สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ตลาดอาริยะแบบขาดทุนคือกำไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข30 เมษายน 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ตลาดอาริยะแบบขาดทุนคือกำไร ตลาดอาริยะของเราทำมา 36 ปีผ่านมาแล้ว เริ่มตั้งแต่ปี 2523 ที่สันติอโศก ทำเล็กๆ เอาใบไม้แทนเงินมาซื้อ เริ่มต้นความคิด จนกระทั่งทำที่สันติอโศกสองปีที่แคบไป ก็เลยย้ายไปปฐมอโศก 2525 จนกว่าจะย้ายมาที่นี่ก็นับมาได้ 36 ปี สำหรับตลาดอาริยะองค์รวมครั้งใหญ่นะ แต่ครั้งเล็กๆน้อยๆมีอีกเยอะ ตลาดอาริยะกับเราขายของ ขายตั้งแต่อาหารที่คนจะกิน แล้วเราก็ขายในราคาบาทเดียว ตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงวันนี้ก็ยังบาทเดียว แต่จริงเรานี่เรื่องมังสวิรัติเราแจกฟรีนะ มีขายอยู่บ้าง แต่นี่เป็นตลาดพาณิชย์เราก็เลยต้องขาย แต่ขายราคาต่ำสุด

หลักเกณฑ์ของตลาดอาริยะคือ 1. กำไรของชีวิตคือการให้ การเสียสละ นี่เป็นสัจจะเลย ผู้ใดจิตถึงแล้วจริงดังที่ในหลวงเราได้ตรัส เราก็มีคลิปอันนี้ การให้หรือการเสียสละนี่คือกำไร สินค้าที่ขายต้องต่ำกว่าทุนจริงๆ ยอมขาดทุนนี่แหละคือกำไร 2. สินค้าต้องขายต่ำกว่าทุน 3. เจตนาให้ผู้ซื้อได้แสดงน้ำใจ เปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้รับการแบ่งปันด้วย อันนี้ต้องใช้ศิลปะหน่อย

แล้วพาณิชย์บุญนิยมก็มีหลักอีก 3 ข้อ 1. สร้างเครดิตเหนือเครดิต(จ่ายสด งดเชื่อ) การพาณิชย์บุญนิยมไม่เอาเงินเชื่อ 2. หากต้องยืมกันก็เป็นไปอย่างเกื้อ คือไม่มีดอกเบี้ย ยืมใช้ ไม่เรียกกู้ เงินที่ค้างไม่เรียกหนี้ เรียกเงินหนุน ไม่ชักดาบกันด้วย 3. มีความซื่อสัตย์ จริงใจ มีน้ำใจ

เวลาค้าขายเราก็มีนโยบายอยู่ 5 ข้อ 1. ขายถูก 2. ไม่ฉวยโอกาส 3. ขยัน อุตสาหะ 4. ประณีต ประหยัด 5. ซื่อสัตย์ เสียสละ

หลักการตลาดบุญนิยมคือ 1. ของดี 2. ขายถูก 3. ซื่อสัตย์ 4. มีน้ำใจ 5. ขายสด งดเชื่อ

อุดมการณ์บุญนิยม มี 4 ระดับ 1. กำหนดราคาสินค้าให้ต่ำกว่าราคาต

อ่านต่อ

ลาด ต่ำกว่าราคาตลาดได้มากเท่าไหร่ก็เจริญเท่านั้น 2. กำหนดราคาให้เท่าทุน ไม่เป็นบุญ ไม่เป็นบาป 3. กำหนดราคาให้ต่ำกว่าทุน ตอนนี้เป็นบุญแล้ว ต่ำได้มากเท่าไหร่ยิ่งเจริญ จนสุดท้าย 4. ให้ฟรี เป็นบุญเต็มเลย

ชาวอโศกเราอาตมาพาทำบุญนิยม เสียสละ ลดละช่วยเหลือเกื้อกูล ไม่เอาเปรียบเอารัด ไม่กอบโกยไม่สะสม มีแต่หมุนเวียนสร้างสรรอาศัยกินใช้พอมีคงคลังเล็กน้อย ถึงขั้นสาธารณโภคี เป็นส่วนกลางที่โลกทั้งโลกต้องการ แต่มันทำได้ยากมาก แต่อาตมาพาทำสำเร็จถึงในฆราวาสได้ เป็นชุมชนสาธารณโภคี คือทรัพย์สมบัติของกินใช้อุปโภคบริโภค เป็นของกองกลาง แล้วแบ่งกินใช้เป็นครอบครัวใหญ่

โดยก่อเกิดสาธารณโภคีคือมีพฤติกรรม 1. พึ่งตนเองได้ 2. สร้างสรร 3. ขยันอดทน 4. ไม่เอาเปรียบใคร 5. ตั้งใจเสียสละ

อุดมคติดของสาธารณโภคีคือ 1. แรงงานฟรี 2. ปลอดหนี้ 3. ไม่มีดอกเบี้ย(มีแต่ดอกบุญ) 4. เฉลี่ยทรัพย์เข้ากองบุญ

ลักษณะแท้ๆของตัวสาธารณโภคี ไม่ว่าคนเดียวหรือกลุ่มจะต้องมีลักษณะ 4 อย่างนี้ 1. ไม่เป็นหนี้ 2. ทำให้พอกินพอใช้ พึ่งตนเองรอด 3. มีส่วนเหลือ 4. แจกจ่ายเจือจาน เอื้อเฟื้อแก่คนอื่น ชุมชนอโศกทำได้สำเร็จแล้วก็ทำอยู่

วิธีพัฒนาเศรษฐกิจของชาวบุญนิยม แยกไว้ 4 ข้อ 1. ไม่สะสมเงินเป็นของตนเองไว้มาก นั่นคือกระจายรายได้จริง ตนเองน้อยให้พอ ไม่ให้ลำบากหรือมากไป มีแต่น้อยจึงเข้าข่ายเป็นคนมักน้อย(อัปปิจฉะ) ตีราคาค่าตัวของตนเองถูกแล้วก็ให้ถูกลงๆ จนให้ฟรีเลย นี่คือกระจายรายได้ สะพัดการกินใช้ทั่วถึง 2. เลิกอาชีพหยุดทำงานไกลสาระ ไร้สาระ เช่น อบายมุขหยาบหรือละเอียดแฝงซ้อน ทุนนิยมจัดศักดินาแล้วเขายกย่องกันด้วยนะ แต่เฉกาจัด แล้วลดอาชีพให้เหลือแต่แก่นสารเท่านั้น แต่การบริหารประเทศแบบโลกขยายอาชีพปรุงแต่งเพิ่มก็ยิ่งดึงแรงงานไป 3. ขยันสร้างสรรเสียสละ คนต้องทำงานขยันทำสัมมาอาชีพให้คุ้มกินใช้ให้เหลือเผื่อแผ่แก่คนอื่นที่เหมาะควร ไม่เอาไปเสริมกิเลสคนอื่น แต่ให้แก่ผู้เหมาะควรเสียสละมากขึ้น 4. ปฏิบัติลดกิเลสให้สัมมาทิฏฐิ คนลดกิเลสได้จริงคืออาริยะของพุทธจริงๆ จึงเป็นคนมีตรีลักษณ์ ลักษณะ 3 ที่มีประโยชน์ตน-ท่านที่แท้จริง ตรีลักษณ์คือ โลกุตระ โลกวิทู โลกานุกัมปายะ

ในหลวงตรัสมาให้เอาแบบคนจน แต่ไม่มีใครเอาถ่าน พวกเรามาเป็นคนเอาถ่านก็เลยได้เนื้อได้หนังมาบ้าง "แบบที่เรียกว่า ทำ "แบบคนจน" คือทำวิธีการแบบคนจน ไม่ได้มีการลงทุนมากหลายอย่างของเขาเราก็ทำไป ก็เลยบอกว่าถ้าจะแนะนำ ก็แนะนำได้ "ทำแบบคนจน" เพราะเราไม่ได้เป็นประเทศที่รวย เราก็รวยพอสมควร อยู่ได้ แต่ไม่ใช่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก เราไม่อยากจะเป็นประเทศอย่างก้าวหน้าอย่าง­มาก เพราะว่าถ้าเราเป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่าง­มาก มีแต่.. มีแต่ถอยหลัง ประเทศเหล่านั้นที่เขามีอุตสาหกรรมสูงมีแต่ถอยหลัง และถอยหลังอย่างน่ากลัว แต่ถ้าเรามีการปกครองแบบ แบบว่า แบบคนจน แบบที่ไม่ติดกับตำรามากเกินไป ทำอย่างมีสามัคคีนี่แหละ มีเมตตากัน ก็จะอยู่ได้ตลอดไป ไม่เหมือนคนที่ทำตามวิชาการ แล้วก็วิชาการนั้นก็เราดูตำราแล้วพลิกไปถึ­งหน้าสุดท้าย หนึ่งหน้าสุดท้ายนั้นเขาบอกว่า"อนาคต­ยังมี" แต่ไม่บอกว่าเป็นอย่างไร เวลาปิดเล่มแล้วมันก็ปิดตำรา ปิดตำราแล้วไม่รู้จะทำอะไร ลงท้ายก็ต้องเปิดหน้าแรกใหม่ เปิดหน้าแรกก็เริ่มต้นใหม่ "ถอยหลังเข้าคลอง"แต่ถ้าเราใช้ตำราแบบที่เราอะลุ่มอล่วยกัน ตำรานั้นไม่จบ" ท่านตรัสอย่างเป็นสัจจะ คนไม่เข้าใจก็งงๆ ท่านว่าถ้าเรามีการปกครองแบบคนจน แบบที่ไม่ติดกับตำรา ตำราอะไรก็ตำราชาวโลก เขามีแต่ตำราทุนนิยมโลกีย์ รวยมากรวยเร็ว รวยเก่งรวยเยอะไม่จบสิ้น อย่างธัมมชโยนี่ ตำราแบบนั้นอย่าไปติดมัน ให้ทำอย่างมีสามัคคีนี่แหละ นี่พวกเราอยู่อย่างสามัคคีไม่แข่งโลภกัน มีเมตตากายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ก็อยู่ได้ตลอดไป เชื่อไหม ชาวอโศกทำตรงกับในหลวงตรัสไหม เชื่อว่าอยู่ได้ตลอดไปนะ ใครไม่มาก็ไม่ง้อ ใครจะมาก็ยินดีต้อนรับ มามีศีลกัน มีเมตตากันจะอยู่ได้ไปตลอด ไม่เหมือนคนทำตามวิชาการ ต่อไปจะมีนักวิชาการแบบคนจน เราดูตำราแล้วพลิกไปหน้าสุดท้ายเขาก็ว่าอนาคตยังมี แต่ก็เปิดหน้าหนึ่งใหม่อีก แล้วคำว่าอะลุ่มอล่วย ตำรานั้นไม่จบ จะรุ่งเรืองไปตลอดกาลไม่รู้จบ อลุมอล่วยคืออนุโลมปฏิโลม มีปัญญาว่าคนนี้ควรให้ควรขัดเกลาเขาอย่างไร คนนี้ต้องต้านไว้ ต้องจัดการ ยืดหยุ่นให้ได้กับใครก็อนุโลม แต่คนที่มันไม่ได้มันร้ายจัด ยืดหยุ่นไม่ได้ก็อนุโลมไม่ได้ต้องจัดการ นี่คืออะลุ่มอล่วย ไม่ได้โกรธเขานะแต่ว่าคุณอย่าเพิ่งทำ ถ้าปล่อยแล้วเสียหายก็ต้องต้านไม่ให้เขาทำ โดยไม่ฆ่านะ ต้านได้อย่างหนัก อย่างพล.อ.ประยุทธ์ทำนี่เห็นใจว่าท่านทำเรื่องหนักที่เขาหมักหมมหนักมีค่ายกลการเมืองเลวร้าย จำเป็นต้องจัดการ ท่านใช้ม.44 เหมือนยุคจอมพล.สฤษดิ์ ใช้ม.17 แต่ว่าของม.17 นั้นฆ่าๆเลย แต่นี่ไม่ได้ทำรุนแรง แต่ว่าคนที่กวนก็ยิ่งกวน มันน่าจะรู้เจตนารมณ์ว่าเขาอนุโลมให้ตน ตนก็ยิ่งน่าจะขอบคุณ น่าจะมีปฏิภาณว่าแพ้รายทางมาตลอดก็น่าจะรู้ ไม่น่าดันทุรัง แต่กิเลสเห็นแก่ตัวยึดติดตัวตนหนักก็เลยเป็นธรรมชาติแบบนี้ อาตมาเห็นใจเข้าใจ ก็ช่วยกันตามควร ในหลวงตรัสสุดยอดแห่งเพชรและแนวเดียวกับพระพุทธเจ้าคือต้องมาเป็นคนจน ในหลวงก็เป็นคนจนตามฐานะ เรานี่แหละเป็นคนจน คนจนกินข้าวกล้องเป็นต้นที่ท่านตรัส แม้มีทรัพย์ส่วนพระมหากษัตริย์ก็ไม่ได้ยึดเป็นของท่านแต่ในฐานะที่เป็นสิทธิ์ที่ท่านจะบริหาร มีคนมาถวายทรัพย์ท่านก็ใช้ตามพระราชอัธยาศัย แต่คนหาเรื่องเพ่งโทษไป คนเข้าใจไม่ได้ก็ยาก ในหลวงใช้สำนวนเศรษฐกิจพอเพียงเป็นขั้นต้น ที่ให้สังคมเข้าใจให้มักน้อยสันโดษไม่ดิ้นไม่รน สามเส้าของปวิเวกก็มี มักน้อย สันโดษ วิเวก เราจะต้องหยุดตรงนี้รู้จักพอ น้อยเท่านี้ก็พอ จิตพอคือจิตสงบ หากไม่พอคือจิตไม่สงบไม่วิเวก ก็สร้างจิตเช่นนี้ไปเรื่อย แล้วไม่เบียดเบียนตนด้วย

พอบอกแบบคนจน คนก็เข้าใจไม่ค่อยได้ ก็เลยบอกเรื่อง ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา ..ก็แปลว่า ขาดทุน คือ เป็นการได้กำไรของเรา หรือการขาดทุนของเรา เป็นการได้กำไรของเรา ท่านนักเศรษฐกิจคงร้องว่า ไม่ใช่ แต่ว่าเป็นไปอย่างนั้น ก็เห็นว่านักเศรษฐกิจก็ยิ้ม ยิ้ม ๆ ว่า อะไร ? พูดอย่างนี้ "การขาดทุนของเรา เป็นการได้กำไรของเรา" หรือเราได้กำไร แต่พูดภาษาอังกฤษมันสั้นกว่า งั้นก็ต้องขยายว่าภาษาอังกฤษเป็นอย่างไร ? ภาษาอังกฤษ Our หมายความว่า ของเรา Our Loss .. Loss ก็การเสียหาย, การขาดทุน Our Loss Is .. Is ก็เป็น Our Loss Is Our .. Our ก็คือของเรา "Our Loss Is Our Gain" ..Gain ก็คือกำไรหรือที่ได้ ส่วนที่เป็นรายรับ ก็ตกลงบอกกับเขาว่า "Our Loss Is Our Gain" ขาดทุนของเราเป็นกำไรของเรา หรือว่า เราขาดทุน เราก็ ได้กำไร เวลาพูดไปแล้วเขาก็บอกว่า "ขอย้ำ ขอซ้ำอีกที" ก็พูดซ้ำอีกที เขาก็นั่งเฉยไปอีก ก็หมายความว่าต้องการ การอธิบาย เราก็อธิบาย อธิบายว่า ถ้าเราทำอะไรที่เป็นการกระทำแล้วก็เราเสีย แต่ในที่สุดก็ ไอ้ที่เราเสียนั้นมันเป็น "การได้ ".. พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานไว้เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2534

คือคนไม่เข้าใจก็ไม่เข้าใจหรอก แบบอเวไนยสัตว์น่ะ ในหลวงท่านก็อธิบาย ในหลวงเราเป็นพระโพธิสัตว์ ไม่เช่นนั้นไม่มีพระปัญญาธิคุณเช่นนี้หรอก เป็นเรื่องอจินไตยเดาได้ยาก ไม่ใช่ธรรมดา สรุปต้องมาเป็นคนจนอย่างมีคุณค่า เสียสละได้ ไม่กอบโกย นี่ล่ะนักเศรษฐศาสตร์ชั้นหนึ่ง สาธารณโภคี อาตมามั่นใจว่าโลกจะมาศึกษาเศรษฐศาสตร์บุญนิยมในอนาคต อาตมาจะไม่หยุดยั้งสร้างเศรษฐศาสตร์บุญนิยมของพระพุทธเจ้า เราก็ทำได้ขนาดนี้ จนอย่างอุดมสมบูรณ์ เป็นหนูช่วยราชสีห์ เราจัดตลาดอาริยะก็เป็นเรื่องที่ชวนคนมีปัญญามาร่วมทำกัน ไม่หยุดยั้ง เพราะประชาชนที่มารับบริการก็มาด้วยความจนความลำบาก เราไม่ต้องไปมองคนรวยหอคอยงาช้างหรอก บางทีคนมีเงินร้อยสองร้อย กำเงินมาเหงื่อออกเปียกแฉะ ร้อนก็ร้อน เราก็จะสร้างอาคารสวน. เพื่อให้ใช้งานตลาดอาริยะ แต่ก็มีวิบากไม่เสร็จทัน เราก็คนจนแต่เราก็กัดฟันสู้ ยุคนี้อาตมาทำตามหน้าที่ ในหลวงเราก็พระชนมายุมากแล้ว ท่านก็ว่าจะอยู่ให้ถึง 120 อาตมาก็ตั้งไว้ 151 ปี แต่ว่าอาตมาดูแข็งแรงกว่าก็อาจตายก่อนท่านก็ได้ คนเราทุกวันนี้ตายได้ง่ายๆ

590410_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตลาดอาริยะแบบขาดทุนคือกำไร

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน