สื่อธรรมะพ่อครู(สมถะ วิปัสสนา) ตอน วิปัสสนาฆ่ากิเลส สมถะกดกิเลส.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมถะ วิปัสสนา) ตอน วิปัสสนาฆ่ากิเลส สมถะกดกิเลส https://www.youtube.com/watch?v=axPF7h-m63Y _ในสวนดาว น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ ขอกราบเรียนถามถึงความเข้าใจว่าลูกเข้าใจถูกต้องหรือไม่คะ ความแตกต่างของการพิจารณาแบบโลกียะกับการพิจารณาแบบโลกุตระแตกต่างกันแบบนี้ใช่หรือไม่คะ การพิจารณาโดยทั่วไปแบบโลกียะเพื่อให้ปล่อยวางเป็นเพียงการพิจารณาแบบหยาบๆ เป็นรูปธรรม ส่วนใหญ่ใช้เพียงเหตุผลและตรรกะมาประกอบการพิจารณา ทำให้สุดท้ายกิเลสก็จะกลับมาเกิดอีก เพราะไม่ได้ไปแก้ที่รากเหง้าของกิเลสในจิต แต่การพิจารณาแบบโลกุตระเป็นการพิจารณาแบบแยบคายให้ลึกซึ้งถึงจิตในจิต เป็นนามธรรม จนกระทั่งเห็นความจางคลายของกิเลสว่าไม่เที่ยงจนทำให้เราเกิดปัญญาและรู้สึกไม่ดูดไม่ผลักกับผัสสะนั้นๆได้ เป็นการพิจารณาถึงต้นเหตุของทุกข์ จึงทำให้เกิดการลดละจางคลายและปล่อยวางได้ในที่สุด เช่น เรื่องการทานมังสวิรัติ ถ้าพิจารณาแบบโลกียะ เราจะเลิกทานเนื้อสัตว์เพราะว่าต้องการดูแลสุขภาพหรือเจ็บป่วย แต่ก็เคยเห็นว่าสุดท้าย หลายๆคนก็ต้องกลับมากินเนื้อสัตว์ใหม่อยู่ดี แต่ถ้าเราพิจารณาในแง่โลกุตระคือเราเลิกทานเนื้อสัตว์ไม่ได้เพราะเราเสพติดความอร่อย ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหา แล้วเราก็เห็นว่าความอร่อยมันไม่มี เราอุปทานมันเอง แล้วค่อยๆล้างความอร่อยจนในที่สุดจิตไม่เสพติดในรสชาติของเนื้อสัตว์แล้ว เราก็จะไม่กลับไปทานมันอีก ทำให้เราสามารถเลิกทานเนื้อสัตว์ได้ ลูกเข้าใจแบบนี้ถูกต้องหรือไม่คะ พ่อครูว่า... ใช่ สมถะจะได้ชั่วคราว ได้ตรรกะ ภาษา เป็นอัตวาทุปาทาน เป็นบัญญัติแล้วเอามาใช้เป็นประโยชน์ว่า ความหมายอย่างนี้ทำอย่างนี้ เวลาใช้แล้วมันก็จะได้เหมือนกันแต่มันแป๊บเดียวแล้วมันก็มาใหม่ มันไม่ขาด มันไม่ได้ฆ่าต้นเหตุ
อ่านต่อ
มันได้แค่บรรเทา ใช้สิ่งเหล่านี้มาแก้ เหมือนกับเราหมดทุกข์ด้วยการไปเสพสุข เสวยสุขมันก็บำบัดทุกข์ แค่นั้นเองไม่ได้ไปล้างที่เหตุ ไม่ได้ไปแก้ไขที่เหตุ มันไม่เที่ยงมันเป็นเหตุแห่งทุกข์จริงๆ แล้วมันไม่เที่ยงมันไม่มีความจริงเลย เป็นของหลอกมันหลงติดมานาน ซึ่งมันไม่มีภาษาที่จะง่ายกว่านี้อีกแล้ว เป็นภาษาที่ตรงที่สุดสั้นที่สุด และก็น่าจะเป็นภาษา ตาย แล้วแน่นอน จบตรงนี้ กำลังพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแท้เดี๋ยวก็เปลี่ยนไปเป็นมาและมันเป็นเหตุให้เราคาราคาซังทุกไม่จบ ทุกข์ๆสุขๆ จนกว่าจะเกิดปัญญาตัวที่ฉลาดรู้ทันจริงๆ แล้วมันก็มีพลัง ปัญญานี้มีพลังทำให้เกิดต้นเหตุนี้จางคลายไปได้ ถ้ามีพลังใครมีพลังได้ไวได้มากก็วับ สลายความโง่ความยึดติดนี้ได้เร็วก็ดีสิ แต่ที่นี้มันไม่ได้ เราก็ต้องทำไปๆจนกว่ามันจะมีฤทธิ์ จะเพิ่มความเฉลียวฉลาดความรู้ความจริง พลังปัญญาที่จะบำบัดหรือกำจัด พลังโง่ที่ไปติดยึด มันจึงต้องใช้ มันไม่มีทางอื่นที่จะใช้ได้ดีกว่านี้ ไปกดข่ม ก็ได้ชั่วคราวไม่แจ้งชัด ปัญญามันรู้ความจริงเป็นเหตุผลหลักฐานความจริงแท้จริงๆเลย โดยธาตุจิต ธาตุเวทนา สัญญา สังขาร ธาตุรู้ เป็นปัญญาที่ไปละลายเปลี่ยนแปลงธาตุที่อื่นที่ไปติดยึด ในเวทนา สัญญา สังขาร มันสลายอันนี้ไปเลย มันก็ไม่มีตัวตนของเวทนา ตัวตนของสัญญา ตัวตนของสังขาร ตัวตนของวิญญาณ มันก็สลายหายไป611026_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เรื่อง สัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกายในเอกกนิทเทส