ปฏิบัติศีลต้องมีวิญญาณฐีติมิใช่อสัญญีสัตว์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์332 KB
วันที่แก้ไข2 กุมภาพันธ์ 2566

เนื้อหาในไฟล์

ปฏิบัติศีลต้องมีวิญญาณฐีติมิใช่อสัญญีสัตว์ _ซึ้งซื่อ วิเชียร : กราบนมัสการ พ่อท่านด้วย สุดเศียรเกล้าครับ ในการปฏิบัติธรรมต้องปฏิบัติ ศีล เป็นหลักใช่ไหมครับ และต้องอ่าน กาย วาจา ใจ ไม่ให้ผิดศีล ส่วน ศัพท์ภาษาบาลีถึงจะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่สภาวะต้องได้ ต้องอ่าน กิเลสในตัว เองออกและต้องไม่หลงในภาษามากเกินไปใช่ไหมครับ ? กราบนมัสการขอบพระคุณพ่อท่านด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่งครับ พ่อครูว่า... ใช่ๆๆ ศีลข้อที่ 1 2 3 จะไล่เป็นลำดับซ้อนๆกันไป อันนี้ได้มาก อันนี้ได้กลาง อันนี้ได้ปลาย อันนี้ได้เสริมกันไป อันนี้ได้หมดเลยต้นกลางปลาย พอเสริมศีลข้อต่อไปอีก จาก 3 ข้อเลยไปเป็นข้อ 6 7 8 ภาวะข้อ 4 กับข้อ 5 ข้อที่ 4 คือวาจา ข้อที่ 5 คือมโน มันออกก็คือรายละเอียดของจิตที่มันจะได้ตามข้อของศีลแต่ละข้อพาเป็น เมื่อคุณบรรลุแล้ว วาจามันก็จะดีตาม เพราะว่ากายกรรม วจีกรรม กายวิญญัติ วจีวิญญัติ เป็นการเคลื่อนไหวภายนอก ก็ปฏิบัติไปก็ต้องอ่านกิเลสตามลำดับนั่นแหละ ใช่ มันอาจจะดูขาดวาจา กายกับใจ วาจา แต่ว่าใจมันไม่ขาดไปตลอดหรอก แต่กายกับใจ มันจะต้องคู่กันไปตลอด ใจลึกลงไปก็ใช้ตัวสัญญากำหนดรู้ กำหนดรู้ใจ กำหนด รู้กาย หรือแม้แต่กำหนดรู้วาจา สัญญาจึงเป็นตัวเก่งที่สุด เป็นตัวงานที่สำคัญมาก คือ ส กับ อัญญา อัญญาคือปัญญา คืออัญญะ ที่เป็นพหูพจน์ ส คือตัวแรกของ เศษวรรค ย ร ล ว ส ตัว ส.เป็นตัวที่ 5 กึ่งกลางของ 9 เอาความหมายของสภาวะ สะ มาประกอบใช้ให้รู้ เพราะฉะนั้น ในพยัญชนะก็ดี ในภาษาและในตัวสภาวะธรรม เป็นสภาวะต่างๆอันเกี่ยวเนื่องเกี่ยวข้องด้วยเนื้อหาของทั้งกายและใจ ก็ต้องศึกษา มันเป็นสภาวะเทวะคือสภาวะคู่ ต้องรู้คู่ไปเรื่อยๆ จบด้วยวิญญาณฐีติ 7 ก็ตรวจสอบด้วยกายกับสัญญา อาตมาจะไม่ลงลึกวิญญาณฐีติ 7 เป็นเครื

อ่านต่อ

่องตรวจสอบที่สมบูรณ์แบบ จบครบสัมมาทิฏฐิครบ 7 ข้อนี้แล้ว คุณก็พ้นความเป็นสัตว์ 9 ชนิด ซึ่งพระพุทธเจ้าสรุปไว้เป็นสัตว์ 9 ชนิด คนทั้งหลายที่ปฏิบัติธรรมก็ไม่พ้นความเป็นสัตว์ 9 ชนิดนี้แหละ แล้วค่อยฟังไปเรื่อยๆรายละเอียด เพราะไปหลงใหลสัตตาวาส 9 ตัวที่ 5 คือ อสัญญีสัตว์ ไปดับสัญญาซะ หรือว่ามิจฉาทิฏฐิ แม้แต่ฌาน ก็เป็นแบบ เดียรถีย์ ฌาน 2 3 4 ก็เป็นแบบเดียรถีย์ กายก็ดี สัญญาก็ดี เขาก็ได้เป็นแบบ เดียรถีย์ เป็นมิจฉาทิฏฐิทั้งนั้น หลัง อสัญญีสัตว์ อากาสานัญจายตนะ วิญญานัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ. แม้ที่สุดจะแถมสัญญาเวทยิตนิโรธด้วย ซึ่งไม่มีในสัตตาวาส 9 มีใน อนุปุพพวิหาร 9 ใน สัตตาวาส 9 ไปจบที่ เนวสัญญานาสัญญายตนะ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 และอสัญญีสัตว์ ก็เป็น 9 อาตมาจะค่อยเทียบให้ฟัง 1. วิญญาณฐีติ 7 2. วิโมกข์ 8 3. อนุปุพพวิหาร 9 กับสัตตาวาส 9 ซึ่งเข้าใจไม่ง่ายหรอกแต่สัมผัสด้วยกายนี้ไม่ใช่เล่นๆ ต้องการตอกเข็มอันแรก คือคำว่ากาย เป็นหลักเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นไปถึง 8 วิโมกข์ 8 ก็ต้องขยายความให้รู้ทั้งกายทั้งจิต ทั้งนอกทั้งในทั้ง อัชฌัตตัง พหิทา ถึงสภาพอาภัสรา เป็น สุภกิณหา อย่างไร ถ้าเป็นวิญญาณฐีติ 7. ก็จะจบที่ อากิญจัญญายตนะ แต่ถ้า ปฏิบัติอนุปุพพวิหาร คุณก็จบที่ สัญญาเวทยิตนิโรธ สัญญาเวทยิตนิโรธ ที่สัมมาทิฏฐิจริง คุณก็จะพ้น สัตตาวาส 9 หมดความเป็นสัตว์ได้ 660201 ตอบปัญหาคนตาบอดชวนคนตาบอดไปดูท้องฟ้าสวย พุทธ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน