคัญจะเรียนรู้รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสจากคำข้าว คุณตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ก็ทิ้งวัตถุอื่นได้แต่ทิ้งอาหารไม่ได้ ถ้าจะต้องยังชีพ ผัสสะคุณก็ทิ้งไม่ได้ อาหารที่เป็นคำข้าวก็ทิ้งไม่ได้ จากนั้นก็มีความรู้ เจตนา ซึ่งมี3 เจตนาโลกีย์ เจตนาลึกซึ้ง อยู่เหนือโลกกีย์ รูปภพ อรูปภพ ลดกิเลสในรูปภพ เหลือกิเลสในอรูปภพ คุณก็จะรู้จักใช้เจตนา อยู่เหนือกามภพภายนอกแล้ว เหลือรูปภพ คุณก็ใช้เจตนา ถึงขั้นใช้เจตนาเป็นโลกุตระทำได้ ถ้าหลุดพ้นจากความติดยึดรูปภพ เหลืออรูปภพ ก็ใช้เจตนาได้ละเอียดเข้าไปเอง หมดอรูปภพ ไม่ติดยึดในโลกเลยแล้วอาศัยอยู่กับโลกช่วยโลก มีเจตนาที่บริสุทธิ์สะอ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน