สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน สัจจะของการเมืองไทย ณ ลมหายใจเฮือกนี้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์21 KB
วันที่แก้ไข11 มีนาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน สัจจะของการเมืองไทย ณ ลมหายใจเฮือกนี้ ในขณะนี้ ผู้ห้อมล้อมอาตมาได้รับช่วงไปทำ ในระดับของสังคมผู้คนหมู่ชน มันมีแล้วพวกเราก็เห็น ก็ทำงานไป ตั้งแต่พื้นฐานของกินของใช้อาหาร แล้วก็ค่อยๆมีสื่อสาร มีความรู้ มีการศึกษา มีการสัมพันธ์กับสังคมในด้านนั้นด้านนี้ จนกระทั่งลักษณะของการเมือง มันก็มีการเมือง เศรษฐศาสตร์นี้เห็นได้ชัดกว่าการเมืองขณะนี้ สำหรับชาวอโศก เรื่องการเมืองนี้เหมือนกับเราไม่มีท่า แต่นี่พูดก็คงเข้าใจยาก อโศกนี้เป็นแก่นของการเมืองประชาธิปไตย พูดแล้วเหมือนยกตัวตนยิ่งใหญ่ การเมืองประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ พระพุทธเจ้าเป็นนักการเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดยอดที่สุด เห็นกับประชาชนเอาประชาชนเป็นหลัก เอาประชาชนข้างนอกเป็นใหญ่ ไม่เอาข้างในเป็นใหญ่ อย่างนี้เลย พระพุทธเจ้าท่านทำจนกระทั่งในยุคพระพุทธเจ้า พระเจ้าแผ่นดิน ที่เกิดในยุคนั้น ก็เป็นพระเจ้าแผ่นดินที่มีภูมิธรรมเหมาะสม เหมาะสมกับยุคพระพุทธเจ้าที่จะสัมพันธ์ ที่จะร่วมมืออะไรกัน อย่างที่เห็น ไม่ว่าจะเป็นแคว้นใดๆ แคว้นที่ใหญ่ที่สุด แคว้นศากยะ ของพระพุทธเจ้านี้ไม่ได้ใหญ่นะ เล็กนิดเดียว ส่วนเสี้ยวเดียวของแคว้นมคธ ในยุคนี้มีอินเดียกับจีนเป็นแคว้นใหญ่ ในยุคนั้นก็มีแคว้นมคธกับโกศลที่ยิ่งใหญ่ แม้แคว้นของท่านจะเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ พระพุทธเจ้าประกาศศาสนาของท่าน มีธรรมนูญของท่าน ไปประกาศที่แคว้นไหน พระเจ้าแผ่นดินที่แคว้นนั้นก็ยกให้หมดเลย จะมีประชากรของแคว้นที่ไหนมาเข้ารีตท่านก็ยินดีให้ไปเลย ประชากรจะมีคุณธรรมอย่างที่พระพุทธเจ้าสอนท่านก็ยินดีมากเลย เพราะพระเจ้าแผ่นดิน มีภูมิธรรมรับได้ ประชาธิปไตยคือประชาชนเป็นใหญ่ ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ ก็เป็นอย่างเดียวกัน แต่มันขยายออกมาเป็นรูปธรรมในยุคโน้นยากเท่านั้นเอง

อ่านต่อ

แต่ก็มีให้เห็นมีภูมิธรรมให้รู้ นักรัฐศาสตร์ จบดร. โพสต์ดร.อย่างไรก็ให้ศึกษา ความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงคืออย่างไร เมื่อกี้นี้ก็อ่านหนังสือพิมพ์ มีความกระเหี้ยนกระหือรือกันมาก อ่านหนังสือพิมพ์ ดูเหมือนจะมติชนก็วิจารณ์พรรคเพื่อไทยกำลังมีบทบาท สาระแท้ๆ เขาก็พยายามรวบรวมพรรคเล็กพรรคน้อย เพื่อจะได้มวลสมาชิกส.ส.ให้ได้มาก จะได้สามารถมีพลังตั้งนายกฯของเขาเองขึ้นมาได้ มันก็เป็นธรรมดา เขาก็ต้องตั้งใจทำให้ได้อย่างนั้น ส่วนจะได้หรือไม่ได้ก็แล้วแต่ แต่บารมีของพล.อ.ประยุทธ์มี แม้แต่พรรคการเมืองบางพรรคก็ประกาศว่าจะสนับสนุนนายกฯประยุทธ์ นายกฯประยุทธ์เอาเงินไปซื้อพรรคเหล่านั้นได้ไหม...ก็ไม่ได้ พรรคพวกนั้นเขาเข้าใจเอง ยินดีจะทำเช่นนั้น อย่างนี้ก็เป็นภูมิธรรม มีหลายพรรคด้วย มีส.ส.มีเสียงเท่าไหร่ก็จะออกเสียงสนับสนุนนายกฯตู่ เขาก็ไม่เอาคนในพรรคของเขา หัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค เลขา ที่จะยกขึ้นเป็นนายกฯ เขาก็รู้ตัวว่านายกฯตู่นี้สืบสานไปเถอะ แม้แต่อาตมาก็ส่งเสริมนายกฯตู่ เลือกตั้งคราวนี้ก็เถอะ คำว่าเลือกตั้งนี้เป็นความจำนน แต่มันดูโก้ว่า นี่คือความเห็นของมวลประชาชน มาลงคะแนนเสียงเลือก ถึงจะเป็นคะแนนเสียงของประชาชนจริงๆ ก็มีความซับซ้อนเท่าไหร่ ประชาชนถูกซื้อถูกเลี้ยงต้อย ถูกบังคับ ด้วยเล่ห์กล มีตัวอย่างที่เราเห็นมากมาย คนเก่งที่สุดก็คือทักษิณ ชินวัตร ยอดเยี่ยม ขนาดขุดเอามาจากไหน 49 วันก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิงด้วย เก่งชิบหายเลย เก่งจริงๆ เขาพูดว่าเขาเองส่งส.ส.นี่เอาเสาไฟฟ้าลงเลือกตั้งก็ได้ จริงตามปากเขาเลยเขาบันดาล นายกฯนี้ขุดมาจากไหน เมืองไทยยังไม่เคยมีนายกฯ หญิง แล้วก็ยังสาวแส้อยู่ไม่มี goodwill ทางนี้เลย มีแต่หาเงินทางโลกก็สร้างได้เสร็จแล้วมาออกลาย ถ้าปล่อยต่อไปไม่ใช่แค่ห้าแสนล้าน จะฉิบหายมากกว่านี้แน่นอน นี่ยับยั้งได้ทันก็เป็นกุศลของประเทศหนักหนา สิ่งเหล่านี้เป็นสัจจะ พูดไปเหมือนข่มดูแคลน แต่มันเป็นตัวละครของโลก เป็นสิ่งที่เราใช้ศึกษา เห็นจริงเป็นปรากฏการณ์จริงเป็นองค์ประกอบอจินไตย ซึ่งมันเกิดจากวิบากกรรมต่างๆ เกิดจากภูมิธรรม อะไรต่างๆซับซ้อน แม้แต่ที่สุด โลกจินตาคือสมบัติโลกและจินตนาการ ก็เอามาเป็นพลังงานส่งเสริมตัวเองได้ อาตมาจะไม่ใช้โลกจินตา สมบัติมาเป็นอำนาจแก่ตน แม้ที่สุดจะไม่ใช้พวกนี้เอามาสนับสนุนอาตมา เขาจะยินดีมาสนับสนุนอาตมา ก็ด้วยภูมิธรรมเขาเอง จะไม่ใช้อำนาจวัตถุยศศักดิ์ ทางอิทธิพลโลกโลกีย์ เขาจะสนับสนุนด้วยคุณงามความดี ลักษณะเห็นแก่สัตว์อื่น ไม่เห็นแก่ตัวตน การเมืองขณะนี้ของเมืองไทย อาตมาก็ยังเห็นบทบาทที่เกิดขึ้น อาตมาก็ยังมั่นใจในสัจจะของผู้คนที่มีทั้งภูมิรู้ มีกรรมวิบาก มีทั้งสัจจะ ที่เป็นอจินไตย อาตมาอธิบายไม่หมด มันเป็นเหตุปัจจัยที่ห้อมล้อม เกิดพลังงานองค์รวมอย่างที่มันเป็น มันประกอบไปด้วยคุณธรรม ที่เป็นสัจจะของมันเอง แม้แต่วัตถุ มันก็มีพลังงานองค์รวมในสัจจะของมันเอง อาตมากำลังขยายความ ที่อาตมาบอกว่า เศรษฐกิจที่เจริญคือ เศรษฐกิจแกนหลักคือเป็นคนไม่มีสมบัติ เป็นคนที่มีสมบัติเป็นศูนย์ นอกนั้นก็ร่วมกันเป็นแก่นแกน อย่างอาตมามีสมณะ 0 บาททั้งนั้น สิกขมาตุก็ 0 บาทอันนี้เป็นแก่นแกนแน่นอน อาตมามั่นใจว่าไม่มีใครมุบมิบสะสม นักบวชนี้ชัดเจน 40 กว่าปี สมณะมีแก่ตายไปหลายรูป เหลือเท่านี้ รับรองสะอาดบริสุทธิ์ และก็ยังเป็นหนึ่งเดียว หนึ่งเดียวนี้อาตมาขอบอกให้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่ละองค์แต่ละรูป ไม่สะสมเป็นของตัว มีเท่าไหร่ได้รับมา คนที่ศรัทธาส่วนตัวก็มี แม้แต่พี่น้อง ญาติโกโยติกา ท่านดินไทก็มีแม่มาถวายแล้วท่านดินไทก็เอามายัดใส่มืออาตมาทั้งนั้น มาถึงมืออาตมาก็บอกเอาเข้ากองกลาง มันเป็นคุณธรรมที่แน่นลึก เป็นแก่นชีพ เป็น static ที่แข็งแรงมากเลย ที่อธิบายได้ยืนยันตัวอย่าง เห็นอย่างนี้เป็นต้น เราจึงมีเท่าที่เรามีบารมี และเราเก่ง ใช้อย่างประหยัดแต่ได้ประโยชน์สูง กินแรงงานคนอื่นเยอะ มาทำแรงงานฟรีเยอะ ไม่ได้บังคับนะ เขามาเอง เป็นความเต็มใจเป็นความจริงใจ แม้แต่งานก็เยอะแยะ แม้ว่างานสื่อสารนี้ก็ยากมาก ที่อื่นเขาทำโทรทัศน์ดาวเทียม ล้มระเนระนาดไปเยอะแล้ว เพราะค่าใช้จ่ายสูง ไม่ได้มีแรงงานฟรีอย่างเรา แม้ช่องศาสนาก็เรี่ยไรแล้วเรี่ยไรอีก ก็ดูไปเถอะยาวนาน ไม่ท้าทายไม่อวดดี คนมาบริจาค คนมาบริจาคก็มีน้อยมาก ได้หลักๆเอารายได้จากขยะทั้งนั้น เดือนหนึ่งเป็นล้าน ตอนนี้ใครจะมาช่วย ทำให้องค์กรขยะ สขจ. ที่บ้านราชฯแข็งแรงอีก สันติอโศกนี้แข็งแรง เลี้ยงตัวเองรอด อุ้มสถานีโทรทัศน์เป็นหลักเลย สขจ.ที่สันติอโศกเป็นหลัก เดือนหนึ่งได้เป็นล้าน รวมแล้ว เราใช้จ่ายไม่แพงเท่าไหร่ ประโยชน์สูงประหยัดสุด เท่าที่เราจะทำได้ เครื่องไม้เครื่องมือ ก็ผ่านมาหลายมือแล้ว กว่าจะมาถึงเรา เราก็บอกว่า second hand เราก็พยายามเข็นไปก็อย่างนี้แหละ ขลุกๆขลักๆ อย่างคุณจำลองพูดก่อนรายการก็ติดๆขัดๆ ไม่ได้แกล้งนะ เจ้าหน้าที่ๆทำก็ใจหาย ที่ทำให้ผู้ใหญ่ติดขัด สรุปแล้วเข้าสู่การเมือง การเมืองขณะนี้ชาวอโศกมีพรรคการเมืองเพื่อฟ้าดิน แต่มันยังไม่เห็น อาตมาว่า ยังไปทำอะไรในรัฐสภาไม่ได้ และก็ยังไม่ควร นี่ภูมิธรรมอาตมานะ อาตมาว่าทางรัฐสภา ทางรัฐบาล และอำนาจของรัฐบาลเป็น รัฏฐาธิปไตยทำงานกับสังคม ถ้าเผื่อว่าส.ส.รวมหัวกันเป็น รัฏฐาธิปไตย มันก็ไม่ใช่ประชาชน อาตมาอยากปลูกฝังให้ประชาชนได้รัฏฐาธิปไตยให้เหนือกว่ารัฐบาล เหนือกว่า ส.ส. แต่ส.ส.นักการเมืองก็ต้องทำให้มากตามประสาเขาแน่ ขณะนี้พลเอกประยุทธ์บริหารอยู่ โลกเขาเชื่อว่าประชาธิปไตยต้องเป็นการเลือกตั้งเท่านั้นมาจากต้นตอตรงนี้ถึงจะเป็นประชาธิปไตย นี่คือการติดเชื้อในโลก อาตมาก็พูดว่า เรื่องการเลือกตั้งเป็นเรื่องขี้ผง แต่เรื่องอภิบาลประชาชน เหนือชั้นกว่าเรื่องการเลือกตั้งเยอะ พฤติกรรมของผู้บริหารปกครองผู้อภิบาล ผู้รับใช้ประชาชนช่วยเหลือประชาชน จริงใจและมีประสิทธิภาพมากจริงๆ เห็นแก่ตัวน้อย เห็นแก่พวกน้อย ถ้ายืนยันชัดเลยว่าเห็นแก่ตัวน้อยเห็นกับพวกน้อย เรื่องเห็นแก่ตัวแก่พวกเป็นเรื่องปลีกย่อย แม้มีบ้าง error ไม่มีใครได้ 100% หรอก ได้แค่นี้ก็ก่อร่างสร้างตัวเป็นประชาธิปไตยแล้ว ในเมืองไทย ไม่ใช้อิทธิพลของอำนาจของเงินของเล่ห์เหลี่ยม ไม่ใช้อำนาจบาตรใหญ่ ไม่ใช้อำนาจของเงินของความเล่ห์เหลี่ยมความฉลาดแกมโกง ไม่ใช้อำนาจเงินเลยหรือใช้น้อยที่สุด ยิ่งอำนาจบาตรใหญ่ อำนาจทางกฎหมาย อำนาจทางตำแหน่ง อำนาจทางยศศักดิ์ เป็นอำนาจที่เขาใช้อยู่ แต่ก็ใช้น้อย ไม่ใช้เป็นอำนาจใหญ่ จะให้ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยที่แท้จะเป็นอย่างที่ว่านี้ อาตมา เท่าที่มีภูมิธรรม อาตมาได้บัญญัติ หรือใช้ความคิดตัวเองเรียบเรียงเอาความเป็นประชาธิปไตยนั้นได้ 10 ข้อ เขาบอกว่า ธรรมะอย่ามายุ่งกับการเมือง อาตมาก็บอกว่าไม่ได้ ธรรมะกับการเมืองเป็นเรื่องอันเดียวกัน เป็นความเจริญทางโลกุตรธรรม อาริยธรรมของพระพุทธเจ้า ยกตัวอย่างที่เป็นหลักฐาน คือเอาความสงบสยบความรุนแรง เอาความสงบไปเป็นอาวุธรบ จนขจัดรัฐบาล ที่เป็นรัฏฐาธิปัตย์ บริหารไม่ได้ไปถึง 4-5 รัฐบาล เป็นเรื่องจริงเป็นปรากฏการณ์จริง ไม่ใช่พูดลอยลม พูดแล้วเหมือนกับว่าสิ่งที่ทำมันแล้ว มันเล็กๆน้อยๆเอามายืนยันทำโก้ ใครก็ทำได้ ก็ลองดูสิ เอาความสงบสยบความเคลื่อนไหวใครทำได้ก็ทำ เป็นเรื่องอจินไตยที่เข้าใจยาก เป็นพลังงานที่ไม่มีสภาพ เป็นพลังงานที่ไม่เห็นสภาพ ไม่มีรูปร่างแต่เป็นพลังงานจริงๆ ความสงบมันมีฤทธิ์เดช ทำให้คนเกรงใจ มีเหตุปัจจัยที่มันละเอียด อาตมาอธิบายไม่เก่ง ซึ่งมันมีความรุนแรงอยู่ช่วงหนึ่ง จนเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่มีใครไขความ ตำรวจได้รับคำสั่งมาปราบให้เรียบ แต่สุดท้ายตำรวจถอยไป แพ้ยะย่าย พ่ายจะแจไป ล้วนแต่เป็นเหตุปัจจัยของความสอดคล้อง อันนี้ต้องช่วยอันนี้ ต้องเป็นสัจจะซ้อนอยู่ในนั้น อะไรควรให้อยู่ควรให้สลาย อะไรควรจะให้แพ้ อะไรควรจะให้ชนะ ก็เป็นพลังงานที่ซ้อนอยู่ในสังคมนี้จริงๆ แม้แต่เราอย่าว่าจะไปขอร้องเลย รู้ยังไม่รู้เลยว่าพลังงานนี้มาช่วยเราได้อย่างไร เป็นเรื่องลึกซึ้งซับซ้อนมาก เป็นอจินไตย จนกระทั่งหลายคนบอกว่า ตำรวจพ่ายแพ้เพราะว่า สมเด็จปู่วิชิตอวิชชา เปล่งแสง พวกตำรวจเห็นแสงหลวงปู่ ก็เลยหนีไปเลย เป็นถึงอย่างนั้น ทั้งที่จริงก็มีแต่แสงไฟ อะไรเป็นเหตุปัจจัยซับซ้อนอยู่เบื้องหลัง บางทีเรา หยั่งไม่ถึงรู้ไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ก็ค่อยพิสูจน์ไป ทุกอย่าง พระพุทธเจ้าตรัสว่ามาแต่เหตุ ทุกอย่างมีเหตุปัจจัยทั้งนั้น เหตุปัจจัยทำให้เกิดก็เกิด เหตุปัจจัยพาให้ดับก็ดับ สัจจะพวกนี้เป็นเรื่องจริง สัจจะที่ชัดเจน คนจริงใจเข้าใจว่าอันนี้ดีจริงๆก็ทำให้สำเร็จ จริงใจของเราเอง อันนี้ดีจริงๆก็ให้ชัดเจนให้สะอาดจริงๆ ไม่ใช่เพื่อตัวตน ไม่ใช่รับใช้กิเลส เพื่อมนุษยชาติจริงๆ ได้อย่างมีคุณค่าความดีงาม เราจริงใจว่าเราเองไม่ทำเพื่อตัวตนไม่เพื่อพรรคพวก แต่เพื่อมวลมนุษยชาติส่วนใหญ่ แม้แต่อาตมาซ้ำอีก เรื่องเศรษฐศาสตร์ของพวกเรา อธิบาย GDP Gross Domestic Product รายได้มวลรวม domestic ของพวกเราเองกลุ่มเราเองภายใน ชาวอโศกก็มีของเราเป็นรายได้ของเรา ไม่ได้เบียดเบียนใคร เราทำสร้างผลผลิตได้แรงงานได้ แล้วเราก็กินใช้ในนี้เหลือก็สะพัดออกให้ผู้อื่น อาตมาพาทำได้สำเร็จ ขอพูดจริงๆเลยว่า นักเศรษฐศาสตร์มาตรวจสอบได้เลย เราสะพัดออกไป ถ้าสมมุติว่าประเทศไทยเหมือนชาวอโศก สร้างสรรมาจนมีวัตถุดิบมีผลงาน มีความรู้มีแรงงาน แล้วเราก็สะพัดให้แก่คนอื่น ยกตัวอย่างสินค้าเราผลิตได้เป็นสินค้าดี มีประโยชน์คุณค่าไม่เป็นพิษภัยมอมเมา แล้วเราก็ส่งไปให้ต่างประเทศที่สมควรได้ อันนี้ควรให้ฟรี เพราะเขาแย่ ก็ให้เลย อันนี้ควรขายในราคาประมาณนี้ อันนี้ควรขายในราคาแพง เพราะประเทศนี้ขูดรีดประเทศอื่นเยอะ เอาให้แพงๆ ถ้าเขาอยากได้ให้ซื้อ เขามีเงินเยอะแล้วเขาไม่ควรได้ แต่ของๆเราดีนะ เขาเองดีไม่ดีเอาไปเป็นเขี้ยวเป็นงาเป็นอาวุธ พิษภัยย้อนใส่คนอื่นอีก สรุปง่ายๆคือเศรษฐศาสตร์ของเรา เราไม่ไปขูดรีดเอาจากใคร ประเทศไทยผลิตสินค้าได้เท่านี้เราให้คนอื่นไม่เอากำไร เราให้คนอื่นอย่างขาดทุน นี่คือเศรษฐศาสตร์ของอาตมาหรือของพระพุทธเจ้า ให้ผู้อื่นอย่างขาดทุนถือว่าเราเป็นประโยชน์คุณค่า แค่เท่าทุนก็เจ๊าไม่มีใครเป็นประโยชน์กับใคร แต่นี่เราขาดทุนให้เราจึงเป็นประโยชน์เขา แต่ถ้าเราไปเอาเปรียบมากเกินทุน เราก็ไม่มีประโยชน์ต่อเขา วิธีคิดเชิงเศรษฐศาสตร์ของเรา 1. พึ่งตนเองรอด 2. ทำให้เหลือให้เกิน 3. สะพัดสิ่งที่เหลือที่เกินให้แก่ผู้ที่ควรได้ เราก็เหลือแก่ตนเองใช้ ไม่ได้ขาดแคลน ไม่ให้เกิด run short ติดขัด ไปไม่ออก อย่างนี้ มันต้องคล่องตัวอยู่ได้ไปอย่างพอดี แต่ไม่กักตุนสะสมกอบโกย ไม่เอาเปรียบ ไม่ขี้โกง นี่คือสัจธรรมที่พระพุทธเจ้าสอนเรา อาตมาว่าชาวอโศกทำได้ เราจึงอยากให้ประเทศไทยทำได้อย่างชาวอโศก ใครจะว่าขี้เบ่งก็ไม่เป็นไร ถ้าเราทำได้ ประเทศไทยจะใช้คำว่าเป็นเจ้าโลกได้ โดยไม่ได้ใช้อำนาจบาตรใหญ่หรืออาวุธหรือเงินทอง อำนาจทางวัตถุ มาเป็นอำนาจ แต่นี้เป็นอำนาจโดยธรรมเรียกว่าเป็นธรรมาธิปไตย อาตมาตอนนี้ กำลังอธิบายธรรมาธิปไตยเป็นธรรมาภิบาล มาเปรียบเทียบเป็นธรรม 2 ธรรมาธิปไตยคืออำนาจโดยธรรม จะมีอำนาจมีฤทธิ์แรงออกไป มันเป็นเรื่องของด้านรูปธรรม Static ส่วนคำว่าอภิบาล เป็นอำนาจของคุณธรรม เป็นอำนาจทางนามธรรมเป็นอำนาจทางจิตวิญญาณ มีความรู้ความสามารถจริงใจ ทำงานรับใช้ช่วยเหลือประชาชน ปกครองดูแลประชาชน ให้ประชาชนได้รับความสุขสงบ ความอุดมสมบูรณ์ ความแข็งแรง ความเจริญพัฒนา ถ้าเราทำได้อย่างอภิบาล ก็เป็นธรรมาภิบาลที่แท้จริง ประชาชนที่ได้รับการอภิบาลก็จะเห็นความจริง เขาก็จะให้อำนาจอธิปไตยเป็นแรงย้อนกลับมาให้เราเอง ถ้าหากอภิบาลดี ยิ่ง คุณก็ได้อธิปไตย ถ้าหากคุณอภิบาลไม่ดี อำนาจคุณก็จะได้น้อย ได้อ่อน แต่ถ้ามีอำนาจอภิบาลช่วยเหลือเกื้อกูลรับใช้ให้ประโยชน์กับประชาชนได้จริง ได้มากอบอุ่น สุขสบายดีมาก ประชาชนเขาเห็นคุณค่าเขาก็จะให้ว่า ท่านเอาไปเลย ถ้าทำเต็มที่แล้ว ทำอย่างนี้ประชาชนได้เป็นสุขอุดมสมบูรณ์ คุณก็จะได้อธิปไตย แต่พลังงานนี้โดยไม่ต้องไปได้ มันได้โดยไม่ต้องได้ แต่มันได้เพราะประชาชนเขาให้ เขายัดเยียดให้ เป็นสภาพย้อนไปย้อนมา อธิปไตยเป็นของประชาชนส่วนอภิบาลเป็นของผู้บริหาร ถ้าหากท่านอภิบาลเขาให้ดีให้เป็นธรรม ท่านธรรมาภิบาล ให้วิสุทธิ์ คือบริสุทธิ์ วิสิฏฐ์คือประเสริฐเลิศ วิเศษ ยอดเยี่ยมพิสดาร พิเศษ สุดยอด อย่างนึกไม่ถึงเลยใช้วรยุทธใช้วิธีการ เยี่ยมเลย วิสุทธิ์ วิศิษฏ์ วิเศษ สามเส้าของพลังงานนี้ นายกฯตู่นี้อาตมาอยากจะให้สร้าง วิสุทธิ์ วิศิษฏ์ วิเศษ ใส่ตนเองให้มากๆ เอาให้ดี มีเค้ามีผู้สนับสนุนแล้ว พรรคการเมืองหลายพรรคตอนนี้ก็ยังยินดีให้นายกฯตู่เป็นนายกฯ จำนวน 40 กว่าพรรค แน่นอนเขาอยากจะได้อำนาจของเขามากกว่าพรรค 2-3 พรรคที่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์แน่นอน นั่นเป็นเรื่องของพรรคการเมือง พรรคการเมืองพรรคหนึ่งคือพรรคของอโศก ไม่เข้าไปสู่รัฐสภา เป็นพรรคการเมืองของประชาชนแท้ๆ แล้วก็จะพยายามให้ประชาชนนี่แหละ เท่าที่มาเข้าใจอโศก แล้วมาเป็นมวลของอโศก มาผนึกเป็นแก่นแกนของอโศก ไม่ได้ไปหาเสียง ไม่ได้ไปใช้อำนาจบาตรใหญ่ อย่างที่เขาเป็น เป็นอย่างความจริงใจและทำเพื่อสัจธรรมตรงๆ ถ้าเห็นตรงสัจธรรม ท่านทั้งหลายประชาชนทั้งหลายเห็นตรงว่า สัจธรรมอย่างที่ชาวอโศกทำอันนี้เห็นด้วยร่วมด้วย ก็เป็นพลังงานรวม ที่เป็นปึกแผ่น เป็นนามธรรม เป็นอรูป ไม่เห็น เป็นนามธรรมเกิดจากจิตวิญญาณที่เขารู้ ถ้าอย่างอโศกนี้ใช่ เพราะฉะนั้นอโศกจะนำ อโศกจะไป อโศกจะต้องเอาด้วยๆ พรรคนี้ ประชาชนจะมีเพิ่มขึ้น ถ้าหากประชาชนที่นั่งฟังนี่เข้าใจว่า ถ้าอย่างนี้เป็นพรรคประชาชนจริงๆนะ นี่ล่ะ พรรค ประชาชน แต่เขามีชื่อนี้นะ ใน 40 กว่าพรรค เพราะฉะนั้นเจอกัน เจอกันกับพรรคประชาชนจดทะเบียนกับแบบไม่จดทะเบียน เจอกัน ใครของแท้ ถ้าพรรคประชาชน คุณมีพลังที่จะช่วยประชาชนได้เหมือนกับพรรคอโศก ซึ่งมีชื่อประชาชนอยู่ข้างหลัง พรรคอโศกนี้มีชื่อว่าพรรคประชาชนอยู่ข้างหลัง มันต้องพิสูจน์ด้วยของจริงที่แสดงออกต่อสังคมประเทศชาติ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องลึกซึ้งและเป็นเรื่องจริง ที่จะค่อยๆปรากฏ ค่อยๆเกิด มันเป็นสงครามสังคม เป็นธรรมาธรรมะสงคราม มันเหมือนสู้กันนะ เช่น พรรคประชาชนที่เขาตั้งชื่อ ชาวอโศกก็เป็นภาคประชาชนแต่ไม่ได้ตั้งชื่อ แข่งดีแข่งเด่นเหมือนกัน จะจริงกว่ากัน เป็นสัจจะมากกว่าก็ชนะ ประชาชนจะต้องเอาความจริงเป็นเครื่องตัดสิน ใครจะจริง ต้องดูไป ไม่ดูไบ ยกตัวอย่างเทียบเคียงกันง่ายๆ อาตมาขอยืนยันว่าชาวอโศกเป็นพรรคการเมืองจริงๆ มีนโยบายตามพระพุทธเจ้า ตามในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่าหาว่าอาตมาขี้ตู่นะ แต่เป็นอันเดียวกัน ทฤษฎีเดียวกัน ทฤษฎีแบบคนจน ขาดทุนของเราคือกำไรของเราจริงๆ ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงจริงๆ เรามาเป็นคนจนจริงๆ ยืนยันได้ คุณจะมีพลเมืองมีพฤติกรรมของมนุษย์ที่จน สู้เราไหมล่ะ แล้วเราก็ทำงานให้แก่ประชาชนอย่างจนๆนี่แหละ จนแบบของเรา จนอย่างไร ก็จนมหัศจรรย์จนอุดมสมบูรณ์ พูดเล่นลิ้นไหมก็เรามีอยู่มีกิน ทำงานให้เหลือพอ มีพลังงานสู่สังคมได้จริง ไม่ขาดแคลนไม่เดือดร้อน ภาษาสื่อสภาวะผู้มีภูมิธรรมเห็นด้วยก็มาร่วมกัน อาจหาว่าใครพูดโก้อย่างนี้ก็ได้ แต่จริงๆแล้วมันจริง พวกเราแต่ละคน เพิ่มพลังงานความรู้ความสามารถสมรรถนะ ไม่ต้องรีบร้อน ทำจริงๆเอาใจใส่จริงๆ มีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา มีอิทธิบาท 4 คำนี้สุดยอดในสภาวะธรรม ความยินดีจะทำให้คนๆนั้น มีความพากเพียร มีวิริยะ มีความพากเพียรเท่าไหร่ก็เอามาใส่ ทำในสิ่งที่เรายินดีชอบใจพอใจให้เกิด แนวร่วมจะเกิดร่วมกัน ก็มีความวิริยะเต็มที่ วิริยารัมภะ แม้จิตใจของเรามีเท่าไหร่ก็เอามาโถมให้ทางนี้เลย ฉันทะ วิริยะ จิตตะนี้สามเส้า ช่วยกันทำงานกลั่นออกมาเป็นสาระ มังสะเป็นเนื้อ กลั่นออกมาเป็นวิมังสา คือเนื้อหายิ่งๆ ไม่ใช่แค่เนื้อหนังหรอก เนื้อแท้ของสัจธรรม เนื้อแท้ของพลังงาน ที่มันทำอยู่กับองค์รวมของประชาชนของบทบาทสังคม นี่แหละคือเนื้อแท้ของอิทธิบาท ซึ่งมันสุดยอด นี่คือสัจธรรมของพระพุทธเจ้า และก็ขอย้ำยืนยันว่าเป็นประชาธิปไตย ประเด็นของความเป็นประชาธิปไตยที่ยืนยัน อ้างอิงได้ง่ายก็คือ 1.อิสระเสรีภาพ 2.ภราดรภาพ 3.สันติภาพ 4.สมรรถภาพ 5.บูรณภาพ 6.สุญญภาพ 7.สวยภาพ เพิ่มจาก 5 มาเป็น 7 ยังไม่ได้หาภาษาอังกฤษใส่ สุญญภาพ สวยภาพ มันจะมีอีกหลายคำ สภาวะเป็นหลัก แล้วใช้พยัญชนะเข้าสื่อถึงสภาวะ แล้วพยัญชนะจะกลับกันอีก แต่สภาวะจริงคืออะไร สภาวะจริงมันไม่ได้กลับ เที่ยงแท้ยืนยัน แต่พยัญชนะอาจกลับไปมา เราต้องแม่นต้องมั่นในสภาวธรรม เป็นปรมัตถสัจจะเที่ยงกว่า ยืนหยัดกว่า มั่นคงกว่า constant กว่า ศึกษาให้ดีในสัจธรรมพวกนี้ เอามาใช้เอามาประพฤติปฏิบัติ แล้วจะเป็นประโยชน์ต่อโลกต่อสังคม เราก็จะยิ่งหมดเนื้อหมดตัวหมดตัวหมดตน เราก็ยิ่งว่างสบาย เป็นคนไม่มีเนื้อไม่มีตัวไม่มีตน ใครมาตบเรา ก็วืดเลย เพราะไม่มีตัวตนให้ตบ วืดหัวคะมำไปโน่นเลย เพราะเรามันเป็นความว่าง อย่างนางวิสาขาจะมี มหาลดาปสาธน์ บอกว่าลืมไว้ที่วัด ก็เลยบอกว่ายกให้พระอานนท์เลย พระอานนท์ก็ไม่ได้เอาเป็นของตัวของตน มันก็เป็นของส่วนกลาง เอามาใช้ประโยชน์ส่วนกลาง ลักษณะพวกนี้เข้าใจให้ชัดเจน แม้จะยากแต่ก็เข้าใจได้ ใช้พยัญชนะใช้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาอธิบาย พวกเราก็อยู่ในระบบของพระพุทธเจ้าเอาประวัติศาสตร์ตำนานพวกนี้มายืนยันอธิบายขยายความ สรุปแล้วเราจะต้องทำงานการเมืองร่วมกันต่อไป เพื่อที่จะช่วยให้โลกได้เป็นการเมืองที่ดีงาม มันดีขึ้นมาได้เรื่อยๆแล้ว เพราะว่าเรื่องหยาบร้ายแรงลดลงในสังคมโลก ยุคนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ และเราก็มี ธัมมาวุธ บุญญาวุธ เพิ่มขึ้น เพราะเราพิสูจน์ ความสงบสยบความรุนแรง พิสูจน์มาแล้วหลายยก พิสูจน์เป็นรูปธรรม จากจิตวิญญาณเป็นใหญ่ ตั้งแต่เรามานั่งกลางถนนพิษณุโลกข้างทำเนียบ คำสั่งของรัฐบาลอภิสิทธิ์ สั่งให้ไปปราบให้ได้จริงๆ ตอนนั้นผู้การแต้มกำลังแคนดิเดต ขึ้นเป็นผบ.ตร. กับพลเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ตอนนั้นผู้การแต้มช่วยเรา โดยไม่ได้มาทำร้ายพวกเรา ก็เลยไม่ได้เป็นผบ.ตร. ตอนนั้นจะปราบให้เรียบเลย พวกเรานั่งสงบ ผู้การแต้มก็พาตำรวจมาพร้อมเครื่องมือ รอจังหวะ แต่ก็สู้ความสงบไม่ได้ ความสงบมีพลังกว่า ผู้การแต้มก็มีคุณธรรม คนสงบอย่างนี้เราจะเอาแม็คโครเอาเครื่องมือไปจิ้ม ก็ทำไม่ลง ผู้การแต้มก็หอบแบริเออร์กลับไป ถึงได้แพ้พล.อ.จักรทิพย์ นี่เป็นคุณธรรมคุณงามความดี แต่มันแพ้อำนาจบาตรใหญ่ในยุคนั้น แม้แต่ที่สุด นั่นคือความสงบสยบความเคลื่อนไหวในตอนผู้การแต้ม ตอนอื่นอีก ที่อาตมายกตัวอย่างอาตมาอยู่สะพานผ่านฟ้า ตำรวจก็มายิงกันตู้มๆ ตอนนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ เอาให้ตายเลย เสร็จแล้ว รายละเอียดอย่างไรก็แล้วแต่ พวกเราก็เอาความสงบสู้ ตำรวจบาดเจ็บเราก็เอาไปช่วย ตำรวจหมดแรงเลย สู้คุณธรรมประชาชนไม่ได้ ตำรวจถอยเลย ความรักของประชาชนมีมากกว่า เขาก็ยอมจำนน มันสู้คุณธรรมของประชาชนไม่ได้ คุณธรรมของประชาชนเหนือกว่า นี่คือธรรมาธรรมะสงคราม และสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่อวดดีนะ พวกเราเป็นตัวตั้งตัวหลักอยู่ที่นั่นด้วย ทำงานเต็มที่ แม้แต่อาตมาก็มีบทบาทลีลา มันควรถูกยิงง่ายๆ มีสไนเปอร์ ควรถูกยิงได้ง่ายๆ เราไม่ได้ท้าทาย ต้องขออภัยที่พูดสัจจะความจริงปรากฏการณ์จริง สัจธรรมลึกซึ้งที่ช่วยเหลืออยู่เบื้องหลังมีตั้งไม่น้อย เขาไม่อยากเปิดเผยตัว แต่ก็เห็นด้วยคุณธรรมก็ต้องช่วยอันนี้ อย่างนี้เป็นต้น นี่เป็นสัจจะที่ยิ่งใหญ่ อาตมาจึงเชื่อมั่น มั่นใจในคุณธรรม มั่นใจในสัจธรรมที่จริง ความบริสุทธิ์เท่านั้นจะชนะทุกสิ่งทั้งโลกในที่สุด อาตมาจะพาพวกเราพิสูจน์สิ่งเหล่านี้ เอาไหม ...เอา มันเขี้ยวล่ะสิ ไม่เป็นไรเราเข้าใจลึกกว่านั้น ถ้าเราได้ทำคุณงามความดีสิ่งที่ประเสริฐสิ่งที่เป็นธรรมะ เรื่องตายเรื่องเกิดก็ตายไป แต่กรรมเป็นอันทำ 1. กัมมัสสโกมหิ (มีกรรมเป็นสมบัติแท้ของตน) ตนทำแล้วเป็นของๆตน แบ่งใครไม่ได้ด้วย ไม่แยกธาตุตาม DNA ก็ไม่ได้ กรรมไม่ต่อเชื้อ กรรมเป็นของๆตน 2. กัมมทายาโท (มีกรรมเป็นทายาทรับมรดกของตน) 3. กัมมโยนิ (มีกรรมเป็นแดนเกิด-หรือพากำเนิด) 4. กัมมพันธุ (มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์, พันธุ์เทพ,พันธุ์มาร) 5. กัมมปฏิสรโณ (มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัยแท้ๆ) (พตปฎ. เล่ม 14 ข้อ 581)

สะสมไปเป็นชาติเชื้อทางนามธรรม ถ้าเชื้อชาติเป็นทาง DNA เกิดจากต้นตระกูลทางสายเลือด แต่ชาติเชื้อนี้เป็นเรื่องของนามธรรมจริงๆ เป็นเรื่องคุณธรรมเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนแต่เป็นพลังงานอยู่ เป็นกรรม ชาติเชื้อนี้เป็นกรรม ไม่ใช่สรีระ แต่เป็นนามธรรม ไม่ใช่สรีระ กรรมต่างๆที่สะสมเป็นกุศลวิบาก อกุศลวิบาก อย่างจริง แล้วกุศล อกุศลนี้ไม่หายไปไหนเลยของคน แต่ถ้ามีกุศลวิบากมากกว่าอกุศล กุศลก็ออกแสดงนำหน้า แต่ถ้าอกุศลมากมันก็แสดงออกมาก มีฤทธิ์มากแต่ถ้าเราเติมกุศลให้มาก อกุศลมันก็ตามไม่ไหวมันก็เลิกก็ปล่อย แล้วเราก็สร้างกุศลไม่หยุด คนที่บรรลุอรหันต์แล้ว จะหยุดอกุศลกรรมเด็ดขาด มีแต่สั่งสมกุศล จิตสะอาด มีปัญญาเลือกเฟ้นอะไรดีชั่ว ดีชั่วเป็นโลกียะ แต่บาปบุญเป็นโลกุตระ บาปเป็นนามธรรมเป็นพลังงาน พลังงานที่ใช้แล้วก็สลาย กุศลเป็นสภาวะมีอกุศลได้ ความชั่วนี้เราเลยถือว่ามันเป็นตัวตนมากกว่าโลกุตระ โลกุตระคือบุญ บาปบุญคู่กัน บาปถือเป็นโลกียะ บุญถือเป็นโลกุตระ แต่บาปบุญมันคู่กัน บุญเป็นโลกุตระ บุญทำงาน เหมือนระเบิดปรมาณู ทิ้งระเบิดไป ตูม ระเบิดมันก็หมดแล้ว จะเก็บเศษของระเบิด ไปเอาพลังงานมารวม ให้มันเป็นตัวระเบิดอีก มันก็ไม่ได้ ระเบิดนั้นก็หมดไปแล้ว บุญเหมือนระเบิดใช้เสร็จ จบเหมือนระเบิดแตกแล้วบุญก็หายไป แต่บาปนี้มีเหลือส่วนเศษ สะเก็ดระเบิดตกค้าง แต่เอามาประกอบเป็นตัวตนของบาปก็ไม่ได้ แต่ถ้ากรรมกิริยาเกิดอกุศลกรรม หากเรียกอกุศลธรรมนี้ได้ยิน แต่บาปธรรมนี้เราไม่ค่อยได้ยินกัน เพราะว่าบาปนี้สะสมไม่ได้ ธรรมะคือทรงอยู่ทรงไว้ เราจะเรียกว่าบาปธรรมหรือธรรมบาป ยิ่งฟังยากใหญ่ไม่มี มีแต่อกุศลธรรม อกุศลธรรมมีสภาวะแน่นอน แต่บาปธรรมนี้มันเป็นคำก้ำกึ่ง แต่บาปนี้ก็ใช้บุญชำระบาปอกุศลหมดแล้วบุญก็หายไป บาปก็หายไปด้วย เป็นแต่เพียงว่ามันก้ำกึ่งใช้ลำลองเท่านั้นเอง อาตมากำลังอธิบายเรื่อง ศีล สมาธิ ปัญญา ติดตามกันฟังให้ดี โดย เอาศีล 3 ข้อใหญ่ ข้อที่ 1 ข้อที่ 2 ข้อที่ 3 ปาณาติบาต อทินนาทานา กาเมสุมิจฉาจารา เอามาอธิบาย ปาณาติบาตมันเกี่ยวกับสัตว์ อทินนาทานมันเกี่ยวกับของ อุตุนิยามวัตถุ แต่ปานานี่เกี่ยวกับสัตว์มีชีวิต เกี่ยวเนื่องกับพีชะก็ขยายความไป บาปน้อยบาปมากก็จะมีไป บุญน้อยบุญมาก บุญไม่เป็นตัวตน ทำงานแล้วก็จบก็เลิกไป ปริขีโณ สูญไปๆ บุญนี้สูญสนิท บุญทำงานเสร็จปุ๊บ บุญไม่เหลืออะไรเลย

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน