สื่อธรรมะพ่อครู(ศิลปะโลกุตระ) ตอน ศิลปะ 5 ขั้น.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศิลปะโลกุตระ) ตอน ศิลปะ 5 ขั้น นอกนั้นคนที่สร้างอะไรขึ้นมามอมเมา สร้างแฟชั่นขึ้นมามอมเมาโลก บ้าๆบอๆ สร้างการละเล่น สูญเสียเวลาแรงงานทุนรอนเยอะแยะ แล้วได้อะไร? ได้อารมณ์ที่เป็น ขิฑฑาปโทสิกะ เป็นโทษของความหลงความรื่นเริงเอร็ดอร่อย ทางการแสดง การแฟชั่นสนุกสนาน แม้แต่เพลงการก็แล้วแต่ ถ้าจะทำพอสมควร เป็นแค่ amateur ก็เป็นบ้างนิดหน่อยๆ แต่นี่ไปทำเป็นอาชีพ สิ่งที่โดดเด่นประเทศจะต้องยกย่องเชิดชูเลย อาตมาว่ามันไม่มีความรู้ของศาสนาพุทธเลย ถ้ามีความรู้ของศาสนาพุทธจะไม่มายกย่องเชิดชูสิ่งที่เป็นอบายมุขพวกนี้ จัดจ้านมากมายเลย พูดไปแล้วเหมือนไอ้เข้ขวางคลอง คนขวางโลกสังคมประเทศชาติ ก็โลกเขาเป็นปุถุชน ไม่มีโลกุตรธรรม เขาไม่เข้าใจสิ่งที่ทวนกระแสนี้ มันจัดจ้านไปไกลมากเลย อาตมาเห็นคนเขาเล่นดนตรีทุกวันนี้ น่าสงสาร มันบ้าบอกันไปจน ไม่ต้องพูดเถอะ กระเหี้ยนกระหือรือ การกีฬาแฟชั่นแสดงให้มันโลดโผนอะไร เขาปรุงแต่งสร้างสรรให้ประหลาดพิสดารยิ่งใหญ่ Create กันอยู่ตลอดเวลา เขาไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้ควรพอควรจะเลิกไม่ควรจะทับถมอะไรกันไปมากมาย มันมีได้อย่างสุนทรียะ รสนิยมไม่จัดจ้านรู้จักขีดเขตพอสมควร อาตมามี อารมณ์ศิลปินอารมณ์ศิลปะ ทางด้านวรรณกรรม เพลงการ อาตมามีความรู้ความเข้าใจ talent พวกนี้ยกตัวอย่างเพลง อาตมาแต่งเพลง เอาเพลงอาตมาเปรียบเทียบของเพลงทั่วไปทั้งโลกก็ได้ เขาไม่เข้าใจหรอกว่า เพลงของอาตมาคืออะไร ทำนองคิดว่าไม่ด้อยกว่าเขาทั่วไป แต่เนื้อหาสาระของคำร้องมันบอกสาระ ทำนองก็อาศัยเป็นกระษัย แต่เนื้อแท้ที่ไปใส่ในน้ำมันเป็นเนื้ออะไร เป็นแกงเห็ดโคนหรือเป็นแกงไก่แกงเผ็ดแกงมัสมั่นอะไร เนื้อมันมีลักษณะเนื้อที่จะส่อถึงสิ่งสำคัญที่จะเป็นสาระ เอาไปเทียบได้เลย เป็นเนื้อหาสาระ เพลงที่อาตมาแต่ง อาตม
อ่านต่อ
าแต่งไปประมาณ 100 กว่าเพลงเอง แล้วเนื้อหาสาระเพลงต่างๆ ที่อาตมาก็ทำอัลบัม แผ่นเสียงออกตลาด ก็ไม่มีใครนิยมชมชื่นเลย ไม่ฮือฮา ไม่ขึ้นบอร์ดอะไรกับเขาเลย ไม่ขึ้นชั้นกับเขาเลย อยู่ในเก๊ะ ไม่ขึ้น shelf ขึ้นชั้นเลย เขาจับยัดในเก๊ะหมด ดีไม่ดีเขาไว้ใต้ถุนโน่น เป็นการทวนกระแสที่คนเข้าใจไม่ได้ อาตมามั่นใจว่า อาตมาไม่ได้ทำผิดอะไรทำสิ่งที่ เชิดชูสังคมให้ได้สำนึกให้ชัดเจนให้รู้เนื้อหาสาระของสิ่งที่ควรจะได้มีความรู้ความคิด บูรณะสังคม ให้มันเกิดผลเกิดอะไรไปในทิศทางที่ดี จะบอกว่ามีทำนองมีสำเนียงวรรณกรรมทางภาษา ก็มีความไพเราะมีความไพเราะทั้งภาษาทั้งการได้ยินเสียง ก็พอได้อยู่นะ อาตมาว่า นอกจากคนเขาไม่ติดไม่ยึดไม่ดูดดึง หากเพลงประโลมโลก ก็เป็นอย่างนั้น อาตมาแต่ก่อนไม่มีธรรมะ เป็นฆราวาส ก็แต่งเพลงเชิงเพลงรัก ซึ่งอาตมาแบ่งจะเพลงหรือศิลปะก็แบ่งเป็น 5 ขั้น 1. ลามก 2. ราคะ 3. สาระ 4. ธรรมะ 5. โลกุตระ อาตมาถือว่า แบ่งชั้นวรรณกรรมศิลปะเพลงการ สื่อออกทางลามก ก็เข้าใจได้ มันออกมามากๆไม่ได้ ออกมาโจ๋งครึ่มไม่ได้ จะโดนจับ ก็เอียงไปทางลามกก็มีอยู่ พอสมควร มีเจตนาแฝงให้ดูไม่ผิดกฎหมาย เขาจะเซ็นเซอร์ อย่างที่เห็นกันอยู่ เข้าข่ายลามก ตลาดโลกเขาก็ละอายกัน เขาเป็นศิลปินก็ไม่ถึงขั้นลามก แต่ราคะ เพลงรักๆใคร่ๆ เป็นกามเยิ้มเต็มไปหมด แล้วก็ฮิตกัน แทบจะ 150 เปอร์เซ็น นะ เพลงราคะ เพลงสาระ เรียกว่า เพลงเพื่อชีวิตมีอุดมการณ์อะไรบ้าง ซึ่งก็ยังดี มีแนวคิดเป็นสาระ ให้เอาศิลปะเพลงการ วรรณกรรมใช้เป็นสาระบ้าง ธรรมะ เพลงธรรมะดื้อๆก็มี เช่น วิสาขบูชา...เป็นต้น โลกุตระ หาได้น้อย นอกจากอาตมาทำนี่ อย่างเทศกาลศิลปะโลกุตระ ของแสงศิลป์ ก็เจอสื่อสารศิลปินมาชม ศิลปินแห่งชาติคุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ พูดบอกอาตมาว่า ศิลปะมีโลกุตระด้วยหรือ อาตมาก็ว่า ผู้ที่เป็นศิลปินแห่งชาติไม่รู้ กรรมการผู้ที่คัดเลือกศิลปินแห่งชาติก็คงจะไม่รู้ว่าศิลปะโลกุตระเป็นอย่างไร แล้วโลกุตระคืออะไร? โลกุตระ ประเด็นหลักคือมันทำให้จิตใจลดกิเลสได้ จะเป็นงานศิลปะ เพลง วรรณกรรม หากไม่มีสุนทรีย์เลย สารคดี กับศิลปะต่างกันอย่างไร สารคดี คือสาระ มันไม่มีรูปรสกลิ่นเสียงอะไรเท่าไหร่ สารคดีวิชาการก็เรียกสารคดี แต่ถ้ามีเชิง รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ชวนให้มีอารมณ์ผสมอยู่ด้วยก็เรียกว่างานศิลปะ จะเป็นศิลปะทางด้านไหนก็แล้วแต่ จิตรกรรม ปฏิมากรรม วรรณกรรม Drama Music ก็เป็นสิ่งที่ ถ้าศึกษาให้ดี ที่จริงโรงเรียนศิลปะต่างๆก็ไม่มีโรงเรียนไหนสอนศิลปะโลกุตระนะ ต่อให้มหาวิทยาลัยเลิศยอด Academy ใดๆ ที่สอนศิลปะก็ไม่มีที่จะมาพูดถึงโลกุตระ โลกุตระนี้มีแต่ในศาสนาพุทธศาสนาเดียว ยิ่งศาสนาอื่นเขายิ่งไม่รู้เรื่องหรอกโลกุตระอะไร เพราะฉะนั้นมันกล่าวได้ในขอบเขตจำกัดในศาสนาพุทธ ก็พูดกันได้ แต่คนก็ยังไม่ค่อยเข้าใจกัน อาตมาแต่งเพลงมา อเรนเจอร์ที่มาเรียบเรียง เขาก็พูดว่าฟังเพลงของพ่อท่านก็เหมือนกับฟังธรรม มนุษยชาติที่มีความเข้าใจมี Concept มีกระบวนทัศน์อย่างนี้ทัศนคติอย่างนี้ก็ทำงานเพื่ออย่างนี้แหละ อย่างอาตมามีอันนี้ แล้วอาตมามองไม่เห็นว่าชีวิตมนุษย์จะมีอะไรดีกว่าการมาส่งเสริมคนให้มีโลกุตรธรรม มองไม่เห็นเลยว่าอะไรจะดีประเสริฐเลิศเลอเท่ากับคนให้ได้รับได้รู้ได้เข้าใจ แล้วเขาก็ยินดีพอใจจะทำให้เกิดเนื้อหาธรรมะในตนอยู่ขณะนี้ เป็นคนลดกิเลส เป็นคนไม่เห็นแก่ตัวไม่เห็นแก่ได้ เป็นคนที่รับใช้มวลชน ซึ่งเขาก็พูดกันนะ รับใช้มนุษยชาติ เป็นคนที่มีประโยชน์คุณค่าต่อมนุษยชาติ ไม่ไปเอาเปรียบมนุษยชาติ โดยปริยายก็พอเข้าใจ แต่มีหลักเกณฑ์ที่ทำให้จิตใจเห็นจริงและเป็นจริง เข้าใจจริงๆและเป็นจริงเห็นจริง และมีทฤษฎีประพฤติปฏิบัติให้เกิดจิตที่เป็นอย่างนี้จริง อย่างของพระพุทธเจ้านี้มีจริงจนเป็นอรหันต์สูงสุด จิตเป็นอย่างนั้นสูงสุด ชาวอโศกเรามีจิตเป็นอรหันต์ได้ เป็นอนาคามีได้ สกิทาคามีได้ โสดาบันได้ ชาวอโศกเรามีอรหันต์ แต่มันไม่เข้าใจลึกซึ้งในตนเองเท่านั้นเอง มี อาตมาก็ไม่เก่งจะไปหยั่งรู้จิตแต่ละคน แต่ดูพฤติกรรมแล้ว เจาะเข้าลึกๆน่าจะมีจริงไม่น้อยเลย ยิ่งในยุคนี้ อรหันต์มันต่างกันกับของยุคพระพุทธเจ้า อรหันต์ยุคนี้ก็เป็นอรหันต์ที่คิดค่าเฉลี่ยจิตกิเลสมนุษย์ในยุคนี้กับผู้ที่มีคุณธรรมขนาดนี้ ตัด curve ได้ว่านี่คืออรหันต์ของคนในยุคนี้ มีไม่น้อยเลย อาตมาพูดไปนี้ ไม่มีใครเข้าใจด้วยก็เลยไม่ต้องไปคิดมาก เอาเนื้อหาสาระของธรรมะพระพุทธเจ้ามาประกาศให้เข้าใจไปด้วยกัน แล้วพวกเราก็ได้ไปด้วยกัน จนอาตมาพูดมาปรมัตถ์สารพัดก็ไม่รู้จะไปถึงไหนแล้ว จนเจาะให้ลึกซึ้งพิสดารไป ทั้งสมมุติสัจจะ ปรมัตถสัจจะเอามาขยายความกันไปจนไม่รู้จะทำอย่างไร เพื่อจะได้ให้เข้าไปสู่เนื้อแท้ๆ ถ้าหากไม่รู้เนื้อหาแท้ๆก็ไม่รู้จะทำอย่างไร แล้วก็ทำไป เต็มใจยินดีจะทำต่อไป ไม่เหนื่อยหน่าย แต่เหนื่อยสรีระก็มีอยู่ เหนื่อยหน่ายนี้เปลี้ยเพลียใจนะ แต่เหนื่อยธรรมดานี้เหนื่อยใช้พลังงานแคลอรี่ไป ไม่เหมือนกัน แต่ไม่ได้เหน็ดเหนื่อยหนักหนาอะไรจนเกินการ ไม่ได้ทรมานตนเองอะไร อาตมาก็ยังยินดีพอใจทำ แต่พวกเราก็ประมาณอาตมา ว่า อายุมากแล้วไม่น่าจะทำขนาดนี้มันใหญ่ขนาดนี้ แหมดูถูกอาตมามากไป เห็นอาตมาเป็นคนแก่สามัญหรืออย่างไร อาตมาเป็นคนหนุ่มวิสามัญนะ อาตมาไม่ใช่คนแก่สามัญ อาตมาเป็นคนหนุ่มวิสามัญ Supra Mundane
610427_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนจนแบบโลกุตระเป็นเช่นนี้