สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน คนจนที่ไม่กลัวความลำบาก.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน คนจนที่ไม่กลัวความลำบาก พ่อครูว่า…อาตมานำเอาเรื่องของคนจน อาตมาว่าเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับมนุษยชาติ โดยเฉพาะเมื่อเข้าใจความจนที่เป็นโลกุตระ ความเป็นคนจนที่ประเสริฐเป็นความจนที่มหัศจรรย์ เป็นคนจนผู้ยิ่งใหญ่ เรื่องนี้เป็นเรื่องเศรษฐศาสตร์อย่างยิ่ง ความเป็นคนจน ความจนไม่ได้เป็นสิ่งที่พาสุขพาทุกข์ คนจนที่ไม่มีเงินทองแล้วทุกข์ก็เพราะว่าเขาไม่ฉลาด เขาไม่เข้าใจชีวิต หากเข้าใจชีวิตดีแล้ว จะไม่ปฏิบัติตนเป็นคนรวย หลักการเป็นคนรวยนั้นเป็นการแย่งทรัพย์สินของส่วนกลาง เป็นคนที่โลภ เอาทรัพย์สินส่วนกลางมาไว้แก่ตัวเองมาก สมมุติให้ชัดๆ ในประเทศไทยมีทรัพย์สินจำนวนพันล้าน แล้วสมมุติว่า คนเอาพันล้านนี้ไปไว้ที่ตัวเขาหมด เป็นคนรวย หรือแบ่งกันห้าคนสิบคนก็ตาม คนที่เหลือก็ตาย เพราะไม่มีเงินใช้ ตาย สมมุติชัดๆง่ายๆ คนที่ไปสะสมเอาเงินทองข้าวของ ที่เป็นปัจจัย คุณจะไปสะสมของพิษโทษภัยก็โง่ แต่ถ้าสะสมสิ่งอาศัยใช้สอย ก็โลภเอาไปสะสมมาก คนอื่นก็ใช้ไม่ได้เพราะคุณกักตุนไว้ แล้วสะสมไม่มีที่สิ้นสุดด้วย เป็นคนใจดำอำมหิตเป็นคนเห็นแก่ตัว ถ้าคนเราสามารถเข้าใจได้ว่า ไม่ต้องเป็นคนรวยเลย มาเป็นคนจนไม่ต้องมีทรัพย์สินเลย อาตมาพูดไปแล้วก็ภาคภูมิใจในตัวเองอยู่ที่สามารถนำคำสอนพระพุทธเจ้ามาให้พวกเราปฏิบัติ จนเกิดเป็นสังคมชุมชนที่ทำงานฟรีไม่ต้องมีทรัพย์สินส่วนตัว มีทรัพย์สินส่วนกลางเรียกว่าสาธารณโภคีกินใช้ร่วมกัน ทำมาหากินได้ก็มารวมกันกินใช้ร่วมกัน เป็นสังคมที่หลายคนไม่คิดไปอย่างอื่นแล้ว มีชีวิตอยู่ในสังคมนี้จนตายแล้วเราก็เผาให้กัน เผาเรียบร้อยเสร็จ ไม่ต้องกลัวว่าตายแล้วจะไม่มีใครเผาผี ไม่มีสมบัติสักตังค์ไม่มีญาติเลยก็พอเผาให้ สบม. ทมด. ปกต. หห. จจ. อาตมาภาคภูมิใจที่น
อ่านต่อ
ำธรรมะพระพุทธเจ้ามาให้พวกเราปฏิบัติ จนเกิดสังคมมีพฤติกรรมมีชีวิตมีสังคมอยู่กันอย่างเป็น อิสรเสรีภาพ ภราดรภาพ สันติภาพ สมรรถภาพ บูรณภาพ อาตมาได้ไปหลงทางโลก 36 ปี แต่เมื่อรู้แล้วก็มาทางนี้อย่างชัดเจน แล้วพากันออกมาทำมาสู่โลกุตระได้สำเร็จ อาตมาทำได้สำเร็จเป็นคนจนที่สุขสำราญบานใจ พากันมีชีวิตอย่างนี้ มีคนรับช่วงช่วยกันทำ จนเป็นวัฒนธรรมสังคม มีพฤติกรรมสังคม เข้าหลักเกณฑ์ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ถูกต้องสอดคล้องดีงาม ใครไม่เชื่อหาว่าหลงตัวเอง ว่าไม่จริงหรอกก็แล้วแต่เขา แต่อาตมามั่นใจว่าทำงานมานี้จะเข้า 50 ปีแล้ว ไม่มีใครกล้าค้าน อาตมาเปิดพระไตรปิฎกยืนยัน แม้บางทีเขาจะตีความไม่ตรงกับอาตมาก็มีบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วถ้าเขาไม่ออกนอกคำสอนพระพุทธเจ้าแล้วก็ตรงกับอาตมานี้ สัจจะของพระพุทธเจ้าต้องมีหนึ่งเดียว ถ้าอาตมาผิด คุณอธิบายก็ถูก แต่ถ้าอาตมาพูดถูกคนที่อธิบายต่างไปก็จะผิด นี่คือคำพิพากษา อาตมามั่นใจ ยิ่งอาตมาแก่วัด เพราะว่าบวชมา 47 พรรษาแล้วเป็นมหาเถระแล้วอายุยาวขนาดนี้แล้วคนไม่กล้ามาวอแวเท่าไหร่ เสียงดังน้ำหนักดีด้วย ถูกต้องตามพระธรรมวินัยด้วย ศาสนาพระพุทธเจ้าเป็นศาสนาที่สอนให้คนเป็นคนจน คำว่าคนจนนี้คืออัปปิจฉะ แปลเอาความด้วยนะ แต่เขาแปลกันว่ามักน้อย มักน้อยแปลว่า ผู้ที่พอใจจะเอาแต่น้อย เอาไว้น้อยๆ แล้วจะไม่เป็นคนรวยหรอก ในกถาวัตถุ 5 มักน้อยใจพอ แต่สันโดษ สันตุฏฐิเขาก็แปลเลี่ยงบาลีว่า พอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ กถาวัตถุ 10 มี 1. เรื่องที่ชักนำให้มักน้อย กล้าจน (อัปปิจฉกถา) . 2. เรื่องที่ชักนำให้สันโดษ ใจพอ (สันตุฏฐิกถา) 3. เรื่องที่ชักนำให้สงัดจากกิเลส (ปวิเวกกถา) . 4. เรื่องที่ชักนำไม่ให้คลุกคลีกับหมู่กิเลส (อสังสัคคกถา) คือผู้ไม่เอาสวรรค์แล้วก็ไม่มีนรกด้วย แต่เขาเข้าใจว่าศาสนาพุทธสอนให้ไปสวรรค์ นั่นไม่จริง ศาสนาพุทธไม่มีสวรรค์ไม่เอาสวรรค์ ไม่เอานรก ไม่มีสวรรค์ไม่มีนรกนั่นคือจุดสุดยอดของศาสนาพุทธ เป็นศาสนาที่เข้าใจความเป็นสวรรค์ สวรรค์เป็นเมืองหลอก หลอกมนุษย์ได้สนิทมาก ใครที่รู้เท่าทันสวรรค์แล้ว สวรรค์ก็คือนรก นรกก็คือสวรรค์ อันเดียวกันเหรียญเดียวกัน ต่างกันคนละหน้าเท่านั้น จุดเดียวกันถ้าเข้าใจแล้ว ผู้หมดสวรรค์ผู้นั้นก็หมดนรก ผู้หมดนรกคือผู้หมดสวรรค์ 5. เรื่องที่ชักนำให้ปรารภความเพียร (วิริยารัมภกถา) . 6. เรื่องที่ชักนำให้บริสุทธิ์ในศีล (สีลกถา) 7. เรื่องที่ชักนำให้จิตตั้งมั่นในสมาธิ (สมาธิกถา) . คนจนที่ไม่กลัวความลำบากไม่กลัวความมีน้อย จึงเป็นคนประเสริฐ เป็นคนช่วยเศรษฐกิจของชาติของสังคม แต่เป็นคนจนที่จะต้องเป็นคนขยันหมั่นเพียรมีความรู้ความสามารถเป็นคนที่ทำงาน ไม่ใช่เป็นคนอย่างงอมืองอเท้า หนีไปหลับหูหลับตาในป่าในถ้ำ แต่เป็นคนที่มี สังกัปปะ วาจา กัมมันตะ อาชีวะ สัมมา รู้จักว่าอะไรควรส่งเสริมอะไรควรปฏิเสธ เป็นนักเศรษฐกิจที่สูงสุด เป็นเรื่องที่อธิบายได้ยาก เพราะว่า แม้แต่สิ่งที่จะเป็นปัจจัยชีวิต เขายังไม่ค่อยเข้าใจกัน อาตมาพาพวกเราปฏิบัติธรรมเป็นชีวิตที่มาอยู่กับ ปัจจัย 4 อาหารบ้านเรือนพึ่งตัวเอง เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค หรือมีปัจจัยอาศัยเป็นบริขารพอสมควร เข้าใจกันทั่วโลกแล้วว่าปัจจัย 4 นี้ อุดมสมบูรณ์แล้วเฟ้อเกิน เขาเลยเอาไปปู้ยี่ปู้ยำ อาหารปรุงแต่งเกิน เสื้อผ้าปรุงแต่ง บ้านเรือนปรุงแต่ง ยารักษาโรค กลายเป็นยาประเทือง มียาดมยานัตถ์ยาหอม เป็นของโก้ๆ จนกลายเป็นเรื่องอะไรไม่รู้
601027_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนจนที่ช่วยเศรษฐกิจโลก