สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน ปัจจัตตังที่ถึงอจินไตยคืออย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน ปัจจัตตังที่ถึงอจินไตยคืออย่างไร _จาก...ลูกหนอนใต้ต้นโพธิ์ กราบนมัสการพ่อครูที่เคารพสุดบูชาค่ะ ปัจจัตตัง กับ อาจินไตย เหมือนกัน หรือมีส่วนเชื่อมโยงกันอย่างไรบ้างคะ เพราะต่างเป็นวิสัยของผู้มีญานปัญญา เป็นอาริยบุคคล ลูกเข้าใจว่า ปัจจัตตังเป็นมรรคของผลที่ปฏิบัติให้เกิดความจริง(กรรรม วิบาก)ได้ในขณะปัจจุบัน จนถึงขั้นอุเบกขา มีผลเกิดเป็นอาจินไตย ที่ถ้าใครยังไม่มีสภาวะ ไม่สัมผัสด้วยการปฏิบัติฌานลืมตา สัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกายด้วยตนเอง อธิบายยังไงให้คนที่ไม่มีสภาวะคงเข้าใจยาก แต่ในตัวเราที่เป็นปัจจัตตังจะรู้ในตนเอง ว่าเราหลุดพ้นได้แค่ไหนแล้ว อยู่ที่ตัวเราจะจบกิจ(กิจจญาน)ในเรื่องนั้นๆ มีกตญาน จบเป็นเรื่องๆไป สั่งสม เก็บแต้มสู่นิพพานไปเรื่อยๆ ลูกเข้าใจอย่างนี้ถูกไหมคะ กราบรบกวนพ่อครูอธิบาย ขยายความเพิ่มด้วยค่ะ พ่อครูว่า...อุเบกขาของทางโลกนั้นเป็นเคหสิตะ คือไม่เที่ยงแท้ไม่ถาวรยั่งยืน ทนไม่ตลอดกาล กลับกำเริบได้ สักวันหนึ่งก็อาจจะนานมากก็ได้แต่ต้องเวียนกลับ แต่ของพุทธไม่เวียนกลับ พอได้ล้างตัวเหตุให้หมดสิ้นไปอย่างไม่เหลือเชื้อเลย อาตมาเทียบ อุปมาว่า เหมือนกับระเบิดปรมาณู มันระเบิดตูมทำงานเสร็จ ระเบิดก็หายไป มันไม่สามารถก่อตัวกลับมาอีก จะไปสร้างระเบิดใหม่ก็เป็นอันใหม่ แต่อันเก่านั้นหมดแล้วหมดเลย สูญถาวร สนิทจบ อุเบกขานี่เป็นผลอจินไตย จะพูดว่าถูกก็ถูก แต่ต้องอธิบายถึง นิสัย วิสัย อนสัยแล้ว มีอจินไตย ที่ผู้ที่บรรลุแล้วเป็นวิสัย เช่นฌานวิสัย พุทธวิสัย เป็นเรื่องลึกซึ้งมากและต้องเป็นจริง ได้แล้วเป็นจริงของผู้นั้น ส่วนผู้ที่ยังไม่ถึงอย่าไปคิด คิดแล้วหัวแตกเปล่าๆ คุณสมบัติของพระพุทธเจ้าเป็นพุทธะวิสัยอย่าไปคิด ไม่มีทางถูก มันเกินกว่าความคิด แม้แต่ฌานวิสัยของ
อ่านต่อ
พระสาวกต่างๆก็สะสมเป็นฌานที่สูงขึ้นๆ ฌานคือการทำลายกิเลสและสั่งสมสร้างสิ่งที่เจริญแข็งแรงเป็นสมาธิ ฌานเป็นมรรคของสมาธิ แยกว่า ปัจจัตตังเป็นมรรค อจินไตยเป็นผลก็ได้ อย่างที่คุณหมาย ปัจจัตตัง คือรู้ได้ด้วยตนและตนทำแล้วก็สร้างตนเอง เป็นนามธรรมที่รู้ได้ด้วยตนของตนคนอื่นไม่เกี่ยว เหมือนช้อนที่อยู่ในแกงก็รับรสนั้น แต่ช้อนที่ไม่ได้อยู่ในแกงจะไปรู้รสแกงได้อย่างไร...ไม่ได้ ต้องมีสภาวะนั้นสัมผัสแล้วเกิดผลของตนเองเป็นปัจจัตตัง แล้วสั่งสม จนถึงวิสัย ขึ้นไปถึงอนุสัย เป็นอนุสัยที่ไม่ใช่กิเลส แต่เป็นอนุสัยของปัจจัตตังของผู้ที่มีภูมิถึง ตามอนุสัยได้ อนุ แปลว่าตาม สย หรือสยังของตนเองไปได้ อาตมาขยายความธรรมะพระพุทธเจ้ายังไม่หมดมีอีกเยอะ อาตมาอายุ 84 แล้วมันชักจะยังไงๆอยู่ อาตมาฝืนขันธ์ตนเองมา หนึ่งนักษัตรแล้ว พยายามดันตนเองให้ถึงสามนักษัตร จะพยายามไปถึง 144 ก็ครบรองสามนักษัตร ก็มีผู้ช่วยเหลืออยู่ วันนี้ก็ไปยกกระสอบปุ๋ย ทีละสองกระสอบ กระสอบละ 50 กิโลกรัม ไม่ค่อยได้ทำก็เลย เรื้อ ไปช่วยเขาขึ้นได้คันเดียวเขาก็ให้พักแล้ว ก็กล้ามเนื้อยังไม่ค่อยเข้าที่ การสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกายก็ยังขยายกันอยู่ เป็นเรื่องใหญ่ รูปีรูปานิปัสสติ อัชฌัตตัง อรูปสัญญี เอโก พหิทา รูปานิปัสสติ และสุภันเตวอธิมุตโตโหติ ไปสู่อากาสา วิญญานัญจา อากิญฯ เนวสัญญาฯ ก็ขยายไปเรื่อยๆ ก็ค่อยๆขยับขยายไป ก็ต้องตามฟัง พระพุทธเจ้าตรัสว่าต้องคบสัตบุรุษให้บริบูรณ์ 1. การคบสัตบุรุษที่บริบูรณ์ ย่อมทำให้การฟังสัทธรรมที่บริบูรณ์ . . 2. การฟังสัทธรรมบริบูรณ์ ย่อมทำศรัทธาให้บริบูรณ์ 3. ศรัทธาที่บริบูรณ์ ย่อมทำมนสิการโดยแยบคายให้บริบูรณ์ 4. การมนสิการโดยแยบคายที่บริบูรณ์ ย่อมทำให้ . . สติสัมปชัญญะบริบูรณ์ ที่จะรู้ทันผัสสะ รู้ทันเวทนา 5. สติสัมปชัญญะที่บริบูรณ์ . . ย่อมทำให้ความสำรวมอินทรีย์บริบูรณ์ ุ6. ความสำรวมอินทรีย์ที่บริบูรณ์ ย่อมทำให้สุจริต 3 บริบูรณ์ คือ กาย วาจา ใจ เลิกทำการงานทุจริต 7. สุจริต3 ที่บริบูรณ์ ย่อมทำให้สติปัฏฐาน4 บริบูรณ์ 8. สติปัฏฐาน4 ที่บริบูรณ์ ย่อมทำให้โพชฌงค์ 7 บริบูรณ์ . 9. โพชฌงค์7 ที่บริบูรณ์ ย่อมทำให้วิชชาและวิมุติ บริบูรณ์ (อวิชชาสูตร พตปฎ. เล่ม 24 ข้อ ุ61)
มนสิการ จนเป็นหลักของศาสนาพุทธที่สำคัญ หากไม่สัมมาทิฏฐิ ก็จะไปนั่งสะกดจิตหลับตา หรือลืมตาสะกดจิตแบบ ติชนัทฮันห์ เป็นต้น ก็พยายามอธิบายทั้งสัมมาทิฏฐิ และส่วนที่ผิดก็ต้องขอบคุณที่ต้องเอามายกตัวอย่างอ้างอิงประกอบ และก็ถามไปว่า เราหลุดพ้นได้แค่ไหนแล้ว ปัจจัตตัง อยู่ที่ตัวเรา จบกิจ กิจญาณในเรื่องนั้นๆ กตญาณ จบเป็นเรื่องเรื่องไปสั่งสมนิพพานเป็นแต้มไป พ่อครูว่า ถูกแล้ว 600922_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ อจินไตย 4 ตรงไหนที่อธิบายได้ ตอน2