สื่อธรรมะพ่อครู(อุปกิเลส) ตอน อัตตาซ้อนคืออุปกิเลส16.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข29 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อุปกิเลส) ตอน อัตตาซ้อนคืออุปกิเลส16 ศาสนาพุทธรู้จักแยกอารมณ์ แยกสภาวะที่เรียกซ้อนไปที่เรียกว่าอัตตา ตัวตน แยกตัวตนหรืออัตภาพ ที่จริงมันแยกไม่ได้ แต่เราแยกได้เพราะมันเนียนเหลือเกิน กิเลสมันอยู่ในจิตเราเหมือนกับจิตเราเลยมันมีพลังงานหลอกว่าเหมือนเราเลยแต่มันไม่ใช่เรา มันเป็นตัวอกุศล มันเป็นตัวไม่ดีไม่งามพาให้เราตกต่ำพาให้เราทุกข์ ผู้ที่มีสติสัมโพชฌงค์คือความตรัสรู้ มีสติสัมปชัญญะปัญญาสัมผัสแล้วก็แยกจิตในจิต ตีแตกแยกแยะจิตในจิต แยกเอาส่วนที่เป็นกิเลสเป็นส่วนทุจริตเป็นสิ่งไม่ดีงามจะเรียกเป็นภาษาว่าบาปอกุศลทุจริตก็เป็นกิเลส เป็นกิเลสตัณหาอุปทาน แยกเป็นอุปกิเลส 16 ตั้งแต่อภิชาวิสมโลภะ โทสะ โกธะ อุปนาหะ จนไปถึง มทะ ปมาทะ ก็เข้าใจลักษณะต่างๆเรียกว่าบรรดากิเลสทั้งหลาย อภิชาวิสมโลภะตัวที่หนึ่ง หมายถึงตัวโลภตัวราคะทั้งหมดเลย ตัวตนของกิเลสเชิงโลภหมด จากตัว2 มันก็จะละเอียด พยาบาทก็ เป็นตระกูลต้นของอีกชนิดหนึ่ง เป็นแรงผลัก หากอภิชาวิสมโลภะก็เป็นแรงดูด พยาปาทะ หรือโทสะ เป็นตัวผลักตัวทำลายตัวร้าย และก็เบาลงมาเรียกว่าโกธะ โทสะนี้แรงเต็มหรือพยาบาท มันมีโกรธแล้วผูกพยาบาทด้วย ทั้งโกรธ และผูกพยาบาทเรียกว่าโทสะ เบาลงมาเป็นโกธะ คนที่โกรธง่ายหายเร็วไม่ผูกพยาบาทก็ได้ ละเอียดลงไปอีกเป็นอุปนาหะ ยังมีผูกโกรธอยู่แต่มันเบา ขั้นลึกละเอียดเรียกอุปนาหะ ท่านแปลว่าผูกโกรธ มันไม่ถึงขั้นพยาบาทโทสะมันผูก จองเวรจองกรรมอยู่เรียกว่า อุปนาหะ พอมีเชื้อพวกนี้อยู่ก็เลยเป็นตัวเป็นตน มักขะ ลบหลู่คุณท่าน สิ่งที่เขามีคุณก็ลบทิ้ง หรือว่าไปพูดผิดๆ อะไรก็แล้วแต่ ปลาสะ เสร็จแล้วก็ยกตนข่มเขา อาตมาแสดงธรรมอยู่ทุกวันนี้ สังคมศาสนาหยาบจนอาตมาต้องพูด กิเลสก็หยาบๆอะไรก็หยาบๆ จนกระทั่งเขาก็หาว่าอาตมาหยาบ สา

อ่านต่อ

ย อภิชาวิสมโลภะก็แรงจัดจ้านเหลือเกิน โทสะพยาบาทก็แรงมาก แล้วซับซ้อน หลอกคนอื่นเหมือนกับฉันไม่มีโทสะไม่มีพยาบาทไม่มีความโกรธอะไร แต่ที่จริงหลอกซับซ้อนทั้งที่ตัวเองถูกโกรธ อุปนาหะ ซับซ้อน ในเรื่องความรุนแรง อุปนาหะ รุนแรงกว่าพยาบาท พยาบาทคือโทสะผูกโกรธ โกธะ คือไม่ชอบใจในปัจจุบัน เกิดปฏิกิริยาโกรธ ไม่ชอบใจเสร็จแล้วยังไม่พอ อุปนาหะ สะสมเข้าไปอีกยิ่งกินลึกเข้าไปพยาบาทผูกโกรธรวมไปเลย แต่ข้างนอกหลอกเขาว่ามันเบา ข้างนอกเหมือนดีแต่ข้างในหนักกว่า โกธะ อีก เสร็จแล้วก็เลย ลบหลู่คุณเขาหมด ตีตนเสมอท่านด้วย ปลาสะ เสร็จแล้วก็อิสสา หรือริษยา ไม่ต้องการให้ใครได้ดีต้องการให้เขาตกต่ำให้เขาเลวร้ายไปใหญ่เลย อันนี้เป็นจิตเลวมหาศาล จิตใจที่เลวมาก อาตมาพูดเองเสมอว่าไม่ได้พูดดุด่าว่าตำหนิคนนี้อยู่ เหมือนแม่ที่มีลูกแบบสุดเข็นก็เลยได้แต่ด่าๆๆๆๆ แล้วลูกก็ประชดไม่ฟัง ยิ่งร้ายเพิ่ม นึกถึงผู้หญิงที่มีลูก ถึงจะด่ารุนแรงแต่ก็อยากให้ลูกได้ดี ปรารถนาดี มันไม่ได้มีความริษยาเลย อาตมาจะไปริษยาคนตกต่ำหนาด้วยกิเลสจะไปริษยาทำไม อย่างอาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 8 ระดับ 9 หากจะริษยา แต่โพธิสัตว์รู้แล้วจะไปริษยาทำไม ก็มีแต่เคารพบูชาเพราะมันเป็นสัจจะที่ตรงแล้วมันเข้าใจไม่สับสนกันแล้ว เพราะฉะนั้นเราจะไม่มีหรอกริษยา ไม่ต้องการให้เขาได้ดีจะไม่มีเลย แม้แต่คนชั่วก็ต้องการให้เขามาได้ดี ยิ่งชั่วหนักอย่างธัมมชโยอย่างทักษิณอยากให้เขามาได้ดี อาตมานี่ ละไว้ เอาปัจจุบันที่เขาร้ายยิ่งกว่า ไปจาบจ้วงแค่ธัมมชโยในสายพระ หรือสายฆราวาสก็แค่ทักษิณเท่านั้น ขอบคุณทั้งทักษิณและธัมมชโย ที่เป็นตัวตนตัวอย่างตัวจริงให้อาตมาหยิบเอามาพูดในปัจจุบันนี้ ไม่ใช่ไปเอาชาดกนิทานมาแล้วพูดถึงชื่อนั้นชื่อนี้ พวกคุณก็นึกไม่ออก พอบอกว่าธัมมชโยพอบอกว่าทักษิณ คุณก็ประมวลพฤติกรรมที่คุณพอรู้ได้ ไม่ดีอย่างไรดีอย่างไรต่อมาก็จะขยายกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม กิริยาอาการที่ดีหรือไม่ดีนั้นออกมาว่าคนนี้ใช่ เราในอุปกิเลส 16 เราไม่ได้ไปอิสสา ใช้คำว่าอิจฉาไม่ได้ มันเป็นความต้องการกลางๆ อิจฉาวจร คือ จิตมีพลังงานเกิดขึ้น มีความต้องการเกิดขึ้นแบบกลางๆ ไม่ได้มีอกุศลหรือมีกุศลอะไร ส่วน อิสสา นี่ละ ริษยา คำนี้สับสน ภาษาภาคกลางคำว่าอิจฉาแปลว่าเป็นริษยา แต่ภาษาอีสานออกเสียง อิสสา แปลว่าริษยา มัจฉริยะ คือตระหนี่ขี้เหนียว อโศกทุกวันนี้ ไม่ได้เป็นคนตระหนี่ขี้เหนียวอะไร มีจิตใจเผื่อแผ่เกื้อกูลเสียสละ เห็นเป็นรูปธรรมได้ดีมาก ก็ขอบคุณพวกเรา แต่ที่เกิดได้นี้เกิดจากจิตใจเป็นประธาน มันจริงมันก็เลย 1.เราเป็นคนมักน้อย เรามีน้อยก็พอ อัปปิจฉะ 2.เรามีน้อยเราก็พอ 3.เราได้เรียนรู้ปฏิบัติประพฤติมามี สัลเลขธรรม มีการเรียนรู้พัฒนาขัดเกลาตัวเองด้วยศีล สมาธิ ปัญญา สูงขึ้นเรื่อยๆเรียกว่าธูตะ เขาก็เรียกว่าศีลเคร่ง ธูตะ คือข้อปฏิบัติต่างๆ ศาสนาพุทธก็มีศีล สมาธิ ปัญญา ถ้ารู้แจ้งจบแล้วคุณก็ทำได้ สามารถรู้ศีลอันเป็นอริยะ ปฏิบัติสำรวมสังวรอันเป็นอริยะ มีปัญญาอันเป็นอริยะ สำรวมอินทรีย์อันเป็นอริยะ สันโดษอันเป็นอริยะ หมายความว่าจิตใจมันลดละมากน้อยแล้วก็พอสันโดษลงได้เรื่อย ก็จะมีอาการที่น่าเลื่อมใส ปาสาทิกะ ชาวอโศกมีอาการน่าเลื่อมใส แต่เดี๋ยวนี้มันกลายเป็นโลกๆ ไปเยอะ ก็ต้องกลับมาสำรวมสังวรกันใหม่นะ มันพอกินพอใช้แล้ว มันก็ทำไปตามที่มันพอเป็นไปได้ เราก็จะต้องมีอาการที่น่าเลื่อมใสขึ้นไปอีก อปจยะ เราไม่สะสม เราไม่ได้สะสมทั้งหยาบ กลาง ละเอียด โดยเฉพาะไม่สะสมภายใน จิตใจเราไม่สะสม วัตถุเราก็ไม่ยึดถือเป็นเราเป็นของเรา กิเลสเราก็เอาออกเราก็ไม่ยึดถือเป็นเราเป็นของเรา กิเลสนี่แหละมันตัวยาก ต้องเอาออก ไม่ยึดถือเป็นเราเป็นของเราไม่สะสมเป็นเราเป็นของเราจนกระทั่งตัวเรา ไม่มีของเรา แม้แต่เราจะอาศัยความเป็นเรา ความเป็นตัวตน เราก็เข้าใจสภาวะของดินน้ำไฟลม กับ จิตวิญญาณที่ร่วมเป็นกาย เป็นองค์ 2 กายเราก็เป็น เทวะ เทวะผู้ยิ่งใหญ่ เทวนิยมเขาตีไม่แตกแยกไม่ออก เขาไม่รู้ว่าความเป็นพระเจ้าที่สะอาด ตีแตกแยกออกจนรู้จักกิเลสอย่างไร ไม่ใช่กิเลสคือจิตวิญญาณแท้ๆเป็นอย่างไร ตีแตกแยกออกจนจัดการกิเลสเอาไปจากจิตแท้ๆ เรียกว่า จิตเดิมแท้เขาก็เรียก จิตใสๆ ไม่มีกิเลสในจิตอีกแล้ว กิเลสเข้ามาแตะปั๊บ ยิ่งกว่าปลิงที่มาแตะบริเวณที่เราทายาหม่องไว้ มันมาแตะไม่ได้ มันจะไม่จับมันจะไม่กล้ามันไม่ดูดเลย นั่นแหละคือหมายความว่าจิตของเราสะอาดบริสุทธิ์อย่าง ผ่องแผ้วแล้ว แล้วมีรังสีมีพลัง กิเลสจับไม่ติดกิเลสแตะแล้วแพ้เลย จนกระทั่งมีราศีรังสี ไกล ไม่ต้องแตะหรอก เข้ามาใกล้รังสีนี้ก็ออกไปแล้ว กัมมันตภาพรังสีของคุณสมบัติขั้นวิเศษ ขั้นกิเลสหลุด ยกตัวอย่าง เช่น ชาวอโศกไม่ต้องมีรั้วรอบขอบชิดสมบัติเหล่านี้ คนเขาเอารถโกดังมาขนใส่ไปได้สบาย แต่เขาไม่มาละลาบละล้วง เพราะว่าราศีของเราเป็นผู้ให้ เราเป็นคนจน นอกจากคนหยาบว่าชาวอโศกเป็นคนรวย แต่คนลึกซึ้งเขาจะรู้ ว่ามีแต่สิ่งที่เป็นสาระเป็นประโยชน์เป็นกุศล สิ่งที่ไม่มีประโยชน์เขาไม่มีหรอก คนพวกนี้เป็นคนชั้นสูงคนประเสริฐ ไม่มาสะสมขยะอะไร เขาจะมีแต่สิ่งที่เป็นสาระอาศัยนิดๆหน่อยๆ แล้วเป็นของดีเขาก็จะรู้เขาใช้ของดี ชาวจนหยาบๆเขาไม่มี แบคโฮ 800 คนลึกๆจะรู้ว่ามันบอกมันจนแต่มี แบคโฮ 800 ได้อย่างไร แบคโฮ 400 คนอื่นก็หายาก เราก็ใช้อยู่ทั่วไป แบคโฮ 200 คนอื่นเขาหายากแต่ที่นี่มี แค่ ไม่ถึง 200 ถึงแค่ 150 ก็ยังมีใช้ มีแม้กระทั่งให้นายปองเอี้ยมเล่น 620406_เทศน์ทวช.งานปลุกเสกฯครั้งที่ 43 บ้านราชฯ เปิดโลกบุญนิยม ตอน1

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน