สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน การเมืองและเศรษฐกิจGDPแบบบุญนิยม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์28 KB
วันที่แก้ไข4 มีนาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน การเมืองและเศรษฐกิจGDPแบบบุญนิยม พ่อครูว่า...ตอนนี้เป็นเรื่องของการเมืองกำลังจะคลอดไม่คลอด ตอนนี้ว่าจะคลอดกัน กำลังมะรุมมะตุ้มกัน ที่ช่วยก็ช่วย แต่ที่จะเอาเปรียบเอารัดเอาของตัวเองก็วุ่นอยู่ แต่อาตมามั่นใจว่าเมืองไทยคลี่คลายแล้ว ภูมิปัญญาก็ดี ความเป็นจริงของอัตภาพแต่ละคน ก็ดี มันลดลง จากที่มันมีกิเลสหยาบๆลงมาเรื่อยๆแล้ว ตอนนี้จะเห็นได้ว่า ผู้ที่มีกิเลสมาก ผู้ที่ยังไม่ค่อยดี หรือจะเรียกว่าเลว ก็พ่ายแพ้ไปเรื่อยๆ มันเป็นสงครามทางธรรมะ ธรรมาธรรมะสงคราม เป็นเรื่องที่ค่อยๆเห็นจริงเป็นจริง เราจะชัดเจนในความเป็นจริงว่าธรรมะนี้ชนะนะ มันก้าวหน้ากว่า เท่าที่อาตมาดู เพราะอาตมาก็เป็นนักธรรมะแท้ๆ ใครจะว่าอย่างไร ว่าอาตมาอวดดี เป็นนักธรรมะแต่ก็ไม่ใช่อะไรก็ตามเถอะ อาตมาว่าอาตมามีชีวิตอยู่กับธรรมะ ซึ่งก็พูดไปหมดแล้ว ไม่ใช่ชาตินี้ชาติเดียว มาไม่รู้กี่ชาติแล้ว มาชาตินี้ก็จะทำ เราก็คิดตั้งใจตั้งปณิธาน อยู่ต่อไปว่าจะทำให้จนสำเร็จ จนกระทั่งได้ชื่อว่าเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งกับเขานั่นแหละ นี่เป็นปณิธานที่แท้จริง ได้มาขนาดไหนก็เปิดเผยทั้งหมดแล้ว อยู่ชั้นนั้นชั้นนี้อย่างไร แยกแยะจนกระทั่ง ภูมิโลกุตระ ตั้งแต่เกิดอัญญธาตุ แจก อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม กรรมนิยาม ธรรมนิยาม ก็ยังมีคนไม่ชัดแจ้งบอกว่า ถึงอย่างไร พระโพธิรักษ์เกาะอยู่กับพระไตรปิฎกสยามรัฐ ที่จริงแล้วมีพระไตรปิฎกอีกตั้งหลายฉบับ ไปยึดมั่นถือมั่นทำไม เอาเถอะ คุณจะยึดมั่นถือมั่น จับมั่นคั้นตายที่สุดแห่งที่สุดไม่ได้ก็อยู่ที่คุณ อาตมาจับได้แล้ว ไม่เหลาะแหละไม่เสียเวลา ก็เอาตามฉบับนี้ แม้จะมีบกพร่องบ้างอาตมาก็รู้ แต่ในเนื้อ 95 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป มันใช้ได้แล้ว อาตมาทำแล้วมันลงตัว ก็มั่นใจของอาตมา ใครจะไม่มั

อ่านต่อ

่นใจก็เรื่องของคุณ อยากจะหลบไปหลบมา อันนี้ใช่หรือไม่ใช่ก็เรื่องของคุณ อาตมาว่าใช่แล้วอันนี้ก็เดินหน้าเลย คุณจะเสียเวลาอีกนานเท่าไหร่ก็เชิญเรื่องของคุณ อาตมามีหน้าที่ลุย มั่นใจแล้ว

มาเข้าสู่เนื้อหาสาระ พูดถึงปัจจุบันธรรม status quo การดำเนินการพรรคการเมืองต่างๆ 40 กว่าพรรค ดีนะ พรรคเพื่อฟ้าดินไม่ไปเป็นตัวแย่งกับเขา เราถอดตัวตน เราตั้งใจแล้วว่าเราไม่เข้าไปยุ่ง ให้เขาแย่งกันไปเถอะ เพราะอาตมามั่นใจ ในความจริงความหมายของมัน อาตมามั่นใจว่ามุ่งหมายถูก คือ เรื่องของการเมืองนี่ ประชาธิปไตยนี่ ประชาชนเป็นใหญ่กว่าอะไรทั้งนั้น เพราะฉะนั้นอาตมาว่าคนจะแย่งกันไปเป็นผู้บริหารก็แล้วแต่ เราจะเป็นประชาชน อาตมามั่นใจว่าประชาชนเป็นใหญ่กว่าคุณ คุณจะไปบริหารก็เชิญ อาตมาอธิบายการบริหาร การอภิบาลไปด้วย โดยเอาคำว่าอธิปไตยกับคำว่าอภิบาล มาอธิบาย อาตมาว่า นักการเมืองนักวิชาการยังจะศึกษาคำว่าอธิปไตยกับอภิบาลไปลึกซึ้งแน่นอนรึยัง ตอนนี้อาตมาว่า มีแต่ไปมุ่งอธิปไตย แต่ไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว อธิปไตยมันเกิดได้เพราะอภิบาลเป็นพ่อเป็นแม่ ถ้าหากอภิบาลไม่ดี ลูกออกมาเป็นกระเทยเป็นอธิปไตยเก๊ๆ แต่ถ้าพ่อแม่อภิบาลดี เป็นธรรมาภิบาลที่แท้จริง คุณจะเกิดอธิปไตยที่แท้จริงเป็นอำนาจโดยธรรม ธรรมาธิปไตย อำนาจเป็นธรรม ไม่ได้หมายความว่าคุณสร้างขึ้นมาเองไม่ใช่ คุณทำงาน มันมีอยู่ 2 คือ คุณกับประชาชน คุณทำงานให้ดี คือรับใช้ประชาชน ไม่ใช่ไปเอาประชาชนเป็นเบี้ย ไม่ใช่ไปเอาเปรียบจากประชาชน ไม่ใช่เป็นเบ่งทับประชาชน ไม่ใช่ คนรับใช้ประชาชนต่างหาก ช่วยประชาชน ประชาชนเดือดร้อนอะไรลำบากลำบนอะไร คุณก็เป็นผู้ที่ไปรับใช้ กับรับจ้าง สองคำนี้ต้องชัดว่า คุณเป็นผู้รับจ้างหรือผู้รับใช้ อาตมาเห็นแต่เพียงผู้รับจ้าง ดีไม่ดีเอาค่าตัวแพงด้วย ไม่ให้ก็ใช้เล่ห์เหลี่ยมขูดรีดเอา รับจ้าง ผู้รับใช้จริงๆ ไม่เอาเลยค่าจ้างไม่เป็นผู้รับจ้างเลย เป็นผู้รับใช้ที่แท้จริง ไม่เอาค่าจ้างเลย ช่วยคุณโดยถ่ายเดียว ไม่เอาค่าจ้าง ไม่ให้เสียศักดิ์ศรี ถ้าตีแตก รับจ้างกับรับใช้ คุณก็ต้องเป็นผู้รับใช้ ให้การรับใช้คือการอภิบาล รับจ้างจะบอกว่าเป็นอธิปไตย ไม่ใช่อภิบาลเป็นอธิปไตย แต่แท้จริงแล้วคุณไปคว้าเอาอำนาจ อธิปไตยคืออำนาจ โดยตนเองมีอำนาจแล้วก็ใช้อำนาจ ผู้ที่อภิบาลไม่ใช้อำนาจนี้เลย มีแต่ใช้ความรู้สมรรถนะความขยันหมั่นเพียรทำ ลงมือทำจริงๆ นั่นต่างหากคือผู้อภิบาลแท้จริง มันจะสลับไปสลับมา ผู้อภิบาลเหมือนอยู่ข้างบน ปกครองช่วยเหลือ แต่การปกครองช่วยเหลือคือช่วยเหลือจริงๆ ช่วยจริงๆคือผู้ปกครองจริงๆ ผู้รับใช้จริงๆนั่นแหละ แตกต่างกันนะ ปกครองกับรับใช้ ภาษากับพฤติกรรมมันสลับกัน ผู้ที่อภิบาลแท้จริงคือรับใช้ แล้วไปหลงว่ารับใช้แล้วตัวเองต้องเป็นนาย รับใช้ตัวเองจะต้องเป็นผู้อภิบาล คุณก็นึกว่าผู้อภิบาลคือผู้อยู่บน ผู้ดูแลผู้ช่วยเหลือผู้ใหญ่กว่าเขาต้องกราบเคารพต้องมาพึ่งพาฉัน มันเป็นเรื่องละเอียดลึกซึ้งสลับไปมา ต้องแม่นคมชัดกระจ่าง แจ้ง มีแต่ปัญญา ไม่มีปัญหา ตอนนี้ก็ เราก็เป็นผู้ทำงานจริง ทำงานการเมือง 100% ยืนอยู่ฐานประชาชน ทำงาน ทำงานอะไร ทำงานเป็นกรรมกร ไม่เป็นด้วยกรรมการ เป็นผู้ทำงานเป็นผู้ลงมือ ทำเลย ทำพืชพันธุ์ธัญญาหาร ทำงานแบกขน ทำงานออกแรง แม้ที่สุดความจริง ทำงานที่ใช้มันสมอง ทำงานที่ใช้พลังงานความรู้ เป็นความรู้ในระดับโลกุตระ เป็นความรู้ในระดับปัญญา โลกุตระหรือปัญญา ปัญญาเป็นของโลกุตระ เฉกาหรือเฉโกเป็นของโลกีย์ ต้องชัดเจนในพยัญชนะและสภาวะพวกนี้ เพราะฉะนั้นผู้ใดมีปัญญา ปัญญาหมดความเห็นแก่ตัวแก่ตน ปัญญานี้เป็นความรู้ตัวตน แล้วเอาตัวตนออกไปจากตัวได้จริงๆนะ จึงเป็นปัญญา เพราะฉะนั้นผู้ที่มีธาตุความจริงเหล่านี้ จึงชัดเจนต่อสภาพทุกอย่าง สภาพปัญญาที่ชัดที่สุด ที่อาตมาย้ำ ปัญญาที่รู้จักความจน ว่า ความจนเป็นสิ่งประเสริฐของความเป็นมนุษย์ เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ของความเป็นมนุษย์ ความจนที่มหัศจรรย์ คนจนที่วิเศษ ความจนที่เป็นโลกุตระ ความจนนี้เป็นความจนที่ 1. มีน้อย น้อยจนถึงขั้น 0 คือความไม่เอามาเป็นของตน ไม่ยึดเป็นตน นี่คือ 0 แต่คนที่มี 0 นี้มี มิตรสหายดี มีกลุ่มหมู่ด้วยสัจจะ คนที่ศูนย์ด้วยกันก็มาอยู่รวมกัน คนที่มี 0 อาจจะมีไม่หมด ยังศูนย์ไม่สนิท จะเหลือเศษอีก .000001 ก็ไม่เป็นไร คนนี้มี .00002 ก็ไม่เป็นไร ก็รวมกันในนี้ ดีกว่าคุณมีตั้งล้าน .0000 แต่เรานี่มี 0 ส่วนคนที่เหลือจะเป็น .000001 ก็คือทิศนี้แหละ ทิศคือผู้ไม่มี เจริญไปหาความไม่มี ส่วนคุณนั้นทิศมี เจริญไปทางหามี แล้วไม่มีที่สิ้นสุดด้วย infinity ของคุณไปทางโน้น ส่วนเรา Infinity มาทางนี้ เพราะฉะนั้นก็มายืนยันกัน เราไม่แข่งกับคุณ เราไปของเราชัดเจน เราไม่มีศัตรูไม่มีคู่แข่ง เรามีแต่ความเจริญ เราไม่แข่งกับใครเราเจริญท่าเดียว จะทำไม เราแข่งกับตัวเอง ถ้าเราไม่ก้าวหน้าเราก็ต้องแข่งกับตัวเองให้ก้าวหน้า ให้พัฒนายิ่งขึ้นเท่านั้นเอง นอกนั้นเราก็ดูเทียบเคียง คุณเจริญอย่างนี้เท่าเราหรือไม่เท่าเรา ดีกว่าเราหรือไม่ ถ้าดีกว่าเราก็จะตามคุณ หากไม่ดีเท่าไหร่เราก็จะช่วยได้เท่าที่ช่วย จะมาด้วยกันก็มา สรุปแล้วคือตอนนี้คนอยากจะทำงานการเมือง แต่คุณเองคุณเหมาะจะเป็นนักมาทำการเมืองหรือไม่ เหมาะกับการเป็นผู้ทำการเมืองหรือไม่ ผู้จะมาเป็นนักการเมือง คือผู้ที่ต้องไม่มีตัวตนไม่เห็นแก่ตัว ทุกวันนี้เราพูดกันได้สะอาดบริสุทธิ์ เราพูดได้บริบูรณ์ ว่าคนไปทำงานขั้นไม่เห็นแก่ตัวนี้มีนะจ๊ะ ในคนไทยนี้ เพราะฉะนั้นการเมืองของคนไทยจะเป็นตัวอย่างของโลก ถ้าเราทำงานถึงขั้นไม่มีตัวตน มีแต่ของส่วนกลาง แล้วใช้ของส่วนกลางร่วมกัน เราไม่เบียดเบียนใครด้วย GDP เศรษฐกิจโลกุตระนั้นไม่ไปเบียดเบียนต่างประเทศ เป็นเสือกินเนื้อตัวเอง ถ้าเราไปไม่รอด กินเนื้อตัวเองให้มันตาย คาเนื้อตัวเอง แต่ถ้าเรามีเนื้อที่พัฒนามากพอจนแบ่งเนื้อนี้ให้แก่ประเทศอื่นได้นั่นแหละคือความเจริญ ถ้าเรายังมีสิ่งที่เราสร้างเองไม่พอกินพอใช้ เราก็จะต้องยอมจำนน กัดเนื้อเราเองไปเรื่อยๆ จนไปไม่รอด ตายเป็นตาย พัฒนาด้วยทฤษฎีนี้ ชาติหน้า ถ้าต้องตาย ถ้ากินเนื้อตัวเองตาย ชาติหน้าก็พัฒนาตามทฤษฎีพระพุทธเจ้า เพราะทฤษฎีพระพุทธเจ้า เรายังมีเหลือเนื้อตัวเอง และไม่เอาเนื้อที่เหลือของเราไปหากำไรจากผู้อื่น ทฤษฎีของอาริยชนที่แท้จริง จึงเป็น GDP ที่ไม่ไปเบียดเบียนใคร ทุกวันนี้ GDP เขาเอาของต่างประเทศมารวมเป็นรายได้องค์รวม Domestic มันไม่ใช่ Gross คุณไปรวมเอาของเขามาเป็นของคุณ ที่จริงแล้วก็ต้องเอาแต่ของคุณสิ ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น นี่คือนัยสำคัญที่เขาไม่เข้าใจ นัยของ Gross GDP นี้อาตมาไม่ได้หมายเล่นนะ แต่ทำจริงตามที่พูดนี้ได้ด้วย ยถาวาที ตถาการีนะ ทำอย่างนี้ก็พูดอย่างนี้ให้ฟัง สมณะบินบนว่า...เราไม่นับของต่างประเทศคืออะไร พ่อครูว่า..หมายความว่าเราไม่เอารายได้จาก export ส่งสินค้าไปขายต่างประเทศและบวกกำไรถือเป็นรายได้ ถือว่าเป็น Gross ถือเป็นมวลรวมรายได้ แล้วบอกว่าเป็นของเรา แต่คุณเอาเปรียบเขามา เอาส่วนของคนอื่นมา แต่ของเราไม่เอาอย่างนั้น เราเอาเนื้อของเราแท้ๆ เราเองผลิตเองสร้างเอง ถ้าเราไม่พอกินพอใช้ก็กินเนื้อตัวเองหมดจนตาย สู้ใหม่ เกิดมาชาติหน้า ก็ทำทฤษฎีของพระพุทธเจ้าอีก สมณะบินบนว่า..แสดงว่า GDP ที่พ่อท่านหมายนี้ก็ต้องชักเนื้อตัวเอง พ่อครูว่า...แต่เราทำให้เป็นคนอ้วนไม่เป็นไร ก็ชักออกไปก็ไม่เป็นไร ยิ่งชัดยิ่งสบาย เรามีเกิน เรามีความสามารถก่อสร้างได้เกินจริงๆโดยไม่ได้เอามาจากคนอื่น อธิบายนัย GDP ก็อธิบายต่างกัน ภาษาเดียวกันนะ เราก็อธิบายอย่างที่คุณเป็น อาตมาจึงกล้า และมั่นใจ อีกหน่อย นักเศรษฐศาสตร์ระดับ nobel prize จะต้องมาศึกษาอันนี้ ใครจะช่วยอาตมาสร้างเศรษฐกิจแบบนี้ เศรษฐศาสตร์แบบนี้ยกมือ สมณะบินบนว่า...คนคงสงสัยว่าทำได้หรือ GDP แบบพ่อท่านว่า พ่อครูว่า...ก็มาพิสูจน์สิ เอาความรู้เอาตำรา เอาทุกปริญญาทุกความรู้ doctor 50 ความรู้ มาเลยเอามาตรวจเลย เอามาพิสูจน์เลย จริง อาตมาอาจจะพูดดูใหญ่ดูโตมากก็ขออภัยเพราะอาตมามั่นใจจริงๆว่า สัจธรรมอันนี้เป็นสัจธรรมที่มั่นใจจริงๆ เป็น AXiom เป็นสิ่งที่ไม่มีอะไรเปรียบเทียบสุดยอด นัตถิอุปมา ถ้าจะเปรียบเทียบจะพิสูจน์ก็เชิญ เอหิปัสสิโก คำว่าเอหิปัสสิโกของพระพุทธเจ้านี้ ไม่มีในภาษาอื่น ในภาษาอังกฤษ ภาษายุโรป ภาษาตะวันออกกลางก็แล้วแต่ แม้แต่ภาษาจีน เชิญให้มาพิสูจน์ ไม่ใช่ท้าทายให้มาพิสูจน์ แต่เชิญให้มาพิสูจน์เป็นภาษาสุภาพ เอหิปัสสิโก เชิญมาพิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง คือผู้นี้แหละผู้นั้น คนใดๆ เอหิภิกขุ บวชด้วยตัวเอง เป็นต้น มาเห็นเองสัมผัสแตะต้องยืนยัน คุณจะได้เชื่อตัวเอง คุณไม่ต้องเชื่อใครหรอก คุณจะเก่งเท่าไหนก็แล้วแต่ มาเลย มายืนยันมาสัมผัสพิสูจน์ สัมผัสจริงมันจึงจะได้ของจริง สัมผัสอย่างยาวนาน สัมผัสอย่าง สัญญาเวทยิตตังนิโรธังโหติ มีสัญญาเท่าไหร่ก็เอาไปแทงทะลุตรวจสอบ เคล้าเคลียอารมณ์ ละเอียดถึงขั้นอารมณ์ คุณก็ เคล้าเคลีย อารมณ์ทุกซอกทุกเหลี่ยม ให้ละเอียดหมดเลย แล้วคุณจึงจะยืนยัน พิสูจน์ออกมา ยอมรับ ใช่ เป็นเช่นนี้หนอ คุณจะยอมรับอย่างนั้น

อาตมาได้พูดได้อธิบายถึงลักษณะสมบูรณ์ หรือลักษณะสัมบูรณ์ ครบถ้วน บริบูรณ์กับสัมบูรณ์ก็ต่างกัน เหมือนอาตมาแยก อาสวะกับอนุสัย ก็ได้อธิบายกันไปมากมาย ก็จะอธิบายกันอีก

ถ้าเผื่อว่าเราสามารถเข้าใจเศรษฐศาสตร์ของพระพุทธเจ้า เศรษฐศาสตร์บทนี้ ซึ่งพวกเราชาวอโศก ทำได้ถึงขั้น บวร ทำได้ถึงขั้นสังคมกลุ่มของมนุษย์ บ้านมี คนมี สถานที่บ้านช่องเรือนชานมี บุคคลมี อาหารมี สถานที่มีธรรมะ ครบสัปปายะ 4 สถานที่บุคคลธรรมะก็โดยในคำว่าวัด ท่านไม่ยึดสถานที่เป็นตัวตนเป็นของเรา เป็นสมณะพราหมณ์ ให้อาศัยน้อยอย่างไรก็ได้ ให้ที่เป็นหลักแหล่งก็เอา ไม่ให้ที่เป็นหลักแหล่งก็อยู่ไปตามจรไป วันนี้ถูกพัดไปทางนี้ วันพรุ่งนี้ถูกพัดไปทางอื่น ก็ไป ไม่ถูกพัดก็อยู่ตรงนี้ เหมือนวัตถุที่ถูกพัดพาไป อยู่ที่นี่ก็เป็นทิพย์ ทำงานที่ไหนก็เป็นทิพย์ นอนที่ไหนก็เป็นทิพย์ นั่งที่ไหนก็เป็นทิพย์ ไม่ทำความเดือดร้อนทั้งตัวเองและผู้อื่น เป็นความบริบูรณ์เต็มรอบ บริ แปลว่า รอบ บูรณะ เรียกว่าเต็มรอบ สัมบูรณ์ คือเต็มอย่างสงบ สมะ แปลว่าสงบ แปลว่านิ่ง แปลว่าอยู่กับที่ static เป็น constant แล้วเที่ยงแท้แน่นอนแน่วแน่ ไม่เปลี่ยนแปลงเสมอ ถ้าบริบูรณ์นี้เต็มอย่างมีอะไรรอบๆ ถ้าจะกลับให้บริบูรณ์แข็งแรงกว่าสัมบูรณ์ก็ได้ สัมบูรณ์อยู่นิ่ง แต่ว่า บริบูรณ์นี้มีตัววิ่งรอบไปได้ดีกว่า แต่ถ้าจะอธิบายสัมบูรณ์ยิ่งกว่าบริบูรณ์ก็ได้เพราะจะเนียนในแน่นใน เต็มกว่า สมะ คือเสมอๆ เป็นอยู่อย่างนั้นมีการเคลื่อนอยู่ด้วย เคลื่อนแล้วไม่มีตกต่ำไม่มีสูญเสีย มีแต่ความก้าวหน้ามีแต่ความเจริญ มันก็จะยิ่งเกิดมวลก้าวหน้า มาเติมให้แก่ต้นฐาน ต้นทุน เติมให้เรื่อยๆไป

มาพูดถึงรายละเอียดของการเมืองปัจจุบัน ขณะนี้คนไทยมีทั้งเลือดและวิญญาณเป็นพุทธแท้ เป็นโลกุตระ แม้ว่าชาวอโศกที่เป็นตัวแกน จากแกนนี้เช่นพรรคเพื่อฟ้าดินไม่ไปสมัครไม่ไปลงสนาม แต่ไม่ได้บอกว่าชาวอโศกจะปล่อยปละละเลยให้เขาปู้ยี่ปู้ยำการเมืองนะ ยังเอางานเอาการ เอาเรื่องอยู่นะ อย่าให้มีเรื่องนะ ถ้ามีเรื่องก็มีเรื่องนะ ถ้าไม่มีเรื่องเราก็ไม่มีเรื่อง เราก็สงบได้ แต่ถ้ามีเรื่อง มีเรื่องแน่ อย่านึกว่าเราเอาเรื่องไม่ได้นะ เราอิสรเสรีภาพ มีสิทธิมนุษยชน ไม่ผิดกฏหมาย วัฒนธรรม แต่วัฒนธรรมอาจจะใหม่สำหรับคุณ เดี๋ยวนี้มีวัฒนธรรมใหม่นะ ให้ลืมตาอ้าปากกันบ้าง การเมืองตอนนี้กำลังพัฒนาการ มีบูรณาการ มีอัตราก้าวหน้าดีขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ อาตมาไม่กังวลไม่กลัว อาตมายังแข็งแรงอยู่ แล้วจะไม่ปล่อย ยังจับตาอยู่ และบอกแล้ว ยังเอาเรื่องอยู่นะ อย่ามีเรื่องเชียวนะ แม้จะบอกว่าอโศกน้อย แต่เอาเถอะคุณใหญ่ แต่เราแน่นนะ แกนกัมมันตภาพรังสีมันแรง และมีฤทธิ์ แต่ไม่ร้าย ไม่ใช้คำว่าร้าย พลังงานกัมมันตภาพรังสีมันแรงนะ เราก็พิสูจน์ตัวเองว่าเราใช้อย่างบุญญาวุธ ธรรมาวุธ หลายนัยหลายลีลา อย่างที่อาตมาพูดชัดๆคือ เอาความสงบไปสู้ไม่ใช้อาวุธ ตามกฏหมายสากลของโลก เรียกว่าไปสู้หรือ protest สู้อย่างสันติ สู้อย่างสงบ และมีพลังงานซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจไม่ง่าย มีพลังที่สุดยอดเนียนใน จนสำเร็จ อย่างเราไปสู้ไปลงสนามรบ โดยไปสู้กันตั้งแต่พรรคชื่อว่าพรรคของทักษิณ เสร็จแล้วเขาเอง เขาทำตัวเอง มาบริหารเอง จัดการ มา activity ทำตัวเองไปทั้งที่ติดคุกแค่สองปีไม่เอา หนีไปแล้วชักใย เอาตัวแทนข้างใน เอาสมชายมา เราก็ไปแสดงบทบาทสมชาย เอาความสงบให้สมัครเงิบไป สมชายก็เงิบไป ยิ่งลักษณ์ก็เงิบ เราละเว้นไปคนหนึ่ง ที่จริง 5 รัฐบาล ทักษิณ สมัคร สมชาย 4 ไม่ต้องพูด 5 ยิ่งลักษณ์ เราตรวจประวัติศาสตร์ได้ เราเอาอาวุธความสงบทั้งนั้น ส่วนมันจะมีรุนแรงใช้อาวุธ ถึงตายมันไม่ใช่เราเลย ไม่ใช่ชาวอโศกเลย มันมีพวกแฝงตัวมาปลอมเป็นชาวอโศกแล้วมาผลิตลูกระเบิดปิงปองมานิดหน่อยแต่นอกนั้นเป็นพวกคุณทำแรงทั้งนั้น จนมีคนเจ็บคนตาย เรามีแต่ปาก จะบอกว่าหอกก็มีแต่ปากพูดแรงดังหนัก พูดสัจจะความจริงชัดๆๆ มุขสตี มีอาวุธเท่านี้ กับความสงบแล้วก็ยอม จะฆ่าก็ตายเราไม่สู้ นี่คือ คุณสมบัติอันประเสริฐพิเศษของมนุษยชาติ ที่เราจะมีความรู้ความจริง มีพฤติกรรมอย่างนี้มีความสามารถอย่างนี้ นำพาสังคมมนุษยชาติไปได้เรื่อยๆ ผู้ที่จะมาทำงานกับประชาชน ที่เรียกว่ามาเป็นนักบริหารมาเป็นนักการเมือง ก็เอาเลยเชิญ จะต้องทำตนให้ดีงาม เราเองก็ขอยืนยันว่าเราเป็นนักการเมืองเท่ากับคุณ แต่เราเองไม่ไปเอาสนามรัฐสภา เราเอาสนามประชาชนเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นในสนามรัฐสภา คุณมีคู่แข่งมีคนแย่ง มีสนามรบในสภา แต่ประชาชนเราไม่มีสนามรบ เราไม่รบ เป็นมวลประชาชนที่พร้อม พวกคุณอยู่ในสนามการเมืองนั้นรบกัน แก่งแย่งกันทะเลาะกัน คุณไม่หยุด แต่เราประชาชนเรามีมวลแน่นปึกแผ่นที่หยุดแล้ว ส่วนมวลคนนอกนั้นอยู่ในสนามนอกสนาม เหมือนไม่ไกลกันแต่เป็นสนามนอกกรอบ เข้ามาในนี้ยาก เข้ามาจะขับออก ไม่รวม แต่คนที่จะมารวมกันเข้าสู่ใจกลางความแน่น มันเป็นลักษณะอย่างนี้จึงแน่นแข็งแรง แม้จะดูไม่ใหญ่แต่มีฤทธิ์มากกว่าพวกที่ดูใหญ่แต่รวมไม่ติด ของเราเป็นพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชั่น พลังงาน nuclear Fusion นั้นมี nuclear Fission ในตัวเอง แต่พลังงาน nuclear Fission นั้นไม่มีพลังงานในตัวเอง มีแต่กระจายไป มีแต่องศาที่ออกไป มันไม่มีทิศทางโค้ง มันเป็นทิศทางตรง หากโค้งมากก็มาหาแก่นได้แน่นแข็ง

มาพูดถึงคณะนักการเมืองตอนนี้ พอประกาศอาตมาจะตามดูพรรค 40 กว่าพรรค แล้วจะพยายามรู้จัก ใครหัวหน้าพรรคบ้าง ใครที่อาตมาไม่รู้จัก อาตมาก็จะพยายามรู้จัก เลขาพรรค กรรมการสำคัญของพรรคไหน เราก็จะรู้ เพราะว่าทุกวันนี้ เทคโนโลยี Hacker มันเก่งมากแล้ว อาตมาไม่เป็นแฮกเกอร์นะ แต่อาศัยเขา มันอดไม่ได้หรอก มันก็ต้องเอาออกมา เอามาแชร์กันแน่นอน ไม่ต้องห่วงหรอก เท่าที่แค่เปิดเผยได้ ก็เหลือกินแล้ว พวกสื่อสารก็แงะเอามาด้วย อาตมาสบาย มีคนงานไม่ต้องจ้างอีกเยอะ สรุปแล้วแต่ละพรรคการเมือง ขออภัย อาตมาไม่ได้ดูถูก เอาให้ดีก็แล้วกัน ถ้าดีและสอดคล้องกัน ไปในทิศทางที่ตรงสัจจะ จะมาหาทิศทางที่เป็นหนึ่งเดียว เพราะสัจจะมีหนึ่งเดียว เพราะถ้าไม่เป็นสัจจะ จะไม่เป็นหนึ่งเดียว มีแต่จะแยกออก นี่เป็นธรรมะเป็นสัจจะ ถ้าอาตมาเป็นแกนของสัจจะ มันต้องมีหนึ่งเดียวใช่ไหม คนอื่นมีภูมิปัญญาก็จะรู้ อาตมาก็ไม่ต้องออกไป จะ connect มาเอง เพราะทุกอย่าง relative สัมพันธ์กันทั้งหมด ในมหาจักรวาลนี้ เพราะฉะนั้นคนไหนที่สามารถ deal ได้ connect ได้มันก็จะเชื่อมเป็นหนึ่งเดียว มันจะเข้ามาเอง อาตมาเองก็พร้อม เตรียมเหนื่อยอยู่เหมือนกัน แต่ไม่เป็นไร เหนื่อยเพื่อมนุษยชาติ เหนื่อยเพื่อประเทศชาติ ก็ให้มันเป็นสิ่งที่ดีก็แล้วกัน ก็ไม่มีปัญหา

อาตมาก็ขอสรุปว่า ยินดีต้อนรับพรรคการเมือง แต่ทุกพรรคการเมืองต้องพิสูจน์ตัวเองให้ดี ว่าคุณเองต่างคนต่างเอาของสากล คือ คำว่า ศาสตร์พระราชา เศรษฐกิจพอเพียง แต่คำว่า ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ยังน้อยรายมาก เพราะภาษาไทยมันชัด เขายังไม่กล้าหาญ อาสโภ มาก ก็เลยไม่กล้า จะมีกี่รายที่กล้าหาญขาดทุนของเรา เราขาดทุนจริงๆ เราเป็นคนได้การขาดทุน เราไม่เอากำไร ใครจะกล้าอย่างนั้นก็เชิญ ถ้าเผื่อว่าเขากล้าพูดและทำ เขาจะถูกจับตา คุณกล้าพูดแล้วทำถูกไหม ขาดทุนของเราคือกำไร คุณทำถูกไหม พูดไปแล้วมันเป็นนายเรานะ คำพูดมันเป็นนายเรานะ ถ้าทำไม่ได้จริงตามพูด ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร เสียประโยชน์ด้วย มันก็จริง ความจริงที่กล่าวนี้ คนเราขาดทุนมันไม่ตายหรอก เพราะว่าตัวเรานี้ทรัพย์เยอะ ทรัพย์ในตัวเราคือ...ทั้งปัญญา ความขยัน ความรู้ กับความสามารถ หรือปัญญากับความขยัน คือทรัพย์ของเรา ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ไหม้ร่างได้แต่ไหม้ความขยันกับปัญญาไม่ได้ ถ้าเป็นความขยันและปัญญาที่เป็น นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) มีคุณสมบัติเป็น Axiom แล้วจะเป็นอย่างนั้นนิรันดร ไม่มีอะไรแปรเปลี่ยนหรือหักล้างได้ ไม่ว่ามุมเหลี่ยมไหน มันครบหมดเลย มันเป็นสิ่งที่แท้จริงแล้วสุดยอดแล้ว ทั้ง ultimate และ absolute สูงสุดครบ

คนที่ยังไม่สุดยอดก็มาสะสมมาพัฒนา อาตมาก็พร้อมที่จะสนับสนุนสิ่งที่เป็นสัมมาทิฏฐิ เป็นทิศทางเดียวกัน สนับสนุนให้เกิดมวลที่แน่นเป็นหนึ่งเดียวมากยิ่งขึ้น อาตมามั่นใจว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีการเมืองที่จะเป็นตัวอย่างให้แก่โลก การเมืองนั้นคือ การเมืองประชาธิปไตยสองขา ประชาธิปไตยที่ทั่วโลกตอนนี้กำลังยอมรับว่าดีที่สุด กว่าทุกๆระบอบ ยังไม่มีใครกล้าหาระบอบที่มีชื่อใหม่มาสู้ระบอบประชาธิปไตยยังไม่มี เราก็ยืนยันว่าประชาธิปไตย อเมริกาก็ยืนยันว่าประชาธิปไตย แม้แต่จีนกับรัสเซียจะไม่พูดเต็มปากว่าประชาธิปไตย เขาก็คือพฤติกรรมแฝง แม้จะเอาจากของเหมาเจอตุง แต่เป็นลัทธิประยุกต์ไม่ใช่คอมมิวนิสต์แท้แล้ว เหลือ เกาหลีเหนือ ลัทธิแท้เหลือเกาหลีเหนือ แม้แต่สแกนดิเนเวีย ก็ไม่ใช่คอมมิวนิสต์แท้ เลื่อนมาเรียกตัวเองว่าสังคมนิยม สังคมนิยมก็คือประชาธิปไตยนั่นแหละ คอมมิวนิสต์แกนใหญ่ขยายจากคนเดียว สมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นหลายคน แล้วก็มีน้อยคนจะได้ไม่เรื่องมาก แต่ถ้าขยายหลายคนได้มากก็ดี ถ้าทำได้ แต่หลายคนมากไม่ไหว ก็เลยจำเป็นต้องจำกัด คณะที่บริหารแท้ๆ ไม่ฟังเสียงคนอื่น เอาคณะพวกเขาที่เป็นคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์เป็นหลัก เพราะฉะนั้นจึงมีอำนาจอิทธิพล ไม่ใช่อำนาจของประชาชน แล้วประชาชนมาบวกลบคูณหาร แล้วเอาคะแนนเสียงส่วนมากเป็นการตัดสิน เขาไม่ใช้ เขาใช้คะแนนในคณะของเขาเป็นใหญ่ คะแนนประชาชนเขาไม่ฟังเสียงไม่คิดด้วย เขาเป็นนักบริหารประชาชน บงการประชาชน ต่อให้เขาเป็นคนซื่อสัตย์สุจริตไม่เห็นแก่ตัวสักนิดก็ตาม มันก็เป็นแบบ Command หรือเป็นแบบคอมมิวนิสต์ ยังมีตัวกูของกู ประชาธิปไตยจึงเอาคะแนนของประชาชนหมู่ใหญ่มาเป็นอำนาจแทนคนเดียวหรือหมู่เดียว คนที่รู้อันนี้แล้ว แม้ว่าตนเองจะเป็นผู้ที่เขายอมรับนับถือ เขายกให้ ทุกคนยกให้เหมือนมีอาญาสิทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ แต่ผู้ที่เป็นนักประชาธิปไตยแล้วจะไม่ใช้ ถ้าจะใช้ก็ใช้อย่างจำเป็นหรือสำคัญ อย่างนุ่มนวล อย่างที่เรียกว่าสุภาพเรียบร้อยมาก ซึ่งทำให้เกิดเหตุการณ์นั้น ตัวเองจะไม่ตัดสิน ให้ประชาชนตัดสิน ให้ประชาชนเป็นใหญ่ จะคิดอย่างนี้ตลอดเวลา เมืองไทยก็ยืนยันมา ทำงานมา ก็ขออภัยที่จะพูดเข้าหาตัวเองมากขึ้นหน่อย เพื่อความเข้าใจที่จะได้ชัดเจน ถ้าอคติถือสาอาตมา ก็ควรปล่อยวางบ้าง อย่าหาว่าอาตมาอวดตัว แต่กำลังขยายความจริงให้ฟัง อย่างเช่นในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านได้ทรงงานอภิบาล บริหารประเทศมาด้วยภูมิธรรมของท่าน ด้วยความเป็นตัวท่าน ผ่านไป 70 ปี ทุกคนได้รับซับทราบ บันทึกไว้ในสมองในตัวหนังสือในตำรา ที่จริงอาตมาก็มาทำงานกับประชาชนเหมือนกัน แม้ว่าอาตมาจะเสียเวลาอยู่ทางโลกถึง 36 ปี อาตมาก็ไม่ได้ทำงานโลกีย์จัดจ้าน เป็นบารมีอาตมาทำได้พอสมควร จนออกมาทำงานธรรมะเต็มที่ ถ้านับอายุก็ 84 ปีจะอีกไม่กี่เดือน ถ้านับอายุ แต่มาทำงานอายุ 36 มาออกบวช เอา 36 ลบ 84 เหลือเท่าไหร่ ก็เหลือ 48 ปี ก็ได้เท่านี้เห็นผลอย่างนี้เป็นผลทางโลกุตระ ที่เป็นอาริยะอีกชนิดหนึ่ง ไม่ใช่ อริยะหรืออารยะ ที่เขาเป็น อริยะนี้ทางศาสนาพุทธเขาเรียกทางนามธรรมเก่ง หมายถึงจิต แต่อารยะหมายถึงองค์รวมภายนอก ที่เป็นทางวัตถุ ถ้าจะมาเป็นทั้งสองอย่าง เป็นอริยะ เหมือนพระกรรมฐานพระป่าได้ แต่ว่าพระบ้าน อารยะนี้เป็นพระเมืองไม่ได้มีคุณสมบัติทางจิตอะไรนะ ก็ไม่ได้ดูถูกดูแคลน มันเป็นจริงเช่นนั้น ก็เอามาเป็นข้อมูลเป็นตัวละคร ในการศึกษาเท่านั้นเอง อาตมาก็ขอบคุณก็ขออภัยที่เอามาเป็นการศึกษา ต้องขอภัยที่ต้องเอาของในหลวงมายกตัวอย่าง แล้วก็จะยกตัวอย่างของอาตมาบ้าง ในหลวงทรงพระจริยวัตรอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดและเด่น พฤติกรรมและพระจริยวัตรของพระองค์ ก็ทำจริงกับประชาชน ส่วนอาตมานั้นทำจริงกับประชาชน แต่แค่ภาษา มีแต่คำพูดมีแต่ความรู้ แล้วความรู้อาตมาเป็นโลกุตระ ไม่ใช่ความรู้ทางโลกีย์ ความรู้อะไร ความรู้อันเดียวกันกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงนั่นแหละ อาตมาว่าในหลวงร.9 บำเพ็ญปางเตมีย์ใบ้ ท่านไม่ตรัสมากแต่ลงมือประพฤติอย่างเดียว ในหลวงร.9 กับอาตมาบำเพ็ญมหาชนกเหมือนกัน ว่ายไปไม่เห็นฝั่ง แต่ก็ยังดีมีปูใหญ่ช่วยให้เหยียบบ้าง แต่ไม่ใช่ปูยิ่งลักษณ์นะ เป็นภาษาที่สื่อสภาวะนะ หนักเหนื่อย ขออภัยที่พูดเหมือนเอาดีเข้าตัวนะ แต่หนักเหนื่อยก็ทำ อาตมาทำงานหนักเหนื่อย เพราะทำทางด้านนามธรรมทางด้านความรู้ ไม่เป็นตัวตนแท่งก้อนเป็นชิ้นเป็นอันเหมือนอย่างในหลวง คนก็เห็นของในหลวงได้ง่ายเพราะเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ของอาตมาเป็นนามธรรมเป็นความรู้ เป็นอรูป มันก็เลยรู้ได้ยากกว่า เพราะฉะนั้นอาตมาจึงจำเป็นจะต้องทำงานยาวนานกว่าในหลวงให้ได้หลายต่อ ตั้งเกณฑ์เอาไว้ถึง 151 ปี จากนี้ไปอีกเท่าไหร่ ก็อีก 60 กว่าปี ง่ายๆ อย่างน้อยก็อีก 67 ปี ต้องทำไปอีก 67 ปี เพราะฉะนั้นอาตมาทำอีก 67 + 48 เป็น 115 ปี ถ้าอาตมาอายุ 108 ก็จะเป็นอีกนักษัตร อาตมาจะพากเพียรพยายามอุตสาหะ เรียกว่า กระเสือกกระสนไป ให้มันทำงาน ไม่ใช่ไปเอาลาภ ยศ สรรเสริญ เสพสุขเสพอร่อยอะไรไม่ใช่ แต่ทำงานสร้างสรรสิ่งดีงามนี่แหละ ถ้าทำไปได้จนอายุ 120 จะเห็นผลที่ชัดเจนกว่านี้มากเลย เพราะว่านามธรรมจะมีรูปธรรมเกิดตามที่ชัดเจนให้เห็นได้มาก ตอนนี้เพิ่งอายุ 84 ย่างเข้า 85 เพราะฉะนั้นถ้า 96 ครบอีกนักษัตรก็จะพอเห็น จากนั้นเป็น 108 ปีก็จะเห็นโฉม จากนั้นอีกหนึ่งนักษัตริย์เป็น 120 ปี อันนี้ก็จะชัด ถ้าจะมาถึง 120 จะเบามากเลย โลกทั้งโลกจะมาช่วยเหลืออาตมา อาตมาบอกว่าต้องการอันนี้

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน