สื่อธรรมะพ่อครู(ความรัก 10 มิติ) ตอน ทำไมมีความรักแล้วถึงทุกข์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.44 KB
วันที่แก้ไข28 มกราคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ความรัก 10 มิติ) ตอน ทำไมมีความรักแล้วถึงทุกข์ _ทำไมเวลาคนเรา มีความรักแล้วถึงทุกข์ พ่อครูว่า...พระพุทธเจ้าตรัสว่ามีรัก 100 ก็ทุกข์ 100 มีรักหนึ่งก็ทุกข์หนึ่งไม่มีรักเลยไม่ทุกข์เลยแต่อาตมาชื่อรัก และอาตมาก็ไม่ทุกข์ เพราะเข้าใจรักก็เลยเขียนความรัก 10 มิติ คือคุณสมบัติจิตวิญญาณ ความรักคือการเผยแผ่เกื้อกูลถ้าเป็นความรักเรื่องกามก็แคบ รักแค่พ่อแม่ลูกก็แคบ ก็รักแค่ญาติก็กว้างขึ้น เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นมากขึ้น จะกลายเป็นความเกื้อกูลเมตตาเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นไปเรื่อยๆ ความรักที่เห็นแก่ตัวที่สุดคือความรักระหว่างคู่เมถุน บางคนลูกก็ไม่เอา เอาแต่คู่ บางทีฆ่าลูกด้วยมันแย่จริง คนทุกวันนี้จิตใจต่ำมาก หากเข้าใจจิตวิญญาณก็ควรจะทำให้เป็นความรักที่กว้างขึ้น จนกระทั่งเรามีพลังงานในความเมตตาช่วยเหลือเกื้อกูลกว้างจนกระทั่งเราไม่เหลือตัวเราเลย เป็นมิติที่ 6 7 8 9 สูยขงขึ้นไปเรื่อยๆนั่นแหละเป็นพลังงานแห่งความเมตตาเกื้อกูลช่วยเหลือ ความรักจริงๆไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวและไม่ใช่แคบแค่เสพรสกาม ได้สมใจก็สุข ไม่สมใจก็ทุกข์ สุดท้ายแม้ทำเป็นเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ก็ทำ โลกทุกวันนี้มีประชากรเกือบ 8,000 ล้านแล้ว คนมันมากเกินไป ไม่ต้องไปเพิ่มเติมอีกตั้งแต่ในยุคพระพุทธเจ้าอุบัติท่านก็ลดการมีลูก คือ กำหนดคุมกำเนิด แต่ไม่ได้แบบบังคับ ใครมาสมัครใจคุมกำเนิดท่านก็ถือว่าดี ท่านคุมกำเนิดด้วยศีล 8 ถ้ามีศีล 5 ก็ผัวเดียวเมียเดียวมีขั้นตอนให้ ถ้าสำส่อนเละก็ไม่ดี ใครมาถือศีล 8 ก็เป็นโสด ถือว่าเป็นบัณฑิต คนใฝ่เมถุนมีคู่แน่นอนจิตย่อมเศร้าหมอง จะสะอาดเบิกบานร่าเริงตลอดก็ไม่ได้ เพราะมันต้องกระทบอยู่ เราจะรู้ทำจิตใจให้เป็นความรักที่สูงขึ้น อย่างเช่นอาตมาเข้าใจความรักลึกซึ้ง อาตมาชื่อรัก แล้วก็รู้จักทำใจใ

อ่านต่อ

ห้เป็นความรัก 10 มิติ ไม่ใช่เขียนอย่างตรรกศาสตร์ แต่เขียนอย่างเอาสภาวะมาเรียงร้อยออกมา อาตมาถึงไม่แปลกใจว่าทำไมชาตินี้อาตมาต้องมาชื่อว่ารัก ทั้งที่ชื่อแรกคือ สไมย์ ชื่อที่สองคือมงคล(สมเด็จติสโส อ้วน) ตั้งให้ ท่านเป็นอาจารย์ของลุงอาตมา ต่อมาอาตมาก็มาเปลี่ยนเป็นชื่อรัก ชาวอโศกเรามีความรักมิติที่สูงมิติที่ 8 มิติที่ 9 รักกันอยู่กันอย่างโดยค่าเฉลี่ยในชาวอโศกเป็นคนโสด คนที่ไม่ได้ก็แต่งงานก็มีผัวเดียวเมียเดียว ตามฐานะของแต่ละคน ทำตนให้ได้รับคำสอนของพระพุทธเจ้าตามลำดับ ในชุมชนของเราชาวอโศกมีคนเป็นคนโสดเยอะ นอกนั้นก็แม้จะไม่โสดก็พยายามตั้งตนให้เป็นคนโสดก็สำเร็จไปเป็นคน เรื่องนี้เทวนิยมก็ไม่เข้าใจ คนมาทำปริญญาเอกศาสนาพุทธเป็นคนฝรั่งก็ว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ทำไมต้องมาห้าม คนทำป.เอกนะ ถาม ก็บอกว่า ศาสนาพุทธไม่เหมือนกับศาสนาเทวนิยมเพราะตีแตกความเป็นคู่จนกระทั่งถึงนิพพาน จึงพูดกันไม่ค่อยรู้เรื่องในศาสนาเทวนิยมว่าทำไมต้องเป็นอย่างนี้ เขาก็หาว่าเป็นไปไม่ได้เป็นเพียงตรรกะ ไม่เข้าถึงจิตวิญญาณ แต่ศาสนาพุทธนั้นเข้าใจจิตเป็นอย่างดี เข้าใจพระเจ้าไม่ต้องให้พระเจ้ามาประทานความเป็นสวรรค์นรกตั้งแต่ตอนเป็นๆก็ไม่มีสวรรค์เป็นนรกเป็นอรหันต์ก็หมดสวรรค์หมดนรก เพราะเขาตีไม่แตกเทวะ ที่เป็นพระเจ้าใหญ่ของสวรรค์ และสั่งให้ลงนรกด้วย เลยเป็นนายทุนใหญ่ของสวรรค์ แต่ศาสนาพุทธชัดเจนเทวะ หมดสุขหมดทุกข์อยู่อย่างปรมังสุขังคือยิ่งกว่าสุข ไม่มีรสโลกีย์ ทางลาภ ยศ สรรเสริญ กามคุณ อัตตา ก็รู้สิ่งที่เกิดที่มีที่เป็นตามเหตุปัจจัยไม่ต้องมีสุขทุกข์อะไร 620128_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 36

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน