ลักษณะของอุปกิเลสสายโทสะ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.80 KB
วันที่แก้ไข29 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

ลักษณะของอุปกิเลสสายโทสะ _ขวัญชวนไพร : กราบพ่อครูช่วยแยกน้ำหนักให้ความไม่ชอบใจ เหล่านี้ เบา ไปหาแรง แล้วต่างยังไงกันคะ ปฏิฆะ อุปนาหะ โกธะ พยาบาท ขวัญชวนไพร กำลังทำวิจัย ความโกรธ จึงจะมาหาลำดับของเบา หนัก ต่างกันอย่างไรค่ะ พ่อครูว่า...ปฏิฆะ คือ อาการโกรธมันเกิดขึ้นในใจ พออุปนาหะ มันก็ผูกโกรธ มันไม่อาการโกรธเกิดเท่านั้น มันผูกแล้วตอนนี้ ยึด ผูกโกรธแล้วยึดโกรธไว้ ในใจ โกธะ ก็โกรธนั้นแรงออกมาภายนอก พอถึงพยาบาท ภายนอกก็โกรธออกมาภายนอก แล้วก็แสดงความโกรธออกมาอย่างนั้นอย่างนี้ จะชนะหรือแพ้ก็แล้วแต่ ก็สนองความโกรธของตัวเองไป ยังไม่พอ พยาบาทก็คือผูกแค้นอาฆาตข้ามชาติกันไปเลย นี่ อธิบายรอบแรก อธิบายรอบ 2 เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย ปฏิฆะ คือจิตของคนนี่เริ่ม ยังไม่มีผัสสะ ก็ยังเกิดปฏิฆะได้ ไม่มีผัสสะภายนอก นึกถึงขึ้นมา คู่อาฆาตเก่าแก่ อยู่ในใจ เกิดขึ้น ปฏิฆะได้ ยิ่งไปเจอกันจริงๆเลย สัมผัสตัวตนกันจริงๆ ที่เป็นคู่แค้น คู่ชัง อะไรกันมาแต่ปางไหนก็แล้วแต่ ก็ยิ่งจะปฏิฆะแรง เป็นแต่เพียงว่า อาการของปฏิฆะ ของความโกรธที่เกิดขึ้นในใจ ยังไม่แสดงออกมาเท่านั้น นั่นคือปฏิฆะ เสร็จแล้วที่เป็นอุปกิเลส มันกลับกดเข้าไปในจิต ผูกโกรธเข้าไปอีก ผูกโกรูสูงขึ้นไปเรื่อยๆมากขึ้นจนกระทั่งถึงขั้น โกธะ ตัวที่ 3 มันก็แรงเลย แสดงออกมาภายนอกเลยทีนี้ ก็แรงมากจนกระทั่งไม่สงวนไว้ในภายในเท่านั้นแล้ว ออกมาภายนอกเลย มาจัดการ โกรธอย่างนั้นอย่างนี้ ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ไปตามลีลา ของสงครามความโกรธ ของแต่ละคน ที่กับใครๆ ก็แล้วแต่ ส่วนพยาบาทนั้น สมบูรณ์แบบ ทั้งในปัจจุบัน ทั้งเกิดในใจ ทั้งมีการแก้แค้นอะไรก็แล้วแต่ หากไม่ อโหสิ หากไม่วางปล่อย เลิกพยาบาท เลิกผูกโกรธ เลิกอุปนาหะ ถ้าไม่เลิก คุณก็จะยิ่งพยาบาท ผูกพันไปชาติหน

อ่านต่อ

้า ชาติโน้น ชาติไหนๆๆ ไปอีก ไม่มีจบสิ้น พูดไปแล้วก็อาการอย่างนี้ ทำให้อาตมาระลึกถึงทักษิณ น่าสงสาร เขาพยายามสงวนท่าทีด้วยความฉลาดเฉลียวของเขาว่า เขาไม่แสดงออกหยาบคาย แต่ในความไม่หยาบคายนั้น ถ้าทำได้ก็ฆ่านะ แต่ลีลามันซับซ้อน เป็นความซับซ้อนของคน ข้างนอกทำให้ดูฉลาด เป็นผู้สูงส่ง เป็นผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติเอง ไม่ได้เป็นผู้มีความโหดร้าย ไม่ได้เป็นผู้ทำร้ายอะไรเลย แต่มีเทคนิค มีกลเม็ดเด็ดพราย มีแทคติกต่างๆ ที่ใช้อำนาจบาตรใหญ่ เพื่อไปให้ผู้อื่นทำแทน ทำให้ดูเหมือนตนบริสุทธิ์สะอาด จัดการไปหมดเลย ให้สมความโกรธ ความแค้น ความอาฆาตของตนเอง นี่เป็นถึงเช่นนั้น คนที่ไม่รู้จักกรรมวิบาก ไม่รู้จักอโหสิ ไม่รู้จักว่าเราจะไปสร้างความคิดเช่นนี้ไว้ในใจทำไม พูดถึงลักษณะอาการโกรธแล้ว ที่เกิดอยู่ในจิตของคุณทักษิณ ทำให้อาตมาประวัติไปอีกด้านนึง ถึงอาการ โลภ ไม่ใช่โกรธนะ อาการโลภ ของมหาบัว ญาณสัมปันโน ไม่รู้ตัวเหมือนกันเลย แสดงภาพภายนอกเหมือนจะดีเหมือนกับทักษิณเลย แต่ภายใน โลภจัด เป็นของตัวของตน คือไม่รู้จักอาการยึดมั่นถือมั่นตัวตน ไม่รู้หรอก เพราะอาการยึดมั่นถือมั่นตัวตนนี้มันละเอียดลึกซึ้ง ลึกซึ้งมาก ขออภัยที่พูดความจริง ลูกศิษย์ลูกหาเยอะแยะฟังให้ดี อาตมาไม่ได้มีความโกรธแค้นชิงชังมหาบัว แต่สงสาร แล้วก็สงสารลูกศิษย์ลูกหาที่ติดตามไป แล้วก็หลงติดตามไป อาตมามีหน้าที่เปิดเผยความจริง ไม่ได้เกรงว่าตัวเองจะไม่ได้รับความยอมรับ ไม่ได้รับความชมชอบอย่างไร จะไปบาดเสียดจิตใจอย่างไร ก็ต้องขออภัยจริงๆ ก็ต้องพูดความจริง เพราะฉะนั้นมหาบัวจึงหลง ในด้านความโลภอย่างมาก โลภจนกระทั่งได้ปฏิบัติประพฤติ เรี่ยไรเงินของประเทศ ประชาชนในประเทศ โดยถือว่าตนเองมีเฟเวอริท มีอิทธิพล มีความยอมรับนับถือของประชาชน แล้วประชาชนก็ศรัทธาเลื่อมใส เชื่อแล้วก็เอาเหตุมา เอาประเทศไทยเป็นประกัน เอาอะไรต่ออะไรมาเป็นประกัน อ้างว่า เอาเงินนี้มาให้แก่ประเทศชาติ เอามาค้ำจุนประเทศชาติไว้ เอาทองคำ เอาเงินเอาทอง เรามองอย่างตื้นๆเผินๆ ไม่ใช่ความไม่ดีนะ ตื้นๆเผินๆ เป็นความดีงาม 650930 ตอบปัญหาไม่ดับสัญญาแต่ดับกิเลส พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน