สื่อธรรมะพ่อครู(อุปกิเลส) ตอน ความข้องในอุปกิเลส 16.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อุปกิเลส) ตอน ความข้องในอุปกิเลส 16 คุหัฏฐ แปลว่าถ้ำ ล.21 ข้อ 30 คุหัฏฐกสุตตนิทเทสที่ ๒ ว่าด้วยนรชนเป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำคือกาย [๓๐] พระผู้มีพระภาคตรัสว่านรชนเป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ เป็นผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้ว นรชนเมื่อตั้งอยู่ ก็หยั่งลงในที่หลง นรชนเช่นนั้น ย่อมอยู่ไกลจากวิเวก ก็เพราะกามทั้งหลายในโลก ไม่เป็นของอันนรชนละได้โดยง่าย. [๓๐] สตฺโต คุหาย พหุนาภิฉนฺโน ติฏฺ นโร โมหนสฺมึ ปคาโฬฺห ทูเร วิเวกา หิ ตถาวิโธ โส กามา หิ โลเก น หิ สุปฺปหายา ฯ
คำว่า ไกลจากวิเวก มีความว่า นรชนนั้นใด เป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำอย่างนี้ อันกิเลสมากปิดบังไว้อย่างนี้ หยั่งลงในที่หลงอย่างนี้ นรชนนั้นย่อมอยู่ไกลแม้จากกายวิเวก ย่อมอยู่ไกลแม้จากจิตตวิเวก ย่อมอยู่ไกลแม้จากอุปธิวิเวก คืออยู่ในที่ห่างไกลแสนไกล มิใช่ใกล้มิใช่ใกล้ชิด มิใช่เคียง มิใช่ใกล้เคียง. คำว่า อย่างนั้น คือ ผู้หยั่งลงในที่หลง ชนิดนั้นเช่นนั้น ดำรงอยู่ดังนั้น แบบนั้น เหมือนเช่นนั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า นรชนเช่นนั้นย่อมอยู่ไกลจากวิเวก. (ทูเร วิเวกา หีติ โย โส เอว คุหาย สตฺโต เอว พหุเกหิ กิเลเสหิ ฉนฺโน เอว โมหนสฺมึ ปคาโฬฺห โส กายวิเวกาปิ ทูเร จิตฺตวิเวกาปิ ทูเร อุปธิวิเวกาปิ ทูเร วิทูเร สุวิทูเร น สนฺติเก น สามนฺตา อนาสนฺเน อนุปกฏฺเ ๓ ฯ ตถาวิโธติ ตถาวิโธ ๔ ตาทิโส ตสฺสณฺิโต ตปฺปกาโร ตปฺปฏิภาโค โย โส โมหนสฺมึ ปคาโฬฺหติ ทูเร วิเวกา หิ ตถาวิโธ โส ฯ)
[๓๑] คำว่า นรชนเป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ(สัตโต คุหยัง) เป็นผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้วมีความว่าทรงตรัสคำว่า เป็นผู้ข้องไว้ก่อน. ก็แต่ว่าถ้ำควรกล่าวก่อน กายเรียกว่า ถ้ำ. คำว่า กายก็ดี ถ้ำก็ดี ร่างกายก็ดี ร่างกายของตนก็ดี เรือก็ดี รถก็ดี ธงก็ดี จอมปลวกก็ดี รังก็ดี เมืองก็ดี
อ่านต่อ
กระท่อมก็ดี ฝีก็ดี หม้อก็ดี เหล่านี้เป็นชื่อของกาย. (แยกไว้ว่าคือข้างนอกเป็นร่างกาย วัตถุ หรือ ฝีในตัวเรา เหล่านี้เป็นชื่อของกาย) คำว่า เป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ คือ ข้อง เกี่ยวข้อง ข้องทั่วไป ติดอยู่ พันอยู่ เกี่ยวพันอยู่ในถ้ำ เหมือนสิ่งของที่ข้อง เกี่ยวข้อง ข้องทั่วไป ติดอยู่ พันอยู่ เกี่ยวพันอยู่ ที่ตะปู ซึ่งตอกติดไว้ที่ฝา หรือที่ไม้ขอ ฉะนั้น. สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ความพอใจ ความกำหนัด ความเพลิน ความปรารถนาในรูป ความเข้าไปถือ ความเข้าไปยึดในรูป อันเป็นความตั้งมั่น ความถือมั่น และความนอนตามแห่งจิต บุคคลมาเกี่ยวข้องอยู่ในความพอใจเป็นต้นนั้น เพราะเพราะนั้น. จึงเรียกว่า สัตว์(หมายถึงนามธรรม คือจิต). คำว่า สัตว์เป็นชื่อของผู้เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้น. จึงชื่อว่า เป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ. (พ่อครูว่า...คนที่เอาร่างกายไปป่าเขาถ้ำ เขาว่าเขาได้วิเวก แต่แท้จริงเขาเป็นคนที่ไกลจากวิเวก ยังไม่พออยู่แต่ผู้เดียว เดินผู้เดียว กินผู้เดียว บิณฑบาตผู้เดียว แล้วนึกว่าตนเองเป็นผู้วิเวก แต่แท้จริงตนเองเป็นคนไกลแสนไกลจากวิเวก วิ คือ 3 สภาพ สูงยิ่งก็ได้ กลางก็ได้ ต่ำก็ได้ ต้น กลาง ปลายก็ได้ ไม่ก็ได้ ยิ่งก็ได้ กลางๆก็ได้ วิ คือ3 ตัวสำคัญมาก วะ คือพฤติกรรมของพลังงาน ย ร ล ว คือตัวที่ 4 ของพลังงานเศษวรรค มีสามเส้าแล้วมีตัวที่ 4 เป็นพลังงานเก่งกว่าสามเส้าออกมา ว ยังไม่ใช่ ภ ตัว ว คือเศษวรรค แต่ถ้าเข้าใจละเอียด ว ละเอียดสุขุมรูปกว่า ภ อย่างนี้เป็นต้น ไม่มีใครอธิบายขยายความถึงรากศัพท์พวกนี้ในยุคนี้ พูดไปแล้วเหมือนอวดตัวตน แต่ย้ำให้รู้ว่าอาตมาเป็นผู้รู้อันนั้นจริงๆ มาทำขณะนี้ อย่ารังเกียจอาตมานักเลย บอกความจริงอันนี้)
คำว่าผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้ว คือ ผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้ว คือ ผู้อันกิเลสเป็นอันมาก ปิดบังไว้แล้ว คือ อันความกำหนัด ความขัดเคือง ความหลง ความโกรธ ความผูกโกรธ ความลบลู่ความตีเสมอ ความริษยา ความตระหนี่ ความลวง ความโอ้อวด ความดื้อ ความแข่งดี ความถือตัว ความดูหมิ่น ความเมา ความประมาท ปิดบังไว้แล้ว อันกิเลสทั้งปวง อันทุจริตทั้งปวงอันความกระวนกระวายทั้งปวง อันความเร่าร้อนทั้งปวง อันความเดือดร้อนทั้งปวง อันอภิสังขารคืออกุศลธรรมทั้งปวง บ้งไว้ คลุมไว้ หุ้มห่อไว้ ปิดไว้ ปิดบังไว้ ปกปิดไว้ ปกคลุมไว้ ครอบงำไว้แล้ว เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า เป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ เป็นผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้ว.(พ่อครูว่า...นั่งอยู่ในที่นี้ใครเป็นผู้ที่เต็มไปด้วยสิ่งเหล่านี้ หนักหนาสาหัสไหม คือคนผู้ไกลจากวิเวก แค่คนติดยึดไปนั่งเข้าป่าเขาถ้ำ คนนี้ไกลจากวิเวก เมื่อไหร่จะได้วิเวกเสียที ยังจะอธิบายปัสสัทธิ สมถะอีกต่อไป วิเวก ภาษาไทยแปลว่า สงัด หากใครแยกสงัดกับสงบได้ ก็จะรู้ว่ามีมิติต่างกัน สงัด คือเงียบ สงบ คือจิต หมายถึงเข้าไปหาจิต สงัดหมายถึงสภาวะภายนอกวัตถุมากว่าสงบ สงบไปทางจิตมากกว่าสงัด เช่นที่นี่สงัด ไม่มีเสียงคนเสียงนกเสียงหมาเห่า สงัดเงียบ หากสงบก็เข้าหานามธรรมมากกว่า ภาษาไทยพยัญชนะน้อยสู้บาลีไม่ได้ เอาไทยมาแปลบาลีจึงไม่ได้มาก คำว่าผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้ว คือ ผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้ว คือ ผู้อันกิเลสเป็นอันมาก ปิดบังไว้แล้ว คือ อันความกำหนัด ความขัดเคือง ความหลง ความโกรธ ความผูกโกรธ ความลบลู่ความตีเสมอ ความริษยา ความตระหนี่ ความลวง ความโอ้อวด ความดื้อ ความแข่งดี ความถือตัว ความดูหมิ่น ความเมา ความประมาท ปิดบังไว้แล้ว อันกิเลสทั้งปวง (พ่อครูว่า..คืออุปกิเลสทั้งหมด ต้องล้างอุปกิเลสทั้งหมดจึงเป็นผู้วิเวก เข้าสู่ปัสสัทธิ เข้าสู่สันติ เข้าสู่นิพพาน แม้แต่ความหมายข้างเคียงความหมายเกี่ยวข้องก็ยังไม่รู้ เมื่อขยายไปถึงอุปกิเลส 16 คุณก็ยังไม่รู้ชัดแยกแยะไม่ออก แยกความกำหนัด ที่จริง ความกำหนัดก็คืออภิชาวิสมโลภะ ๑. อภิชฌาวิสมโลภะ (เพ่งเล็งอยากได้) ๒. พยาปาทะ (ปองร้ายเขา) ๓. โกธะ (โกรธ) ๔. อุปนาหะ (ผูกโกรธ) ๕. มักขะ (ลบหลู่คุณท่าน) ๖. ปฬาสะ (ยกตนเทียบเท่า, ตีเสมอท่าน) ๗. อิสสายะ (ริษยา ไม่อยากเห็นคนอื่นได้ดี) ๘. มัจฉริยะ (ตระหนี่) ๙. มายายะ (มารยา, มารยาทเสแสร้ง) ๑๐. สาเฐยยะ (โอ้อวด, การโอ่แสดง) ๑๑. ถัมภะ (หัวดื้อ, เชื่อมั่นหัวตัวเองมาก) ๑๒. สารัมภะ (แข่งดี, เอาชนะคะคาน) ๑๓. มานะ (ถือดี-ยึดดี จนถือสา) ๑๔. อติมานะ (ดูหมิ่นท่าน) ๑๕. มทะ (มัวเมา) ๑๖. ปมาทะ (ประมาทเลินเล่อ) (พตปฎ.เล่ม ๑๒ ข้อ ๙๓) อันทุจริตทั้งปวงอันความกระวนกระวายทั้งปวง(ทรถ) อันความเร่าร้อนทั้งปวง อันความเดือดร้อนทั้งปวง อันอภิสังขารคืออกุศลธรรมทั้งปวง บ้งไว้ คลุมไว้ หุ้มห่อไว้ ปิดไว้ ปิดบังไว้ ปกปิดไว้ ปกคลุมไว้ ครอบงำไว้แล้ว เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า เป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ เป็นผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้ว.
ปิดบังไว้แล้ว อุปกิเลสทั้งหมดแล้วถ้าคุณมีสภาวะ อุปกิเลส 16 ก็ไม่ต้องท่อง อรหันต์แล้วก็ยังมี ทรถ มีจุดบางเบา ดีไม่ดีใช้เป็น ทหารเลย คือเป็นความแข็งแรง อยู่อย่างทหระ คือผู้แข็งแรง
อาการที่เป็นของพวกหลงออกป่าเขาถ้ำ คือพวกไกลจากวิเวก
กิเลสหนาก็ไม่เปิดเผย แล้วคนพวกนี้อีกนานจะบรรลุธรรม 621011_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนจนคือผู้เข้าใกล้วิเวกไม่ข้องอยู่ในถ้ำ