เริ่มปฏิบัติธรรมต้องเอาศีลเป็นหลัก จึงปรับใจได้.docx
เนื้อหาในไฟล์
เริ่มปฏิบัติธรรมต้องเอาศีลเป็นหลัก จึงปรับใจได้ _สว่างแสง ขวัญดาว · น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ ลูกอยากบอกพ่อครูว่า เดิมทีลูกเป็นคนบาป จิตใจเหมือนถูกไฟนรกเผา สาหัสมาก ครั้นปี ๖๓ ลูกมาปฏิบัติธรรมตามพ่อครู ฟังธรรมะไม่รู้เรื่องเลย ครั้นลูกเอาธรรมะที่พ่อครูสอน เพียงแค่เอามาท่องจำ ความทุกข์ก็ลดลงมากกว่าการฟังเพลง ครั้นต่อมาได้เข้าใจธรรมะก็ยิ่งคลายทุกข์ ยิ่งปฏิบัติลดอบายมุขได้ ก็ยิ่งพ้นทุกข์มาตามลำดับ ลูกส่งคำถามมาถึงพ่อครู ใจหนึ่งก็อยากรู้คำตอบ อยากเผื่อแผ่ให้คนอื่นได้รู้ด้วย อีกใจหนึ่งก็รู้สึกละอาย ที่ตัวเองเป็นคนบาป แต่แสดงตนเป็นคนรู้มาก ลูกจะปรับใจอย่างไรคะ พ่อครูโปรดว่ากล่าวตักเตือนด้วยค่ะ น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูว่า...ผู้ที่มาฟังอาตมาตอนแรกนั้นฟังไม่รู้เรื่องเป็นธรรมดา หูหักก่อนทั้งนั้น แต่อย่าเพิ่งหนี สุสูสัง ลภเต ปัญญัง พยายามตั้งใจฟังศึกษาไปตามลำดับ จับความให้ได้ เบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลาย เป็นอย่างไร คนที่มีบารมีมาก่อนจะเข้าใจได้ไว แต่คนที่มีบารมีไม่มากนักหรือไม่มีบารมีก็จะเข้าใจได้ยาก แต่อย่าเพิ่งท้อถอย พากเพียรไป ฟังแล้วฟังอีก อานิสงส์ในการฟังธรรมจะมีจริงๆ ฟังแล้วก็ประพฤติ ฟังแล้วจับต้นกลางปลายให้ได้ ประพฤติมา แล้วคุณจะได้ อันนี้ซับซ้อนให้เรารู้จริงๆนำหน้าไปเยอะแล้ว แต่ยังปฏิบัติไม่ได้ก็รู้สึกละอายใจตัวเอง จะปฏิบัติใจอย่างไร..ก็จับความจริงให้ได้ว่าเราปฏิบัติได้ เอาสภาวะที่ปฏิบัติได้ขนาดไหน เอาศีลนั่นน่ะ เป็นตัวหลัก ศีลข้อ 1 2 3 4 5 จนถึงจุลศีลประกอบไปเลย ส่วนมหาศีลเป็นเรื่องของภิกษุ ท่านจะจัดการ อย่างชาวอโศกนี้ มหาศีลไม่ได้บกพร่อง แต่เถรสมาคมนั้นเต็มไปหมด ละเมิดมหาศีล ไม่ได้มีศีลกันเลย แล้วไปยึดพระธรรมวินัย 227
อ่านต่อ
เป็น จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล 43 ข้อ ไม่รู้เรื่องแล้วว่าศีลคืออะไร ไปยึดวินัย 227 ไปถามภิกษุสิว่าท่านมีศีลเท่าไหร่ ท่านก็ตอบว่า 227 นั่นหมายถึงวินัย แค่วินัยกับศีลก็เข้าใจกันไม่ได้แล้ว วินัยคือข้อบังคับ ศีลคือความอิสระ ใครพอใจปฏิบัติแล้วเอาเนื้อหามาปฏิบัติ ก็จะได้มรรคผลไปตาม ศีล มีศีล อปัณณกปฏิปทา 3 มีสัทธรรม 7 เกิดฌาน เกิดปัญญา ภาษามันบอกสภาวธรรม ซึ่งมันไม่ง่ายธรรมะของพระพุทธเจ้า คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) มันเป็นจริงอย่างนั้น เอ้า จะปรับใจอย่างไร..ก็คือต้องตรวจสอบตัวเอง ว่าตัวเองปฏิบัติจริงได้แค่ไหนเอาศีลเป็นหลักปฏิบัติ ศีลข้อ 1 ศีล ไม่ฆ่าสัตว์. ข้อ 2 คุณน่าจะได้แล้ว ศีลข้อที่ 1 คุณไม่ฆ่า แล้วมันมีใจที่ หยาบ กลาง ละเอียด มันมีอีก แต่ยังไม่อธิบายรายละเอียด ศีลข้อที่ 2 ก็เหมือนกัน เอาศีล 3 ข้อก่อน ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ทุจริต ศีลข้อที่ 2 หมายถึง ข้าวของ วัตถุต่างๆ กับพืช คุณก็ต้องอาศัยวัตถุต่างๆกับพืชอยู่ แต่คุณไม่ทุจริต ไม่ลักขโมย ไม่ขี้โกงอยู่ ศีลข้อที่ 3 เกี่ยวกับรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส กามคุณ 5 คุณลดละได้หรือยัง 3 ข้อนี้เป็นพื้นฐานหลัก ข้อ 3 อาจจะยากกว่าข้อที่ 2 ซึ่งข้อที่ 2 ก็ยากกว่าข้อที่ 1 ข้อที่ 1 ไม่ฆ่าสัตว์ มันง่ายจะตายไป คุณไม่ฆ่า คุณก็ซื้อกิน ใช่ไหม หรือให้คนอื่นเขาฆ่ามาให้คุณกิน จนกระทั่งอธิศีลสูงขึ้นไม่กินเนื้อสัตว์ คุณก็จะรู้ว่ามันไม่ง่าย ไม่กินเนื้อสัตว์มันลึกซึ้ง อธิบายไปหมดแล้วจนกระทั่ง ชีวกสูตร 5 ข้อที่เป็นบาปเป็นอันมากไม่ใช่บุญเลย ก็ค่อยๆรู้ไปตามลำดับ เอาเป็นว่าคุณสว่างแสงก็พยายาม อาตมาอธิบายแทรกไปให้ฟังบ้างแล้ว ให้ความรู้เท่าที่มีเวลา เท่าที่ควรจะให้ 660201 ตอบปัญหาคนตาบอดชวนคนตาบอดไปดูท้องฟ้าสวย พุทธ