สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน เจโตปริยญาณ 16 อย่างสั้น.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน เจโตปริยญาณ 16 อย่างสั้น _ถามว่าธัมมะ 1 กับธรรมะ 2 คืออะไร พ่อครูว่า...ก็หนึ่งก็คือหนึ่ง สองก็คือสองสิ เป็นคนต้องมีธรรมะ 2 1.ต้องมีสิ่งที่ถูกรู้กับตัวถูกรู้ ต้องมีสองเสมอ ถ้าคุณไม่มีสองคุณมีแต่ ธาตุ ไม่มีความรู้ คุณก็คือนิ่งเป็นอุตุนิยามหรือรู้แค่พีชะคุณภาพของธาตุรู้มันก็มีระดับ 1 ส่วนจิตตะนี้ก็เป็นธาตุรู้ที่รู้อีกสิ่งหนึ่งได้ หากคุณมีหนึ่งก็ไม่มีสอง คุณมีสองแล้วก็จะต้องมี ถ้าแค่พลังงานอุตุ มีแต่สองอย่างบวกลบไม่มีธาตุรู้ มันทำแต่ตัวมันเองไม่ไประรานรบกวนอื่นไม่มีโทษภัยกับอื่นเลย พีชะนี่ เมื่อเราไม่ใช่พีชะแล้ว เราก็ปฏิบัติให้มันเหมือน พีชะส่วนหนึ่ง เป็นธรรมะส่วนหนึ่งแล้วทำให้เป็นจิตบริสุทธิ์สะอาด เป็นพีชะ ไม่มีโทษภัยไม่มีวิบากไม่มีการจองเวร ไม่มีการดูดดึง ไม่มีเวทนาไม่มีวิญญาณมีแต่สัญญากำหนดรู้ คุณก็ทำอย่างนี้อาศัย แต่คุณมีธาตุจิต ที่อาศัยพัฒนาให้ได้มากขึ้น คุณก็มี 1 พีชธาตุที่ดีไว้อาศัยแล้วก็เติมธาตุดีอย่างพีชะนี้ให้ได้มากขึ้นอีก คุณจะมีธาตุสองเสมอ สำหรับโลกุตระบุคคล มันมีแล้วปฏิเสธไม่ได้ ถ้าคุณไม่มีก็จะถามวน แล้วมันเป็นสองทำไม ก็เอามาทำความเจริญเป็น Coefficient ต่อไปได้เรื่อยๆ ถ้าหากทำไม่สำเร็จก็เป็นโลกียะ ไม่มีธาตุรู้โลกุตระที่จะพัฒนาให้สูงขึ้นได้ ถามอีกเมื่อไหร่ก็วนเวียนที่โลกียะ ถ้ามีอัญญธาตุจะมีโลกุตระ และมีธาตุสองเสมอ หนึ่งโลกียะกับสองโลกุตระ ถ้าไม่มีธาตุโลกุตระร่วมด้วยก็จะมีแต่โลกียะ ก็ไม่ตอบ จนกว่าคุณจะมีอัญญธาตุ จึงจะมีโลกุตระและพัฒนาต่อไปได้เรื่อยๆ ตอนนี้ก็อยู่กับหมู่ไป
_อยากให้พ่อท่านอธิบายเจโตปริยญาณ 16 พ่อครูว่า… คือ การกำหนดรู้ใจสัตว์อื่น (รู้สัตว์ชั้นต่ำสูงในจิตตน-ปรสัตตานัง) . รู้บุคคลชั้นต่ำ-สูงอื่นๆในจิตอาร
อ่านต่อ
ิยของตน(ปรปุคคลานัง) เป็นปรมัตถ์. 1.สราคจิต (จิตมีราคะ) 2.วีตราคจิต (จิตไม่มีราคะ) 3.สโทสจิต (จิตมีโทสะ) 4. วีตโทสจิต (จิตไม่มีโทสะ) 5. สโมหจิต (จิตมีโมหะ) 6. วีตโมหจิต (จิตไม่มีโมหะ) เริ่มต้น 6 อย่างนี้ คุณก็มาปฏิบัติ ให้มันเกิด วีตะ ไม่มีไปตามลำดับ ได้ทีละนิด คุณก็จะเริ่ม มี 7. สังขิตฺตํจิตตํ. (จิตเกร็ง-จับตัวแน่น หด คุมเคร่งอยู่) เป็นสภาวะของ static 8. วิกขิตฺตํจิตตํ . (จิตกระจาย-ดิ้นไป ฟุ้ง จับไม่ติด) เปลี่ยนสภาพของความฟุ้งซ่าน ซึ่งมีอยู่เยอะ สำหรับสายปัญญา เป็นสภาวะของ dynamic คุณเริ่มได้มาแล้วก็จะชัดเจนอันนี้เป็นลักษณะ สังขิตฺตํจิตตํ. วิกขิตฺตํจิตตํ จริตเจโตก็จะได้อย่าง สังขิตตัง จริตปัญญาจะได้อย่าง วิกขิตตัง เราก็จะรู้ การก้าวหน้าของเจโตปริยญาณเป็น 8 แล้ว ทีนี้คุณก็เอามาทำต่อ 9. มหัคคตจิต (จิตเจริญยิ่งใหญ่ขึ้น) 10. อมหัคคตจิต (จิตไม่เจริญขึ้น) ถ้าหากทำได้เจริญยิ่งกว่า ก็ก้าวหน้าขึ้นเป็น มหัคคตะ ให้มากให้ใหญ่ให้เพิ่มขึ้น มีลักษณะที่เป็นปริมาณคุณภาพ มากยิ่งขึ้นกว่านี้ ถ้าคุณทำได้ เรียกว่า มหัคคตะ กับอมหัคคตะคือทำไม่ได้ ทำได้มากหรือน้อย จนทำให้มากขึ้น 11. สอุตตรจิต (จิตมีดีแต่ยังมีดียิ่งกว่านี้-ยังไม่จบ) 12. อนุตตรจิต (จิตไม่มีจิตอื่นสูงยิ่งกว่า) แล้วมันยังจะไปเป็น อีกสี่อันหลัง สอุตตรังนี้ประกอบยังไม่สิ้นสุด จนอุตระสมบูรณ์ อนุตตรังจิตตัง เป็นอุตระอย่างไม่ต้องประกอบอีก แต่ถ้าไม่สมบูรณ์ก็ต้องประกอบอีก จิตที่เป็นอุตระ เป็นความวิเศษ เป็นคุณวิเศษ เป็นจิตที่วิเศษพิเศษ จิตที่เป็นอาริยธรรมของพระพุทธเจ้า หากคุณยังประกอบอยู่ ก็สอุตตรัง ถ้าไม่ต้องประกอบแล้วก็อนุตตรังจิตตัง ต้องประกอบอีก 4 13. สมาหิตจิต (จิตตั้งมั่นเป็นประโยชน์ดีแล้ว) คือความตั้งมั่น แต่เป็นขั้นที่สามของไวยกรณ์ คือได้แล้ว ได้แล้วต้องสั่งสมให้ตั้งมั่นๆ เป็นล้านๆครั้งสั่งสมอเนญชา จนมาทีเผลอไม่ทีเผลอ ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ จะแรงขนาดไหนก็ชนะทุกกระบวนท่า เป็นจอมยุทธที่สมบูรณ์แบบ สมาหิตัง คือ static วิมุติอวิมุติคือ dynamic สมาหิตังคือแข็งแรงตั้งมั่นกับไม่แข็งแรงตั้งมั่นคืออสมาหิตัง แข็งแรงตั้งมั่นจนเป็น axiom ไม่ต้องเปรียบเทียบกับอะไรอีก มันจบแล้วจบเลย เป็นลักษณะของ static Dynamic จบสูญ ญาณปัญญาจะรู้ มีธาตุรู้ที่รู้อยู่ วิมุติหรือคุณยังรู้ไม่สมบูรณ์เหมือนมีกับไม่มี รู้อย่างสมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์ อีก 14. อสมาหิตจิต (จิตยังไม่ตั้งมั่นไม่เป็นประโยชน์) 15. วิมุตตจิต (จิตหลุดพ้น) . . . 16. อวิมุตตจิต (จิตยังไม่หลุดพ้นสิ้นเกลี้ยง) . (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 135) ให้รู้แม้น้อยนิดว่าหมด แม้เนวสัญญานาสัญญายตนะ คือรู้หรือไม่รู้ได้หรือไม่ได้ก็ยังก้ำกึ่ง ยังไม่รู้อีกนิดนึงก็ตาม จนมันไม่มีเลย จะไม่รู้ ผลจากความไม่รู้เด็ดขาดเลย ผลทั้งความไม่รู้ในอวิชชาสวะ พ้นทั้งความไม่รู้อวิชชานุสัย (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย)
อาตมาเคยย้ำสิ่งที่มีนิดนึงกับไม่มีเลยมันรู้ได้ยากมาก จนเรามั่นใจว่าไม่มีคืออย่างนี้ นิดน้อยนึง ก็ไม่มี ต้องมีธาตุรู้ของความรู้ว่ามันไม่มี ทั้งรู้และหรือไม่รู้ เป็นธรรมะ 2 สุดท้ายเลย ธรรมะ 2 สุดท้ายคือวิมุตติญาณทัสสนะ วิมุติ นิโรธ นิพพาน คือไวยพจน์กัน จะใช้ญาณปัญญาใช้ภาษาสุดยอดแห่งความรู้ขนาดไหนก็เอามาเรียกมาบอก พยัญชนะก็เอามาสื่อสิ่งที่รู้ยิ่ง ไม่มีอื่นกว่านี้ เป็นธรรมาธรรมะสงครามของเราเองสนุก 610306_เอื้อไออุ่นแพทย์วิถีธรรม สวนป่านาบุญ 9 ดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี